Connect with us

บ้านผลบอล

บ้านผลบอล วิเคราะห์บอล ไฮไลท์ฟุตบอล วาปบอล จอร์จินโย่ ไวนัลคุม ข่าวลือไม่ต่อสัญญา

Published

on

บ้านผลบอล วิเคราะห์บอล ไฮไลท์ฟุตบอล วาปบอล จอร์จินโย่ ไวนัลคุม ข่าวลือไม่ต่อสัญญา

บ้านผลบอล วิเคราะห์บอล ไฮไลท์ฟุตบอล วาปบอล จอร์จินโย่ ไวนัลคุม ข่าวลือไม่ต่อสัญญา

พูดผ่านไอจี!ไวนัลคุมยังนิ่งข่าวชิงหงส์ บ้านผลบอล

จอร์จินโย่ ไวนัลคุม กองกลางลิเวอร์พูลแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเวลานี้มีสมาธิอยู่กับการลงสนามทำศึกให้กับแชมป์เก่าพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แต่เพียงเท่านั้นโดยไม่สนใจข่าวเตรียมลาถิ่นแอนฟิลด์แต่อย่างใดก่อนหน้านี้ เคอะ มิร์เรอร์ สื่อเมืองผู้ดีรายงานว่ามิดฟิลด์ชาวด้ตช์ตัดสินใจได้เรียบร้อยสำหรับเรื่องอนาคตตัวเองกับลิเวอร์พูล โดยจะไม่ต่อสัญญาเพื่อย้ายทีมได้แบบไม่มีค่าตัวหลังจบฤดูกาลนีและคาดว่าเจ้าตัวจะย้ายไปเล่นให้กับบาร์เซโลน่า ยักษใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน

อย่างไรก็ตาม ไวนัลคุมไม่ได้ให้ความสนใจกับข่าวลือดังกล่วแต่อย่างใด โดยโพสต์ภาพล่าสุดลงอินสตาแกรม เป็นรูปขณะฝึกซ้อมกับลิเวอร์พูล เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเกมลีก "แดงเดือด" กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คืนวันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2021 ที่สนามแอนฟิลด์เท่านั้น พร้อมเขียนข้อความว่า "พร้อม" ทั้งนี้ ไวนัลคุมย้ายจากนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดมาอยู่กับลิเวอร์พูลในช่วงชัมเมอร์ปี 2016 ก่อนลงเล่นให้ "หงส์แดง" ไปแล้วทั้งสิ้น 211 นัด ทำได้21 ประตู วิเคราะห์บอล

หนาวทั้งลีก!เปได้งบ8,200ล้านเล็งลูกากู บ้านผลบอล

เดอะ เทเลกราฟ สื่อจากประเทศอังกฤษรายงานข่าวว่า โจเชป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตั้งเป้าหมายเสริมทัพในแต่ละตำแหน่งไว้หลายราย โดยแบ่งเป็นกองหน้า, แบ็กซ้าย และมิดฟิลด์ตัวรับหนึ่งในปัญหาของ "เรือใบสีฟ้า" คือกองหน้า ซึ่งจำเป็นต้องหาตัวแทนระยะยาวแทนที่ เชร์คิโออเกวโร่ ที่เจอปัญหาเรื่องความฟิตนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล 2020-21 และเจ้ตัวก็กำลังจะหมดสัญญาในช่วงชัมเมอร์นี้ ตามรายงานระบุว่ แมนฯ ซิตี้จะหาหัวหอกรายใหม่เข้ามา โดยมีชื่อของ โรเมล ลูกากูจากอินเตอร์ มิลาน, เออร์ลิง ฮาแลนต์ จากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ ดาร์วิน พูเนช จากเบนฟิก้า อยู่ในข่ายการพิจารณา

ขณะเดียวกัน แมนฯ ชิตี้ก็ต้องหาคนที่เข้ามาแทนที่ แฟร์นันดินโญ่ มิดฟิลด์ชาวแชมบ้าที่อยู่กับทีมในตั้งแต่ปี 2013 รวมถึงตำแหน่งแบ็กซ้ายที่ตอนนี้ทีมไม่มีตัวสำรองที่ไว้วางใจได้ของ เบนฌาแม็ง เมนดื้และถึงแม้จะมี โอเล็กซานเดอร์ ชินเชนโก้ และ นาธานอาเก้ แต่ทั้งสองคนไม่ใช่ตัวเลือกที่จะใช้ในระยะยาวในตำแหน่งนี้ทั้งนี้ สื่อเจ้าเดิมยังระบุเพิ่มเติมว่า งบประมาณการเสริมทัพของ "เรือใบสีฟ้า" ที่จะให้กวาร์ดิโอล่าลงตลาดในช่วงชัมเมอร์นี้ มีมูลค่ากว่า 200 ล้านปอนด์ (ประมาณ 8,200 ล้านบาท) เลยทีเดียว

เรือส่อเทกุนไม่ต่อสัญญาใหม่ บ้านผลบอล

แมนเชสเตอร์ ชิตี้ตกเป็นข่าวอาจตัดสินใจไม่ต่อสัญญาฉบับใหม่กับ เชร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าอาร์เจนไตน์ หากสภาพร่างกายยังมีปัญหาบาดเจ็บเรื้อรังไม่เลิกรา ตามรายงานข่วจาก เดลี่ มิร์เรอร์ สื่อดังเมืองผู้ดีหัวหอกวัย 32 ปี เพิ่งลงสนามแค่ 9 เกมเท่านั้นในซีชั่นนี้ เนื่องจกเจออาการบาดเจ็บที่หัวเข่าแม้จะสลัดอาการบาดเจ็บกลับมาได้แล้ว แต่ดูเหมือนว่าสภาพร่างกายจะไม่สมบูรณ์เต็มที่ ทำให้ต้องลงสนามในฐานะตัวสำรองมาตลอดในช่วงหลังๆดาวยิงทีมชาติอาร์เจนตินาที่เป็นดาวซัลโวสูงสุดของสโมสรกำลังจะหมดสัญญาหลังจบฤดูกาลนี้อยู่รอมร่อวิเคราะห์บอล แต่ "เรือใบสีฟ้า" ก็ยังไม่มีทีท่ว่าจะยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้พิจารณาแต่อย่างใดทั้งสิ้น

สื่อแดนผู้ดีเผยว่า บอร์ดบริหารแมนฯ ชิตี้ แจ้งไปยังอเกวโร่แล้วว่าจะต้องพิสูจน์ตัวเองในเรื่องของความฟิตในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้ เพื่อที่จะได้สัญญาใหม่กับทางสโมสรต่อไปก่อนหน้านี้มีรายงานว่า บาร์เซโลน่าพร้อมดึงอเกวโร่ไปร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัว เพื่อประสานงานกับ ลิโอเนล เมสซี่ ดาวเตะเพื่อนร่วมชาติอาร์เจนตินาในถิ่นคัมป์ นู ต่อไปตามระเบียบสำหรับอเกวโร่ ลงเล่นให้แมนฯ ชิตี้ไปแล้ว 379 เกม ทำ 256 ประตู กับ 73 แอสซิสต์

อีกกระแสบอกเรือบีบกุนต้องหันค่าเหนื่อย บ้านผลบอล

เซร์คิโอ อเกวโร่ หัวหอกแมนเชสเตอร์ ซิตี้ตกเป็นข่าวต้องจำยอมหั่นค่าเหนื่อยของตัวเองลงมาถึงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว หากยังต้องการลงเล่นในถิ่นเอติฮัดสเตเดียมต่อไปในอนาคตสัญญาของกองหนชาวอาร์เจนไตน์รายนี้กำลังจะหมดลงในช่วงจบฤดูกาลนี้ โดยมีรายงานว่าสโมสรกับนักเตะได้เริ่มเจรจาถึงโอกาสการต่อสัญญาฉบับใหม่ออกไปอีก 1 ปีไปบ้างแล้วด้วยอย่างไรก็ตาม มีรายงานล่าสุดว่า "เรือใบสีฟ้า" พร้อมต่อสัญญากับ "เอล กุน" ออกไปอีกแต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องยอมหยวนลดค่าเหนื่อยจากเดิม 260,000 ปอนด์ (ประมาณ 10.4 ล้านบาท)ต่อสัปดาห์ลงมาเหลือครึ่งหนึ่งเท่านั้น ส่งผลทำให้การเจรจาอาจชะงักงันกลางคัน เพราะเจ้าตัวต้องการค่าเหนื่อยที่ลดลงมาไม่มาก แถมการปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นแข้งไร้สังกัด อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าอย่างไรก็ดี ช่วงที่ผ่านมาอเกวโร่ถูกโยงใยกับบาร์เซโลน่า ยอดทีมลา ลีกา สเปนอยู่เช่นกันรวมถึง ปารีส แชงต์-แชร์กแมง ทีมเศรษฐีลีก เอิงฝรั่งเศสอีกต่างหาก อเกวโร่กลายมาเป็นตำนานคาวยิงแมนๆ ซิตี้เมื่อพาทีมกวาดแชมป์พรีเมียร์ลีก มาครองถึง 4 สมัยรวมถึงลีก คัพ 5 สมัย และเอฟเอ คัพ อีกหนึ่งสมัย

เอริคเซ่นแบะท่าอยากกลับเล้าไก่ ไฮไลท์ฟุตบอล

คริสเตียน เอริคเช่น กองกลางอินเตอร์ มิลานกระตือรือร้นที่จะย้ายกลับไปยังท็อตแน่ม อ็อตสเปอร์ในเดือนมกราคมนี้เลย โดยทีมเก่าของเจ้าตัวเองก็สนใจที่จะยืมตัวกลับมาเช่นกัน ตามรายงานข่าวจากสกาย สปอร์ตส์ สื่อกีฬาดังเมืองผู้ดีมิดฟิลด์ทีมชาติเดนมาร์กอยู่ในตลาดซื้อขายนักเตะ หลังจากที่ถูกมองข้ามจากกุนซือ อันโตนิโอคอนเต้ ตั้งแต่ที่ย้ยมาจาก "ไก่เดือยทอง" เมื่อเกือบ 12 เดือนที่แล้วเอริคเซ่นมีโอกาสลงสนามไปเพียง 39 นัดและลงเล่นเพียง 13 ครั้งจากทุกรายการในซีชั่นนี้ โดยยิงหรือแอสชิสต์ไม่ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว"ใหญ่" เปิดโอกาสให้ย้ายทีมแบบยืมตัวได้เลยทีเดียว วิเคราะห์บอล เนื่องจากมองว่าอาจเป็นการเพิ่มมูลค่าของเอริคเช่น เพื่อที่จะได้ขายขาดออกไปได้ในช่วงชัมเมอร์นี้อย่างไรก็ดี ถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีการเจรจาระหว่างทั้งสองสโมสรอย่างเป็นทางการถึงข้อตกลงสำหรับเอริคเช่นขณะเดียวกัน อินเตอร์ได้กำหนดค่าตัวสำหรับทีมที่ให้ความสนใจจะยืมตัวไปร่วมทีมแล้วด้วย

มิลานจ่อเซ็นมานด์ชูดิชเข้าทีม ไฮไลท์ฟุตบอล

เอซี่ มิลาน ใกล้คว้าตัว มาริโอ มานด์ซูคิช กองหน้าตัวเก๋าชาวโครแอตไปร่วมทีมเต็มที่แล้ว หลังมีข่าวทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงกันได้เป็นที่เรียบร้อยมิลานนิวส์ กับ กัลโช่แมร์กาโต้ สองสื่ออิตาลีรายงานว่า มานด์ชูดิช ใกล้ย้ายไปเป็นสมาชิกใหม่ของเอชี มิลาน ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ เป็นการย้ายทีมแบบไม่มีค่าตัว หลังยกเลิกสัญญากับ อัล ดูฮาอิลสโมสรกาตาร์ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว

รายงานข่วระบุว่า มิลาน กับ มานด์ชูดิชตกลงสัญญาระยะเวลา 18 เดือนกันได้ เหลือเพียงแค่ข้อสรุปว่าจะเป็นสัญญาเบื้องต้น 6 เดือน พร้อมเงื่อนไขต่ออีก 12 เดือน หรือจะเซ็นทีเดียว 18 เดือนเลย ไปสิ้นสุดสัญญาหลังจบฤดูกาล 2021-22 โดยมีการคาดการณ์ว่า มิลาน จะเซ็นสัญญากับ มานด์ชูดิชในวันอังคารนี้สำหรับกองหน้าวัย 34 ปี อำลา ยูเวนตุสเมื่อเดือนธันวาคมปี 2019 เพราะไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ เมาริชิโอ ชาร์รี่ เทรนเนอร์คนก่อน ยุติผลงาน 44 ประตูจาก 162 เกมรวมทุกรายการกับ เบียงโดเนรี่ ก่อนย้ายไปเล่นในลีกกาตาร์ ลงสนามไป 10 เกม ยิง 2 ประตู ไม่ประสบความสำเร็จที่นั่น

นาโปลีเผยรูอิชติดโควิดอีกราย ไฮไลท์ฟุตบอล

นาโปลี สโมสรดังแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อาอิตาลี ประกาศยืนยัน เมื่อวันเสาร์ที่ 16 มกราคม ที่ผ่านมาว่า ฟาเบียน รูอิช กองกลางคนเก่งชาวสแปนิชได้รับผลการตรวจหาเชื้อไวรัส "โควิด-19" ออกมาเป็นบวกดาวเตะเลือดกระทิงดุวัย 24 ปี จำเป็นต้องกักตัวที่บ้านตัวเองตามมาตรการ ซึ่งนั่นทำให้เจ้าตัวอดช่วยต้นสังกัดในเกม เซเรีย อา นัดเปิดบ้านดวลกับฟิออเรนติน่า วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคมนี้ รวมถึงเกมชูเปอร์โคปปา อิตาเลียน ที่ นาโปลี มีคิวฟาดแข้งกับยูเวนตุส วันพุธที่ 20 มกราคม อีกด้วยสำหรับฤดูกาลนี้ รูอิช ลงเล่นให้ นาโปลีไปแล้วรวมทุกรายการ 19 นัด ทำได้ 1 ประตูบ้านผลบอล

บาร์ซ่ารอตะกรุบการ์เซียชัมเมอร์ ไฮไลท์ฟุตบอล

มุนโด้ เดปอร์ติโบ สื่อดังของสเปนเผยว่าบาร์เซโลน่า ทีมดังจากสเปนจะรอคว้าตัว เอริค การ์เชียหลังจบฤดูกาลนี้เพื่อจะได้ไม่เสียเงินค่ำตัวให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้เชนเตอร์วัย 20 ปีมีสัญญากับทีมจนถึงช่วงซัมเมอร์นี้เท่านั้น โดยที่ผ่านมาสื่อหลายสำนักรายงานตรงกันว่าตัวนักเตะเตรียมย้ายกลับไปอยู่กับ "เจ้าบุญทุ่ม" โดยตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกันได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าทั้งสองทีมกำลังเจรจากันเรื่องที่จะให้นักเตะย้ายทีมในช่วงเดือนมกราคมนี้เลยโดยคาดว่าบาร์ช่าจะจ่ายเงินให้กับทีม "เรือใบ" ที่ราว 5 ล้านยูโรอย่างไรก็ตามสื่อแดนกระทิงเผยว่าทางวิเคราะห์บอล บาร์เซโลน่า พร้อมที่จะรอจนถึงช่วงซัมเมอร์ค่อยดึง การ์เชียมาร่วมทีมจะได้ไม่ต้องเสียค่าตัวให้กับทาง แมนฯ ซิตี้

ลาปอร์ต้ามั่นใจเมสซี่อยากอยู่ต่อ

โจน ลาปอร์ต้า อดีตประธานสโมสรบาร์เซโลน่าและหนึ่งในผู้ท้ชิงตำแหน่งเชื่อว่า ลิโอเนล เมสซึ่สตาร์ตัวเก่งพร้อมที่จะอยู่ค้าแข้งกับทีมต่อไปแข้งทีมชาติอาร์เจนตินาตกเป็นข่าวเรื่องย้ายทีมตลอดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยมี แมนเชสเตอร์ชิตี้ กับ ปารีส แชงต์-แชร์กแมง ที่จ้องดึงตัวร่วมทีมแต่ทาง ลาปอร์ต ที่ได้รับการคาดหมายว่าจะได้รับการเลือกเป็นประธานคนใหม่มั่นใจ เมสซี่ มีความสุขและอยากอยู่กับทีมต่อไป   "ตอนนี้ เมสซี่ มุ่งมั่นกับการไสตามแอตเลติโก มาดริด ในลา ลีกา และเจอกับ ปารีสแชงต์-แชร์กแมง ในแชมเปี้ยนส์ ลีก" ลาปอร์ต้ากล่าวผ่านทาง สปอร์ต   "ผมไม่รู้ว่าเขาจะลงเล่นเกมวันอาทิตย์นี้ได้หรือไม่ แต่เขาจะมีชื่ออยู่บนม้านั่งข้างสนามและมันสำคัญที่มี เลโอ ให้กำลังใจเพื่อนร่วมทีม""ผมมองเห็นเขามีความสุขมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาสนุกกับมัน ผมรู้ว่าเขาต้องการอยู่ต่อและผมรู้ว่าเขาจะทำทุกอย่างสุดความสามารถตราบใดที่สโมสรสามารถยื่นข้อเสนอที่เหมาะสมกับเขาได้"

ค้างคาวเล็งสอยมาต้าคืนรัง

บาเลนเชีย ตกเป็นข่าวว่าเตรียมที่จะคว้าตัวฆวน มาต้า กองกลางจอมเกชาวสเปนของ แมนฯ ยูไนเต็ด กลับมาร่วมทีมอีกครั้งในช่วงชัมเมอร์นี้ ตามรายงานจากสเปน   ปีเตอร์ ลิม เจ้าของทีม ค้างคาว ได้แสดงความสนใจที่จะเซ็นสัญญากับอดีตกองกลางทีมชาติสเปน ซึ่งจะหมดสัญญากับ ผีแดง ในช่วงชัมเมอร์นี้ตามรายงานจาก ลา ราซอน หนังสือพิมพ์สเปนเปิดเผยว่า ลิม แฮปปี้ที่จะเซ็นสัญญากับ มาต้าเพราะ บาเลนเซีย จะไม่ต้องเสียเงินค่าตัวแต่อย่างใดบ้านผลบอล

ดาวเตะวัย 32 ปี ไม่ได้มีตำแหน่งตัวจริงในทีม ยูไนเต็ด ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยลงสนามไปเพียง 19 นัดเท่านั้นในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลที่แล้วในอดีตเขาเคยตงเล่นให้ ค้างคาว ระหว่างปี 2007 ถึง 2011 ก่อนที่จะย้ายไปยัง เชลซีอย่างไรก็ตาม มาต้า มีโอกาสที่จะปฏิเสธการชักชวนของ ลิม เนื่องจากสโมสรไม่ได้เป็นทีมชั้นนำเหมือนแต่ก่อนแล้วมีรายงานว่า บาเลนเซีย มีปัญหาทางการเงินอย่างมาก และพวกเขาก็สุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้นจากลา ลีกาเป็นครั้งแรก ตั้งแต่ปี 1986 ด้วย โดยปัจจุบันรั้งอันดับ14 ของตาราง มีคะแนนเหนือ เอลเช่ ทีมในโชนตกชั้นเพียง 3 แต้มเท่านั้น แถมเล่นมากกว่า 2 นัด

ย้อนรอย10ดราม่า ศึกแดงเดือด วาปบอล

ลิเวอร์พูล ได้เปิดรังแอนฟิลด์ต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมบิ๊กแมตช์ พรีเมียร์ลีกอังกฤษ คืนวันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม ที่ผ่านมาซึ่งป่านนี้ทุกท่านก็คงทราบผลการแข่งขันกันไปแล้ว นอกจากนัดนี้จะมีการเดิมพันที่ตำแหน่งจ่าฝูงแล้วนั้น การพบกันของทั้งสองทีมที่มีประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่จะได้รับการจับตามองอย่างมากจากแฟนบอล ไม่ว่าพบกันเมื่อไหร่ไฮไลท์ฟุตบอล และนี่คือ 10 เกมแห่งความทรงจำในเจอกันของทั้งคู่วิเคราะห์บอล

1.ลิเวอร์พูล 1-2 แมนฯ ยูในเต็ดปี 2015

  แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ 2 ประตู จากลูกยิงสุดงามของ มวน มาต้า แต่ครามาบังเกิดตอนที่ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ถูกเปลี่ยนตัวลงมาเล่นในครึ่งหลัง แต่เขาอยู่ในสนามได้แค่ 38วินาที ก็โดนไล่ออก หลังไปย่ำใส่ อันเดร์ เอร์เรร่า

2.แมนฯ ยู่ในเติด 0-3 ลิเวอร์พูลปี 2014

   ไฮไลต์อยู่ที่การเข้าไปจูบกล้องของสตีเว่น เจอร์ราร์ด หลังทำประตูได้ โดยนัดนี้ "สตีวีจี" ยิง 2 ประตู จากจุดโทษ ก่อนที่หลุยส์ ซัวเรช จะมาตอกตะปูปิดฝาโลงท้ายเกม

3.แมนฯ ยู่ในเต็ด 1-4 ลิเวอร์พูลปี 2009

   หนึ่งในเกมที่ลิเวอร์พูลเล่นได้อย่างสุดยอด หลังโดน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยิงจุดโทษให้ยูไนเต็ดออกนำตั้งแต่ต้นเกม . ก่อนที่เฟร์นานโด ตอร์เรส, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ฟาบิโอ ออเรลิโอ และ อันเดรีย ดอสเซน่า จะมาช่วยกันยิงสลุต โดยเฉพาะตอร์เรสที่ทำเอา เนมานย่า วิดิช เสียคนเลยทีเดียว

4.แมนฯ ยู่ในเต็ด 2-1 ลิเวอร์พูลปี 1999

   แมนฯ ยูไนเต็ด สร้างประวัติศาสตร์คว้าทริปเปลแชมป์ในปีนั้น โดยต้องผ่านเกมดราม่ามาหลายนัด รวมทั้งแมตช์พบลิเวอร์พูลในเอฟเอ คัพ รอบ 4 ซึ่ง "หงส์แดง" ได้ประตูนำจาก ไมเคีล โอเว่น แต่ ดไวท์ ยอร์คกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มายิง 2 ลูก ใน 2นาที่สุดท้าย

5.แมนฯ ยูในเต็ด 1-0 ลิเวอร์พูลปี 1996

   ทั้งสองทีมลงเล่นในศึกเอฟเอ คัพรอบชิงชนะเลิศ ที่สนามเวมบลีย์ และเกมทำท่าจะต้องต่อวลา แต่ เอริก คันโตน่า มาทำประตูชัยก่อนจบเกมแค่ 5 นาทีเท่านั้น

6.แมนฯ ยู่ในเต็ด 2-2 ลิเวอร์พูล ปี 1995

   การกลับมาลงเล่นนัดแรกของ เอริก คันโตน่า หลังโดนแบนยาวเพราะไปกังฟูคิกใส่แฟนบอลคริสตัล พาเลซ และเขาก็เปิดให้ นิคกี้บัตต์ ทำประตูขึ้นนำตั้งแต่ 2 นาทีแรก แต่ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ชัดสองให้ทีมแซงนำ ก่อนที่"ก็องโต้" จะยิงจุดโทษตีเสมอได้ในที่สุดบ้านผลบอล

7.ลิเวอร์พูล 3-3 แมนฯ ยูในเต็ด ปี 1994

   "ปีศาจแดง" กำลังก้าวเข้าสู่ยุคทองของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และเป็นฝ่ายออกนำถึง 3-0 ใน 25 นาทีแรก แต่"หงส์แดง" ไม่ยอมแพ้กลับมาตามตีเสมอได้สำเร็จ

8.ลิเวอร์พูล 3-3 แมนฯ ยูในเต็ด ปี 1988

   แมตช์นี้เป็นที่จดจำด้วยท่าดีใจสูบชิการ์พ่นควันปุ๋ยของ กอร์ดอน สตรัคคั่น ต่อหน้าบรรดา "เดอะ ค็อป" เมื่อยิงตีเสมอให้ยูไนเต็ดได้ในนาทีสุดท้าย หลังลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายนำ 3-1

9.ลิเวอร์พูล 2-1 แมนฯ ยูในเต็ด ปี 1983

   ถ้วยมิลด์ คัพ 1983 ถือเป็นแชมป์สำคัญรายการสุดท้ายของ บ็อบ เพสลี่ย์ ตำนานกุนซือ "หงส์แดง" โดย นอร์แมน ไวท์ไซด์ ยิงให้ "ปีศาจแดง" ขณะที่ อลันเคนเนดี้ และ รอนนี่ วีแลน ช่วยกันชัดให้ลิเวอร์พูลคว้าชัย

1.แมนฯ ยูในเต็ด 2-0 ลิเวอร์พูล ปี 1915

   ถือเป็นเกมอัปยศเพราะไปข้องเกี่ยวกับการพนั้น และมีการล็อกผลการแข่งขัน สงผลให้นักเตะของทั้งสองทีมโดนแบนตลอดชีวิต ไปทั้งหมด 7 ราย

อยากมีคิมมิชสักสองคน

จะให้ดีที่สุด บาเยิร์นอยากมี โยชัว คิมมิชสองคน คนหนึ่งเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง อีกคนเป็นแบ็กขวา วาปบอลเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 1996 นักวิจัยที่โรสลิน,สกอตแลนด์ ได้สร้างความสำเร็จที่นทึ่ง "ดอลลี่" ให้โลกของเรา แกะที่มาจากการโคลนนิ่ง สัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนมตัวแรก อันรวมถึงมนุษย์ก็อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย ทำให้บางครั้งบางทีมีความรู้สึกได้ว่า บาเยิร์นคงอยากใช้ความรู้ที่ได้รับจากวิทยาการแขนงนี้อย่างมาก ถ้ไม่เกิดคำถามขึ้นเสียก่อนว่าคิดดีแล้วหรือมันคงถึงยุคสมัยที่แชมป์เยอรมันอยากทำแบบนั้นเป็นหนที่สอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมองไปยังฟอร์มการเล่นที่ตกรูดของผู้เล่นแบ็กขวา และรู้ว่า โยชัว คิมมิชเล่นได้ดีที่สุดในบรรดาผู้เล่นทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เสือใต้ไม่สามารถทำได้ เพราะเขาเป็นมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดคนหนึ่งในโลก มันจะทำให้ตรงกลางขาดซึ่ง ผู้ทำเกม, ผู้จัดระเบียบ,ผู้มองภาพรวมและคอนโทรลคม อันเห็นได้จากหกสัปดาห์ระหว่าง 8 พฤศจิกายน์ ถึง 18 ธันวาคม ตอนที่บาดนักเตะวัย 25 ปีผู้เข้รับการผ่าตัดเข่าที่บาดเจ็บวิเคราะห์บอล

ปกตินั้นคิมมิชเป็นผู้เล่นที่บาดเจ็บจนลงเตะไม่ได้น้อยมาก ครานี้เขาต้องเข้าคอร์สกายภาพบบัดฟื้นฟูร่างกาย ที่เขาทำตามสไตล์ มีความมืออาชีพสูง, การเข้าคอร์สพิเศษ, ไม่ย่างนั้นอาการบาดเจ็บเช่นนี้อาจใช้เวลารักษายาวนานกว่า 40 วัน ทัศนคติที่คิมมิชมีมาตั้งแต่วัยเยาวเยนส์ แฮร์เทล เฮดโค้ชคนปัจจุบันของฮันซ่า รอสต๊อค และอดีตโค้ชยาวชนไลปชิกเล่าเอาไว้ว่า บ้านผลบอล"โยชัวย้ายมาจากสตุ๊ตการ์ทมาอยู่กับเราโดยมีอาการกระดูกหัวหน่าวอักเสบติดตัวมาด้วย" ทำให้คิมมิชที่ถูกมองว่าดึงตัวมาให้ทีมชุดใหญ่ในลีกาสาม ต้องไปฝึกซ้อมกับทีมยู-19 และลงเตะสองนัด "เขาทำงานหนักในการฝึกซ้อมและไม่บ่นอะไรออกมาเลย เขาทำแบบมืออาชีพเห็นได้ชัดตั้งแต่ในระดับเยาวชน"

เขามีคุณภาพติดตัวมาด้วย ในการปักหลักในบุนเดสลีกา อีกเจ็ดปีต่อมา คิมมิชเป็นทริปเปิลแชมป์ยิ่งไปกว่านั้นเขาเป็นตัวหลักในทีมชาติและบาเยิร์น บงการเกม, คอยดักบอล, สร้างความนิ่งในทีม ชีอีโอบาเยิร์นคาร์ลไฮนซ์ รุมมนิกเก้ บอกว่า "เขามีความเข้าใจเกมเยี่ยมยอด เป็นผู้กำหนดจัหวะและกระตุ้นเกมของเรายิ่งไปกว่านั้น โยชัวมีความมุ่งมั่นสู่ชัยชนะ การขยันวิ่งอันเป็นที่สุดของที่สุด"ความสามารถเช่นนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ ติอาโก้ ย้ายไปยังลิเวอร์พูคิมมิชเองเคยให้สัมภาษณ์ถึงบทบาทตรงกลางว่าวาปบอล "อันที่จริงไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงเยอะเลย ซีชั่นก่อนผมก็เล่นตรงกลางในยุคของเทรนเนอร์ฮันชื่ ฟลิค"เฮดโค้ชเสือใต้ขยับเขาไปเล่นตำแหน่งหมายเลขหกและละจากการโรเตชั่นไปมาระหว่างแบ็กขวากับมิดฟิลด์ตัวกลาง อันต่างจากยุคของ นิโก้ โคว้ช   คิมมิชบอกว่า "แต่ก่อนมีการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเกือบทุกสัปดาห์ ทำให้ผมมีปัญหาในการจับจังหวะเพราะแต่ละตำแหน่งเล่นต่างกันอย่างสิ้นเชิง มันไม่ง่ายเลย"

ในการนี้ต้องใช้เวลาในการปรับตัวสร้างความคุ้นเคย แต่ถ้ามีความจำเป็นในการสลับตำแหน่ง อย่างเช่นเกมเจอไมนซ์ในครึ่งหลังตอนที่บาเยิร์นตามหลัง 0-2 คิมมิชก็พร้อม ทำได้หนึ่งประตู หนึ่งแอสซิสต์ บาเยิร์นชนะ 5-2คิมมิชแจงว่า "ไม่มีปัญหา ผมยินดีทำหน้าที่เพื่อทีม ผมรู้ดีว่าชอบการเล่นตำแหน่งใดมากกว่า แต่มันสำคัญกว่าในการชนะเกมการแข่งขัน ไม่ใช่ดื้อด้านอยู่กับการเล่นหมายเลขหก คิดถึงแต่ตนเอง คิดถึงแต่ตำแหน่งนี้ ผมพิสูจนให้เห็นบ่อยครั้งว่า ผมสามารถเป็นผู้เล่นสำคัญได้ทั้งสองตำแหน่ง"เขามองภาพรวมขนาดใหญ่ ทั้งในและนอกสนาม เมื่อคิมมิชพบว่ามีปัญหาที่ใด, รูรั่วในระบบ หรือการขาดสมาธิ เขาจะชี้ให้ะวัง เขาพูดจาตรงไปตรงมาที่อาจทำให้อึดอัดใจ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมทีมหรือบอร์ดกีฬาฮาซาน ซาลิฮามิดชิช บอกว่า ไฮไลท์ฟุตบอล"เขาเป็นคนเปิดเผยตรงไปตรงมา แม้นเราพบความสำเร็จมากมายในปีที่ผ่านมา ถ้าพบจุดอ่อนหรือข้อด้อย เขาจะรีบพูดจาหารือทันที"

นี่คือความพยายามทำให้ดีขึ้นไม่รู้จบ เมื่อผสมผสานความสมารถเชิงลูกหนังกับทัศนคติของเขา ทำให้คิมมิชเยี่ยมมาก เขามีแรงขับกระตือรือร้น ในวัยหนุ่มเป็นเพียงความมุ่งมั่นเพียวๆ เท่านั้น แรงจูงใจขนานแท้ของตนเอง อุปนิสัยอันเป็นที่ต้องการของแชมปสูงสุดเมืองเบียร์ ถ้อยากทำให้เหนือกว่าสตาร์คนอื่น ชูธงเดินหน้าและอยากคว้าชัยชนะทุกอย่าง เขาเป็นต้นแบบเมื่อพูดถึงอุปนิสัยใจคอนักเตะแชมบุนเดสลีกาห้าสมัยอธิบายว่า "ในโหมดการแข่งขันนั้น ผมไม่ได้คิดในหัวว่า ต่อสู้, ทุ่มเทมันเป็นส่วนหนึ่ง แต่ความสำคัญอยู่ที่ การดื่มดำกับเกมและความสนุกสนานในสนาม วิเคราะห์บอล การผสมผสานระหว่างผ่อนคลายกับตึงเดรียด ดูดันก้าวร้าวกับสมาธิ ในยุคของโควิดที่ไม่มีผู้ชม เราต้องทำให้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติด้วยตนเองโดยทั่วไปเมื่อมีผู้มจะทำให้ถมมีความข้มนั้นเพิ่มขึ้น"แต่อัฒจันทร์อันว่างเปลาทให้ไม่มีฟิดแบ็กกลับมา ผู้เล่นต้องวอารมณ์ขึ้นมาเอง เพื่อเพิ่มอะดรีนาลีนในตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำให้จิตใจสดชื่น การทซีชั่น 2019/20 เป็นไปอย่างดีนั้น คิมมิชมีความคิดเห็นว่า "การที่เราไปได้สวยแม้นไม่มีผู้ชม นี่คือจุดแข็งอันยิ่งใหญ่ของเรา การสร้างแรงขับขึ้นมาเอง ตอนนี้เราต้องแสดงให้เห็นอีกครั้ง เพื่อจะได้ไสียประตูเยอะ"

ชัดๆ แล้วนั้น อะไรคือแรงขับของเขา? เขาสร้างแรงจูงใจให้ตนเองได้อย่างไร? มันเป็นเพราะคู่แข่งด้วยไหม? วาปบอล นักเตะหมายเลขหกเสือใต้บอกว่า "แน่นอนที่คนเราย่อมมีคู่แข่ง ที่อาจสร้างแรงจูงใจได้ แต่โดยทั่วไปอยู่ที่การทำงานร่วมด้วยช่วยกันในทีม การทุ่มเททุกอย่างเพื่อเป้าหมาย การทำให้ดีที่สุด ทำให้พบว่าในสนามเป็นทีมอย่างแท้จริง"กลุ่มนักเตะที่บางส่วนรู้จักกันมาในวัยเยาว์ใช้ชีวิตส่วนตัวยามว่างด้วยกัน (แชร์จ นาบรี้, เลออนโกเร็ทช์ก้า, ดาวิด อลาบา) บวกกับเทรนเนอร์ผู้มอบอัตลักษณ์ให้ที่ม ทั้งแท็กติกลูกหนังและการใช้ชีวิตด้วยกัน

คิมมิชมองว่ามันสำคัญมาก "เขาให้คุณค่าอย่างมากต่อ พวกเรานักเตะ, ทีมงานสตาฟฟ์ และเพื่อนร่วมงานทั้งหมด นอกจากนั้นในเรื่องฟุตบอลเขาได้สร้างแกนหลักในทีมขึ้นมา โธมัส มูลเลอร์ ได้เล่นตำแหน่งหมายเลขสิบในทีมเสมอ ผมเป็นหมายเลขหกเสมอ ดาวิด อลาบา เป็นกองหลังตัวกลงเสมอ เราเป็นผู้ล่นสามคนที่อ่อนตัวในการลงสนาม มันเป็นได้ทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนตอนนี้เรามีแกนหลักชัดเจนรวมกับ มานูเอล นอยเออร์และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกั มันช่วยเราได้มหาศาล"คิมมิชในบทบาทนักคิดและบงการเกม ยิ่งไปกว่านั้นบ่อยครั้งเขาเป็นผู้ซี้ขาดเกมคนสำคัญเขาวางบอลให้ คิงส์เล่ย์ โกมัน โหม่งประตูชัยนัดชิงชปล. เจอ ปารีส เขาทำประตู 3-2 ในเกมชูเปอร์คัพ เจอ ดอร์ทมุนด์ การแย่งบอลและผ่านบอลเยี่ยมนำไปสู่ประตูที่สองในเกมชนะ โคโลญจน์ 2-1 เช่นเดียวกับประตู 1-0 ในเกมชนะ แอตเลติโก มาดริด 4-0 ยังมีอื่นๆ อีกไหม?เขาทำประตูชัยที่มอสโก เกมชนะ 5-2 ที่ชัลซ์บวร์ก ทำประตูขึ้นนำ 3-2 หลังตามหลังอยู่ก่อน การคัมแบ็กก่อนคริสต์มาสผ่านบอลให้ เลวานดอฟสกี้ยิงประตูชัย 2-1 ในช่วงทดเวลาเกมเยือนเลเวอร์คูเช่น ล่าสุดเกมเจอไมนซ์ ขยับไปเป็นแบ็กขวาครึ่งหลังถลกแขนเสื้อตามไล่ล่าไมนซ์บ้านผลบอล

แน่นอน ความสามารถในการชี้ขาดเกมย่อมขึ้นอับอุปนิสัยด้วย แต่การตีกรอบเอาไว้ลำพังสิ่งเดียวคงเป็นสิ่งที่ผิด เพราะคิมมิชยังมีเท้าชั่งทองที่สุดยอดและความฉลาดในเกมอย่างมาก ไม่นประหลาดใจเลยที่รุมเมนิกเก้ พูดว่า "ทุกทีมในโลกคงรู้สึกว่าโชคดีมาก ถามีผู้เล่นอย่าง โยชัว คิมมิช อยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นมิดฟิลด์หรือแบ็กขวาวาปบอลผมไม่ได้พูดอะไรเกินเลยนะ โยชัวเป็นผู้เล่นระดับโลก เขาเป็นองค์ประกอบชี้ขาดที่สำคัญในทีมบาเยิร์นและทีมชาติ"น่าเสียดายที่มีคิมมิชคนเดียวในทั้งสองทีม ที่วางแผนให้เขาเล่นตำแหน่งหมายเลขหกเช่นเดียวกัน ขณะที่ในทีมชายยังพอมีตัวเลือกในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางบ้าง การวางแผนขนาดทีมบาเยิร์นมีความผิดพลาดเกิดขึ้นไม่ได้คว้าผู้เล่นที่แกร่งพอเป็นออปชั่นในตำแหน่งหมายเลขหกและแบ็กขวาเข้ามา ด้วยเหตุนี้ถ้ทำการโคลนนิ่งคิมมิชได้มันคงสุดยอดรุมเมนิกเก้ บอกว่า "น่าเสียดายที่เรามี โยชัวคิมมิช เพียงคนเดียวเท่านั้น เราโชคดีที่มีเขาในทีมบาเยิร์นเพราะคุณภาพลูกหนัง, ความเข้าใจแท็กติก, ความสามารถในการเล่นตำแหน่งต่างๆ มากมาย, รวมกับอุปนิสัยและความฉลาดทางสังคมของเขาที่สุดยอด"

ซาลิฮามิดชิช พบว่า "โยชัวมีพัฒนาการตั้งแต่วันแรกกับบาเยิร์น เขาไม่หยุดในการทำให้ดีขึ้นไปอีก"ความก้าวหน้าของคิมมิชก็มีความสำคัญต่อพัฒนาการของเสือใต้ ด้วยเหตุนี้หลังจากไปพ่ายกลัดบัค 2-3 ที่เขาได้ทำการวิพากษ์วิจารณ์เอาไว้อีกครั้ง เริ่มต้นด้วยการวิพากษ์ตนเอง เหมือนกับเกมครึ่งแรกเจอไมนซ์และตั้งแต่นาที 35 ที่กลัดบัคที่เขาบอกอย่างตรงไปตรงมาว่า "คิมมิชทำได้ไม่ดี" วิเคราะห์บอล ทั้งสองหนเขาเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางตำแหน่งหลักของเขาที่ตอนนี้ทีมจะขาดไม่ได้เลยแต่เมื่อมองไปยังการที่ เบนฌาแม็ง ปาวาร์ฟอร์มตกในตอนนี้ บางทีคิมมิชอาจต้องเปลี่ยนตำแหน่งกลับมาเป็นแบ็กขวาอีกครั้ง เพื่อให้ส่งผลดีต่อทีม ทางออกชั่วคราว ไม่ได้ถาวรยาวนาน เพราะไม่มี ติอาโก้ ในทีมอีกแล้ว ไม่อย่างนั้นตรงกลางจะเป็นบ่อขนาดใหญ่ ทั้งหลายทั้งปวงเป็นเพราะผู้เล่นแบ็กขวาในทีมเองคิมมิชมีข้อสังเกตที่น่จะถูกต้องยามไปเล่นแบ็กขวาว่า "ซีชั่นก่อนผมแทบไม่ได้เล่นแบ็กขวาเลยและเมื่อจำเป็นต้องไปช่วยยังไปได้สวย กับคิมมิชเพียงคนเดียวยังสามารถฟังก์ชันได้อยู่นะ"

ลาห์มพูดถึงคิมมิช

ฟิลิปเป้ ลาห์ม กัปตันทีมบาเยิร์นและทีมชาติเยอรมันพาทีมคว้าทริปเปิลแชมป์ 2013 และบอลโลก 2014 ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่เขาทำได้ด้วยการเล่นเป็นแบ็กขวา แม้นว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่าและ โยอาคิม เลิฟ อยากให้เขาเล่นหมายเลขหกมากกว่า วาปบอล เขารู้ถึงสถานการณ์ของ โยชัว คิมมิชผู้คว้าทริปเปิลแชมป์ 2020 ในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง แต่ต้องมาเล่นแบ็กขวาแทน เบนฌาแม็งปาวาร์ ผู้เป็นแบ็กอัพของเขาคุณลาห์ม คล้ายคลึงกับคุณในตอนนั้น โยชัว คิมมิช ถูกโยกไปมาระหว่าง มิดฟิลด์ตัวกลางกับแบ็กขวา คุณมองพัฒนาการของเขาอย่างไร? เขามีคุณค่าเพียงใดกับบาเยิร์นและทีมชาติ? ไฮไลท์ฟุตบอล  "ในทางบวกอย่างมาก แต่ละปีที่ผ่านไปโยชัวมีพัฒนาการอันสุดแกร่ง มีค่าอย่างมากกับบาเยิร์นและทีมชาติ"

มันเป็นทั้งข้อดีและข้อเสียพร้อมกันไหม เมื่อสามารถเล่นได้แกร่งสองตำแหน่งเช่นนี้? ความยากลำบากอยู่ตรงไหน? "ก่อนอื่นมันดีต่อโยชัว ในยุค เป็ป กวาร์ดิโอล่า เขาถูกโยนลงเล่นหลายตำแหน่งที่ต่างกัน วิเคราะห์บอล ทำให้เขาได้สั่งสมประสบการณ์สูงและพฒนาตนเองได้ ตอนนี้เขาปักหลักแล้ว มันสำคัญที่ต้องยึดกับตำแหน่งนี้และให้เขาพัฒนาสู่การเป็นนักเตะระดับโลก ผมมองว่าโยชัวมีโอกาสมากในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง การเล่นริมเส้นต้องการผู้เล่นที่เร็วอยู่เสมอ แนวโน้มออกมาเช่นนี้ รวมกับสภาพร่างกายที่แข็งแกร่ง"เขาอยู่บนเส้นทางดีที่สุดในการเป็น ฟิลิปป์ ลาห์มคนใหม่ ในสไตล์ของเขาไหม? โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบทบาทผู้นำ หรือเขาทำได้แล้ว? "กับบาเยิร์นปีกลายมีแกนหลัก นอยเออร์, อลาบา, บัวเต็ง, มุลเลอร์ และ เลวานดอฟสกี้ ที่เหนือชั้น แต่มันจบลงไปแล้ว ตอนนี้มีนักเตะผู้นำคนใหม่เข้ามา คือ โยชัว"

ปัญหาในระบบการเล่น

การเสียประตูมากมายเป็นประเด็นปัญหาหลักของบาเยิร์นต่อไป เมื่อเทียบกับตัวเลขหลังผ่านไป 15 นัดบุนเดสลีกา 2014/15 เสีย 3 วาปบอลประตู, 2012/13 6 ประตู และ 2015/16 8 ประตู มาถึง 2020/21 ต้องไปเก็บบอลจากก้นตาข่ายแล้ว 24 ครั้ง6 ประตูมาจากการโต้กลับเร็ว (มีเพียงฮอฟเฟนไฮม์ 7 ประตู ที่เสียมากกว่านี้) กองหลังเสือใต้ต้องเจอกับสถานการณ์ดวลกันตัวต่อตัวหรือวิ่งแข่งกัน อัลฟอนโช่ เดวิส บ้านผลบอลแม้นว่าวิ่งได้เร็วจี๋ แต่ก็ชอบยืนตำแหน่งพลาด รวมทั้ง ดาวิด อลาบา และ นิคลาสซือเล่ ด้วย เบนฌาแม็ง ปาวาร์ ปล่อยให้คู่แข่งเข้ามาเล่นด้านในบ่อยเกินไป ลูคัส แอร์กน็องเดช ผู้ทำหน้าที่แบ็กซ้ายช่วงขาดเดวิส แม้นมีความดุดันมาก แต่ก็เป็นไฟต์เตอร์มากกว่า ยังไม่คุ้นเคยกับแท็กติกที่ผู้เล่นในทีมทั้งหมดยืนสูงการที่แนวรับยืนสูงมาก ทำให้คู่แข่งมีพื้นที่ว่างเยอะ มันยิ่งเกิดอันตรายมากขึ้น เมื่อพื้นที่ตรงกลางหน้าแผงรับไม่มีผู้เล่นฝั่งเดียวกัน อย่างเช่น โยชัวคิมมิช ผู้เล่นตำแหน่งหมายเลขหกเสียบอลให้กลัดบัคห่างเส้นกึ่งกลางสนามเล็กน้อย ทำให้โดนตีเสมอ 2-2 ทันที เพราะ เลออน โกเร็ทช์ก้า พาสชีฟกับ ลาร์ส ชตินเดิล ผู้ผ่านบอล และซือเล่เช็กล้หน้าครึ่งๆ กลาง ๆ ก่อนเสียประตู 1-2 ลีรอย ชาเน่ เอื่อยเฉื่อย ในการรับบอลจากป่าวาร์ ครองบอลไม่ได้ ทั้งสองประตูมาจากการป้องกันที่ไม่ได้ออกแรงอย่างเต็มที่

นอกจากความผิดพลาดส่วนบุคคล ยังมีข้อด้อยในการตั้งรับด้วยกัน ทั้งทีมไม่ได้ทำงานอย่างทุ่มเทและร่วมแรงร่วมใจกันอีกแล้ว ในการเข้าแย่งบอล ไม่เหมือนการเข้าไปเพรสซึ่งสุดโหดในซีชั่นก่อนอย่างไรก็ตามสไตล์กรเล่นที่ต้องใช้เรี่ยวแรงอย่างมากนี้ต้องมีการโมดิฟาย อยู่แล้วในโปรแกรมคับคั่ง 2020/21การทำได้ 46 ประตู เฉลี่ยนัดละ 3.1 ประตู พิสูจน์ได้ว่ารูปแบบการรุกของเทรนเนอร์ ฮันชื่ฟลิค ยังฟังก์ชันได้ดี แต่ก็ต้องทำการป้องกันให้ดีขึ้นอีกเยอะ เพื่อไม่ให้คู่แข่มีพื้นที่ว่างและจำกัดพื้นที่การเล่น การปรับเปลี่ยนไนการเพรสซิ่งน่าจะช่วยได้ เห็นได้จาก เรอัล มาดริด ที่ยืนต่ำ ทำให้คว้าแชมปีชปล.สี่สมัยระหว่าง 2014-2018แต่ท้ายที่สุดย่อมขึ้นอยู่กับสภาพของนักเตะ การที่บาเยิร์นเสีย 7 ประตูจากลูกนิ่ง (2 จากฟรีคิก 3 จากตะมุม อีกอย่างละหนึ่งจากการทุ่มและจุดโทษ) วิเคราะห์บอล บ่งชี้ว่าเกมรับไม่เข้าขากันและขาดระเบียบยิ่งไปกว่านั้นเรื่องของสมาธิ เพราะ 14 ประตูเสียในครึ่งแรก มีเพียง ฮอฟเฟ่นไฮม์ (16) และชาลเก้ (17)ที่เสียมากกว่า แล้วถ้านายทวาร มานูเอล นอยเออร์ไม่โชว์ซูเปอร์เชฟให้เห็นบ่อย ๆ เสือใต้คงเสียประตูมากไปกว่านี้อีกไฮไลท์ฟุตบอล

Boot Room

ทำยังไงก็โกรธไม่ลง

ความสำเร็จที่ลิเวอร์พูลทำได้เมื่อฤดูกาลก่อน ส่วนหนึ่งเกิดจากความเยือกเย็นในเรื่องการเสริมทัพยกตัวอย่างคือการได้ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์เข้ามาร่วมทีม แม้จะต้องเสียเงินไปเยอะ และกินเวลานานกว่าจะปิดดีลได้สำเร็จ แต่พวกเขาก็ดำเนินการอย่างใจเย็นวาปบอล โดยไคิดหันไปหาตัวเลือกอื่นที่ไม่สมบูรณ์แบบในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา มีไม่กี่ดีลที่ลิเวอร์พูลคำเนินการอย่างระมัดระวัง ซึ่งหนึ่งในดีลนั้นเคยเกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม ปี 2007 คือตอนคว้าฮาเวียร์ มาสเคราโน่ กองกลางดีกรีทีมชาติอาร์เจนตินาราฟาเอล เบนิตช ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลตามดูฟอร์มของมาสเคราโน่ตั้งแต่สมัยเริ่มติดทีมชาติอาร์เจนตินาชุดใหญ่ ซึ่งนั่นเกิดขึ้นก่อนที่มาสเคราโน่จะขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ของริเวอร์ เพลก ได้ด้วยซ้ำตอนนั้น เบนิเตชต้องการกองกลางที่แข็งแกร่ง,ใจสู้, เล่นบอลง่าย ๆ และทั้งหมดที่กล่าวมามีในตัวของมาสเคราโน่ เขาคือคนที่สมบูรณ์แบบสำหรับงานนี้อย่างไรก็ตาม ตามกฎของฟีฟา มีโอกาสที่ดีลนี้จะล่ม เพราะเงื่อนไขบางประการ บ้านผลบอลแต่ไม่ว่านานแค่ไหน เบนิเตชก็ยอมรอเพื่อจะเซ็นสัญญากับมาสเคราโน่ให้ได้ปี 2006 การที่ มาสเคราโน่ ย้ายไปอยู่กับเวสต์แฮม เป็นเวลาสั้น ๆ พร้อมๆ กับ คาร์ลอส เตเวซและจนถึงตอนนี้ปัจจุบันดับเบิล ดีลนี้ยังถือเป็นหนึ่งในเรื่องที่แปลกประหลาดมากที่สุดของประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกทั้งมาสเคราโน่และเตเวชยายไปอยู่ "เดอะแฮมเมอร์ส" ด้วยสัญญายืมตัว ทว่าคนที่เป็นเจ้าของสัญญาของพวกเขากลับเป็นกลุ่มบุคคลที่ 3 ที่ไม่ใช่ทีมฟุตบอล

เอาแค่การที่เวสต์แฮมได้สองแข้งละตินชื่อดังที่เนื้อหอมมากที่สุดไปร่วมทีมก็ถือว่านฮือฮมากพอแล้วเพราะ "ขุนค้อน" ช่วงเวลานั้นอยู่ในกลุ่มหนีตกชั้น แต่ที่น่าประหลาดใจมากขึ้นไปอีกคือ มาสเคราโน่กลับไม่ได้รับโอกาสเห่ไหร่นัก ผิดกับเตเวชที่กลายเป็นคีย์แมนพาทีมรอดตกชั้นด้วยการทำไป 7 ประตูเวลานั้นมีข่าวลือว่าสาเหตุที่มาสเคราโนไม่ค่อยถูกส่งลงสนามเพราะมีเงื่อนไขที่ว่าเวสต์แฮมจะต้องจ่ายเงินเพิ่มตามจำนวนนัดที่เขาลงสนาม พวกเขาจึงจำกัดเวลาการลงเล่นของมิดฟิลด์อาร์เจนไตน์การไม่ได้ลงสนามของมาสเคราโน่ย่อมส่งผลกระทบต่อการพัฒนาฝีเท้า จนถึงขนาดที่ อัลฟิโอบาซิเล่ เทรนเนอร์ทีมชาติอาร์เจนตินาบอกว่ามาสเคราโน่ควรย้ายออกจากเวสต์แฮมให้เร็วที่สุดเท่ที่จะเป็นไปได้ซึ่งส่วนตัวหวังด้วยว่ามาสเคราโน่จะย้ยไปอยู่กับยูเวนตุสและสำหรับมาสเคราโน่ที่ต้องการลงสุนามมากกว่านี้ สุดท้ายเขาก็เรียกร้องย้ายออกจากทีมมาสเคราโน่กับลิเวอร์พูลบรรลุข้อตกลงกันได้ตั้งแต่เดือนมกราคม ทว่าตามกฎของฟีฟ้าระบุว่าห้ามนักเตะคนไหนก็ตามเล่นให้มากกว่า 2 สโมสร ในช่วงระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม ถึงวันที่ 30 มิถุนายนของอีกปี ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าว มาสเคราโน่เล่นให้ทั้งโครินเรียนส์และเวสต์แฮมไปก่อนแล้ว

พอถึงวันที่ 31 มกราคม ปี 2007 ฟีฟ่า อนุมัติดีลนี้ แต่ถึงแม้ลิเวอร์พูลจะยื่นรายละเอียดการลงทะเบียนเขาทันก่อนเลยเส้นตาย แต่พรีเมียร์ลีกไม่ได้ตอบในทันทีว่า มาสเคราโน่มีสิทธิ์ลงเล่นให้ลิเวอร์พูลได้หรือไม่วิเคราะห์บอล โดยพรีเมียร์ลีกบอกว่า "ต้องการเวลาเพื่อทำให้เกิดความแน่ใจค้นข้อตกลงที่เกิดขึ้น"ซึ่งกว่าที่เขาจะสมารถลงเล่นให้ลิเวอร์พูลได้ก็ต้องรอผลการยื่นอุทธรณ์ที่สโมสรได้รับคำตอบในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ปี 2007ส่วนเวสต์แฮมถูกพรีเมียร์ลีกตั้งข้อหาว่าผิดกฎข้อ B13 อันว่าด้วยการกระทำหน้าที่โดยไม่สุจริต และกฎข้อ U18 ซึ่งเกี่ยวกับอิทธิพลการที่กลุ่มบุคคลที่ 3ถือสิทธิ์การเป็นเจ้าของนักเตะ และต่อมาพรีเมียร์ลีกก็สั่งปรับเงินเวสต์แฮมด้วยจำนวนเงิน 5.5 ล้านปอนด์อันเป็นสถิติโลกลิเวอร์พูลพยายามอย่างหนักเพื่อให้ได้นักเตะที่เบนิเตชต้องการ แต่ไม่ใช่ว่ามาสเคราโน่เข้ามาแล้วจะทำผลงานยอดเยี่ยมได้ทันทีเป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ที่ฟอร์มของเขาไม่เข้าฝักเท่าไหร่ไหร่ในช่วง 6 เดือนแรก เพราะก่อนที่มาสเคราโน่จะมาที่นี่ เขาแทบไม่ได้ลงเล่นเลยตั้งแต่มาอยู่ในอังกฤษมิหนำซ้ำแผมิดฟิลด์ของลิเวอร์พูลแทบจะสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว เพราะมีทั้ง สตีเว่น เจอร์ราร์ด กับ ชาบี อลอนโซ่ดังนั้นในช่วงแรก ไม่แปลกเลยที่จะมีคนกังขาถึงการเสริมทัพครั้งนี้ ขนาด เจอร์ราร์ด เองก็ไม่ได้ตระหนักถึงชื่อเสียงอันโด่งดังของมาสเคราโนในอาร์เจนตินาเท่าไหร่นักวาปบอล

"มีนักเตะเพียงไม่คนที่ทำให้ผมประหลาดใจมาก ๆ จนถือว่าเปลี่ยนความคิดของผมไปเลยได้ ซึ่งตอนแรก ๆ ฮาเวียร์มีสภาพย่ำแย่มาก ๆ" "การผ่านบอลบางจังหวะของเขาแย่สุด ๆ แต่ตอนนั้นเขาต้องการเวลาสำหรับการปรับตัวเข้ากับทีม ที่จริงตอนแรกผมคิดเหมือนกันนะว่า -ฉันไม่มั่นใจว่านี่เป็นการเสริมทัพที่ดี- แต่หลังจากตะไปแล้ว 5 หรือ 6นัด มันก็เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นคนที่เก่งมาก ๆ" เจอร์ราร์ดยอมรับแบบตรงๆ

อย่างไก็ตาม ดีเอโก้ มาราโดน่า บ้านผลบอลตำนานนักฟุตบอลผู้ล่วงลับกลับไม่เคยกังขาในแข้งรุ่นน้องรายนี้เลย และกล่าวในตอนที่รู้ว่ามาสเคราโน่ยายไปอยู่กับลิเวอร์พูลว่า "มาสคราโน่เป็นนักเตะดาวรุ่งที่มีพรสวรรค์สูงที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาในช่วงไม่หลายปีที่ผ่านมา"ไม่นานหลังจากนั้น เรื่องดีๆ ก็ตามมามาสเคราโน่เริ่มปรับตัวเข้กับทีมได้ดีขึ้น เขาเล่นได้ยอดเยี่ยมสมกับคำยกย่องสมัยเป็นดาวรุ่งในอาร์เจนตินาบู๊สะบั้นหั่นแหลก, มีความเป็นผู้นำ และอ่านเกมเฉียขาด ทำให้สมัยที่เล่นให้ลิวอร์พูล มาสเคราโน่กลายเป็นหนึ่งในกองกลางตัวรับที่เก่งที่สุดในโลกที่ทุกคนยอมรับ "เขาเป็นคนที่นิ่งมาก ๆ ตอนอยู่ในสนาม" "เขาวิเคราะห์สถานการณ์และคิดเกี่ยวกับเกมการเล่นในทุกจังหวะ" อลอนโซ่ พาร์ตเนอร์คู่กลางในระบบ 4-2-3-1 ของลิเวอร์พระบุ

มาสเคราโน่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการทำให้ลิเวอร์พูลผ่านรอบต่างๆ ในศึกแชมเป้ยนสั ลีก ฤดูกาล 2006/07 และในนัดชิงชนะเลิศ เป็นอีกนัดหนึ่งที่เขาเล่นได้ดีที่สุดในอาชีพการเล่นที่ตามประกบกาก้า เจ้าของรางวัลบัลลง ดอร์ ในปลายปีนั้นจนเล่นไม่ออก แม้ว่าสุดท้ายลิเวอร์พูลจะแพ้ไป 1-2 แต่ "เดอะ ค็อป" ทุกคนก็ประทับใจมาสเคราโน่พิสูจน์ตัวเองว่าคู่ควรกับการลงเล่นในรายการใหญ่ และพอถึงซีชั่น 2007/08 ลิเวอร์พูลก็มองว่าเขามีความสำคัญ จนตัดสินใจซื้อขาดด้วยค่าตัว 18.6 สานปอนด์ หลังจากผ่านไปแค่ครึ่งฤดูกาลเท่านั้นแน่นอนล่ะว่า มาสเครโนไม่ได้เป็นนักเตะที่เล่นกับบอลสวยงามในระดับเดียวกับอลอนโซ่ ไฮไลท์ฟุตบอลและไม่ได้ทะยานเติมขึ้นหน้อย่างกับเจอร์ราร์ด แต่เขาก็เป็นองค์ประกอบที่ซัพพอร์ตให้สองคนนั้นเล่นได้ดี เกิดรากฐานที่แข็งแกร่งจนเป็นประโยชน์ต่อเกมรุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ลิเวอร์พูลเบียดแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตอนฤดูกาล 2008/09

มาสเคราโน่พัฒนาตัวเองจนกลายเป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่เก่งที่สุดในโลกวิเคราะห์บอล จริงอยู่ว่าเขาไม่ได้มีคุณสมบัติเพลย์เมกเกอร์แฝงอยู่เหมือนผู้เล่นในตำแหน่งคล้ายกันอย่าง เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อลอนโซ่ และอันเดรีย ปีร์โล่ แต่มาสเคราโน่ก็ช่วยเกมรับได้ดีกว่ารวมถึงเอาบอลกลับมาครองได้ดีกว่าผู้เล่นเหล่านั้น แถมการผ่านบอลก็ไม่ได้แย่จนถึงขั้นรับไม่ได้สไตล์การเล่นแบบดุดันของมาสเคราโน่บางครั้งก็รุนแรงเกินไป ตอนเล่นให้ลิวอร์พูล เขาโดนไล่ออกในลีก 3 หน แถมครั้งหนึ่งถึงขั้นต้องให้เจอร์ราร์ด กับอลอนโซ่มาช่วยลากออกจากสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพราะเจ้าตัวไม่พอไที่โดนใบเหลืองที่สองในเกม "แดงเดือด"มาสเคราโน่ที่ได้รับใบเหลือไปแล้วจากจังหวะเข้าสกัดใส่ พอล สโคลส์ แล้วจากนั้นก็ไปประท้วงสตีฟ เบนเน็ตต์ ผู้ตัดสินเพื่อปกป้อง เฟร์นานโดตอร์เรส เพื่อนร่วมทีมที่ถูกแจกใบเหลืองข้อหาบ่นเกินพอดี อลอนโซพยายามรั้งมาสเคราโนไม่ให้เข้าไปถึงตัวเบนเน็ตต์ แต่ด้วยความหัวร้อนทำให้เขาไม่สามารถตั้งสติได้ และสุดท้ายเบนน็ตต์ก็ควักใบเหลืองที่สองไล่มาสเคราโนออกจากสนาม

อย่างไรก็ตาม อารมณ์เดือดสะพรั่งของมาสเคราโนไม่มีท่าที่ดับงย ๆ เขาไม่ยอมออกจากสนาม แล้วเดินไล่ต่อว่าผู้ตัดสินไม่หยุด จนเบนิเตชต้องลุกออกจากหุ้มม้านั่งสำรอง และอ้อนวอนให้ลูกที่มออกจากสนามซึ่งสุดท้ายเป็น ปีเตอร์ เคร้าซ์ บ้านผลบอลที่เป็นคนพามาสเคราโนเข้าอุโมงค์ตามปกติแล้ว มาสเคราโน่จะต้องโดนแบน 1 นัด แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้โทษแบนเพิ่งเป็น 3 เกมจากความผิดฐานแสดงความประพฤติไม่เหมาะสมมาสเคราโน่ยอมรับข้อหาที่ว่านั้น แต่เขาอุทธรณ์โทษแบนที่เพิ่มมาอีก 2 นัด แต่ทางเอฟเอก็ปฏิเสธคำร้องดังกล่าว และมาสเคราโน่ยังโดนปรับเงิน 15,000 ปอนด์ด้วย ซึ่งเขาก็ขอให้ค่ปรับนี้ถูกนำไปจ่ายให้กับงานด้านการกุศลหลังจากปล่อยให้ความอื้อฉาวเป็นเพียงอดีตมาสเคราโนลับมีส่วนสำคัญในการช่วยให้ลิวอร์พูลเปิดแอนฟิลด์เอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูในเต็ด 2-1 เมื่อวันที่ 13 กันยายน ปี 2008 ที่จริงวันนั้นเขามีความผิดโทษฐานที่ประกบเตเวชไม่ตีจนส่ผลให้เตเวชทำประตูให้กับยูไนเต็ดได้หลังจากเริ่มเกมไปไม่ถึง 3 นาที แต่มาสเคราโน่ก็แก้ตัวได้ และเป็นตัวสำคัญในการสร้างจังหวะทำประตูที่ทำให้ลิเวอร์พูลขึ้นนำ 2-1

เกมนั้น มาสเคราโนได้รับการโหวตจากแฟนบอลให้เป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ผ่านทางเว็บไชต์อย่างเป็นทางการของสโมสรสไตล์การเล่นแบบไม่สนความเสี่ยงอะไรทั้งนั้น ถือเป็นคุณสมบัติเด่นของมาสเคราโน่ วาปบอลเขาเป็นนักเตะขาบู๊ และมีความทุ่มเทสูง ซึ่งทั้งหมดทำให้ "เดอะ ค็อป" หลงรัก เพราะเรื่องความทุ่มเทแบบนี้ เวลาผ่านไป 3 ฤดูกาลครึ่ง หลังจบซีชั่น 2008/09 มาสเคราโน่เริ่มรู้สึกไม่มีความสุข พอบาร์เซโลน่าในยุคทองของ เปป กวาร์ดิโอล่า เข้ามาทาบทามตอนซัมเมอร์ปี 2010 เขาก็แสดงออกชัดเจนว่าอยากย้ายไปเล่นที่คัมป์ นู สุดๆอันที่จริงบาร์เซโลน่าเคยพยายามดึงมาสเคราโน่ตั้งแต่ 1 ปีก่อนหน้ำนั้น แต่การย้ายทีมยังไม่เกิดขึ้นเพราะเบนิเตชพยายามรั้งตัวไว้อย่างสุดชีวิต และปฏิเสธที่จะขายออกไป ทว่าหนนี้ มาสเคราโน่พยายามอย่างหนักเพื่ออำลาลิเวอร์พูล ถึงขั้นบอกว่าครอบครัวของเขาไม่สามารถปรับตัวเข้ากับการใช้ชีวิตในอังกฤษได้ และยังแจ้งกับรอย ช็อดจ์สัน กุนชื่อ "หงส์แดง" คนใหม่ว่าจะไม่ลงเล่นในเกมนัดที่ 2 ของฤดูกาล 2010/11 ที่ลิเวอร์พูลมีคิวเจอกับแมนๆ ซิตี้

แม้ว่าสิ่งที่มาสเคราโน่ต้องการบีบให้สโมสรยอมขายออกไป จะทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีสักเท่าไหรแต่มันก็ไม่สามารถกล่าวโทษเขาได้ เพราะสภาพทีมลิเวอร์พูลในตอนนั้น กำลังอยู่ในช่วงถอยหลังเข้าคลองหลายสิหลายอย่างเริ่มเปลี่ยนไปวิเคราะห์บอล ก่อนหน้านั้นอลอนโซ่ย้ายไปเรอัล มาดริด ส่วนเบนิเตชก็เพิ่งพ้นตำแหน่งผู้จัดการทีมขณะที่ตัวเขาอยู่ในสถานะระดับเวิลด์ คลาสซึ่งต้องการความสำเร็จบนเส้นทางอาชีพหลังย้ายไปอยู่กับบาร์เซโลน่า แล้วต้องปรับตัวไปเล่นเป็นเชนตอร์แบ็ก มาสเคราโนช่วยให้"เจ้าบุญทุ่ม" คว้าทั้งแชมปีลีกกับแชมปี้ยนส์ ลีก ตั้งแต่ซีชั่นแรก และเป็นส่วนสำคัญของบาร์ช่าที่ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดตลอดกาลมาสเคราโน่คว้าความสำเร็จตามที่เขาต้องการแต่ต่อให้มาสเคราโน่จะคว้าเหรียญแชมปีมากมายแค่ไหนกับการเล่นที่กตาลุนย่ เขาก็ยอมรับว่ายังรู้สึกดีกับลิเวอร์พูล มากกว่าทีมไหน ๆ ที่เคยเล่นด้วย

"แน่นอนว่าผมรักบาร์เซโลน่ามาก ช่วงที่ดีที่สุดในอาชีพการเล่นของผมเกิดขึ้นกับที่นั่น แต่ถ้าให้เลือกทีมที่ชอบที่สุดผมก็คงจะเลือกลิเวอร์พูล ผมมีความรู้สึกที่พิเศษให้พวกเขา" มาสเคกล่าวแบบกินใจลิเวอร์พูลเพิ่งหาตัวแทนที่เหมาะสม (ฟาบินโญ่) ของมาสเคราโน่ เจอไม่นานมานี้ หลังจากผ่านมาเกือบ 10 ปีวาปบอล นับตั้งแต่เขายยออกจากทีมไป เป็นการแสดงให้เห็นว่าบ้านผลบอล ดาวเตะอาร์เจนไตน์รายนี้มีความสำคัญกับทีมมากแค่ไหนกับช่องโหว่ที่ทิ้งเอาไว้จริงอยู่ว่าสไตล์การเล่นของมาสเคราโน่ที่เข้าสกัดบอลได้ดี, อ่านจังหวะบอลได้เยี่ยม และผ่านบอลง่ายๆ อาจไม่ได้เป็นที่จดจำได้มากพอกับหลายลูกยิงของเจอร์ราร์ด หรือความสวยงามการคุมเกมของอลอนโซ่แต่มาสเคราโน่ก็มีความสำคัญในการทำให้ลิเวอร์พูลเกือบคว้าแชมปีลีกมากพอๆ กับ 2 คนนั้นความคงเส้นคงวา และความมุ่งมั่นตลอด 179 นัดในสีเสื้อสีแดงเพลิง การที่มาสเคราโน่จากทีมในวันนั้น แทบไม่มีใครคิดโกรธแค้นเขาเลย ไม่เหมือนคนที่จากตามไปในอีกไม่กี่เดือนต่อมาไฮไลท์ฟุตบอล

Continue Reading