Connect with us

ดูบอลสด

ดูบอลออนไลน์ วิเคราะห์บอล โปรแกรมบอล ข่าวแมนยู ‘แชมป์เก่า’ ฟอร์มตก

Published

on

ดูบอลออนไลน์ วิเคราะห์บอล โปรแกรมบอล ข่าวแมนยู ‘แชมป์เก่า’ ฟอร์มตก

ดูบอลออนไลน์ วิเคราะห์บอล โปรแกรมบอล ข่าวแมนยู ‘แชมป์เก่า’ ฟอร์มตก

สนทนาภาษาลูกหนัง

ทศวรรษของ ‘แชมป์เก่า’

หลายคนอาจประหลาดใจการ "ฟอร์มตก" ของลิเวอร์พูล แชมป์เก่าอย่างมากมายด้วยปัญหานักตะกำลังสำคัญบาดเจ็บบวกกับการปรับแก้แท็กติกแบบระยะสั้น รวมทั้งหน้างานนักเตะขาประจำของทีมฟอร์มหล่นหายอย่างน่าตกใจ ที่เคยทำได้กลับทำไม่ได้ที่เคยเปิดบอลแม่น ๆ กลับเป็นทิ้งขว้างแล้วพอกองหน้าไม่สกอร์...ไม่สามารถ end product ได้ชัยชนะมายากทันที...ถ้าเทียบจากผลงานรวมนัดล่สุดนัดที่ 20 ปีก่อนเก็บได้ 61 แต้มจากชนะ 20 เสมอ 1 มาปีนี้ 20 นัดทำแต้มได้ 37 หลังจากชนะสเปอร์สเกมล่าสุดโหแต้มดร็อปลงจากเดิมถึง 24 แต้มไม่ต้องคิดมากครับ...หากเรามองว่าแชมป์เก่าย่อมมีมาตรฐานการเล่นตกต่ำลงไปจากเดิม มันคือเรื่องปกดิเพียงแต่มันไม่ควรหล่นไปแบบมากมายเป็นเลขสองหลักแบบฮวบฮาบเลย

24 แต้ม...คิดเล่น ๆ ถ้หล่นไปจากเดิม 10-15 แต้มพอ เท่านี้ก็ว่าเยอะแล้ว แต่มันก็ยังดีพอที่จะทำให้ "แชมป์เก่า"รักษาตำแหน่งจ่ฝูงได้ เพระพวกเขาจะมีแต้ม 46 นำที่หนึ่งอยู่ดี อันนี้กรณีที่ตกแบบเกินสิบแต้มแต่ไม่มากกว่า 15 นะครับนี่แต้มหายเยอะเกิน พูดกันประสาพวกเราคือ "หมดฟอร์มแชมป์"ถามว่าก่อนเริ่มต้นฤดูกาลนี้ ผมคิดอย่างไรกับการป้องกันแชมป์ผมตอบว่ามันไม่ง่าย มันคือเรื่องปกติของการป้องกันแชมป์ ความยากมีมากอยู่สองเหตุผล ข้อหนึ่งยากที่จะรักษาผลงานให้มันต่อเนื่องแบบเดิมคือกว่าจะแพ้ในฤดูกาลรอจนถึงนัดที่ 28 รักษาผลงานมันยากครับ...ข้อสอง คู่แข่งจะทำให้ยากขึ้นเอง มันเป็นธรรมชาติใครๆ ก็ต้องวางแผนเล่นกับแชมป์อย่างเต็มที่ ทำให้แชมป์เล่นยากที่สุด แบ่งแต้มหรือดีมากคือชนะแชมปีเก่า มันเป็นเป้าหมายของทุกทีมไม่ช่แค่คู่แข่งแย่งแชมปีกันอย่างเดียวทีมอื่นๆ ก็ต้องเล่นกับแชมป์เก่าอย่างระวังตัวที่สุดนี่คือสองเหตุผลในความยากสำหรับการป้องกันแชมป์ ในทุกฤดูกาลเพียงแต่ว่าถ้าหากแชมป์เก่าสามารถจับจังหวะการเล่นของตัวเอง เข้าที่เข้าทางได้เร็ว มันมีโอกาสที่จะเก็บแต้มกรุยทางสู่แชมป์ได้เร็วกว่าคู่แข่งแน่นอน อันนี้คือเรื่องที่ก็ทราบกันมาตลอด

แต่เมื่อแชมป์เก่าเจอปัญหารุมเร้า โดยเฉพาะนักเตะตัวหลักบาดเจ็บ นักเตะสลับกันเจ็บ การแก้ปัญหาเกิดขึ้นตรงนี้จะทำให้ความยากมันเพิ่มขึ้น เพราะขนาดคุณมีชุดนักเตะที่พร้อมไม่เจ็บเลย ชุดเดิมนี่แหละมันยังคงเป็นความยากในการป้องกันแชมป์นี่คือข้อความจริง...ไม่ใช่ข้ออ้างหรือข้อแก้ตัวของบรรดาแฟนบอลที่ไม่ค่อยใช้สมองคิดหรือคิดไม่เป็น คิดไม่ถึงถ้าหากเราแสดงเหตุผลในการเล่นไม่ดี, ฟอร์มตก คนกลุ่มนี้ที่ผมก็ไม่อยากเรียกว่าแฟนบอลจะมาถล่มทันทีหาข้ออ้าง, แถไปเรื่อยเออ...วิธีคิดของพวกเขาเป็นแบบนี้ เชื่อเถอะว่าพวกเขาเหล่นี้เจอปัญหาอะไรในชีวิตที่ต้องแก้ พวกเขาไม่น่จะแก้ได้ และมักเลือกทางที่ผิด เพราะมักคิดในแง่ลบอะไรแบบนี้ตลอดเวลา มันจึงหาทางกลับมาชนะปัญหาและอุปสรรคไม่ได้เพราะพวกเขาคิดแค่ "ข้ออ้ง" และ "แถ" หั้งที่มันคือเหตุผลสอดรับ

โลกยุปัจจุบันมันเร็วจนเกินความคิดของคนไปแล้ว ฟุตบอลวันนี้แห้ไม่ได้เลย แพ้ปุ๊บคือเรื่องใหญ่ ชนะคือพระเอก ดีใจ เอามาล้อเลียนกัน พอแพ้ก็เอามาล้อ เอามาด่ากัน โดยเฉพาะทีมตัวเองเหมือนที่ ตวนเชเบ้ กับ มารกชิยาล โดนแฟนบอลไม่รู้แฟนผีหรือเปล่าเหยียดผิวหลังมองว่าคือเหตุผลของความพ่ายแพ้ของแมนฯ ยูไนเต็ด ส่สุด สรุปคือแพ้ทำให้พวกเขาซึ่งเป็นแฟนบอลตัวปลอมไม่พอใจบอลห้ามแพ้, แพ้ไม่ได้ หลังจากเล่นดีมาตลอด 11-12 นัดจนเป็นจ่าฝูงนี่แหละโลกยุคใหม่ดูกีฬาไม่เป็นกีฬา ไม่รู้จักปรัชญาพื้นฐาน รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย วลียๆ แต่กลับไม่เคยนำมาใช้มองข้ามกันไป อันนี้ไม่ได้โลกสวยแต่มันคือเรื่องพื้นฐาน มันคือความจริงพื้นฐานฟุตบอลพอแพ้ นัดหน้ก็มี แข่งกันใหม่ แก้ไขกันใหม่ หรือปีหน้าว่ากันใหม่แต่คนพวกนี้ไม่เข้ใจในเกมกีฬาอย่างแท้จริง จะเชียร์หวังชนะอย่างเดียว หวังให้เล่นดีอย่างเดียวเจริญยาก...ถ้าสังคมกีฬามีคนแบบนี้เยอะ โชคดีมันมีน้อย

โอเค กลับมาเข้าเรื่องแถ เอ้ย เรื่องเหตุผลในเรื่องแชมป์เก่าแต้มดร็อปจากเดิมกันต่อครับประเด็นมันคือว่ามีตัวเลขสรุปผลงานแชมป์เก่าในปีป้องกันแชมว่ามันจะตกลไปจากเดิมแน่นอน โดยเฉพาะ 10 ปีหลัง จะด้วยการแข่งขันมันสูงขึ้น, วิทยาศาสตร์การกีฬาหรือว่าเป็นเพราะแท็กติกที่มันพัฒนาจนแพ้ชนะกันยากส่งผลให้การเก็บแต้มมันยากขึ้นกว่าเดิมถ้าเราแบ่งช่วงเวลาเป็นสองช่วง "ระหว่างปี 1992 ถึง 2010" กับ 2010 จนล่สุดพบว่า "แชมป์เก่า" ทั้งสองช่วงทำแต้มในปีป้องกันแชมป์แตกต่างกันออกไป ช่วงแรกแชมป์เก่า มักจะยังคงรักษามาตรฐานเอาไว้ได้ถึงไม่ดีเท่าเดิม แต่ยังรักษาแชมป์เอาไว้ได้ช่วงสองมีการตั้งข้อสังเกตว่าแชมป์เก่ามักจะทำแต้มลดลงจากเดิมเยอะ และหมดสิทธิ์ ป้องกันแชมป์ไปเลยนั่นคือช่วงสำสุดระหว่างปี 2010 จนล่สุด ถ้าดูจากสถิติพบว่า "แชมป์เก่า" ทำคะแนนลดลงอย่างน่าตกใจจริง ๆ

 ข่าวแมนยู  มีเพียงแมนฯ ชิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ทีมเดียวที่ได้แชมปแล้วป้องกันแชมป ได้ด้วยผลงานที่ตกลงจากเดิมไม่มาก

ปี 2017-18 แชมป์ 100 แต้ม

ปี 2018-19 แชมปี 98 แต้ม

ปี 2019-20 รองแชมป์ 81 แต้ม

"เรือใบสีฟ้า" ก็เข้าเกณฑ์ตัวเลขนี้ในปีที่สามเมื่อป้องกันแชมป์ ซึ่งแน่นอน ผลงานมันดีเยี่ยมต่อเนื่องสองซีชั่นแต่พอปีที่สาม แต้มหล่นไป 17 คะแนน ถ้าไปเทียบกับแชมปคือลิเวอร์พูล ห่างกันถึง 18 แต้มมันคือตัวเลขที่กำลังตั้งข้อสังเกตกันอยู่นะครับผมนั่งอนข้อมูลนี้จาก หน้กีฬา นสพ. เคอะไทมส์ (ผมเสียงินรายปี) แล้วนำมาฝากคุณผู้อนเพื่อให้เห็นว่าทศวรรษนี้ "แชมป์เก่า" เจอความยากลาบากในการป้องกันแชมป์ เชิงตัวเลขมันยืนยันเช่นนั้นส่วนอะไรคือเหตุผล...อันนั้นค่อยว่ากันเอาตัวเลขมาบอกก่อนว่า "แชมป์เก่า" ลงป้องกันแชมป์แล้วเหนื่อยมากครับแชมป์เก่า 20010-20แต้มเฉลี่ยของแชมปีเก่าทั้งสิบฤดูกาลที่ว่านี้ถูกประเมินว่ามีแต้มเฉลี่ย 17 คะแนนน้อยกว่าปีที่พวกเขาคว้าแชมป์แตกต่างจากช่วงทศวรรษก่อนหนนั้นคือ 1999-2009 ที่แต้มเฉลี่ยแชมป์เก่าจะตกลงไปในปีป้องกันแชมป์แค่ 5 แต้มเองแล้วแชมป์เก่าระหว่างช่วงสิบปีก่อนหนนั้น....ป้องกันแชมป์ได้ในปีต่อมา

 ข่าวแมนยู  ช่างแตกต่างจากสิบปีล่สุดนี้... (ตัวเลขในวงเล็บคือแต้มปีป้องกันแชมป์)ลองดูสถิติ กันครับ

2009-10 เชลซี 86

2010-11 แมนฯ ยูฯ 80 (เชลซี 71)

2011-12 แมนๆ ซิตี้ 89 (แมนๆ ยูฯ 89)

2012-13 แมนฯ ยูๆ 89 (แมนฯ ซิตี้ 78)

2013-14 แมนๆ ชิตี้ 86 (แมนฯ ยูฯ 64)

2014-15 เชลชี 86 (แมนฯ ชิตี้ 79)

2015-16 เลสเตอร์ 81 (เชลชี 50)

2016-17 เชลซี่ 93 (เลสเตอร์ 44)

2017-18 แมนๆ ชิตี้ 100 (เชลชี 70)

2018-19 แมนฯ ชิตี 98 .....

2019-20 ลิเวอร์พูล 99 (แมนฯ ชิตี้ 81)

2020-21 แชมป์เก่า แต้มลดลง...

ชัดเจนเลยนะครับ มีเพียง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยุคท่านเชอร์อเล็กส์ ในยุคนี้ที่ทำแต้มได้มากกว่าเดิมในปีป้องกันแชมป์ทีมเดียวเลย แมนฯ ชิตี้ แต้มก็ยังลดลงนะครับทั้งลดแบบน้อยและมากจากตัวเลขที่นำเสนอส่วนฤดูกาลหลังจาก เชอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันวางมือ ทีมของเขาแต้มลดลไป 25 แต้มในปีที่ เดวิด มอยส์เข้ามาคุมทีมต่อแล้วก็แน่นอนหมดสิทธิ์ป้องกันแชมป์ไปโดยปริยายนนั้นเอง ภาพแชมป์เห่ป้องกันแชมป์ได้ในทศวรรษนี้...มีเพียง "เรือใบสีฟ้า" ทีมเดียวที่ป้องกันแซมป์ได้

สองปีต่อมา แชมปป์ 2015 คือเชลซี ยุค โซเซ่ มูรินโญ่ แต้มดร็อปลงไปจนเดือนธันวาคม เขาโดนเสี่ยหมีอบราโมวิช ปลดออกจากตำแหน่งทันที กุส ฮิดดิ้งค์ มาคุมทีมแทนปรากฏว่าแต้มหายไป 37 คะแนนถือว่าเลวร้ายอย่างยิ่งเลสเตอร์ ซิตี้ ในปีต่อมาป้องกันแชมป้ ซึ่งทุกคนพอคาดหวังอยู่ละว่ สุนัขจิ้งจอกไม่นปองกันแชมปีได้จากแชมป์สุดมหัศจรรย์ แต้มของพวกเขาหายไป 37 แต้ม โดยทีมแชมป์คือ อันโตนิโอ คอนเต้ ทำได้ในปี 2017 แต่พอปต่อมาแต้มของเชลซีลดลไป 23 แต้ม พวกเขาป้องกันแชมป์ไม่ได้ ในซีชั่น 2017-18 เพราะแมนฯ ซิตี้ กวาดไป 100 เต็มตัวเลขโชว์แบบนั้นไม่ใช่ข้อองอะไรนะครับ...มันคือข้อเท็จจริงที่นำมายืนยันว่า "แชมป์ก่า" จะฟอร์มตกลงในปีป้องกันแชม แล้วหากเรไปค้นข้อมูลหลังสงครามโลกครั้งที่สองคือตั้งแต่ปี 1947 เป็นต้นมา....มี "แชมป์เก่า" เพียง 7 ทีมเท่านั้นที่ทำแต้มใน ปีป้องกันแชมป์เพิ่มขึ้นจากเดิมแค่ทีมแค่ 7 ทีมเท่านั้นครับ.....นักข่าวฝรั่งจะเขียนกันว่าโห...มันคือ "overperformed" หรือแสดงผลงานได้ดีเกินที่เคยทำได้เรื่องนี้ในความเป็นจริง...มันยาก ครับภาพรวมคือแชมป์เก่า มักจะทำผลงานตกลงไปหากป้องกันแชมป์ได้ แต้มจะไม่เท่กับปีที่คว้าแชมป์มันยากขึ้นว่ากันแบบนั้น ช่วงปี 1999-2009 เราพอมองเห็นว่าแต้มแชมป์เก่าทั้งสิบทีมนั้นทำแต้มป้องกันแชมป์ไม่มากกว่า 11แต้มแน่นอน

พูดง่ายๆ แชมป์เก่าช่วง 10 ปีดังกล่าวนั้นยังคงรักษามาตฐานเอาไว้ได้อยู่ ไม่ดร็อปลงจากเดิมเท่าไหร่แต่พอผ่านยุคใหม่ทศวรรษล่สุดโดยเฉพาะระหว่างปี 2010-2020 ที่เดอะ ไทมส์ รวบรวมมาฝากกัน แชมปเก่า...เจอปัญหาการรักษามาตรฐานให้คงเดิม อย่างที่ตัวเลขบอกมีแค่ แมนฯ ชิตี้ ของ เป กวาร์ดิโอล่า เทนั้นที่ทำได้หนึ่งครั้งแต่พอปีที่สมแต้มหายไป 17 แต้ม...หลังแพ้หงส์แดงปีก่อนแล้ว "แชมป์เก่า" ในการป้องกันแชมปปีนละครับน่าตกใจที่แต้มลดลงจากเดิมเยอะแยะเลยเมื่อผ่านครึ่งทาง คิดง่ายๆ ถ้าชนะรวดจากนี้ 18 นัคจะมี 54 แต้มบวกกับที่ทำได้ใน 20 เกมเท่กับหงส์แดงมีคะแนนสูงสุดคือ 91 ถ้าทำได้มันคือผลงานตกลงจากเดิมไม่มาก แต้มหายไป 8คะแนนซึ่งปกติได้ขึ้นกับสิเวอร์พูลดีพอป้องกันแชมปได้หรือไม่ขึ้นกับแมนๆ ซิตี้ ไมแต่...ไม่มีใครเชื่อหรอกครับว่า "หงส์แดง" จะชนะรวด ในความเป็นจริงมันเกิดขึ้นยาก ด้วยสภาพทีมและฟอร์มล่าสุด ตอนนี้การคำนวณคร่าว ๆ ให้ลิเวอร์พูลทำแต้มต่ำสุดคือเท่กับครึ่งซีชั่นแรก 34-37 คะแนน เท่ากับพวกเขาจะได้แต้มรวม 71-74 เป็นแต้มที่ไม่มีทางได้แชมป์

ดังนั้น เจอร์เก้ คล็อปป์ แม้ยังไม่ถอดใจยอมแพ้กับการป้องกันแชมป์ แต่หน้ที่ของเขาคือการแก้ปัญหาให้ทีมเดินหน้าเก็บคะแนนต่อเนื่อง ทำออกมาให้ดีที่สุดแล้วรอดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะเวลานี้ลิเวอร์พูลไม่ได้เป็นคนกำหนดสถานการณ์ลุ้นแชมป์ของลีกมันไม่ได้อยู่ในมือของพวกเขาครั้งใหญ่ คือไม่ชนะใครใน 5 เกม DDLDL แถมแพ้ในลึกดูจากเกมพบกับสเปอร์สหลังจากเจอวิกฤตการณ์ไปสองนัดคือแพ้ ชาร์แฮมป์ตัน กับ เบิร์นลี่ย์ แพ้ทีมที่ไม่ใช่กลุ่มท็อปลุ้นแชมป์อีกต่างหาก แต้มหายไป 12 คะแนนช่วงระหว่างปลายเดือนก.พ. ถึงปลายเดือนม.ค. เกมพบกับสเปอร์ส นัดลำสุดคือความยาก ทั้งฟอร์มตัวเองและคู่แข่งซึ่งเป็นทีมใหญ่ แถมมีโค้ชชื่อ โชเช่มูรินโญ่ เจ้าพ่อเกมรับเลย 6 นัดลำสุดทั้งลึกและเอฟเอ แพ้ไปสามนัดในช่วงนี้ ตกอย่างที่ทราบกันตีนะครับว่า หงส์แดงไม่ชนะใครรอนเอฟเอ แต่ยิงประตูได้แล้ว ทว่าในลึกเนี่ยตั้งแต่ 27 ธ.คไม่ยิงมาเดือนเต็ม หลังจากลูกยิงมาเน่ในนัดพบเวสต์บรอมฯมาทีที่ 12 จากนั้นก็สกอร์เป็น ง มาโดยคลอด (ไม่รวมเอฟเอ คัพ)จนกระทั่งเกมล่าสุดเยือนบ้านสเปอร์ส..มีอะไรเกิดขึ้นบ้งครับในเกมนี้ ผมว่าน่าสนใจหลายประเด็น

แท็กติกเจ้าบ้าน 3-4-3   ข่าวแมนยู 

จากการบาดเจ็บของ เรกีลอน มีการปรับแผนฝั่งและตัวผู้เล่นเพื่อให้แน่นหนา รับมือตัวทำด้านข้างของลิเวอร์พูลคังนั้นมูรินโญจึงปรับมาเล่นหลังสาม เบน เดวิสดายเออร์-โรดอน ยืนเซนเตอร์สามคนส่วนวิงแบ็กขวา คือ โอริเย่รั่ วิงแบ็กซ้าย ใช้โคเฮอร์ตี้ ที่ปกติเล่นด้านขวา ส่วนกลางคู่ เอ็นดอมเบเล่-ฮอยเบิร์ก ข้างหน้าสามคน เบิร์กไวน์-เดน-ชนวิธีการเล่นแน่นอน "รับในแดน" เป็นหลัก ยืน5คนเป็นแนวหน้าเขตโทษ โอริเยร์ กับ โดเฮอร์ตี้ ถอยลงมากองกับเซนเตอร์ สมคน จากนั้นรอหงส์พลาดแล้วสวนกลับเร็วถ้าได้จังหวะจริง ขึ้นเพรสแดนบนกับแดนสอง เพื่อไม่ให้ลิเวอร์พูลออกบอลได้บางจังหวะเท่านั้น...แท็กติกแบบ 3-4-3 ของมู ดูเหมือนว่าไม่ได้ผลมากนัก เพราะหงส์ สร้างโอกาสอยู่เรื่อย ๆ ขณะที่พวกเขาเองครึ่งแรกได้เข้ไปยิงสองครั้งเอง พอจบครึ่งแรก เคน เจ็บ... จึงปรับระบบเป็น 4-2-3-1 โดเฮอร์ตี้ ยืนแบ็กขวาตามเดิมกลางส่ง วิงค์ส มาเล่น กับ เอ็นดอมเบเล่ หน้ามี ลามาล่า ลงมา ชนไปยืนหน้าเป้า...นี่เท่ากับการประสานของ เดน-ชน หายไป ปีนี้เคนถอยลงไปต่ำ เพื่อให้ ชน วิ่งข้างหน้ หาจังหวะโจมตี เคนแอสชิสต์ ชน ยิง...อยู่เรื่อย ๆ แต่พอขาดเคนเห็นผลชัดในครึ่งหลังแม้ประตูที่ได้ของสเปอร์สคือ "ยิงนอกเขต" แต่การเข้าโอเพ่น เพลย์ ที่ทั้งจังหวะสวนกลับและการเล่นบอลของชน และ เคน หายุไป

เซนเตอร์หงส์คู่ใหม่ 

เมื่อฟาบินโญ่ เจ็บกล้ามเนื้อเล็กน้อย...การปรับกองหลังเกิดขึ้น คู่เชนเตอร์จึงเป็น มาติป-เฮนโด้ เล่นด้วยกันครั้งแรก!!!อ้อจากนั้น...ครึ่งหลัง มาติป ออก แนตต์ ฟิลิปส์ ลแทน เท่กับ เฮนโด้ เล่นกับเชนเตอร์สองคนสองครึ่ง และเป็นคู่ที่สามในสามเกมหลังสุด

1 ฟานไดค์-โกเมส

2ฟานไดค์ - มาติป

3 มาติป-ฟาบินโญ่ (หลังฟานไดค์ เจ็บ)

4 รีส วิลเลี่ยมส์-ฟาบินโญ่

5 โกเมส-ฟิลิปส์...อีกหลายคู่ มีฟาบินโญ่ คือตัวหลัก จนถึงล่สุดที่พบกับสเปอร์ส ครึ่งหลังเป็น เฮนโด้-ฟิลิปส์ 20 นัดใช้เชนเตอร์ฮาล์ฟมากกว่า 14 คู่ คือสลับกันไปมา

จีนี่ คุมกลาง...

แดนกลางนัดนี้ เจเค ปรับตำแหน่งการยืนมิลเพอร์-จีนี่-ติอาโก้โดยปรับการยืนตำแหน่ง จีนี่ ปักหลักตัวกลาง เหมือนเบอร์ 6 ติอาโก้ เหมือนเบอร์ : ขึ้นบนเล่นกับเทรนท์กับมิลเนอร์ทางร็อบโบการเล่นแบบนี้มันคือการปรับเกมรุกของทีมให้เพิ่มตัวขึ้นไปข้างบนไม่ใช่แย่งทำลายเกมอย่างเดียวหากแต่ยังช่วยเดินเกมรุกให้ต่อเนื่อง เมื่อต้องเจอกับพวกเขาที่จอดรถบัส มันต้องมีการทลาย หาช่องเข้าไปทำลดภาระตัวทำอย่าง มาเน่, ชาลาห์ ลง และ ฟร์มีโน่ ได้ทำงานง่ายขึ้นอะไรแบบนี้เทรนท์ บอก... "จริง ๆ เล่นแบบนี้มาสองสามนัดแล้ว แต่ไม่ชนะ พอชนะ คนก็จะพูดถึงกัน"ผมว่ามิติกองกลางเกมนี้ มันช่วยได้เหมือนกันเพรราะสามตัวทำข้างหน้าทำงานง่ายในการเดินเกมรุก และมันมีโอกาสเจาะคู่แข่งเพิ่ม

In & Out  ข่าวแมนยู 

หมายถึงการที่สามตัวรุก เข้าและออก ในการเล่นยืดออกไปด้านกว้าง แล้วตัดเข้าในเมื่อฟร์มีโคร็อปลมาสองตัวข้าง ทั้ง มาเน่ และชาลาห์ เตรียมวิ่งตัดใน ขณะที่แบ็กของลิเวอร์พูลสองข้างจะไม่เติมไปข้างหน้ แต่จะคอยหาโอกาส สนับสนุนแดนกลางพราะ คล็อปป์ ปรับการยืนแดนกลางให้จีนี่คุมเกมรับ ส่งติอาโก้กับ มิลเนอร์ ไปเล่นเกมรุกข้างหน้าพร้อมกับตัวทำทั้งสามคนมาเนวิ่งทำทางได้ดีตลอด เขาวิ่งตัดในทีมเมื่อมจังหวะฟิร์มีโนจายทะลุเข้าเขตโทษจังหวะวางบอลของเฮนโดให้เขาวิ่งหนีโอริเยร์ทำให้ได้ประตูหรือลูก 2-0 คือมาเน่ oนt หมายถึงออกไปด้านกว้างแล้วหลบโดเฮอร์ตี้ได้ก่อนเข้ามายิงเพราะมีพื้นที่ว่างซาลาห์เองก็เหมือนกันได้วิ่งตัดหลังสองสามครั้ง..ทำให้การเล่นมันดูไหลลื่นในแนวรุกแน่นอนครับชัยชนะของลิเวอร์พูลต่อสเปอร์สเกมนี้มันคือ "เกมสำคัญ"จากนี้จะเดินไปในทางที่ถูกต้องชะทีสำหรับ "แชมป์เก่า" การเจอกับเวสต์แฮม คือบทพิสูจน์ว่าจะเดินไปจากจุดนี้ได้ดีขนาดไหน ไม่ใช่ว่ากลับมาเสมอหรือพลาดท่าแพ้...นั่นมันหมดสภาพแชมป์เก่าแล้วละครับอย่างไรก็ตาม..."สถิติ" ที่ยกมาตั้งแต่ต้นเกี่ยวการทำแต้มดร็อปของแชมป์เก่า ก็เป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่า แฟนหงส์คงต้องทำใจเอาไว้ล่วงหน้า โอกาสกลับมาเป็นแชมปยังคงมีอยู่เพียงแต่ความน่าจะเป็นนั้นไม่มากอย่างที่คิด 18 นัดจากนี้...ต้องชนะให้มากที่สุดจากแต้ม 54 คะแนนเพราะเวลานี้พวกเขาไม่ใช่ผู้กำหนดการเป็นแชมป์ มันอยู่ในมือของแมนๆ ชิตี้ "แชมป์เก่า" จึงเป็นได้ทั้งผู้ไล่และผู้รอ...

ลิตเติ้ลโจ โชว์ออฟ

นี่สิ ‘ดิ โอลด์ ลิเวอร์พลู’ !!!  ข่าวแมนยู 

บ็อบบี้ พังประตูแรกในพรีเมียร์ลีกให้ลิเวอร์พูลไม่ใช่แค่ว่ายุติความเลวร้ายในช่วงนี้ในห้วงเวลามากถึง 483 นาที จากนั้นเหล่าสามกองหน้าพระกาฬ, ที่ระยะหลัง แหม่! มีคนสงสัยกันใหญ่ น่าจะเรียงแถว ยิงกันได้ครบหล่ะถ้าไม่เป็นเพราะ VAR อีกแล้วครับท่านบางที การเล่นเกมรุกที่ร้ายกาจแบบนี้การแอสซิสต์จากผู้เล่นฟูลแบ็ก คุณอาจต้องย้อนไปถึงยุคก่อน แพนเคมิค (การระบาดใหญ่)ของโควิด-19 กันเลยกระมังเล่นแบบนี้สิ ถึงเป็น ทีมลิเวอร์พูล ที่รู้จักหน่อยและมันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่ออยู่เหมือนกัน เมื่อต้องแก้ไขปัญหาเซ็นเตอร์แบ็กกันหนักหน่วงยิ่งขึ้น ก่อนเกมมีกระแสมาบงว่า ไม่เห็นฟาบินโญ่ ในการยืดเส้นยืดสายเบา ๆ เช้าวันแข่ง(น่าจะมานอนเมืองกรุงคืนวันแข่ง แล้วเช้าวันรุ่งขึ้นติดต่อสนามบอลเล็ก ๆ ขอใช้หน่อย)และก็จริงฮะ มีอาการกล้ามเนื้อที่เจอร์เก้น คล็อปป์ อธิบายว่า "เล็กน้อย"แต่ "เล็กน้อย" เวลากุนชื่อเยอรมันพูดนี่ ก็เคยพูดทำนองนี้ หลัง ติอาโก้ อัลกันตาร่าต้องไปสแกนที่โรงพยาบาล หลังเกมเมอร์ซี่ย์ไชด์ดาร์นี้ โดน ริชาร์ลิสัน ยันเข้าอย่างน่าเกลียด หากยังลุกขึ้นมาเล่นได้จนจบเกมบางที ถ้าเอาออกเลยอาจผ่อนหนักเป็นเบาได้ หากเกมมันยังเบียดกันอยู่ นี่คือตัวสำคัญและนักเตะพร้อมเล่นต่อ ก็ต้องเล่นไปรายของ ดีโอโก้ โชตา หลังเกมมิดจิลลันด์ ก็คุ้นๆ ว่าจะไม่หนักหนา, แต่ไม่หนักหนาต่อมานี่ มีการเพิ่มเติมว่าไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่เห็นวี่แวว มีแต่ความหวังของชาวหงส์ว่า กุมภาพันธ์ คงได้เห็น และอาจเป็นตัวแปรในการช่วยให้ทีมกลับไปลุ้นพื้นที่ข้างบนได้ (บ่อยครั้งบางทีเราก็มีความหวังมากหน่อย จนมองข้ามความเป็นจริง นาทีนี้ ว่ากันเกมต่อเกมไปก่อนแล้วกัน)

มีใครสนใจบันทึกคู่เซ็นเตอร์แบ็กลิเวอร์พูล ฤดูกาลนี้บ้งเปล่าครับ เรามาทบทวนกันหน่อย

เวอร์จิล + โจ โกเมช

เวอร์จิล + ฟาบินโญ่

เวอร์จิล + โณแอล มาติป

โกเมซ + ฟาบินโญ่

** ผสมกันอย่างไรในกลุ่มนี้ ตอนนี้เมื่อเรานึกย้อน หลังจากต้องสูญเสียบุคคลากรเหล่านี้ไป เฮ้ย ! สรุปว่าพวกนี้ มันเจ๋งทั้งนั้นนี่หนา ไม่ใช่แค่ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ สตาร์เอกอุคนเดียวหรอก

คือ เวอร์จิล น่ะ เหนือกว่าใครๆ อยู่แล้วมีแล้วมันอุ่นใจกองหน้าคู่แข่งกระชากมา เห็นหน้า ความคิดมันผุดขึ้นในสมองอาจจะกลายเป็นเล่นธรรมชาติ เล่นแบบเดิมเดี๋ยวไม่ผ่านเว้ยยเอาง่าย ๆ เล่นกะสเปอร์สนี่ผมไม่เคยลืมชอตหลุด 2-1 แล้ว เวอร์จิล วิ่งบังเหลี่ยมไม่ให้ มุสซ่า ซิสโซโก้ จ่ายได้ สุดท้ายเอาไปยิงเองและไม่เป็นเราคงจำกันได้ว่า ชื่อที่ผมเอ่ยถึงข้างต้นนั้น ในฤดูกาลนี้โดนจับจ้องจากนักวิจารณ์ อดีตนักฟุตบอล, โค้ช และการถล่มในโลกโชเซี่ยลกันทั้งนั้นหลังเกมวิลล่านี่ แม้แต่ เวอร์จิล ก็โดนหนัก, ส่วน โจ โกเมช โดนมาตั้งแต่นัดแรกกะลีดส์ เลย เพราะเป็นบ่อกะ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ โดนเจาะฝั่งนั้นต้นซีชั่นไม่รู้นะว่า เทรนท์ ป่วยโควิดหมือนกัน, เจเค เพิ่งมาพูดถึงในช่วงหลัง เมื่อฟูลแบ็กตัวเก่งของเขาโดนกดดันหนัก ซึ่งผมก็ยากจะปกป้องนะ เพราะการวางบอลเข้าไปในเขตโทษอ่อนไปเยอะ มีเกมที่ผ่านบอลเสียเป็นสถิติด้วยบางที นักวิจารณ์ก็คือ นักวิจารณ์นะ,ทำงานง่าย

ไม่เหมือนนักบอลที่ ต้องทำงานหนักมีเวลาฟื้นฟูสภาพร่างกายน้อย เดี๋ยวเตะ เดี๋ยวเตะและช่วงพรีซีชั่น จากที่ต้องมีสัก 6-7 สัปดาห์เปิดฤดูกาลมาเดือนสิงหาคม ผู้เล่นบางคนยังไม่ติดเครื่อง ต้องลงเกมไปสักพัก --- นี่นักเตะหงส์มีเวลาเพียงแค่สองสัปดาห์เท่านั้นคุณสตีฟ ฮอลแลนด์, มือขวา แกเร็ท เซาธ์เกต เข้ามาชมเกมนี้ คงมีความกังวลกับอาการเจ็บข้อเทสองข้างของ แฮร์รี่ เดน,ปัญหาใหญ่ของท็อตแน่มนาทีนี้ ไม่รู้จะหายไปนานเพียง 2-3 สัปดาห์ หรือมากกว่านั้นหากย่อมมีข่าวดีกะฟอร์มของ ไอ้หนูเทรนท์ ในวัยเพียงแค่ 22 ปี อยู่ในทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของใครต่อใคร แต่โดนจับจ้องหนักเหลือเกินเมื่อเข้าเดือนแรกของปีค.ศ. 2021การเติมขึ้นทางกราบขวา การผ่านบอลยาวอย่างสนุกการทำประตูด้วยตัวเอง + การแอสซิสต์สวยๆ ให้กะ ซาดิโอ มาเน่ ล้วนมีส่วนสนับสนุนให้ได้ตำแหน่งแมน ออฟ เคอะ แมตช์จากหลายสื่อรวมทั้ง "บีที สปอร์ตส์" ที่ถ่ายทอดสดในอังกฤษ ทุกคู่กลางสัปดาห์นี้ และกลางสัปดาห์หน้า

นี่มัน คาฟู หรือ ดาเนี่ยล อัลเวสชัด ๆ ฮาไปดูการให้คะแนนความสามารถนักเตะหงส์จาก สื่อมาตรฐานอย่าง นสพ. เดอะ ไทมัสให้ 8 คะแนน แก่นักเตะหงส์แดงนะครับ นอกจากเทรนท์ แล้วยังมีกัปตัน เฮนโด้ ที่เป็นสร้างสรรค์ประตูแรก หยอดจากกลางสนามแล้ว มาเน่ที่ป่วนในครึ่งแรกได้เยอะ แต่ขาด เรดาร์ หลุดไปปั้น โรแบรโต้ ฟีร์มิโน่ คนที่ชอบยิงไก่ แปจากระยะเผาขนมาก หลาเดียวหรือไม่ถึงด้วยซ้ำ Gini เปลี่ยนมาเล่นบท no.6 ได้ 8 คะแนน(ติอาโก้ ขยับสูงไปเล่นบท นัมเบอร์ 8 ได้ 7 คะแนน ไม่ใช่เลวร้าย เกมในแดนกลางดูลื่นไหล และไม่พะวงเหมือนหลายเกมก่อนเพราะผมเคยเขียนยบ่อยว่า ติอาโก้ เหมือนจะมีปัญหานะ ถ้าต้องเล่นบทสำคัญหน้าแผงหลังการผ่านบอลไปมา ไม่ใช่ข้อสงสัย แต่การตัดเกมคู่แข่ง การหลุดตำแหน่งในเกมรับนี่สิ)บ็อบบี้ ก็ได้ 8 คะแนน อย่างสมควรเล่นเด่นมาตั้งแต่เกมเอฟเอ คัพ ที่โอลด แทร็ฟเฟิล์ด แล้วนะ นี่อจจะเป็นเพียงลูกที่หกในฤดูกาลนี้ แต่การยิงไก่ได้สามนัดติดเนี่ยเสมอเหมือน หลุยส์ ซัวเรส ระดับเทพอรุกวัยเลยเชียวก่อนหน้านี้ เรามักจะมองว่า พอต้องแเก้ปัญหาเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ก็ทำผู้เล่นในแนวรุกต้องพะวงด้วย แล้วก็ดึงประสิทธิภาพถดถอยการจับคู่ CB ต่อมา ยังต้องนึกถึงโกเมซ + แน็ต ฟิลลิปส์ อันนี้เริ่มกังวลแล้วเพราะรายหลังนี่ ไม่อยู่ในแผนหาทางขายในช่วงตลาดซัมเมอร์ แต่พวกทีมในเยอรมันไม่มีเงินกันคิด "ยืม" อย่างเดียว

โปรแกรมบอล  ฟาบินโญ่ ได้คู่คะ มาติป พอเล่นด้วยกันเมื่อไหร่ก็เพิ่มความอุ่นใจ ปัญหาคือความฟิตของผู้เล่นหลายหลัง หากลสุดนี้ อดีตดาวเตะโมนาโกก็เหมือนจะเป็นเหยื่อในตำแหน่งนี้อีกรายไปบนบานอะไรกันไว้หรือเปล่าเนี่ยหรือใครแช่งเอาไวใครเล่นตำแหน่ง "เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ"ให้หงส์ในฤดูกาลนี้ ต้องมีอันเป็นไป แหม! แหม!เหนื่อยครับ คุณยังได้เห็น ฟาบินโญ่ แน็ต ฟิลลิปส์ * แพ็ต อาจความเร็วน่าเป็นห่วงแต่ลูกโด่งโอเคเลย ฤดูกาลก่อนยืมตัวไปเล่นลีกาสอง ในเยอรมัน สถิติการเล่นลูกหัวนี่เจ๋งสุดลงมาเล่นครึ่งหลังที่ท็อตแน่ม อ็อตสเปอร์ นัดล่าสุดนี้ ใช้ความสูงเข้าโหม่งจังหวะสำาคัญ ทำให้ชน เฮือง มิน เล่นไม่ได้, ไม่ฟาวล์นะ เล่นบอล

คูณยังได้เห็น ฟาบินโญ่ + รีห์ส วิลเลี่ยมส์ * ตอนแรกผมก็เชียร์ไอ้หนูวัย 19 ปีตั้งแต่ได้เล่นบอลถ้วยเล็ก คาราบาว คัพ ช่วงต้นซีชั่น ได้ยืนคู่กะตัวกำอย่าง เวอร์จิล (บางทีคนก็สงสัยว่าทำไมถ้วยเล็กหรือบอลไม่มีความหมบอสส์จะส่งตัวหลักลงมาเล่นทำไม แต่วิธีการของเจเค ช้ดเจนเขาไม่ต้องการฆ่าเด็กคิดว่าการที่ รีซได้เล่นกะ เวอร์จิล จะได้ประโยชน์มากกว่า ได้เรียนรู้ในเกมแข่งขันไป), ทว่า ช่วงหลัง ในสมองมันมีความคิดตีกัน ระหว่าง ทีมกำลังลำบาก ภาระหนักอึ้งไปที่จะใช้ รีห์ส ซึ่งดูยังไม่พร้อมจะขึ้นมาเบียดรุ่นพี่ ความเร็วก็โดนกระชากหายหลายเกมการขึ้นเกมก็กลายเป็นว่า ต้องเน้นส่งให้รุ่นพี่ใกล้ ๆ ก่อน เล่นไม่ได้มากกว่านั้นคุณยังได้เห็น ฟาบินโญ่ + เฮนโด้*กัปตันที่หลายคน ไม่อยากให้ลงมาเล่นหลังเพราะนอกจากไม่ใช่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟอาชีพแล้วยังทำให้เกมแดนกลางหงส์แดงอ่อนลงด้วยกระนั้นหลังเกมกับ ท็อตแน่ม ที่เฮนโด้ไม่ได้โดนคุกคามเยอะ และมีการวางบอลยาวจากแดนหลังได้ จุดสำคัญจุดนึงที่ลิเวอร์พูลขาดไปเมื่อไม่มี ฟาน ไดค์ --- เหมือนกะว่า ตอนนี้ กัปตันหงส์ จะต้องเป็นเสาหลักคนใหม่ในตำแหน่ง"เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ" ในเกมต่อไป กลับเข้ากรุงอีกครั้ง คราวนี้เปลี่ยนจากเหนือ มาเป็นด้านตะวันออกแถว สแตรทเฟิร์ด, สังเวียนที่เคยเป็น สนามใหญ่ของ โอลิมปก เกมส์ 2012

บ้าจริงๆ ครับ เริ่มต้นกับสเปอร์สด้วยคู่ เฮนโด้ + มาติป นั่นก็นเป็นห่วงอยู่แล้วและมันน่าจะเป็นจุดที่ทำให้นักวิจารณ์ได้คุยกันสนุกปาก เมื่อเห็น ชน เฮือง มิน หลุดไปส่งบอลเข้าเสาแรกสวยมากดีนะที VAR ขีดเส้น เช็กการออฟไซต์จาก สต๊อคลี่ย์ พาร์ค ดูว่าเทช้ายของนักเตะเกาหลีใต้ กะรักแร้ของ เทรนท์ มันจะยังงัย ยังงัยในฐานะแฟนหงส์นี่ บอกเลยว่า ถ้าเซ็กแบบนี้, เช็ก armpit เมื่อไหร่ ก็เตรียมทำใจเลยไม่ค่อยได้ประโยชน์หรอกฮะ พอขึ้นยืนยืนว่า"ออฟไซด์" นะเฮ้ย! มีอย่างนี้ด้วยเหรอไม่คุ้นเลยคุณเฮนรี่ วินเทอร์ นักข่าวฟุตบอลของเดอะ ไทม์ส ตั้งข้อสังเกตว่า เกมนี้ ลิเวอร์พูลกลับไปเล่นฟอร์มเหมือนเก่าก่อน ขณะที่ โชเช่ มูรินโญ่ ก็เข้าฟอร์มเดิมเหมือนกัน "ตำหนิผู้เล่นเป็นรายบุคคล" ผมก็ฟังให้สัมภาษณ์หลังเกมแกไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่ก็พูดถึงความผิดพลาดรายบุคคลนี่ส่งผลกับเกมนี้ ซึ่งทุกคนก็รู้ว่า โจ โรดอน และนายทวาร อูโก้ ยอริส ต้องรับผิดก่อนใครหากในความผิดพลาดนั้นคุณวินเทอร์เขาเขียนถึงว่ามันเป็นเพราะแท็คติกของมูด้วยมั้ย?

ใช่เลยครับ เราได้เห็นการเริ่มต้นเกมด้วยสามเซ็นเตอร์แบ็ก โดยเลือก โรดอน เป็นตัวสำหรับอนาคตหากอ่อนประสุบการณ์ กะ เบนเดวิส มายืนประกบ เอริค ดายเออร์, มองข้ามโตบี อัลเดอร์ไวเรลด์ เฉย แล้วก็เอา แม็ตต์โคเฮอร์ตี้ นักเตะเท้าขวาไปเล่นวิงแบ๊คซ้าย เพราะเซร์คิโอ เรกียอน เจ็บอยู่และ โรดอน ก็พลาดตอนจะหมดครึ่งแรก พลาดพร้อมกับ แซร์ ออริเยร์ อาจขาดสมาธิกันเผลอเรอไม่นึกว่า เฮนโด้ จะตักโด่งขึ้นมาให้มาเน่ พอขยับตามก็ไม่ทันแล้ว และพอบอลชงเข้ากลางประตู นายทวารยอริส เกิดอาการลังเลอีกพวกนี้ ไม่เคยฟังอาจารย์เหลืองพากยกบอล "ห้านาทีแรก, ห้านาที่สุดท้าย สำคัญที่สุด"ลิเวอร์พูลเปิดประตูแรกในช่วงทดเจ็บของครึ่งแรก จนทำให้ฮาล์ฟไทม์ น้ำมูเปลี่ยนสองตัวเลย ดึงออริเยร์ ที่มีส่วนพลาดลูกแรกออกพร้อมกับเคน เล่นต่อไม่ไหว เจ็บข้อเท้าทั้งสองข้างหลังปะทะกะ ติอาโก้ และ เฮนโด้ ตามลำดับแต่ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายอะไรนะครึ่งหลังเริ่มเล่นได้สองนาที ยอริสป้องกันลูกยิงของมาเน่แย่ไปหน่อย กลายเป็นปัดเข้าทาง เทรนท์, ปัดแบบตั้งให้คู่แข่ง ไม่ใช่การป้องกันที่ดีนักของคนที่เป็นมือหนึ่งทีมแชมป์โลก

ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลจำต้องส่ง แน็ตฟิลลิปส์ มาแทน มาติป ที่เจ็บเอ็นข้อเท้า (จากปากดล็อบป์เอง) ต้องรอผลการสแกนในวันศุกรแต่ที่เรามั่นใจก็คือเวลา กองหลังแคเมอรูนเจ็บไม่เคยพักพื้นน้อยวัน ลิเวอร์พูลน่าจะมี โม ซาล่าห์ เป็นคนยิงประตูหลังจาก ฮอยเบียด ชัดนอกเขตแบบว่างๆ แต่ก็ยอมรับว่าสวย พอให้ไก่มีความหวังเล็กน้อยแต่ VAR ทำพิษอีกแล้ว มองว่าการสร้างเกมขึ้นมาตรงกลางสนามไป "แฮนด์บอล"บ็อบบี้ก่อนทำกันสวยมากเลยนะ จาก บ็อบบี้ ไปติอาโก้ ที่เพิ่งกลับลงสนามหลังเข้าห้องไปพันศรีษะเมื่อเกิดอุบัติเหตุในการแย่งโหม่งกลางอากาศบอลไปถึงมาเน่ และได้เห็นการแอสซิสต์ที่สวยก่อนโม จะยิงแบบเด็ดขาดผู้ตัดสิน มาร์ติน แอ๊ตกินสัน มาย้อนดูจังหวะต้องสงสัยว่า บ็อบนี้ มือโดนบอลก่อนหรือเปล่าโดนครับ โดน .--- ชัดเลยหากตลกอีกแล้วผู้ตัดสิน ไม่ยอมมองว่าเอริค ดายเออร์ กอดรัดบ็อบบี้ นัวนัวทำฟาวล์อยู่ และบอลไปโดนแขน ดายเออร์ ก่อนด้วยซ้ำมึนตีบเลยครับ ดีนะที่มันไม่ได้มีผลทำลายทิศทางของเกมใครบอกว่า VAR เข้าข้างลิเวอร์พูลบ้างแล้ว, ผมพูดไม่ได้เต็มปากฮะ

ความเห็นต่าง ฟลิค-ซาลิฮามิดซิช  ข่าวแมนยู 

ความสัมพันธ์ระหว่างเทรนเนอร์ ฮันชี ฟลิค กับ ผู้อำนวยการกีฬา ฮาซาน ซาลิฮามิดชิชเปี่ยมด้วยความเห็นที่แตกต่างกัน อันมีลำดับเหตุการณ์ดังนี้ อัลบาโร่ โอดริโอโซล่า คว้าทริปเปิลแชมป์กับบาเยิร์น มีอยู่แค่นี้ ใครไม่เชื่อลองดูภาพจากช่วงหนร้อนที่ผ่านมาก็ได้ เขาชูถ้วยชปล., ถาดแชมป์บุนเดสลีกา และเดเอฟเบ โพคาล ที่เห็นได้ชัดเจนถ้าไม่มี อัลบาโร่ โอดริโอโซล่า บาเยิร์นจะคว้าทริปเปิลแชมป์ได้ไหม?

น่าจะทำได้สบายมาก เพราะช่วงที่ยืมตัวเขามาในครึ่งซีชั่นหลัง เขได้ลงสนามแค่ห้านัด 157 นาทีเท่านั้น แม้นตอนที่ แบ็กขวาตัวหลัก เบนฌาแม็งปาวาร์ บาดเจ็บในช่วงทัวร์นาเมนต์ ชปล.ช่วยทีมไม่ได้ เทรนเนอร์ ฮัน ฟลิค ก็ไม่ไว้วางใจในตัวนักเตะสเปน ถอย โยชัว คิมมิช จากมิดฟิลด์ตัวกลางมาเป็นแบ็กขวาฟลิคกลัวสถานการณ์เช่นนี้ตั้งแต่ครึ่งปีก่อนนั้น ตอนที่โควิดยัไม่ระบาดในเยอรมันและบาเยิร์นไปเก็บตัวที่กาตาร์ต้นมกราคม 2020 ฟลิคกล่าวถึงการหารือกับสโมสรว่า "เราต้องมีการเสริมเขี้ยวเล็บอย่างน้อยสองคน คนหนึ่งเกมรับ และบางทีปีกอีกสักคนไม่อย่างนั้นสโมสรไม่มีขนาดทีมที่เหมาะในครึ่งซีชั่นหลัง"ตอนนั้นฟลิคพึ่งรับหน้าที่ต่อจาก นิโก้โควัช ได้เพียงเดือนครึ่ง และระหว่างนั้นได้พาทีมกลับมาสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จ มันเป็นการส่งสัญญาณไปยัง ฮาซาน ซาลิฮามิดชิช ผู้อำนวยการกีฬาตอนนั้น และบอร์ดกีฬาตอนนี้ ยิ่งกว่านั้น ฟลิคเขี่ยลูกเริ่มเกมต่อสู้ชิงอำนาจระหว่างทั้งสองคน นับแต่นั้นมีการขับเคี่ยวกันอยู่เรื่อย เปิดเผยบ้าง แบบลับๆ บ้าง

มกราคม 2020 ดูเหมือนว่า ซาลิฮามิดชิช ถูกต้อง

ในฐานะผู้รับผิดชอบการซื้อขายผู้เล่น ซาลิฮามิดชิช มองว่าเป็นการกระแทกมาที่เขาและเขาได้แสดงปฏิกิริยาตอบกลับ เขามองว่าเป้าหมายในชีชั่นไม่ตกอยู่ในอันตรายแม้นไม่มีการเติมใครเข้ามา แต่เขาบอกว่าเข้าใจในความปรารถนาของเทรนเนอร์และเรื่องนี้มีการหารือกันอย่างต่อเนื่อง แล้วการหลุดมายังที่สาธารณะละ

บราช์โชกล่าวในตอนนั้นว่า "ผมประหลาดใจ ที่ฮันซี่ไปขับเคลื่อนการวางแผนขนาดทีมกับสื่อผมไม่เห็นด้วยเลย" ซาลิฮามิดชิช เข้รับตำแหน่งผู้อานวยการกีฬในปี 2017 มีอาวุโสในการทำงานกับบาเยิร์นมากกว่า ชี้ว่า "ตอนนี้ฮันซี่เป็นเฮดโค้ช รู้สึกได้ถึงความคาดหวังที่กดดัน ยิ่งเป็นเทรนเนอร์บาเยิร์นยิ่งมากใหญ่อนาคตของบาเยิร์นไม่ขึ้นกับแบ็กขวาสักคน" อย่างน้อยไม่ใช่ผู้เล่นที่ยังแอกทีฟ แต่กับอดีตผู้เล่น คือซาลิฮามิดชิช เองก่อนปิดตลาดหน้าหนาวเขายืมตัวแบ็กขวา โอดริโอโซล่า จากมาดริด ส่วนผู้เล่นเกมรุกที่เทรนเนอร์อยากได้อีกคนเขาไม่หามาให้การที่ฟลิคไม่เชื่อใจ โอดริโอโซล่า เห็นได้จากการได้ลงเตะน้อยมาก แต่ขณะเดียวกันเหมือนเทรนเนอร์หลอกตัวเอง เพราะทีมที่ซาลิฮามิดชิชปั้นผู้เล่นเอาไว้ และ ฟลิค มองว่าไม่ดีพอนั้น สามารถคว้าทริปเปิลแชมปสำเร็จ กรณีนี้ ชาลิฮามิดชิช ถูกต้อง

ฟลิค เรียกร้องสิทธิ์การวีโตในการซื้อ-ขายผู้เล่น

ฟลิค ได้ใช้กรวางแท็กติกอันชาญฉลาดและคุณภาพในการทำงานด้วยจิตวิทยากับขนาดทีมพัฒนาเสือใต้ต่อไปด้วยเทมโปอันรวดเร็ว คว้าชัยชนะหนแล้วหนเล่า ทำให้เกิดคำถามสำคัญสำหรับอนาคตของสโมสร ใครจะมาเป็นเทรนเนอร์ในระยะยาว?การวางแผนขนาดทีมระยะยาวเป็นอย่างไร?ด้วยชัยชนะที่ทำได้ไม่หยุดหย่อน ทำให้ฟลิค กลายเป็นทางเลือกที่ปรารถนาของผู้บริหารมันสมเหตุสมผลและเป็นที่รู้ได้ไม่ช้านาน หลังจากที่บาเยิร์นบุกไปเอาชนะเชลชี 3-0 ในเกมรอบ 16 ทีม ชปล.ในเดือนกุมภาพนธ์ ชีอีโอเสือใต้ คาร์ลไฮนซ์ รุม-เมนิกเก้ ได้มอบปากกาแดงให้ฟลิคในงานเลี้ยงอาหารหลังเกมและบอกว่า "บางครั้งเรใช้ปากกานี้เซ็นสัญญา"

ตอนนั้นฟลิคที่ได้รับคำมั่นให้ทำงานถึงหน้าร้อนไปแล้ว ยังไม่ไดลนามในสัญญาระยะยาว เขาพยายามสร้างความเข้มแข็งให้ตนเองในการตัดสินใจเรื่องการซื้อขายผู้เล่นด้วย เขากล่าวในตอนนั้นว่า "เมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้เล่นใหม่และทำให้แกร่งขึ้น ในสายตาของผมนั้น เทรนเนอ ร์ย่อมมีสิทธิ์ในการวีโต้"คำพูดที่สร้างความแปลกใจต่อผู้บริหารเสือใต้ บอร์ดบริหาร โอลิเวอร์ คาห์น เน้นว่า "ท้ายที่สุดสโมสรยอมอยู่เหนือสิ่งอื่นใดเสมอ" เหนือสิ่งอื่นใดที่เขาหมายถึงเทรนเนอร์แต่ดาห์นเองเป็นกาวใจ เป็นคนกลางในการเคลียร์ความเห็นต่างระหว่าง ฟลิค กับ ซาลิฮามิดชิชก่อนที่ฟลิคจะลงนามในสัญญาถึง 2025 เมื่อต้นเมษายนจากนั้นไม่นานซาลิฮมิคซิชได้เลื่อนตำแหน่งเป็นบอร์ดกีฬา

คำถามเรื่อง แวร์เนอร์ หรือ ซาเน่?  ข่าวแมนยู 

ขณะเดียวกันมีการครุ่นคิดว่า ในหน้าร้อน 2020 ยุคโควิดที่งบประมาณมีจำกัดนั้น จะคว้าผู้เล่นระดับท็อปรายใดเข้ามาดี ฟลิค เชียร์ ติโม แวร์เนอร์จากไลป์ชิก หรือ ได ฮาแวร์ทช้ จากเลเวอร์คูเช่นซาลิฮามิดชิช อยากได้ ลีรอย ซาเน่ จากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ท้ายที่สุดซื้อตัวชาเน่ราคาราว 45 ล้านยูโร ที่ผ่านมานั้นเขายังทำไม่ได้ดังที่คาดหวังเอาไว้เมื่อเดินทางมาถึงมึนเช่นฯ ชาเน่บอกว่าเขาตั้งตารอการทำงานกับฟลิค แต่ย้ำไว้ชัดว่า "ฮาชาน ชาลิฮามิดชิช กับ คอนซปต์ของเขามีบทบาทสำคัญอย่างมาก เขาหนุนหลังการย้ายตัวครั้งนี้ตั้งแต่ต้นและไม่ยี่หระต่อสิ่งใด"ยิ่งไปกว่านั้น ติอาโก้ จอมเทคนิคผู้คุมเกมแดนกลางอำลาสโมสร ตลอดจนผู้เล่นในการโรเตชั่นที่ทดสอบแล้ว่าฟังก์ชัน ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และ อิวานเปริซิช แม้นฟลิคเรียกร้องให้มีการเสริมทัพอย่างเหมาะสม ตอนแรกนอกจาก ซาเน่ ได้มาอีกแค่นายทวารสำรอง อเล็กซานเดอร์ นือเบล และดาวรุ่งต็องกีย์ เนียงซู

บราชโซคว้ามาอีกสี่ราย

จนวันสุดท้ายของการเปิดตลาดหน้าร้อนชาลิฮามิดชิชจึงได้ผู้เล่นมาเพิ่มอีกสี่ราย บูนา ชาร์,มาร์ก โรกา, ด้กลาส คอสต้า และ เอริก มักซิมชูโป-โมติง ฟลิค เชื่อใจในตัวพวกเขาเพียงใด เห็นได้เหมือนที่เกิดกับโอดริโอโซล่าในครึ่งซีชั่นหลังก่อนนั้น การที่พวกเขาได้ลงสนามน้อยนิด ไม่มีใครทำได้เตะตา ยามที่มีตัวแทนสักคนจากสี่รายนี้ได้ลงเตะ ส่วนใหญ่ทำได้ผิดหวัง ชาลิฮามิดชิชเสริมขนาดทีมในหนร้อนด้วยปริมาณ แต่ขาดซึ่งคุณภาพบางที่อาจเป็นเพราะสถานการณ์โควิดปัจจุบันทำให้ฟลิคไม่ได้เรียกร้องขอเสริมผู้เล่นต่อที่สรารณะอันต่างจากหนก่อน ฟลิคกล่าวสั้น ๆ ว่า "ผมไม่เห็นว่ามีอะไรใหญ่โตที่จะทำให้เกิดอันตรายต่อเป้าหมายของเรา เราจะใช้ขนาดทีมที่มีในตอนนี้ไปจนจบซีชั่น"

กองหลังตัวกลางในอนาคตหน้าตาจะเป็นอย่างไร?  ข่าวแมนยู 

แต่คำถามถึงช่วงเวลาหลังจากนั้น ช่อนไว้ด้วยศักยภาพที่จะเกิดความขัดแย้งกัน อย่างเช่นในการจัดตัวผู้เล่นกองหลังตัวกลาง หลังจากที่บาเยิร์นพายแพ้ในการรั้งตัว เดวิด อลาบา นายใหญ่ในแนวรับเอาไว้ ฟลิคได้เรียกร้องว่า "เมื่อมีผู้เล่นที่มีคุณภาพอย่างเขาย้ายออกไป สโมสรคงต้องหาผู้เล่นที่มีคุณภาพทัดเทียมกันมาทดแทน"สำหรับ เยโรม บัวเต็ง ผู้หมดสัญญากับบาเยิร์นเมื่อจบชีชั่นนี้ ฟลิคอยากให้มีการต่อสัญญาต่างไปจาก ซาลิฮามิดชิช ฟลิค บอกว่า "เขาเป็นผู้เล่นที่ส่งผลดีต่อเราเสมอ" ไม่เหมือนชาลิฮามิดชิชที่มองว่า ลูคัส แอร์กน็องเดช ที่เขาซื้อมาในปี 2019 ด้วยราคา 80 ล้านยูโร ต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญในตำแหน่งกองหลังตัวกลางเสียที แม้นฟลิคจะเอ่ยว่าเขาเป็นตัวเลือกที่สมารถแทนที่อลาบาได้ เขาก็ไม่ได้ส่งตัวนักเตะแชมป์โลกชาวฝรั่งเศสลงสนามอย่างสม่ำเสมอ ทั้งที่ช่วงหลังเล่นได้ดีความเห็นต่างระหว่างฟลิคกับชาลิฮามิดชิชคงมีต่อไป แต่ที่ผ่านมาความเห็นต่างในหมู่ผู้รับผิดชอบบาเยิร์นก็มีขึ้นบ่อยครั้ง บางครั้งพวกเขาพาสโมสรก้าวต่อไปและไม่ได้แยกทางกันก่อนเวลา อย่างเช่นความเห็นต่งระหว่าง รุมเมนิกเก้ กับ อูลี่ เฮอเนสที่เกิดขึ้นอยู่เสมอคิงคัลเล่บอกว่า"ถ้าคนสองคนมีความเห็นเหมือนกันตลอดมีคนเดียวพออีกคนไม่จำเป็นต้องมีก็ได้"

Transfer Round-up  ข่าวแมนยู 

ตลาดซื้อ -ขายนักเตะช่วงหน้าหนาวใกล้ปิดตัวลงเต็มที โดยเที่ยวนี้มีข่าวที่น่าสนใจจากสโมสรใหญ่ ๆ อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด,เชลซี และปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาอัปเดตขณะที่ เอดิน เซโก้ หัวหอกจอมเกอาแอส โรม่าแว่ว ๆ ว่าอยากกลับมาโลดแล่นในเวทีพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง แต่จะเป็นกับสโมสรใดนั้น เรามาหาคาตอบกัน

- (Official) ยูเวนตุส คว้าตัว มาร์เลย์ อาเก้ปีกดาวรุ่งชาวฝรั่งเศส มาจาก โอลิมปีก มาร์กเซยด้วยราคา 8 ล้านยูโร (ประมาณ 296 ล้านบาท)โดยเซ็นสัญญาร่วมงานกันยาวถึงปี 2025

- (Official) ฟิออเรนติน่า เซ็นสัญญายืมตัวเดวิน มัลคุยต์ ฟูลแบ็กเลือดน้ำหอมของ นาโปลีมาใช้งานจนจบฤดูกาลนี้

- (Official) ยานนิค โบลาซี่ ปีก เอฟเวอร์ตันย้ายไปเล่นให้ มิดเดิลสโบรช์ ด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาลนี้

- แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บรรลุข้อตกลงปล่อยตัวเจสซี่ ลินการ์ด กองกลางสำรอง ให้ เวสต์แฮม ยูในเต็ด ยืมใช้งานจนจบฤดูกาล โดยก่อนหน้านี้ตัวนักเตะได้รับความสนใจจากทั้ง นิวคาสเซี่ล ยูไนเต็ดและ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน (Sky Sports)

- นอกจากนี้ "ปีศาจแดง" กำลังเจรจาปล่อยตัวฟากุนโด้ เปยิสตรี ปีกดาวรุ่งชาวอุรุกวัย ให้ เดปอร์ติโบ อลาเบส ยืมใช้งานอีกรายด้วย (Goal)

- โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือคนใหม่ เชลซี มีแผนการที่จะปล่อยตัว บิลลี่ กิลมอร์ กองกลางดาวรุ่ง ให้สโมสรอื่นยืมใช้งานจนจบฤดูกาล โดยเชื่อกันว่า ดาวเตะเลือดวิสกี้วัย 19 ปี กำลังได้รับความสนใจจาก เรนเจอร์สของกุนซือ สตีเว่น เจอร์ราร์ด (Daily Telegraph)

- ฟลอเรียน นอยเฮาส์ กองกลางตัวเก่ง โบรุสเซียทมึนเช่นกลัดบัค ตกเป็นเป้าหมายเสริมทัพของ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ที่กำลังมองหาตัวแทนของเดเล่ อัลลี่ มิดฟิลด์ชาวอังกฤษ ที่อาจย้ายไป ปารีสแซงต์-แชร์กแมง (Mirror)

- วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ได้หันกลับมาให้ความสนใจในตัว เอนสลี่ย์ เมทแลนด์-ไนลส์ดาวเตะสรพัดประโยชน์ของอาร์เซนอลอีกครั้ง หลังนักเตะแสดงความต้องการที่จะย้ายออกไปเล่นกับสโมสรอื่นแบบสัญญายืมตัว เพื่อโอกาสลงเล่นที่มากขึ้น(Mirror)

- อินเตอร์ มิลาน และ อาแอส โรม่า กำลังเจรจาแลกตัวนักเตะกันระหว่าง อเล็กซิส ซานเชซ คับเอดิน เชโก้ แต่การเจรจายังไม่มีความคืบหน้า (Fabrizio Romano)

- นอกจากนี้ เซโก้ ได้มีการถูกเสนอให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วย (Gazzetta dello Sport)

- อย่างไรก็ตาม เซโก้ อยากย้ยกลับไปเล่นให้แมนเซสเตอร์ ซิตี้ มากกว่า และตอนนี้ อเลสชานโดร ลุชซี่ เอเยนต์ของเจ้าตัว กำลังทำงานอย่างหนักในการนำหัวหอกชาวบอสเนียฯ วัย 34 ปี คัมแบ็กสู่ถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม (Corriere dello Sport)

- ปาร์ฆ่า จ่อปดดีลยืมตัว โยชัว เซิร์คชี หัวหอกดาวรุ่งชาวดัตช์ของ บาเยิร์น มิวนิค มาใช้งานจนจบซีชั่น พ่วงออปชั่นซื้อขาด (Fabrizio Romano)

- แอร์เบ ไลป์ชิก จะพิจรณาขาย ดาโยต์ อปาเมกาโน่ เชนเตอร์แบ็กตัวเก่ง หลังจบฤดูกาลเท่านั้นตามค่าฉีกสัญญา 42.5 ล้นยูโร (ประมาณ 1,572.5ล้านบาท) (Fabrizio Romano)

- แอธเลติก บิลเบา มีความสนใจที่จะคว้าตัว เซซาร์ อัชปลิกวยต้า กองหลังชาวสแปนิชของเชลซี มาร่วมก้วนช่วงชัมเมอร์นี้ หลังเห็นนักเตะมีแววกลายเป็นแข้งส่วนเกินในแผนการทำทีมของทุนซือโธมัส ทูเคิ่ล (Sport Witness)

- ปารีส แซงต์-แชร์กแมง พร้อมที่จะพิจารณาชาย คีลิยัน เอ็มบั้ปเป้ กองหน้าชูเปอร์สตาร์ของทีมซึ่งมีข่าวกำลังได้รับความสนใจจาก เรอัล มาดริด และลิเวอร์พูล ในช่วงชัมเมอร์นี้ ถ้าหากไม่สามารถตกลงเรื่องสัญญาฉบับใหม่กับตัวนักเตะได้ (Marca)

- นอกจากนี้ เปแอส รุกหนักในการล่าตัว เชร์คิโอ รามอ เซนเตอร์แบ็กกัปตันทีม เรอัล มาดริดที่กำลังจะหมดสัญญากับต้นสังกัดหลังจบฤดูกาลนี้โดยได้มีการยื่นข้อเสนอสัญญา 3 ปี มูลค่ามหาศาลให้รามอส พิจารณาอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งเป็นดีลที่ตัวนักเตะจะได้รับค่เหนื่อยสูงถึงปีละ 15 ล้านยูโร(ประมาณ 555 ล้ำนบาท) เลยทีเดียว (ESPN)

- อาแอส โมนาโก กำลังเจรจาอยู่กับ อาร์เซน่อลถึงความเป็นไปได้ในการขอยืมตัว ลูกัส ตอร์เรยร่ากองกลางทีมชาติอุรุกวัย มาใช้งานจนจบฤดูกาล โดยตอนนี้ดาวเตะวัย 24 ปี อยู่กับ แอตเลติโก มาดริดแบบสัญญายืมตัว แต่แทบไม่ได้ลงเล่น ซึ่งทำให้"ไอ้ปืนใหญ่" อาจจะขอดึงตัวกลับ (Sky Sports)

- นีซ ได้มีการเจรจากับบาร์เซโลน่า ถึงโอกาสคว้าตัว ฌอง-แคลร์ โตดิโบ เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งชาวฝรั่งเศส ที่ปัจจุบันเล่นอยู่กับเบนฟิกแบบสัญญายืมตัว (Gianluca Di Marzio)

Continue Reading