Connect with us

ดูบอลสด

วิเคราะห์บอล ราคาบอลไหล บอล แมนซิตี้ สนทนาภาษาลูกหนัง

Published

on

สนทนาภาษาลูกหนัง

วิเคราะห์บอล ราคาบอลไหล บอล แมนซิตี้ สนทนาภาษาลูกหนัง

สิ่งที่มองจาก 2 แดงเดือดวิเคราะห์บอล

12 เดือนผ่านไปนับจากแมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ลิเวอร์พูล 0- มีความเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฝ่ามือคงจำกันได้หลังจากแพ้ลิเวอร์พูลในแอนฟิลด์เมื่อ ม.ค. 2020 ทีได้ตัวเพลย์เมกกอร์ จากโปรตุเกสมาเสริมทีมหลังจากพลาดในช่วงซัมเมอร์ แต่ก็ยังไม่สายเกินแก้เพราะนับจาก บรูโน่ แฟร์นันด์ส ลงเล่นเกมแรก (0-0 วูล์ฟส์) "ปีศาจแดง" มีผลงานในรอบหนึ่งปีที่ดีกว่าทุกทีมจนถึงวันนี้พวกเขาคือ "จ่าฝูง" จากการพัฒนาปรับปรุงฟอร์มการเล่นของทีมที่ก้าวหน้าเจอร์เก้น คล็อปป์ พูดถึงแมนฯ ยูไนเต็ด ว่า They [the players] are still brilliant people and brilliant characters, all of them," Klopp added,แมนซิตี้

นักเตะของพวกเขายังเป็นชุดที่ยอดเยี่ยม และแคแรกเตอร์ที่ยอดเยี่ยม ทั้งหมดเลยนั่นละครับ

"All of them made happen what happened in the last few years and they don't change overnight. It is still a really good group."'

ทั้งทีมนี้ได้ทำให้เกิดขึ้นต่อผลงานสองสามปีล่าสุด พวกเขาไม่ได้เปลี่ยนไปเพียงแค่ช่วงข้ามคืน นี่คือทีมที่ยังคงเป็นชุดนักเตะที่ดีจริง ๆการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ใช่ช่วงข้ามคืนแต่ 12 เดือนที่ผ่านมาพวกเขากลับไล่ทำแต้มจนเหนือกว่าลิเวอร์พูล จากการที่เคยตามเมื่อ ม.ค. 2020 ถึง 30 แต้ม แน่นอน ไม่มีใครจำตารางเดือนมกราคมได้แต่มันได้ถูกบันทึกเอาไว้เป็นที่เรียนร้อยแล้วบางที "น้าลูกอม" คงไม่อยากจำให้รกสมองเพราะการพัฒนาทีมสำคัญกว่า ถึงจุดนี้มันคงเป็นคำตอบได้ดีว่าแม้ตกรอบบอลยุโรป ลงไปเล่นถ้วยเล็ก แต่นั่นคือบทเรียนรดาแพงของการ "รักษา" มาตรฐานการเล่นให้คงที่บทเรียนมักเกิดขึ้นตามเส้นทางของเราอยู่เสมอไม่ว่าจะชีวิตหรือกีฬาวันนี้ทีมก้วหน้ขึ้นแท่นจ่าฝูง ลดช่องว่างที่เคยห่างจากแชมป์เก่าถึง 30 คะแนนได้อย่างสุดยอด ถึงจุดนี้พวกเขาคือหนึ่งในทีมร่วมลุ้นแชมป ได้หรือไม่อีกเรื่องหนึ่งแต่การพัฒนาผลงานของทีมถึงเวลานี้...คงต้องยอมรับมากกว่าอะไรทั้งปวงถ้าผมป็นแฟนผีเวลานี้ ผมก็มีความสุขในการโพสต์ความหนาวเย็นของร่างกาย...ลองดูตารางคะแนน ม.ค. 2020 ประกอบแล้วเทียบกับตอนนี้สิครับความทางระดับสามสิบแต้มแล้วไม่ใช่ว่าลดได้หากแต่ทำแต้มแชง มันเกิดขึ้นในหนึ่งบีได้ไง มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะครับมันคงมีสองเหตุผลหลักๆ นั่นคือ แมนฯ ยู ฟอร์มดีพุ่งขึ้นมา ส่วนลิเวอร์พูลที่เคยนำห่างขนาดนั้นฟอร์มตกลงไปอย่างน่ใจหาย ไม่ชนะใครห้เกม ไม่ยิงประตูใครเลย จากกลุ่มกองหน้าที่คือตัวท็อปของลีก 480 กว่านาที....อย่างไรก็ตามตอนเริ่มต้นปีนี้...แฟนบอลและสื่อก็ไม่คิดว่าทีมน้าลูกอมจะมาถึงจุดนี้ ยิ่งตอนแพ้อาร์เชน่อล 0-1 เมื่อ 1 พ.ย. พวกเขาอยู่อันดับ 15 มี 7 แต้มจาก 6 เกม สองเดือนผ่านไปไวเหมือนโกหกทีมน้าลูกอมคือ "จ่าฝูง" ถึงขนาดนแกบอกว่าผลเสมอกับลิเวอร์พูลคือการพลาดโอกาสทองในการทำแต้มชนะอะไรคือเบื้องหลังบอล

  1. แท็กติก "รับแล้วสวน" เลสเตอร์ ชิตี้,

แอตเลติโก มาดริด เคยใช้แท็กติกแบบนี้คว้าแชมปลีกมาแล้วดังนั้นทฤษฎีแต่เดิมที่เชื่อว่าจะเป็นแชมปลึกต้องบุก ต้องเล่นเกมรุก อาจใช้ไม่ได้ในบางซีชั่นทว่า...มันมีเงื่อนไขที่ว่า บุกต้องบุกให้มันเด็ดขาดบุกแล้วชนะ ไม่ใช่บุกดี เล่นดี แต่ไม่ชนะ อย่างนั้นก็คือ"ยังไม่ดีพอ" ส่วนการเล่นตามแบบฉบับรับแล้วสวนกลับ มันคือแท็กติกที่มีความเสี่ยงอยู่เหมือนกันคุณเชิญชวนให้คู่แข่งคุมเกมเข้าหา มีโอกาสพลาดโดนยิงได้ เพราะตั้งรับเป็นหลัก แต่ถ้หากเกมรับคุณรัดกุม ไว้ใจได้ พลาดยาก มันจะกลายเป็นกำแพงใหญ่ที่ป้องการโจมตีได้ดีทฤษฎีมันเป็นแบบนี้ ปฏิบัติทำได้ ก็เป็นหัวใจเกมรับสวนกลับรับดี รับแน่น สวนกลับจะทำได้ง่ายและเร็วขึ้นการสวนกลับคือการใช้ประโยชน์จากพื้นที่แนวรับคู่แข่งที่ต้องดันกันขึ้นมาสูงจากเขตโทษตัวเองเรียกว่า เกือบครึ่งสนามหรือระยะ 30-40 หลา พื้นที่รับคู่แข่งมาก ทีมสวนกลับใช้คนน้อยและจังหวะบอลก็น้อยตาม 1-2-3 ในการรับส่งบอลถึงหนเขตโทษคู่แข่งโอกาสปิดบัญชีย่อมมี หรือไม่ก็นำไปสู่การเล่นจังหวะรุกใส่คู่แข่งทีมน้าลูกอม...อาจใช้ผู้เล่นในแดนตัวเองเป็นส่วนใหญ่ แต่ในความเป็นจริงเขาผสมผสานแท็กติกการเล่นแบบรับแล้วสวนกลับเอาไว้ หลายจังหวะของเกม ไล่แดนบน,ไล่แดนสอง เพื่อทำลายจังหวะเกมรุกคู่แข่งราคาบอลไหลจากนั้นถอยมารับในแดน...ปิดพื้นที่การทำเกมแทบทุกตรางนิ้ว ไม่มีช่องว่าง ไม่มีพื้นที่ให้ทีมรุกเข้ามาโจมตีได้ง่าย เสียบอลเมื่อไหร่ ทำเร็ว เปลี่ยนเกมจากรับเป็นรุกนักเตะตัวรุกจะมีที่ว่างให้ใช้สอยเกมแบบนี้ต้องมีตัววางบอลแม่น ๆ ในทีมมี บรูโน่ แฟร์นันด์ส แต่วันนี้ ปอล ป็อกบา กลับมาเข้าฟอร์มเก่งของเขาแล้ว การสวิตช์บอลซ้ายไปขวาหรือจ่ายไปที่ว่าง เกิดขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าใครสังเกตดีๆ จะเห็นครึ่งหลังของแดงเดือดสัปดาห์ก่อนจังหวะแบบนี้ทำให้การเพรสแย่งบอลของลิเวอร์พูลทำอะไรไม่ได้ เพราะโดนวางบอลหนีการรุมเพรสออกมามันก็ใช่ แต่มันไม่ใช่ทั้งเกม จะมีจังหวะจะโคน ที่ต้องเพรสคู่หลายคนอาจมองว่า โซลชา เน้นรับแล้วสวน ซึ่งแข่งบ้าง เพื่อไม่ให้เล่นเกมได้ถนัด ทำสลับกันไปแบบนี้ การรุกของคู่แข่งจะขาดตอน ไม่ต่อเนื่องในเกม...ความอึดอัดมาเยือนทีมรุกเหมือนลิเวอร์พูลครึ่งหลังโอเค...ครึ่งแรกเด็กหงส์ คุมเกมได้ดีและเข้าเขตโทษได้หลายครั้ง แต่แนวรับก็สร้างแรงกดดันให้กองหน้าหงส์เยอะ เพราะไม่มีจังหวะให้หลุดเดี่ยวๆ มีจังหวะยิงก็ทำแบบฝืนๆ เกร็งๆ เพราะกลัวพลาดแล้วโดนสวนยิงออกดีกว่ายิงติดบล็อกไปเลย 555 ยิงติดบล็อกแมนซิตี้มีโอกาสโดนสวนจากบอลสองนะครับ

  1. เกมรับนั่นแหละ...จากแท็กติกแบบนี้พระเอก

จึงเป็นนักเตะในกลุ่มเกมรับทั้งหมดที่เล่นได้ดีสิ่งเหล่านี้คือความเชื่อมั่นในการเล่นที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า เดินทางไกลจาก พ.ย. และต้นปีคือ ม.ค. วันแพลิเวอร์พูล ความก้าวหน้าเกิดขึ้นหลายคนพูดถึง บรูโน่แฟร์นันด์ส และเกมรุกแต่วันแดงเดือดสัปดาห์ก่อนแบ็กโฟร์ เล่นได้ตามแท็กติกเกมรับอย่างรัดกุม เหนียวแน่น ความผิดพลาดโดยส่วนตัวของหน่วยรับตั้งแบ็กและคู่เชนเตอร์ ไม่มีให้เห็นตรงกันข้ามยังจัดการกับหน่วยรุกหงส์แดงได้อยู่หมัดในครึ่งหลังนี่คือกลุ่มก้อนเกมรับที่ทำหน้าที่ได้โดดเด่น...ไม่มีอะไรดีไปกว่าการเล่นตาม "หน้าที่" ของตัวเองในแท็กติกที่โค้ชวางเอาไว้เมื่อเกมรับพลาดยาก เกมรุกเดินหนด้วยการยิงประตู ส่วนสำคัญในการชนะเกมแข่งขัน ได้สามแต้ม ตรงนี้คือจุดที่ปีศาจแดงจะต้องเผชิญหนต่อไป โดยเฉพาะเรื่องของ "แรงเสียดสี" ในการเป็นจ่าฝูงและซีชั่นที่มีความกดดันเพิ่มขึ้นตรงนี้คือจุดที่นักเตะจะต้องเรียนรู้ในการรับมือกับความกดดันในฐานะ "จฝูง" และป้ายราคา "ลุ้นแชมป์"ที่เริ่มคืบคลานเข้ามาในจิตใจของแฟนผีมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าถามว่า 7 ปีหลังจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือ....โอกาสนี้ใกล้เคียงที่สุดแล้วลุ้นกันนัดต่อนัด แฟนผีว่ากันแบบนั้นโอเค...ผมเขียนคอลัมน์นี้ดักเอาไว้ก่อนเอฟเอ คัพแดงเดือด ผมเชื่อว่าผลแข่งนัดนี้ จะมี "ผลกระทบ" ต่องลิวอร์พูลมากกว่าแมนฯ ยูฯ ชัยชนะคือสิ่งที่เด็กหงส์ต้องการไม่ใช่เพื่อแฟนหงส์เอาโพสต์ตามเฟชบุ๊กเพื่อ "ความเชื่อมั่น" ในทีมของนักเตะทุกคนมันจะเป็นสปริงบอร์ดให้กลับมาเก็บแต้มแบบยาวๆ หรือไม่ "ไม่รู้แน่ชัด" แต่มันคงต้องรีบหยุดวิกฤตการณ์เอาไว้ให้ได้ หากตกรอบเอฟเอ คพ ไม่ว่าคู่แข่งวันนี้คือแมนฯยูๆ หรือไม่ มันคือหายนะที่เข้ามาอยู่เป็นเพื่อนสนิทโดยไม่ไปจากไปไหนเป็นแมนฯ ยูฯ ก็หนักหน่อยเพราะความรู้สึกมันจะเป็นสองเท่าวิเคราะห์บอล

  1. ความเชื่อมั่น...แง่จิตวิทยาเรื่องนี้จะเข้ามาเติม

ให้ทีมมีโอกาสชนะมากขึ้น ถ้ดูจากเกมที่พวกเขาโดนนำก่อนแล้วกลับมาชนะ ไม่ว่าจะเป็นเกมพบเชาธโดนสองลูก ก่อนแชงชนะ, ขุนค้อนก็นำพวกเขาก่อน ล่าสุดฟูแล่มอีกเบ็ดเสร็จ 21 แต้มที่พวกเขาอยู่ในตำแหน่งตามหลังในเกม ภาษาอังกฤษเขาใช้คำว่า losing position เวลาบอลโดนนำ ฝรั่งจะบรรยายหรือบอกว่า team is losing ไม่ได้แปลว่ากำลังแพ้ แปลว่า..กำลังโดนนาถ้าทีมนำเขาจะพูดสกอร์หรือไม่ก็ is leadingดังนั้นทีมที่กำลังโดนนำแล้วพลิกกลับมาชนะในเกมฟุตบอลมันคือจุดที่นติดตามอย่างยิ่ง มันคือความมั่นใจในการเล่น ซึ่งซีชันนี้ แมน" ยูฯ ทำได้ดีสุด แต่นั่นไม่ใช่ตารางคะแนนเปรียบเทียบอะไรเป๊ะเพราะทีมระดับแมนๆฯ ชิตี้ หรือ สเปอร์ส นั้นคือทีมที่โดนคู่แข่งนำยาก ส่วนใหญ่พวกเขาจะยิงนำก่อน อันนี้ก็คนละแบบนะครับอย่างไรก็ตามทีมที่โดนนำก่อนบ่อยๆ ไม่ใช่เรื่องดี มันต้องมีบ้างที่โดนนำ จะเสียสมาธิหรือทำอะไรผิดพลาดก็แล้วแต่ การโดนนำบ่อย ๆ ไม่ใช่ว่าจะกลับมาชนะได้ทุกครั้ง หลายเกมไปต่อให้กับคู่แข่งชะอย่างนั้นตรงนี้เชื่อว่า น้ำลูกอม คงจะลดการโดนคู่แข่งนำก่อน ยิ่งเข้าสู่ช่วงหนสิ่วหน้าขวาน มันจะกดดันตัวเองมากมายแน่นอน...จากนี้แมนฯ ยูฯ ก็ต้องโดนทดสอบอย่างหนักละครับมาฝั่งลิเวอร์พูลบ้าง ก่อนเกมแดงเดือด คล็อปปให้สัมภาษณ์สามประเด็นที่นสนใจและมันก็สะท้อนให้เห็นอะไรหลายอย่างอยู่บอล

"We lost that [Burnley] game and it was a really low point," Klopp said. "It's not that I thought, 'Who cares?'.

พวกเราแพ้ เบิร์นลี่ย์ มันคือจุดตกต่ำอย่างแท้จริง มันไม่ใช่อย่างที่ผมคิด แต่ใครจะสนล่ะ

"When I think back I can't find a reason why we lost that game but we lost it. It happened and sometimes you need a really low point to change things properly and that's for sure [what] we will go for now.

เมื่อมองย้อนหลังกลับไป ผมไม่สามารถหาเหตุผลว่าทำไมพวกเราแพ้ในเกมแต่พวกเราก็แพ้ มันเกิดขึ้นและบางครั้งคุณต้องการจุดตกต่ำเพื่อเปลี่ยนแปลงอย่างถูกต้องแน่นอน พวกเราจะเริ่มต้นจากตรงนี้

"If we would have won in a bad game the world would have said, 'OK, it's not the football they usually play but they are back on the result path', but in the long term it would not help. ถ้าพวกเราชนะในเกมที่เล่นไม่ดี โลกจะบอกว่าโอเค แต่มันไม่ใช่ฟุตบอลที่พวกเราคุ้นเคย แต่มันคือการใช้ผลแข่งเป็นเส้นทางเดิน แต่ระยะยาวมันไม่ช่วย "It can be a real help if we use it. I can imagine what a lot of people think about us in the moment."ราคาบอลไหล

มันจะช่วยอย่างแท้จริงถ้าพวกเราใช้มันได้ ผมจินตนาการได้ว่าผู้คนคิดถึงพวกเราในแบบนี้เจเค ต้องการเล่นให้ดีก่อนแล้วชนะเกม ไม่ใช่เล่นเพื่อผลแข่ง ซึ่งตามศาสตร์ฟุตบอลมันก็จะเป็นแบบนั้น ทว่าหลายทีม หลายเกมเล่นเพื่อผลแข่งที่เป็นใจ อาจไม่ต้องเล่นดีก็ได้เจเค บอกบอลแบบนี้มันไม่ยั่งยืนแนวคิดเขาดไม่ผิดหรอกครับเพราะเขาททีมคว้าแชมป์ไปแล้ว แต่วลานี้ถ้ต้องการหยุดวิกฤตการณ์ เขาต้องใช้ผลแข่งมาช่วยด้วยเหมือนกัน อาจไม่ต้องเล่นดีก็ได้เล่นแล้วยิงให้ได้ ยิงได้แล้วชนะจากนั้นเดินต่อไปจากจุดนี้

ส่วนกรณี โม ชาลาห์ ที่นักข่าวถามจี้ว่า มีส่วนทำให้การเล่นไขว้เขวหรือไม่ คล็อปป์ บอกว่า เรื่องปกติในเกมฟุตบอล นักเตะถูกถาม เขาตอบ เหมือนพูดคุยบทสัมภาษณ์ปกติ แต่ข่าวที่เอาไปพาดหัวดัดแปลงเรื่องราวเขาไม่คิดว่าข่าว ซาลาห์ จะทำให้ทีมไขว้เขวในการเล่นแน่นอน...ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกคนก็สามารถหาเหตุผลมาสนับสนุนความคิด มันก็เหมือนที่เกิดขึ้นตอนนี้...จนการบาดเจ็บของ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เป็นเรื่องที่พูดถึงหลังจากเงียบไปในช่วง 6-7 นัดก่อนหน้านี้

ช่วงหงส์แดง นั่งแท่นจ่าฝูง มีแต่เสียงชื่นชม การแก้ปัญหาของ เจเค วันนี้ ผีร้ายที่หัวเข่า ฟาน ไคค์ มาหลอกหลอนในวันที่กองหน้ายิงไม่เข้าประตูคล้ายๆ กำลังจับแพะชนแกะอยู่ แต่ คล็อปป์คงไม่นจะไปฟังเสียงวิจารณ์แบบ hindsight อย่างที่ แกริ่ เนวิลล์ เคยบอกกับ เจมี่ คาร์ราเกอร์ ว่า "บอลจบแล้ว คุณพูดอะไรก็ถูกหมด"เมื่อกองหน้า, ตัวรุก ยิงประตูไม่เข้ามาสี่เกมหลายคนย้อนไปพูดว่ากองหนขาดความมั่นใจเพราะทีมขาดฟาน ไดค์ ซึ่งมันไม่ใช่พึ่งขาดแค่สี่นัดนี้ ทีมลิเวอร์พูลขาดฟาน ไดค์ มาตั้งแต่นัดที่ 6 แล้ว ขาดมา 3 เดือนครึ่งแล้วเพียงแต่พอไม่ยิงประตูสี่นัดล่าสุดเพราะทีมขาด ฟาน ไดค์ ?

อยากให้ย้อนไปช่วงเวลาในการเก็บแต้มนขึ้นจ่าฝูงช่วงนัดที่ 7, นัดที่ 13-16แมนซิตี้ ทุกคนบอกว่า คล็อปปี แกปัญหาการไม่มี ฟาน ไดค์ ได้ดี แก้ปัญหาเก่งมาก แต่วันนี้พอไม่ยิงประตู ฟอร์มของแนวรุกดร็อป ฟาน ไดค์ คือเหตุผลนั้นถ้าถามผม...อย่างที่เขียนชี้แจงไป ถ้าขาดฟาน ไดค์ มีผลกระทบ "โดยตรง" เลยนะครับแล้วละครับ เพราะเกมรับจะย่แย่ เสียประตูง่ายๆ แล้วหลุดลิเวอร์พูล เป้ ตั้งแต่จบนัดเสมอเอฟเวอร์ดันวงโคจรไป แต่กระนั้นเรื่องการขาด ฟาน ไดค์ ไม่ใช่ว่าไม่มีผล เพียงแต่ผมมองว่ามันมีผลกระทบ "โดยอ้อม"ที่ทำให้โค้ชต้องปรับแท็กติก ซึ่งมันไม่ใช่แค่ขาด ฟาน ไดค์คนเดียวนะสิมันขาด โจ โกเมช, โฌแอล มาติปเซนเตอร์ตัวหลักไปสามคน.....!!!! เอาจริง ๆ เกมรับก็ไม่ได้เพลี่ยงพล้ำ แต่บอลยิงไม่ได้ มันก็ต้องยอมรับว่า มีผล...แต่โดยอ้อมเรื่องความเชื่อมั่นในทีม เพียงแต่ถ้าเราดูการเล่นเกมรุกทีมชุดนี้ไม่ได้เล่นเสีย เล่นแย่ขนาดทำอะไชาวบ้านไม่ได้การเข้าแดนสามคู่แข่งยังมีเกิดขึ้นต่อเนื่องทั้งสร้างโอกาส, ได้ยิงวิเคราะห์บอลแต่เมื่อมันไม่เป็นประตู.....ส่วนสำคัญที่สุดในชัยชนะเรื่องของเรื่องมันก็พามาอยู่จุดนี้ จุดที่เป็นวิกฤตการณ์ ครั้งใหญ่ในชีวิตการทำงานของ เจเค อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

"แชมป์เก่า" ทีมไหนไม่ยิงคู่แข่ง 4 นัดติดต่อหายากนะครับ....ถ้าคุณเป็นโค้ช อันดับแรกที่จะแก้ไขคือเรื่องไหนก่อนจบคอลัมน์นี้...คงได้ข้อเฉลยในเบื้องต้นแล้วว่า คล็อปป์ แก้ไขการ "ยิงประตู" ให้กลับมาได้แล้วหรือยังในแดงเดือด เอฟเอ คัพถ้าไม่ได้...วิกฤตการณ์จะตามเป็นเงาที่เข้มขึ้นต่อไปถ้าได้.....ยิงได้แล้วเขี่ยแมนฯ ยูฯ ตกรอบ มันน่าจะเป็นการหยุดอาการปนฝีดของทีม พร้อมทั้งเตรียมกลับสู่เส้นทางแห่งชัยชนะอีกครั้งกันในลีกแมนซิตี้

เช็กโปรไฟล์ ‘เชว่า’

ในฐานะนักเตะนั้น ฝีเท้าของ อังเดร เชฟเชนโก้ ถือว่าไร้ข้อกังขา แม้ว่าเขาจะเคยทำผลงานได้น่าผิดหวังตอนมาเล่นกับเชลซี แต่ฟอร์มที่เคยทำได้กับดินาโม เคียฟ, เอซี มิลาน และทีมชาติยูเครน ถือว่าสุดยอดจนกลบช่วงเวลาอันเลวร้ายตอนมาค้าแข้งในอังกฤษได้แทบหมดจดนอกจากจะเคยทำผลงานที่สุดยอดตอนลงไปวิ่งในสนามได้แล้วนั้น เชฟเชนโก้ยังได้รับคำชมพอตัวกับการขึ้นมาเป็นกุนซือด้วย หลังจากพายูเครนไปลุยศึกยูโร 2020 รอบสุดท้าย ที่จะเตะกันในปีนี้ได้สำเร็จ ทั้งที่เขาเพิ่งเข้ามาคุมทีมเมื่อปี 2016 และเพิ่งมีอายุแค่ 44 ปีเท่านั้นผลงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เบทแฟร์ บ่อนรับพนันถูกกฎหมายรายหนึ่งยกให้เชฟเชนโก้เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ที่จะได้เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของเชลซี หากมีการปลด แฟรงค์ แลมพาร์ด ออกจากตำแหน่ง ซึ่งวันนี้เราจะมาดูเกร็ดที่นสนใจในอาชีพการเป็นกุนซือของ "เซว่า" กันสักหน่อย

วิเคราะห์บอล - นัดประเดิม

ก่อนจะมาคุมยูเครน ชุดใหญ่นั้น เชฟเชนโก้ทำงานเป็นผู้ช่วยของ มายดาโย่ โฟเมงโก้ ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งให้คุมทีม เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมปี 2016บอล ภายหลังโฟเมงโก้แยกทางกับทีมตอนจบศึกยูโร 2016 ที่ยูเดรนจอดป้ายแค่รอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งเกมแรกในการสวมสูทคุมทีมของเชฟเชนโก้ ได้แก่เกมฟุตบอลโลก 2018 กลุ่ม ไอ นัดเปิดรังโอลิมปิกสเตเดี้ยม เจอกับไอซ์แลนด์ เมื่อวันที่ 5 กันยายนปี 2016นัดดังกล่าวจบลงที่การเสมอกัน 1-1 โดยทีทีมเยือนขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 6 จาก อัลเฟร็ด เฟนน์-โบกาสัน ก่อนที่ทีมของเชฟเชนโก้จะตีเสมอได้จากอังเดร ยารโมเลนโก้ ในนาทีที่ 41 น่าเสียดายที่วันนั้นไม่มีแฟนบอลเป็นสักขีพยานในสนามแม้แต่คนเดียวเพราะยูเครนถูกผีฟ้าสั่งให้ลงเล่นแบบไร้คนดูในเกมเหย้า 1 นัด โทษฐานที่แฟนบอลของพวกเขาเคยแสดงพฤติกรรมเชิงเหยียดผิว/แบ่งแยกเชื้อชาติในเกมฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก นัดกับชานมารีโน

- เกมที่ดีที่สุด

วันที่ 7 มิถุนายน ปี 2019 เชฟเชนโก้ต้องนำทีมเจอกับเชอร์เบียในเกมยูโร 2020 รอบคัดเลือกกลุ่ม บี โดยมันเป็นเกมที่ 3 ของยูเครน ในการลงเล่นรายการนั้น ซึ่ง 2 เกมก่อนหนนั้นพวกเขาเสมอโปรตุเกส 0- และชนะลักเชมเบิร์กแบบหวุดหวิด 2-1ตอนแรกหลายคนคิดว่านี่จะเป็นเกมที่ยากของเชฟเชนโก้ เพราะขุนพลเลือดเชิรบเคยบุกไปเสมอโปรตุเกสถึงบ้านของอีกฝ่าย 1-1 ในนัดก่อนหน้านั้นแต่กลับกลายเป็นว่าวันนั้นยูเครนเล่นได้สุดยอดจนชนะไปแบบขาดลอย 5-0 ซึ่งจนถึงตอนนี้นั่นก็เป็นเกมที่เชฟเชนโก้ชนะได้ขาดลอยที่สุดในอาชีพการเป็นกุนซือราคาบอลไหล

- เกมที่แย่ที่สุด

ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน ฝรั่งเศสก็เป็นทีมที่น่ากลัว เพราะพวกเขามีนักเตะชั้นยอดโผล่ขึ้นมาอยู่เรื่อย และชุดปัจจุบันก็เป็นหนึ่งในนั้นเพราะมีแข้งชั้นยอดให้ใช้งานหลายราย อย่างเช่น ปอล ป็อกบา,คีลิยัน เอ็มบั้ปเป้, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, อองตวน กรีชมันน์เป็นต้นถึงกระนั้นมันก็ไม่มีใครคาดคิดว่าทีมของเชฟเชนโก้จะแพ้แบบหมดสภาพ 1-7 ในเกมอุ่นเครื่องที่สุนามสตัด เดอ ฟร้องซ์ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ปี 2020 ซึ่งที่จริงวันนั้นทีมของ ดีดิเยร์ เดส์ชองส์ ไม่ได้ใช้ทั้งป็อกบา, กรีซมันน์ และ เอ็มปเป้ เป็นตัวจริงด้วยซ้ำ โดย 2 คนหลังยังทำประตูในตอนที่โดนเปลี่ยนลงสนามได้ด้วย

- ผลงานโดยรวม

จนถึงตอนนี้เชฟเชนโก้ทำงานในฐานะกุนชื่อไปแล้ว 41 เกม คิดเป็นชนะ 21 เกม เสมอ 9 นัด และแพ้ 11 หน โดยถ้าเกิดสมมุติทุกเกมมันมีความหมายและนับเป็นคะแนนแบบลีกแล้วล่ะก็ ทีมของเขาก็จะเก็บได้ถึง 72 คะแนน หรือคิดเป็น 1.76 แต้มต่อเกม นอกจากนี้ ทีมของเชฟเชนโก้ยังสามารถทำได้ถึง 56 ประตูด้วย แต่เกมรับก็มีปัญหาในระดับหนึ่งเพราะโดนคู่แข่งพังตาข่ายไปถึง 48 หน

- กำลังแย่

แม้ว่าจะนำทีมไปเล่นศึกยูโร 2020 รอบสุดท้ายได้ แต่ตอนนี้เชฟชนโก้ก็กำลังอยู่ในช่วงที่ต้องคิดอยู่ทุกวันว่าจะแก้ปัญหายังไงดีก่อนถึงศึกใหญ่เพราะใน 7 นัดหลังสุดจากทุกรายการนั้น ทีมของเขาชนะเพียงแค่หนเดียว และแพ้ไปถึง 6 นัด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการพ่ายฝรั่งเศส 1-7 ในเกมอุ่นเกือกวิเคราะห์บอล แม้ว่านัดเดียวที่ชนะในรอบ 7 เกมที่ผ่านมาจะเป็นการเฉือนยักษ์ใหญ่อย่างสเปน 1 -0 ในเกมยูฟ่าเนชั่นส์ ลีก ลีก เอ กลุ่ม 4 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ปี 2020 แต่มันก็ไม่ดีพอที่จะทำให้ทีมรอดจากการเป็นบ๊วยของกลุ่มได้ และนั่นทำให้ในการแข่งเนชั่นส์ ลีกหนหน้า ยูเครนต้องหล่นไปอยู่ในลีก บี

บอล ‘คาวานี่’ ที่คู่ควรกับตำนานหมายเลข7

นับตั้งแต่ที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เก็บเสื้อผ้าอลาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปเล่นให้กับ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด เมื่อปี 2009 ทัพ "ผีแดง" ก็ปราศจากนักเตะที่คู่ควรในการสืบสานตำนานเสื้อหมายเลข 7 จนกระทั่งพวกเขาได้ผู้เล่นที่ชื่อ เอดินสัน คาวานี่ มาร่วมทีมเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเสื้อเบอร์ 7 มีความหมายกับแมนฯ ยูไนเต็ด มากๆ โดยในอดีตมีผู้เล่นระดับตำนานของพวกเขาสวมใส่และสร้างชื่อเสียงมากมาย ไม่ว่าจะเป็น จอร์จ เบสต์,เดวิด เบ็คแฮม, เอริก คันโตนแมนซิตี้ และ โรนัลโด้อย่างไรก็ตาม หลังจากสิ้นยุคของ"ชีอาร์ 7" แมนฯ ยูไนเต็ด มีนักเตะหลายคนที่ย้ายมาใส่เสื้อตัวนี้หลายคนรวมทั้ง เมมฟิส เดอปาย และอเล็กซิส ซานเชซ แต่ผู้เล่นเหล่านั้นไม่สามารถสร้างผลงานดีมีคุณภาพในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดได้เลย

เสื้อหมายเลข 7 ถูกผลัดเปลี่ยนไปให้กับนักเตะหลายคนตลอดช่วงกว่าทศวรรษจนกระทั่งการมาของคาวานี่ ที่ได้รับโอกาสจาก โอเล่กุนนาร์ โซลชา ให้สวมใส่เสื้อตำนาน ซึ่งค่อนข้างเป็นเรื่องที่นกดดันมาก ๆ สำหรับดาวยิงทีมชาติอุรุกวัย อย่างไรก็ตาม อดีตหัวหอกปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้รับการชื่นชอบอย่างมากหลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ และมีส่วนสำคัญที่ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสร้างผลงานชั้นยอดจนก้าวขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกได้สาเร็จแล้วคาวานี่ได้เจอกับอาถรรพ์หมายเลข 7 ไหม ? ดาวยิงชาวอรุกวัยชัดประตูในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีได้มากกว่า ซานเชช, อังเคล ดิมาเรีย และอาจจะเป็นผู้เล่นที่สวมเสื้อเบอร์นี้ได้ดีที่สุดนับตั้งแต่ที่กัปตันทีมชาติโปรตุเกสอลาถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดแม้ว่าในเวลานี้ ดาวเตะวัย 33 ปี จะยังไม่ได้เป็นตัวหลักของแมนฯ ยูไนเต็ดก็ตาม แต่เขาก็มีส่วนช่วยเหลือทีมให้ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงเวลานี้ ประตูแรกของเขาในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีเกิดขึ้นในแมตช์ต้อนเอฟเวอร์ตัน 3-1 เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมาก่อนจะลงสนามเป็นตัวสำรองพร้อมกับสร้างผลงานระดับมาสเตอร์พีซด้วยการชัด 2 ประตูในแมตช์คราพลิกชนะ "นักบุญ" เชาธ์ แฮมป์ตัน 3-2 ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะคาวานี่สวมบทฮีโร่โคตรเพชฌมาตชัดประตูเขี่ยเอฟเวอร์ตันตกรอบก่อนรองชนะเลิศ ศึกคาราบาว คัพ ก่อนช่วงคริสต์มาสด้วย

ในแมตช์ที่ชนะฟูแล่ม 2-1 คาวานี่ ซึ่งเคยคิดแขวนสตัดช่วงที่แยกทางกับแชงต์-แชร์กแมง เมื่อจบฤดูกาลที่ผ่านมา ก็ชัดประตูตีเสมอให้ทีม แน่นอนว่าเจ้าตัวยังคงรักษาฟอร์มที่แสนสุดยอดเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง และทำให้แมนฯ ยูฯ ยังคงฟอร์มร้อนแรงอยู่ในเวลานี้ค่าเฉลี่ยในการยิงประตูของคาวานี่แสดงให้เห็นว่าเขาสามารถยิงได้ 1 ลูกในทุกๆ 3 เกมในลีก (4 ประตูจาก 12 แมตช์) แน่นอนว่าสถิตินี้ยังถือว่าน้อยมาก แต่อย่าลืมว่านี่คือซีชั่นแรกของเขาเท่านั้นหากนักเตะยังรักษามาตรฐานแบบนี้ต่อไป จนสามารถนำความสำเร็จมาสู่ "โรงละครแห่งความฝัน" ในฤดูกาล 2020/2021...คาวานี่ก็คู่ควรกับคำว่าผู้สืบทอดเสื้อหมายเลข 7 อย่างแท้จริง !ราคาบอลไหล

ทำเนียบเสื้อเบอร์ 7 นับตั้งแต่ที่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อำลาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

(เฉพาะในพรีเมียร์ลีก)

- ไมเคิ่ล โอเว่น 5 ประตู 31 เกม

- อันโตนิโอ วาเลนเซีย 1 ประตู 30 เกม

- อังเคล ดิ มาเรีย 3 ประตู 27 เกม

- เมมฟิส เดอปาย 2 ประตู 33 เกม

- อเล็กซิส ซานเชช 3 ประตู 32 เกม

- เอดินสัน คาวานี่ 4 ประตู 12 เกม

นับถอยหลังวิเคราะห์บอล

เมื่อเอ่ยถึงชื่อของ อ็องโตนี่ มาร์ก ซิยาล ในตอนนี้เชื่อว่าแฟน "ผีแดง" คงแสดงปฏิกิริยาออกมาในทิศทางเดียวกันด้วยผลงานไม่น่าประทับใจเอาเสียเลยทำให้เขาโดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงแต่แนวรุกทีมชุดนี้มีตัวผู้เล่นจำกัดทำให้เขาได้ลงเล่นต่อไป แม้จะอยู่ในฟอร์มที่แย่ก็ตาม คำถามคือหากวันหนึ่งทีมมีตัวเลือกเพียงพอแล้ว เขาจะได้รับโอกาสลงเล่นมั้ย? และนี่อาจจะเป็นสัญญาณว่าเวลาของเขาในทีมโซลชาใกล้หมดลงแล้วฤดูกาลที่แล้ว อ็องโตนี่ มาร์กซิยาลเป็นดาวชัลโวสูงสุดของสโมสร ทว่าฤดูกาลนี้เข้าเพิ่งจะทำได้เพียง 5 ประตูเท่านั้น มากไปกว่านั้น 5 ประตูที่ทำได้มีเพียงแค่ 2 ประตูที่เกิดขึ้นในพรีเมียร์ลีกเท่านั้น ส่วนอีก 2 ประตูในยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก และอีก 1 ประตูในคาราบาว คัพนอกจากสถิติการยิงประตูไม่ดีแล้วฟอร์มโดยรวมของเขาในฤดูกาลนี้ยังย่าแย่อีกด้วย ความจริงก็มีบางแมตซ์ที่เขาเล่นดีขึ้นผิดหูผิดตาเช่น เกมถล่มลีดส์ 6-2 ซึ่งถึงแม้จะไม่มีชื่อบนสกอร์บอร์ดแต่เขาช่วยเชื่อมเกมและทำสองแอสซิสต์ หรืออาจจะเป็นเกมเปิดบ้านถล่มไลป์ชิกที่เขายิง 1 จ่าย 1 ทว่านี่ถือเป็นฟอร์มที่หายากในฤดูกาลนี้บอล

ปัญหาของเขาคือการตัดสินใจในกรอบเขตโทษที่ไม่เฉียบขาด และคุณภาพการเลี้ยงบอลกับตัวที่ตกลงอย่างชัดเจน เราเคยเห็นมาร์กซิยาลใช้ความคล่องตัวป่วนแนวรับมาหลายครั้ง แต่เรได้เห็นน้อยครั้งมากในช่วงนี้สิ่งที่ทำให้แย่ไปกว่านั้นคือการมาของเอดินสัน คาวานี่ กลายเป็นตัวเปรียบเทียบกันอย่างชัดเจนว่า มาร์กซิยาล เป็นกองหน้าคนละระดับอย่างแท้จริง มันอาจจะไม่แฟร์ที่เราน่าไปเปรียบเทียบกับนักเตะประสุบการณ์สูงหรือหนึ่งในกองหน้าเพชณฆาตระดับท็อปของยุโรป แต่ด้วยวัย 25 ปีเราควรจะเห็นพัฒนาการของมาร์กซิยาลมากกว่านี้เรื่องความเป็นกองหน้าก็ส่วนหนึ่งแต่เหตุผลสำคัญที่แมนเชสเอตร์ ยูไนเต็ด เช็นสัญญาคาวานี่เข้ามาเพราะเจ้าตัวมีจิตวิญญาณความเป็นผู้ชนะ ดังนั้นเรื่องจิตใจนั้นเขาแข็งแกร่งมากต่างจากมาร์กซิยาลแน่นอนแม้ว่าจะอายุ 33 ปีและเพิ่งสัมผัสประสบการณ์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรก แต่คาวานี่ กลับทำผลงานเอาชนะใจแฟนปีศาจแดงได้อย่างไม่ยากเย็น ศูนย์หน้าชาวอรุกวัยเพิ่งลงเล่นในลีกเพียง 506 นาที น้อยกว่ามาร์กซิยาล ถึงครึ่งหนึ่ง (1,062 นาที่) และยังมีโอกาสยิง 18 ครั้งน้อยกว่าของ มาร์กซิยาล (32 ครั้ง) แต่เขายิงประตูในลีก (4 ประตู) มากกว่าสตาร์ชาวฝรั่งเศส 2 เท่า

ประตูล่าสุดของคาวานี่ในเกมบุกชนะฟูแล่มเป็นตัวอย่างที่ดีว่าทำไมเขาเป็นกองหน้าที่ครบเครื่อง แม้จะเป็นจังหวะเก็บตกความผิดพลาดของนายด่าน แต่การจบสกอร์ที่คมกริบมันช่วยพลิกสถานการณ์ทีมให้กลับเข้ามาสู่เกมอย่างรวดเร็ว โชลชาเคยพูดไว้เมื่อท้ายซีชั่นที่แล้วว่าเขาอยากเห็นมารกชิยาลยิงประตูจากลูกแบบนี้ให้มากขึ้น จริงอยู่ที่สองประตูในลีก เขายิงได้ยอดเยี่ยมแต่มันก็มีแค่นั้นจริง ๆแมนซิตี้

ราคาบอลไหล เมื่อคุณมองกลับมาที่ผลงานของคาวานี่ ในสนาม เราจะเห็นการยืนตำแหน่งที่ชาญฉลาดบวกกับการเคลื่อนที่ไปยังจุดที่ได้เปรียบในการยิงประตู แถมยังช่วยวิ่งไล่กดดันคู่แข่งในแดนหน้า สิ่งนี้นจะเป็นเหตุผลที่ โซลชาตัดสินใจย้ายมาร์กซิยาลไปเล่นริมเส้นฝั่งซ้ายแทนที่จะเป็นกองหนในช่วงหลังมานี้ อย่างในเกมพบฟูแล่ม กองหน้าเป็น คาวานี่, ในเกมพบลิเวอร์พูล กองหน้าเป็น แรชฟอร์ดเหลือ เมสัน กรีนวู้ด ที่ยังไม่ได้โอกาส แต่เชื่อว่าเขาพร้อมจะเป็นตัวเลือกในการกดดันตัวจริงอย่าง มาร์กซิยาลเนื่องจากวัยของคาวานี่ตอนนี้คงไม่สามารถเล่นได้ 50 นัดต่อฤดูกาล ส่วนมาร์กซิยาล กำลังอยู่ในฟอร์มที่แย่ ดังนั้นกรีนวู้ด ที่มีอายุน้อยกว่าสตาร์ฝรั่งเศสก็น่จะเป็นกองหนตัวจบสกอร์ที่ดีที่สุด กรีนวู้ดถูกโยกมาเล่นปีกขวาบ่อยครั้งซึ่งเป็นตำแหน่งที่เขาไม่ได้ถนัดนัก แต่เขาเกิดมาเพื่อเป็นกองหน้าเชื่อว่าอีกไม่นานโชลชาจะให้โอกาสนั้นสิ่งนี้ทำให้มาร์กซิยาลอาจจะโดนเมินหรืออาจจะถูกย้ายมาเล่นปีกซ้ายซึ่งคงต้องแข่งขันกับเจ้าของตำแหน่งอย่าง มาร์คัสแรชฟอร์ด อีกฤดูกาลนี้ทั้งสองเคยลงเล่นปีกพร้อมกัน โดยแรชฟอร์ดเล่นทางปีกขวา ส่วนมาร์กชิยาลอยู่ฝั่งชาย ทว่าอย่างที่รู้กันแนวรุกทีมชาติอังกฤษโชว์ศักยภาพของตัวเองไม่ได้เมื่อยืนฝั่งขวาแล้วมาร์กซิยาลจะเล่นปีกขวาหรือ? เขาเคยเล่นแล้วแต่ผลงานไม่ดีเหมือนกันเพราะฉะนั้นเขาจะกลายเป็นแบ็กอัปในทั้งตำแหน่งกองหน้าและปีกซ้าย มันก็จะเหลือพื้นที่แค่ปีกขวาเท่านั้นหากต้องการลงเล่นตัวจริง

ด้วยวัย 25 ปีแล้วน่าแปลกที่มาร์กซิยาลยังหาตำแหน่งที่ตัวเองถนัดที่สุดไม่ได้และหากแมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการก้าวขึ้นมาอีกระดับเขาคงต้องการมากกว่าที่มาร์กซิยาลเป็นอยู่ในตอนนี้ทางเดียวที่เขาจะอยู่รอดในทีมของโซลชา คือต้องกลับมาโชว์ฟอร์มเก่งในฤดูกาลนี้ให้ได้ ก่อนที่ฤดูกาลหน้าเขาอาจจะโอกาสได้ลงเล่นตัวจริงน้อยลงเนื่องจากการเสริมตัวผู้เล่นในตลาดชัมเมอร์ ซึ่งความจริงนี่อาจจะเป็นโอกาสดีในการเปลี่ยนแปลงทีมด้วยการขายมาร์กซิยาล และนำปีกขวาระดับท็อปเข้ามาสู่ทีมใครสักคนที่ฉลาดสร้างสรรค์เกมรุกและมีประสิทธิภาพเมื่ออยู่ในพื้นที่สุดท้ายทำให้ควานี่และกรีนวู้ดที่ยืนกองหน้ายิงระเบิดระเบ้อ รวมถึงเข้ามาช่วย อาหมัด ดิยัลโล่ ปีกขวาดาวรุ่งให้มีเวลาในการปรับตัวและพัฒนาฝีเท้าในพรีเมียร์ลีกวิเคราะห์บอล

พูดมาอย่างนี้แล้วชื่อของ "เจดอน ชานโซ่" คงเป็นเป้าหมายแรกอย่างไม่ต้องสงสัย กลับมาคิดดูแล้วการพลาดคว้าเจ้าหนูคนนี้ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาเลยกลายเป็นสิ่งที่ต่ออายุของมาร์กซิยาลไปได้อีกฤดูกาลหรือแมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะมองตัวเลือกอื่นอย่าง อุสมาน เดมเบเล่ ปีกจอมเจ็บจากบาร์เซโลน่า หรือ เอมิเลียโน่ บวนเดียแข้งนอริชที่ฝีเท้าควรจะอยู่ในพรีเมียร์ลีก หรือเดวิด บรู้ดส์ ดาวเตะบอร์นมัธที่เคยเป็นข่าวกับทีมตอนชัมเมอร์ หากจะพูดเลยมันก็คงเจ็บ แต่คงบอกได้ว่าตอนนี้มีผู้เล่นหลายคนที่เข้ามายกระดับทีมได้ดีกว่ามาร์กซิยาลในตอนนี้ ด้วยชื่อเสียงของเขายังเพียงพอที่จะทำให้มีทีมเสนอเงินก้อนโตเข้ามาแน่นอนซึ่งแฟนผีอาจจะเสียดยแต่คงต้องยอมรับว่าความไม่สม่าเสมอของเขากลายเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ส่งผลกระทบกับทีมณ ตอนนี้ตำแหน่งกองหน้าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดูดีที่ เดียวแม้ไร้มาร์กซิยาล เขาอาจจะทำได้แค่เป็นตัวแบ็กอัปเห่านั้นซึ่งด้วยวัยเท่านี้มันคงน่าเสียดายที่เขาต้องพบกับบทบาทนีดังนั้นเวลาของมาร์ซิยาลใกล้หมดลงแล้ว หากจะพลิกโชคชะตาของตัวเอง ก็คงต้องรีบทำโดยด่วน

แมนซิตี้ ลิตเติ้ลโจ โชว์ออฟ

แจ็ค & ผ่องเพื่อนวิลล่า

ย้อนไปซัมเมอร์ที่แล้ว ผมคิดเล่น ๆ นะว่า ถ้าหากแมนฯ ยูฯ (ซึ่งเป็นคู่ปรับของทีมรักผม ลิเวอร์พูล) ได้ตัว "แจ็ค กรีลิช" ไปครอบครอง ก็จะรู้สึกเฉยๆ ก็ได้ไปสิ มันจะเปลี่ยนแปลงให้ทัพแข็งแกร่งไปได้มากขนาดไหนกันเชียว คือว่ากันตรง ๆ รู้สึกว่า หมอนี่มันเป็นตัวรุกที่วูบวาบได้อยู่ แต่ก็ไม่คิดว่าพอไปอยู่บิ๊กทีมแล้วมันจะเจงงัยถ้าเป็นในอดีต ผู้เล่นย้ายจากวิลล่าพาร์ค ไปโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก็จะนึกถึง แอชลี่ย์ยัง โอเดดังจะตายตอนย้ายครั้งนั้น เป็นตัวรุกที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก เป็นความหวังใหม่ทีมชาติอังกฤษสุดท้ายเป็นงัย ต้องไปเป็นแบ็กซ้ายบ่อยครั้ง จุดจบของเขาจนต้องย้ายไปเกิดใหม่ในกัลโช่ เซเรีย อา โน่นหรือถ้าเป็นเงื่อนไขอื่น ก็มองว่าอาจเป็นอย่าง วิลฟรีด ซาฮา ที่ย้ายจากพาเลช ไปเป็นนักเตะผีแดงสมัย เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็ได้บางทีอาจเป็นเพราะย้ายไปเร็วไป หรือความอดทนต่ำเกินไป ถ้ายอมอยู่มาจนกระทั่งวันนี้ ชาฮาก็น่าจะเป็นตัวสำคัญในทีมผีแดงได้บางที ดีลระหว่างแมนฯ ยูฯ กะ แจ็ค กรีลิช ถ้าหากฝั่งผีแดง, คุณเอ็ด รู้ดเวิร์ด เขาสนใจจริงนะ ไม่ใช่เพียงกระแสลอยลมเหมือนที่เราได้ยินสนคนโน้น คนนี้ สุดท้ายก็จะวีดๆ ไปหมด อาจจะลงเอยกันไปแล้ว ถ้หาก วิลล่า "ตกชั้น"ก็ปลายฤดูกาลก่อน เข้าสู่ช่วงสี่นัดสุดท้ายเนี่ย วิลล่าส่ออาการโคม่า แต้มตามหลังสี่แต้มจากการพ้นน้ำ ไม่น่าจะรอดได้ยามปกติ ทุกทีมที่ตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกย่อมต้องคำนึงถึงกระเป้าตังค์ตัวเอง และมักจำต้องขายสตาร์ของทีม บางทีก็เป็นนักเตะเองที่ทำตัวมีปัญหาด้วย เรียกร้องขอย้ายอย่างบอร์นมัธ ตกไป คุณก็เห็น คัลลัม วิลสัน (20 ล้านปอนด์) ไปอยู่กับนิวคาสเซิ่ลซึ่งก็ไม่รู้ว่าเลือกผิดหรือเปล่า จะตกชั้นสองฤดูกาลติดต่อกันมั้ย เพราะนี่สาลิกาดงเก่งจังยันแชมป์เก่าลิเวอร์พูลได้ แต่หลังจากโดนวิลล่าอัดในเกมพรีเมียร์ลีกคู่เดียวสุดสัปดาห์นี้ก็ทำให้มีสถิติที่น่าพึงพอใจมาก, ทีมของ สตีฟ บรูช ไม่ชนะใครในพรีเมียร์ลีกมาแปดเกมติด (เสมอ 2, แพ้ 6) สี่เกมหลังแพ้ตลอด !บอร์นมัธ นอกจากขายศูนย์หนตัวเอกแล้ว ยุคโควิดบีบให้ต้องปล่อยตัวเยอะเหลือเกินนายทวารเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ฤดูกาลนี้ อารอนแรมส์เดล (18.5 ล้านปอนด์)วิเคราะห์บอล นี่ก็ใช่ ไหนยังได้ตั้ง 40 ล้านปอนด์ เมื่อปล่อย นาธาน อาเก้ ไปให้แมนเชสเตอร์ ซิต

เพียงแค่แต้มเดียวตอนจบฤดูกาลก่อนระหว่าง วิลล่า อันดับสิบเจ็ด (รอด) และ บอร์นมัธอันดับสิบแปด (ตกชั้น) แถมถ้าผมจำไม่ผิดเนี่ยวิลล่ามีเกมที่โชคช่วย วีเออาร์ไม่ทำางาน ทำให้พวกเขาได้ประโยชน์ด้วย, มาถึงนาทีนี้ มันได้เกิดความแตกต่างมากมายระหว่างสองทีมนี้ ในปัจจุบัน ซึ่งต้องบอกว่า ผ่านไปไม่กี่เดือนเอง !นอกจากเสียตัวหลักอย่างที่ผมเอ่ยถึงข้างต้นแล้ว บอร์นมัธก็ยังต้องแยกทางกับ เอ็ดดี้ ฮาวกุนชื่อหนุ่มที่ปลุกปั้นพาพวกเค้าจากล่างสุดของฟุตบอลลีก หรือระดับดิวิชั่นสอง จนขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดของอังกฤษได้ แถมหลังจากพาขึ้นมาพรีเมียร์ลีกในปี 2015 ก็สร้างสโมสรเล็กๆ แห่งนี้ให้เล่นบอลในทิศทางบวก เล่นต่อบอลกัน และยืนหยัดได้สวยๆ มีฤดูกาลที่นประทับใจจบได้สูงถึงอันดับเก้าด้วย

ล่าสุดนี่ "เอ็ดดี้ ฮาว" กลับมามีกระแสอีกแล้ว ว่าถหากสาลิกาดงปลด สตีฟ บรูซ นาจะเลือกเขาเข้ามากู้สถานการณ์ ถ้าเป็นหมากนี้ผมเชียร์เลยนะ แฟนนิวคาสเชิลก็น่าจะรับได้ เพราะผลงานเอ็ดดี้ ฮาว เห็นๆ กันอยู่ ส่วนไอ้ที่ตกชั้นนั้นนอกจากแค่ "แต้มเดียว" กับวิลล่า แล้ว สภาพทัพในฤดูกาลก่อนนี้ เจ็บเยอะมาก ขนาดทีมมันอ่อนเหลือเกินแหม่ ! ตรงนี้ถ้าเป็นแฟนหงส์ก็มีเช็งนะนิวคาสเชิ่ลอุตส่าหยันลิเวอร์พูลได้ตอนปลายปีฉลองวันเกิดผมเลย (30 ธันวา) ดั้นดัน แพ้ตลอดหลังจากนั้น แพ้เลสเตอร์, อาร์เชนอล (ทั้งในลีก + เอฟเอ คัพ) ก็เป็นไปได้ แต่ด้นมาแพ้ เชฟฟิลด์ยูไนเต็ด ซึ่งไม่เคยชนะเลยในฤดูกาลนี้น่ะสิ ดูดูดูเธอทำราคาบอลไหล

ส่วนนัดล่าสุดที่แพ้ แอสตัน วิลล่า คิดไว้ก่อนแล้วว่ายังงัยก็ต้องแพ้ฮะ เพราะทรงบอลของแอสตัน วิลล่า ยังดีอยู่ ไม่ใช่ว่าถล่ม ลิเวอร์พูล 7-2 ต้นฤดูกาล แล้วจะเป็นแค่เกมเดียวแบบฟลุก ๆ ก่อนหน้าจะมาชนะ นิวคาสเชิล สะกิดให้ผมต้องเอ่ยชม "แจ็ค กรีลิช" และผองเพื่อนรวมทั้งยอดโค้ช ดีน สมิธ ที่เปลี่ยนทัพจากฤดูกาลได้อย่างน่าที่งเนี่ย ผมก็ว่าวิลล่า เล่นได้ดีมากในเกมพรีเมียร์ลีก เจอกะสองทีมหัวตารางแห่งเมืองแมนเชสเตอร์

วันปีใหม่ ไปแพ้ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดแพ้เพราะ วีเออาร์มองไม่เห็นว่า ปอล ป็อกบาเตะขาตัวเองในเขตโทษแบบนี้ ให้จุดโทษว่า กลาสลุยช์ มิดฟิลด์เชิงดีทำฟาวล์จากด้านหลังข้ามมาเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ใส่กะแมนฯ ซิตี้ ที่เริ่มติเครื่องแล้ว ก็ยังสู้ได้ดีเลยนะ,แมนซิตี้ โอเคละเรือใบอาจจะพลาดโอกาสทองด้วย แต่เมื่อคุณยันจะเข้าช่วงสิบนาทีสุดท้าย คุณก็ย่อมมีความหวังได้แล้วก็ดันมาโดนประตู จากจังหวะล้หน้าชัดๆ ของผู้เล่นคู่แข่ง ซึ่งพอตีความตามกฎกลับเป็นเรื่องชอบธรรม พอ ไทโรน มิงส์ พักอกเล่นบอล เท่ากับผ่านการเล่นแบบตั้งใจแล้ว จบการล้ำหน้า, ผู้เล่นที่ล้ำอยู่สามารถวิ่งเข้าแย่งบอลได้กฎมันทะแม่งๆ และกุนชีอ ดีน สมิธก็โวยวายจนรับใบเหลืองก่อน, จากนั้นตามด้วยใบแดงและก็มีผลทำให้ต้องนั่งชมเกมบนอัฒจันทร์ ในนัดต่อมาเมื่อมีนิวคาสเชิล มาเยือน (พักครึ่งสามารถลงไปพบลูกทีมในห้องแต่งตัวได้, หลังเกมก็มาสัมภาษณ์ได้ตามปกติ)

ได้ฟัง ร็อบบี้ ซาเวจ อดีตเด็กฝึกแมนฯ ยูฯ ที่ขึ้นชั้นไม่ได้ ต้องเร่ร่อนไปเติบโดแบบปานกลาง (ก็ระดับนึง) กับเลสเตอร์ ชิตี้ กับอะไร ๆ ไม่ใช่สโมสรแนวหน้าหรอก หลายปีหลังโผล่หนมานั่งวิจารณ์ไป เป็นขาประจำช่องบีบีชีอาจจะด้วยรูปลักษณ์ ใบหนใช้ได้ และมีท่าทางน่าสนใจ --- บอกว่ากฎนี้มันใช้มาสี่ปีแล้วนะคุณต้องยอมรับ ก็ไม่รู้นะ เหตุการณ์แบบนี้มันไม่ค่อยเกิดซึ่งนัดต่อมา ประตูแรกที่ แม็ตต์ ทาร์เก็ตต์ แบ็กซ้ายซึ่งดูเหมือนเปลี่ยนเป็นคนละคนวิ่งแลบไปรับบอลจายริมเส้นของกรีลิช แล้วผ่านเข้ามาไหน มองแวบแรก ตัวที่รออยู่ ศูนย์หน้าที่ไร้ประตูมาเก้านัด โอลลี่ วัตกินส์ ล้หน้าอยู่หน่อยแต่ทุกอย่างมันเคลียร์ เมื่อ ฟาเบียนแชร์ เซนเตอร์แข็กล้มตัวเหยียดขาสกัดบอล,แล้วบอลมันลอยโด่งให้ วัตกินส์ ได้ปลดล็อกให้กะตัวเองชะ (คิดดูสิว่า นี่มันนานกว่าเหล่ากองหน้าหงส์แดงทั้งหลาย ยิงลูกแรกจาก 10 นัดพรีเมียร์ลีก แต่ไม่มีคนสนใจนักหรอก !)บอล

เทียบสองเหตุการณ์ ก็ว่าโอเค เป็นประโยชน์กับวิลล่บ้าง และ ซาเวจ อาจบอกว่า"นี่งัย, กฎมันเป็นแบบนี้" หากผมว่า มันแปลกไปหน่อย โดยเฉพาะลูกของซิตี้ ที่โรดรี้ ล้ำเป็นโยชน์ มันมีส่วนกับการเล่นแน่นอน การเล่นเคลียร์หมายถึงคุณต้องแตะบอลสัก 2-3 จังหวะก่อน ไม่ใช่พอพักอกลงเท่ากับผ่านไปแล้ว เล่นต่อกันได้เลย อันนี้มันไม่แฟร์นะ สำหรับทีมที่ควรจะได้สิทธิ์จากการล้าหน้ของคู่แข่งถึงนาทีนี้ ผม (ถ้ามองในมุมแฟนหงส์)ดีใจนะครับ ที่ไม่เห็น กรีลิช ไปเป็นนักเตะผีแดงจากการที่มองว่าหมอนี่มันวูบวาบเป็นบางเกมกลายเป็นนักเตะที่เล่นดีสมาเสมอ เจอกะของแข็งอย่างไรก็สร้างปัญหาได้บอล

อย่างกะแมนฯ ซิตี้ กรีลิชผ่านบอลแบบเหนือๆ เลย แต่ จอหั่น แม็คกินน์ ยิงน่าผิดหวัง,ซึ่งลักษณะการให้บอลจากด้านซ้ายเข้ามาในเขตโทษอย่างเนียนตาแบบนั้น ก็เกิดขึ้นอีกในเกมกับนิวคาสเชิล ซึ่งคราวนี้ได้ผล เพราะคนเข้าทำเปลี่ยนมาเป็น แบร์กทร็องค์ ตราโอเร่ ที่กำลังร้อนแรงวิ่งเข้าส่งบอลเสียบใต้คานวิลล่าที่รอดพ้นการตกชั้นฤดูกาล เพียงเพราะ "แต้มเดียว" ที่เหนือกว่าบอร์นมัธ เสริมทีมในช่วงซัมเมอร์ได้อย่างน่าชื่นชม เพราะมันก็เห็น ๆ กันอยู่ว่า แม็ตต์ แคช แบ็กขวา, วัตกินส์ศูนย์หน้า, ตราโอเร่ ตัววูบวาบแนวรุก ต่างเป็นตัวที่ทำให้ทีมแข็งแกร่ง และเป็นทีมเล็กที่เล่นได้สนุกน่าติดตามดูเสมอ

วันที่ถล่มลิเวอร์พูล, อาจจะเป็นวันที่เป็นใจ พวกเขายิงแฉลบก็เป็นประตูตั้งหลายลูกแต่แม้คุณเป็นลิเวอร์พูล ถึงวันนี้ก็ต้องยอมรับ นี่เป็นทีมที่เล่นฟุตบอลในแง่บวก และน่าติดตามชมเสมอการได้นายทวาร เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซก็น่าชมมาก เพราะผ่านไป 17 เกม วิลล่าได้คลีนชีตเพิ่มเป็นเก้านัด เป็นรองแค่แมนๆ ชิตี้ (สิบนัด)เรือใบยิงไม่เยอะเหมือนเก่า แต่ได้จุดแข็งในการไม่เสียประตูมาทดแทนแต่จะเสริมทีมให้ดูดีขึ้นอย่างไร คุณก็ต้องกลับไปที่สตาร์เก่าก่อนของทีม แจ็คกรีลิช ที่มีฤดูกาลดีที่สุดในชีวิตการค้าแข้งของเขาล่าสุดคุณได้เห็นการแอสซิสต้ ลูกที่ 8 ในการลงเล่นพรีเมียร์ลีกสิบเจ็ดเกมของฤดูกาลนี้, มันมากกว่าการลงเล่นพรีเมียร์ลีกใน 4 ซีชั่นแรกของเขาอีกนะครับ เพราะเขาทำได้เพียงเจ็ดแอสซิสต์ จาก 70 เกม !

ใครคนนี้แอบฉีกยิ้มให้กับตัวเองดีนะเนี่ย ที่แมนฯ ยูๆ ไม่ได้จริงจังหรือเจรจาไม่สำเร็จ ในช่วงชัมเมอร์ ไม่งั้นแนวรุกอย่าง เอดินสัน คาวานี่, มาร์คัส แรชฟอร์ดได้บอลปั้นสวย ๆ ในทุกเกมละฮะ

อย่าซ้ำรอยตอนนั้นวิเคราะห์บอล

เจอร์เก้น คล็อปป์ ใช้เวลา 3 ปี พาโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กำราบ บาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์บุนเดสลีกา เมื่อฤดูกาล 2010/11 และป้องกันแชมป์ได้อีกในฤดูกาลต่อมาแต่หลังจากนั้น "เสือเหลือง" ของคล็อปป์ก็ไม่ได้ขยับไปลุ้นแชมป๊ลีกอีกเลย แม้จะจบรองแชมป์2 ครั้งติด แต่ระยะห่างคะแนนกับ "เสือใต้" ถูกทิ้งถึง 25 และ 19 คะแนน ตามลำดับจนกระทั่งฤดูกาล 2014/15 การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของคอร์ทมุนด์ คือการเสีย โรเบิร์ต เลวาน คอฟสกี้ ให้กับ บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งก่อนหน้านั้นหนึ่งปีพวกเขาเพิ่งปล่อย มาริโอ เกิทเซ่ แลกกับเงินก้อนโตให้แก่ "เสือใต้" เช่นกันซีชั่นนั้น ดอร์ทมุนด์ของคล็อปป์หมดหวังลุ้นแชมป์ตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งฤดูกาล 10 เกมแรกแพ้ไป 7 นัด มีช่วงแพ้ติดต่อกันถึง 5 หน และจบครึ่งชีชั่นแรก 17 นัด ด้วยการชนะ 4 นัด เก็บได้ 16 คะแนน

ปัญหาของคอร์ทมุดในตอนนั้นคือการทำประตู พวกเขาทำประตูคู่แข่งไม่ได้ 11 นัด คิดเป็น 32.35 % ของจำนวนนัดที่ลงแข่งในบุนเดสลีกาหลายต่อหลายเกม ดอร์ทมุนด์มีโอกาสทำประตูมากมาย แต่กลับทำประตูไม่ได้เช่นนัดที่แพ้ให้กับไมนซ์ 0-2เกมนั้นคอร์ทมุนด์มีโอกาสถึง 19 ครั้งมากกว่าไมนซ์ถึง 9 หน สถิติทุกอย่างดีกว่าหมด ทั้งเรื่องครองบอล และการเข้ทำให้เขตอันตราย แต่สุดท้ายก็แพ้ไป หรืออีกหนึ่งเกมที่ลงเล่นในบ้าน สถิดิรายละเอียดเกมของเจ้ถิ่นดีกว่าทีมเยือนบานเบอะ สร้างโอกาสได้มากกว่า 2 เท่า แต่กลับแพ้ฮันโนเวอร์ 0-1และหลังจากประดับประคองพาดอร์ทมุนด์หนีจากโชนท้ายตารางมาได้ พอถึงช่วงเดือนเมษายนคล็อปป์ก็ประกาศขอลาออกจากตำแหน่งเทรนเนอร์ดอร์ทมุนด์หลังจบฤดูกาลนั้น และผิดหวังอีกครั้งในนัดชิงชนะเลิศ เดเอฟเบ โพคาล "ผมคิดว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ถูก สโมสรแห่งนี้ควรจะให้กุนซือแบบที่เหมาะสมกับทีมระดับ 100 เปอร์เซ็นต์ เต็มเข้ามาทำทีม"ราคาบอลไหล

"ผมเลือกที่จะประกาศถึงการตัดสินใจของผมในตอนนี้ ก็เพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานักเตะบางคนตัดสินใจทำบางอย่างช้จนกลายเป็นว่าทีมไม่มีเวลาที่จะรับมือกับเรื่องนั้น"ตัดภาพกลับมาที่ทีมเขากำลังคุมทีมในตอนนี้ ทีมที่เขาใช้เวลาเกือบ 5 ปี ปฏิรูปทุกอย่างตั้งแต่ตู้กดกาแฟ, การแต่งตัวผู้เล่น, ระบบเยาวชน, รูปแบบการซ้อม และระบบการเล่น จนสามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษได้เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ด้วยการทำแต้มมากสุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรที่ 99คะแนนบอล

วิเคราะห์บอล ที่ลิเวอร์พูลคือสโมสรที่ตรงกับความต้องการของคล็อปป์ทุกอย่าง และตัวคล็อปปีเองก็ตรงสเปคตามความต้องการของสโมสรเช่นเดียวกัน "You' II never walk alone" ไม่ใช่แค่เพลงที่คล็อปปีเพิ่งมาชื่นชอบที่นี่ แต่เขาลึกซึ้งถึงเนื้อหาเพลงตั้งแต่สมัยอยู่เยอรมนีอย่างไรก็ตาม สิ่งที่สโมสรกำลังเจอในตอนนี้ จะเรียกว่ามรสุมย่อมๆ ก็คงไม่ผิด ปัญหานอกสนาม การเงินได้รับผลกระทบเต็มๆ จากสถานการณ์ของไวรัสโควิด-19สโมสรนี้หล่อเลี้ยงตัวเองโดยไม่ได้พึ่งพาเงินของเจ้าของทีม พวกเขาใช้การบริหารแบบธุรกิจ เงินไหลเข้า-ออกมากน้อย ขึ้นอยู่กับผลประกอบการรายได้ของสโมสรหลักๆ มาจากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด, รายรับเชิงพาณิชย์ และรายได้จากวันที่มีการแข่งขัน

แน่นอนว่าเมื่อเจอกับวิกฤตินี้ สถานะการเงินของสโมสรก็โดนผลกระทบเข้าเต็มๆ เหมือนอย่างที่คล็อปป์ให้สัมภาษณ์ตลอดมาสำหรับเรื่องในสนาม ปัจจุบัน ลิเวอร์พูลไม่ชนะใครมา 5 นัดติด นับตั้งแต่บุกชนะ คริสตัลพาเลช 7-0ไม่เพียงแค่ไรชัยเท่านั้น แต่ 4 เกมหลังสุดการทำประตูของพวกเขาคือ ศูนย์ 0 ในที่นี้ คือจากโอกาสทำประตู 87 ครั้งแมนซิตี้นับตั้งแต่ประตูของ ชาติโอ มาเน่ ในเกมกับเวสต์-บรอมวิชถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2000 ที่ลิวอร์พูลทำประตูคู่แข่งในเกมลีกไม่ได้นัดติด ปัญหาเกมรับที่เคยมองว่าคือเรื่องใหญ่ แต่จนถึงตอนนี้พูดได้เต็มปากแล้วว่า เกมรุกต่างหากที่เป็นปัญหาใหญ่ที่สุด

ข้อมูลตามสถิติที่ถูกต้องจาก Opta บอกว่านี่คือครั้งแรกของคล็อปปีนับตั้งแต่ปี 2006 ที่ทีมของตัวเองเจาะประตูคู่แข่งในเกมลีกไม่ได้ 4 นัดติดการทำประตูคือปัญหาที่หนักหนาจริง ๆ เพราะรูปแบบกาทำทีมของคล็อปป์ คือการทำเกมรุกซึ่งถึงตอนนี้มันกลับใช้ไม่ได้ผล ไม่มีประสิทธิภาพ"มันไม่ใช่เวลาที่จะมาโทษใคร เราต้องแก้ไขปัญหาไปด้วยกัน ฟุตบอลมีเวลาไม่มากนัก คุณจำเป็นต้องพยายามทำลายกำแพงให้ได้ แต่ ณ ตอนนี้เราไม่สมารถวาดฝันถึงการลุ้นแชมปี" ส่วนหนึ่งจากบทสัมภาษณ์ของคล็อปปีหลังจบเกมที่แพ้เบิร์นลี่ย์"ความรู้สึกตอนนี้ ราวกับโดนชกเข้าเต็ม ๆ ที่ใบหน้า มันเป็นความรับผิดชอบของผมเอง นั่นคือคำอธิบายที่งยที่สุดแล้ว เกมนี้เราครองบอลได้เยอะมาก, สร้างโอกาสได้บง แต่จบสกอร์กันไม่ได้"

คล็อปป์เป็นคนที่จริงจังกับผลการแข่งขันมาก เขาพูดมาแต่ไหนแต่ไรตั้งแต่ทำทีมในเยอรมนีว่าหากทีมชนะทุกคนคือผู้มีส่วนร่วมไปด้วยกัน แต่เมื่อทีมแพ้เมื่อไหร่ นั่นคือความผิดของเขาเองที่อาจสื่อสารกับลูกทีมไม่ดีมากพอ หรือวางแผนอะไรผิดพลาดไปผ่านไปครึ่งทางของฤดูกาล 2020/21ลิเวอร์พูลมี 34 คะแนน น้อยกว่าในช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน 21 คะแนนราคาบอลไหลเรื่องนี้ไม่นเป็นห่วงเท่ากับแต้มที่ตามหลังจ่าฝูง 6 คะแนน6 คะแนน ถือเป็นช่องว่างที่ไม่ได้มากเท่าไหร่ หากดูจากยังมีเกมให้ลงเล่นอีก 19 นัด แต่หากปัญหาที่เกิดขึ้นยังไม่สามารถแก้ไป 'ได้ในเร็ววัน เกรงว่าช่องว่างตรงนี้มันจะยิ่งห่างออกไปลิเวอร์พูลฤดูกาลนี้ ไม่มีช่วงเวลาคัมแบ็กเหมือนปีก่อน ความมั่นใจของนักเตะหลายคนหดหายและฟอร์มดร็อปลงแบบนตกใจ

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปลี่ยนไปเป็นอีกคน เปิดบอลไม่แม่น เกมรับหละหลวม บอลออกจากเท้าเมื่อไหร่เชื่อใจไม่ค่อยได้ที่เอ่ยชื่อเทรนท์ออกมา ไม่ได้โทษว่าน้องเป็นแพะหรืออะไรแต่เชื่อว่า "เดอะ ค็อป" ทุกคนก็คงเห็นเหมือนกัน ส่วนเรื่องคู่เชนเตอร์ฮาล์ฟที่บาดเจ็บ ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องพูดถึง เพระควรจะก้าวผ่าน เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กับ โจ โกเมช แล้วควรคำนึงถึงผู้เล่นที่ลงเล่นได้กันมากกว่าปกติแล้วทีมชั้นนำมักจะทำประตูในช่วงท้ายเกมได้อยู่บ่อยๆ ลิวอร์พูลชุดนี้เองก็ทำอย่างนั้นได้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ตอนนี้เหมือนกับว่าพวกเขาไม่เหลือความมั่นใจในการทำแบบนั้นอีกแล้ว "ยิ่งใกล้ครบ 90 นาที มากเท่าไหร่ความมั่นใจก็ยิ่งหายไปมากขึ้นเท่านั้น และคุณก็มองไม่เห็นเลยว่า ลิเวอร์พูลจะสามารถทำประตูในช่วงก้ยเกมได้"นี่คือสิ่งที่ เจมี่ คาร์ราเกอร์ บอกหลังเกมล่าสุด เขามองว่าปัญหาใหญ่ตอนนี้คือเรื่องเกมรุก และความมั่นใจ

บอล ความมั่นใจ คือส่วนสำคัญต่อการตัดสินใจโดยเฉพาะจังหวะการทำประตูเมื่อคุณกำลังจะตัดสินใจทำอะไรสักอย่างแล้วเกิดพะว้าพะวังขึ้นมาผลลัพธ์ของมันก็จะออกมาไม่เต็มร้อย "จริงอยู่ว่านี่ไม่ใช่ช่วงที่เราดวงดีที่สุด แต่ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมนิด ๆ ถ้จะมาโอดครวญว่าเราไม่มีโชคมากเท่าไหรในบางจังหวะ"""ผมคิดว่าปัญหาของเราคือการตัดสินใจในจังหวะสำคัญ ซึ่งการตัดสินใจมันขึ้นอยู่กับสิ่งที่ผมมอบให้พวกเขา และสภาพอารมณ์ของนักตะในตอนนั้น ๆ อย่างเรื่องที่ว่าคุณมีความมั่นใจกับการเล่นในพื้นที่แคบๆ มากแค่ไหน" คล็อปปี เปิดใจถึงเรื่องนี้การจบสกอร์ของลิเวอร์พลก็เช่นกัน สามประสานทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟร์มีโน่และ ซาดิโอ มาเน่ เข้าข่ายแบบนั้นกันหมด

แววตาสีหน้าของแต่ละคน ไร้ความมั่นใจยิ่งการทำเท่าไหร่แล้วผลออกมาไมสเร็จ มันก็ยิ่งลดความมั่นใจ จากที่น้อยลงอยู่แล้วก็ยิ่งน้อยมากลงไปอีกเชื่อครับว่าก่อนหน้านี้ "เดอะ ค็อป" ทุกคนมั่นใจว่าทีมรักของตัวเองสามารถกลับมาได้ในเกมนี้แต่หลังจบเกมกับเบิร์นลี่ย์ กำลังใจของใครหลายคนคงลดลงไปเยอะเรื่องความมั่นใจ มีผลต่อความตึงเครียดที่จะเกิดขึ้นเรื่องแบบนี้คล็อปปีเคยเชิญ เชบาสเตียนสตูดำทเนอร์ นักโต้คลื่นชาวเยอรมัน มาพูดคุยกับผู้เล่นเพื่อสอนวิธีการจัดการกับความเครียด รวมถึงเทคนิคการหายใจให้ผ่อนคลายเทคนิคของสตูดทเนอร์ คือการเอาชนะใจตัวเอง หลักๆ คือการกลั้นหายใจในน้ำคนปกติทั่วไป หากดำน้ำแล้วกลั้นหายใจส่วนใหญ่เต็มที่ก็ใช้เวลา 30 วินาทีวิเคราะห์บอล

ฟาน ไดค์ เล่าว่าตอนแรกตัวเองลงน้ำแล้วกลั้นหายใจได้แค่ 30-40 วิ. เท่านั้น แต่พอได้เทคนิคจาก สตูด์ทเนอร์แล้ว ผู้เล่นคนอื่นๆ ของลิเวอร์พูลรวมถึงตัวเอง ใช้เวลาแค่ 30 นาที ที่เรียนรู้จากสตูด์ทเนอร์ ก็สามารถกลั้นหายใจในน้ำได้ถึง 2 นาที และมีบางคนกลั้นได้ถึง 3 นาที เลยด้วยช้ำซึ่งหลัก ๆ คือการชนะความกลัวของตัวเองเรื่องลุ้นแชมป์ จะให้ตัดโอกาสตั้งแต่ตอนนี้คงเร็วเกินไป 6 คะแนน ไม่ใช่เรื่องยากที่จะตามทันทุกๆ นัดต่อจากนี้ ล้วนแต่มีความสำคัญที่ไม่ใช่แค่ผลการแข่งขัน แต่คือสภาพจิตใจเอาชนะให้ได้นะครับ พวกผมเชื่อว่าพวกคุณทำได้หนักกว่านี้ พวกเราก็เคยผ่านกันมาหมดแล้วแต่หากใครมาบอกให้คล็อปป์ออกไปเหมือนตอนคอร์ทมุนด์ มันไม่ใช่เรื่องพวกเราจะไม่ยอมปล่อยให้คุณเดินเดียวดายหรอก...

Continue Reading