Connect with us

วิเคราะห์บอล

สตาร์ซอคเก้อร์ วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ( วิเคราะห์บอล )

Published

on

สตาร์ซอคเก้อร์

วิเคราะห์บอล หน้า1

‘เอโต้’ หวิดดับซึ่งรถชนพังยัน/วิเคราะห์บอล หน้า33

‘โด้’ ไม่หนักตรียมเล่นให้ฝ่อยทองได้อีก/ข่าววิเคราะห์บอล หน้า33

บาเยิร์นงานงอก ‘คิมมิช’ ต้นเขียงพักยกยาวถึงปีใหม่แน่/วิเคราะห์บอล หน้า33

ชูหงส์เต็ง 1 เท่าเรือ
เป๊ปชี้เจ๊าแฟร์ดีแล้ว,เจเคยันเทรนท์วืดสิงโต/วิเคราะห์บอล หน้า32

ผีขวางลินเดอเลิฟหวั่นโควิทห้าไปช่วสวีเดน/วิเคราะห์บอล หน้า3

วิเคราะห์บอล หน้า2
รีวิว 2020-2021 พรีเมียร์ลีก เปิดกว้าง
เกมทีเอติฮัด สเตเดี้ยม ระหว่างสองทีมเต็งแชมป์
ลงเอยด้วยผลเสมอกันไป 1-1 ซึ่งถือว่า
ยุติธรรมสำหรับทั้งสองทีมที่หักเหลี่ยมเฉือนคมกันตลอดทั้งเกม
หนึ่งแต้มที่แบ่งกันไป อาจดีกว่าในมุมมอง
ของลิเวอร์พูล ซึ่งสภาพทีมไม่พร้อมนัก
แถมเดวินเดอ บรอยน์ยังพลาดจุดโทษในเกมให้อีก
ขณะที่ เปป กวาร์ดิโอล มาในรูปแบบเดิมๆ ที่คุ้นเคยนั่นคือ 4-3-3 โดยมี กาเบรียล เชซุส
ฟิตกลับมาเป็นหัวหอกตัวเป้า เปิดโอกาสให้ ราฮีม
สเตอร์ลิง กลับไปเล่นริมเส้นตรงข้ามกับ เฟร์ราน
ตอร์เรส และ เดวิน เดอ บรอยน์ คอยปั้นเกม
เจอร์เก้น คล็อปป์ กลับพลิกหมากเล็กน้อย
โดยให้ ดีโอโก้ โชตา ลงสนามร่วมกับ 3 ประสาน
โม ซาลาห์, ชาดิโอ มาเน่ และ บ็อบบี้ ฟิร์มีโน่
โดยให้แดนกลางเป็นคู่ จินี่ ไวนัลดุม กับ จอร์แดน
เฮนเดอร์สัน ที่มีโชตายืน
แนวรุกทั้ง 4 ของแชมปีเก่า ที่มีโชต้ายืนเหลี่ยมออกไปทางขวา มีส่วนไม่น้อยที่ทำให้แมนซิตี้
ประสบปัญหาในช่วงแรก นำไปสู่การเสียประตูก่อนจาก
จังหวะที่ ไคล์ วอล์คเกอร์ ทำฟาวลใส่มาเนในกรอบ
เขตโทษและ โม ซาลาห์ สังหารเข้าไป
อย่างไรก็ดี คุณภาพของแมนซิตี้ และไหวพริบ
ของเชชุส ก็ทำให้เจ้ถิ่นตีเสมอได้ในเวลาไม่นาน แถม
ยังพลาดขึ้นนำอีกด้วย หาก เดอ บรอยน์ สังหารลูกโทษจากแฮนด์บอลของ โจ โกเมช เข้าไป
ครึ่งหลังด้วยสภาพสนามและความอ่อนล้า
ของนักตะทั้งสองทีม ทำให้เกมจบลงแบบเนื่อย ๆ
ซึ่งทั้ง เป็ป กวาร์ดิโอล่า และ เจอร์เก้น คล็อปปั
ต่างก็ยอมรับว่าเป็นผลที่แฟร์สุด
แต่นอกจากบิ๊กแมตช์ประจำสุดสัปดาห์
ที่ผ่านมาแล้ว การเปลี่ยนแปลบนหัวตารางก็ถือว่าน่า
สนใจเช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็นเลสเตอร์ซิตี้ ที่ผงาดขึ้นมานำ
จ่าฝูง หรือสเปอร์ส ที่ขึ้นมาอยู่อันดับสอง

“ไก่เดือยทอง” แม้จะดูลจากเกมยูโรปา
ลีก เมื่อวันพฤหัสฯ แต่เมื่อพวกเขามี แฮรรี่ เคน
อยู่ในแดนวิเคราะห์บอล หน้าก็ยังฉวยโอกาสเชือดเวสต์บรอมฯ
ที่ต้านไว้ได้จนเกือบหมดเกมสำเร็จ
ลูกโหม่งของเคน ถือเป็นประตูที่ 150 จาก 218 นัดในพรีเมียร์ลีก เป็นรองแค่อลัน เชียเรอร์ กับ เซร์คิโอ อเกวโร่ เพียงสองคนเท่านั้นที่ทำได้เร็วกว่าคือ 212 และ 217 นัดตามลำดับ
ประตูโทนในนัดล่สุด ยังทำให้เคนหวดไป
แล้ว 13 ลูกจาก 14 นัดหลังของทุกรายการในฤดูกาลนี้
โดยในจำนวนนั้นยังมีอีก 10 แอสชิสต์อีกด้วย
เรื่องนี้ โชเช่ มูรินโญ่ ได้กล่วถึงเคนหลัง
เกม ถึงสถิติต่างๆ ในภาพรวมของเขา ถือว่าโดดเด่น
กว่ากองหนปกติทั่วไป
“เมื่อคุณดูสถิติของเคนนอกจากจำนวนประตู แอสซิสต์ แย่งบอล การดวลชนะคู่แข่ง ไปจนถึงการลงไปช่วยรับลูกตั้งเตะ นี่ล่ะคือ แฮร์รี่ เคน ดังนั้น
สำหรับตัวผม มันไม่เกี่ยวกับว่าเขายิงได้มากขึ้นหรือ
น้อยลงหนึ่งลูก หากแต่อยู่ที่ภาพรวมในการเป็นนักเตะ
ด้วยสามของเขามากกว่า”
ขณะที่เลสตอร์ยังรักษาฟอร์มเก่ง แต้มในดาร์บี้แมตช์กับวูล์ฟแฮมปีตัน จากจุดโทษ
ของ เจมี่ วาร์ดื้ ตอนต้นเกม แม้หัวหอกตัวเก่งของ
“เดอะ ฟ็อกซ์” จะยิงพลาดไปอีกลูก แต่โดยรวมแล้ว
ก็เพียงพอกับการนำฝูง ก่อนเข้าสู่ช่วงเบรกทีมชาติ
นัดนี้ เบรนแดน ร็อคเจอร์ส ก็ใช่ว่าไม่มีปัญหาในการทำทีม โดยเฉพาะการขาด ดักลาร์ โชขุนชู แนวรับตัวเก่งที่เตี๊ยงจนถึงปีใหม่ ขณะที่แนวรุกเองก็ต้องใช้วาร์ดี้ ที่มีเจ็บเป็นครั้งคราวอย่างถนอมสุดๆ
ยังดีที่รือดเจอร์ส และทีมงานเตรียมรับมือไว้แล้ว
ด้วยการหมุนเงินจากที่ขาย เบน ชิลเวลล์
เอาไปซื้อ เวสเล่ย์ โฟฟน กองหลังดาวรุ่งชาว
ฝรั่งเศส ซึ่งได้ใช้งานทันที
การแก้ปัญหาของเลสเตอร์ ทำให้ทีมเอาตัว
รอดจากสถานการณ์ล่าสุดมาได้ แม้บรรดานักวิจารณ์
ในอังกฤษจะมองว่า ทีมของร็อดเจอร์สจะยืนระยะลุ้น
แชมปไม่ได้ แบบเดียวกับที่เกิดเมื่อปีก่อนก็ตาม
เรื่องนี้เลสเตอร์จะได้พิสูจน์หลังหมดสัปดาห์
ทีมชาติทันที กับเกมเยือนแอนฟิลด์ ในวันเสาร์ที่ 21
พ.ย. ว่าทฤษฎีนี้จะผิดอีกหรือไม่
และขณะที่เชลซี กับเซาธ์แฮมป์ตัน ยังเกาะกลุ่มก็อปซิกซ์เหนียวแน่น ขณะที่เอฟเวอร์ตันเริ่มแผ่ว
แพ้นัดที่สามติดต่อกันให้แมนฯ ยูไนเต็ด
ทีมหนึ่งที่ฟอร์มออกทะเลสุดในสัปดาห์นี้
คือ “ปืนใหญ่” อาร์เชนอล นั่นเอง
เกมรับมือแอสตัน วิลล่ ที่เอมิเรตส์
สเตเดี้ยม กลายเป็นวันที่ มิเกล อาร์เตต้า ยอมรับว่า
เขามองไม่เห็น “สปีริต” ของลูกทีมเลยนับแต่เป็น
ฝ้ายตามหลัง “สิงห์ผงาด” ที่เปิดฉากลุยใส่ตั้งแต่ต้น
ทั้งประตูในนาทีแรกที่ จอห์น แม็คกินน์
ชัดเสียบเพดานตาข่าย แต่ไม่ได้เพราะ รอสส์ บาร์คลี่ย์
ยืนล้ำหน้ำ อันเป็นสัญญานแรกที่อาร์เชนอลโดนเตือนก่อนแล้ว
หรือตั้งแต่ โอลลี่ วัตกินส์ กดสองประตู
ให้วิลล่นำห่งตอนกลางครึ่งหลัง เป็นช่วงที่เกมรุก
ของอาร์เซนอลเป็นห่วงอย่างยิ่ง โดยฉพาะฟอร์ม
ของ ปีแฮร์ เอเมอริด-โอบาเมย็อง
หัวหอกชาวกาบองในเกมนี้ นอกจากยิงไม่เข้ากรอบประตูสักหน “โอบา” ยังเพิ่งชัดได้แค่สองประตูในลีกฤดูกาลนี้ แถมต้องย้อนไปถึงเกมเจอฟูแล่ม เมื่อวันแรกอีกด้วย
และเมื่อรวมผลงานทั้งหมด 8 นัดที่ผ่านมา
กัปตันทีมปืนใหญ่มีโอกาสสับไกเข้ากรอบคู่ต่อสู้เพียง
10 ครั้ง ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับสถิติที่ผ่าน ๆ มา
บวกกับฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐานของเพื่อนร่วมทีม
อีกหลายตำแหน่ง ทำให้อาร์เซนอลแพ้ในบ้าน
ติดต่อกันสองนัดต่อจากนัดเจอเลสเตอร์ ทั้งที่เพิ่งบุก
ไปเช่นแมนฯ ยูไนเต็ด มาหยกๆ
ปัญหาเรื่องความไม่แน่นอนนี้ คือสิ่งที่
อาร์เตต้องต้องเร่งแก้ไขด่วน ไม่เช่นนั้นท็อปซิกซ์อาจ
ไม่ได้ลุ้นด้วยช้ำ ในสถานการณ์ที่หลายทีมพัฒนาขึ้น
มาจนทันกันหมดแล้ว

วิเคราะห์บอล หน้า3

ผีขวางลำเลิฟไม่ให้ช่วยชาติ

เหตุผวาโควิด,แม็กไกวร์จวกพวกที่อิจฉาชอบสับแมนยู/วิเคราะห์บอล หน้า7

ซีดานรับผิดเองราชันยับ-งงลูกทีมช็อต/วิเคราะห์บอล หน้า7

ม้าลายแย้ม ‘โด้’เจ็บไม่หนัก อิบราลั่นเลิกยิงโทษแล้ว/วิเคราะห์บอล หน้า8

วิเคราะห์บอล หน้า4
ภาสกร ประมูลวงศ์ เขาอ่านสตาร์ชอคเกอร์มาแต่เด็ก ลมหายใจมีฟุตบอลอังกฤษมาตั้งแต่ยุค 1980 ปัจจุบัน
มีอาชีพเป็นอาจารย์สอนหนังสือ ทำภาพยนตร์สารคดี ถ้าโลก
ไม่ถูกฟรีชด้วยโควิด-19 เราคงได้เห็นผลงานของเขา คนไทยคนแรกที่ทำหนังสารคดี “รากเหง้าฟุตบอลอังกฤษ” The Dawn of English Football
ที่โปรดิวเชอร์อังกฤษยังซูฮก
ว่างยามนี้ จึงเขียนหนังสือส่งมาให้อ่าน…เขียนดีกว่า
ผมอีก
ขวางสนาม
ไอ้เอ็ดซองฮิต
เมื่อช่วงตันปี หากแฟนๆ ลูกหนังยังพอระลึกชาติกันได้บ้าง คงมีคนจดจำคำคืนที่เบิร์นลี่ย์ โดนถีบ
แมนฯ ยูฯ คว่ำคาโอลด์ แทร์ฟฟอร์ด
คืนนั้นก่อนกรรมการจะเป้านกหวีดยุติความแสลงใจของเหล่าบรรดาเด็กผี กองเซียร์ตายฝั่งนึงของสามได้กู่ก้องโห่ร้องเป็นเพลงปลุกใจโดยพร้อมเพรียงกัน เนื้อร้องนั้นแฝงไว้ด้วย “สาร”ที่สะท้อนจากซอกลึกของจิตใจ เนื้อหาของเพลงดำดิ่งไปยัง เอ็ด วู้ดเวิร์ด คยใหญ่คนโต
ผู้ขยันสร้างศัตรู อีกทั้งยังสถาปนาตนเองเป็นศูนย์กลางสโมสร
“ไอ้เอ็ดตายแน่ ตายแน่ไอ้เอ็ด” ประมาณนั้น กระทั่งกรรมการสูดลมหายไจฟ้อนนึง ก่อนพ่นออกมา
เป็นเสียนกหวีดเป่ายุติการแข่งขัน กระนั้นเสียงเพลงก็ยังไม่มีที่ท่าจะหรี่ลง ตรงกันข้ามมันกลับดังขึ้น ๆ ประหนึ่งไฟ
ลามทุ้งก็มิปาน “ฆ่ากันให้ตาย เอาไว้ทำไม จะได้หมดเวรสิ้นกัน” เสียงเพลงที่แปลเป็นฉบับภาษาไทยประมาณนั้นกระหึ่มก้องขณะแฟนบอล
กำลังเดินออกจาก Munich Tunnel
“ยมบาลเจ้าขา เชิญท่านมารับเอ็ดหน่อยสิ”
ยิ่งร้องยิ่งสะใจ ว่างั้น
การแสดงความโกรธสุดเหวี่ยงของแฟนผีได้แปรสภาพเป็นเพลงมาแล้วหลายบทด้วยกัน โดยพรีเมียร์ลีกได้แต่ทำตาปะหลักปะเหลือก
หมดปัญญาจะเอาผิดแฟนบอล อย่างมากก็แค่ออกโรงปรามๆ แก้เขินพอเป็นพิธีเตือนเบาๆ ว่าเอาแค่พอขำๆ อย่าให้ถึงกับเอาเป็นเอาตาย
บรรดาเพลงจำนวนนั้นหาใช่ “ไอ้เอ็ดซองฮิต” เพลงเดียว พวกตระกูลเกลเซอร์ก็ไม่พ้นร่างแห
“ก่อกองไฟ เอาพวกเกลเซอร์ไว้ด้านบน ไอ้เอ็ดอยู่ตรงกลาง แล้วโหมฟืนเข้าไปด้านล่างชนิดไม่ต้องยั้งมือ”
อันนี้ผมสุดปัญญาจะหาเพลงไทยมาเทียบเคียง ท่อนฮุกฟังได้ใจความว่า “รักแมนฯ ยูฯ แต่กลียดเกลเชอร์
เช่นนี้แล้วกรูจะทำฉันใด เย้ เย”
ว่าแล้วลูกคู่ก็โก่งคอประสน “เอาพวกเกลเซอร์คืนไป เอาฟอร์มไฉไลคืนมา..กำมือขึ้นแล้วหมุนๆ ชูมือ
ขึ้นโบกไปมา..กางแขนขึ้นและลง..”
เสียงเพลงนั้นเล็ตลอดออกมาเป็นส่วนหนึ่งของกรถ่ายทอดสดไปแบบตั้งใจครึ่งไม่ตั้งใจครึ่ง ครั้น
เอียน เดนนิส คอมเมนเตตอร์ประจำช่อง BBC ได้ยินเข้าเขาเอามืออุดปากทำทำตกใจเสียเต็มประดาก่อนอุทานออกมา
เป็นภาษามนุษย์ “โอว โนว์ ไม่อยากจะเชื่อเลย (ว่าเธอจะกลับมา..เย เย) ว่าแฟน ๆ แมนๆ ยูฯ จะโห่ร้อบเพลง
ด้วยทีท่าทำอันละอายและหยาบคายเช่นนี้
อะไรก็แล้วแต่เหอะ มันควรจบในสนาม ไม่ควรมีใครถูกขู่หรืออามาตให้ตายพระผลการแข่งขันฟุตบอล
ไอ้เอียน (โลกสวย) ไม่รู้จริงๆ หรือสตรอว์เบอร์รี่ครับว่าแฟนบอลเค้าอำกันสนุก หรือแค่ตอแหลโหนกระแสไป แบบต่างประเทศ
“ผมว่า สำคัญที่สุด เราควรเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน”
น้าลูกอมกล่าวด้วยน้ำเสียงนอร์วีเจี้ยน
“เป็นกำลังไจผู้เล่น จะช่วยให้กำลังใจทั้งทีม คนในสไมสรต่างคนต่างมีหน้าที่ที่ต้องทำ วิเคราะห์บอล แฟนบอลก็ด้วยเช่นกัน” น้ำพูดด้วยเสียงนักการเมืองที่กำลังเรียกคะแนนสงสาร มิน่าถึงอยู่เป็น อยู่ยาวและอยู่ทน แถวบ้านเรียก
“เป็นงาน”
เสียงเพลงกับโลกลูกหนัง หาใช่จักรวาลคู่ขนาน หากแต่มันบรรจบกันมาตั้งนานนมแล้ว
ดนตรีกับฟุตบอลจับคู่กันได้ตุนาหงันประหนึ่งกิ่งทองไบหยก ห่อหมกใบยอ ตะกร้อกับรองเท้า มากกว่านั้น
เสียงเพลงยังก้ามข้ามพรมแดนลึกไปยังลึกอื่น ๆ เช่นเป็นต้นว่า อย่าได้แปลกใจหากเดินสามขุมเข้าไปใน Fark Head บ้านของกลาสโกว์ เชลติก แล้วจะได้ยินเพลง You’ Il never walk alone ท่ามกลางแฟนบอลเขียวขาวที่ปาวๆกันแบบเอาป็นเอาตาย เพลงนี้ยังไปไกลถึงเมืองเบียร์ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนต์ ก็ใช้พลนี้เป็นเพลงเชียร์อยู่บ่อยๆ ส่วนจะจ่ายค่าลิขสิทธิ์หรือไม่นั้น ผมไม่ทราบครับ
เพลงประจำสโมสรหงส์แดง (และกลายเป็น Motto ที่ขลังที่สุดในโลกลูกหนัง) ตอนแรกยังไม่ถูกบรรจุ
อย่างเป็นทางการ มันถูกร้องในหมู่แฟนบอลปนๆ ไปกับผลงทนอื่นๆ อีกมากมาย
กระทั่งปี 1965 ปรมาจารย์ บิลล์ แซงค์ลี่ย์ ได้รับเชิญไปสัมภาษณ์วิทยุ BBC ช่วงหนึ่งขอรายกรพิธีกรถามว่า
“ถ้าคุณต้องไปติดเกาะคนเดียว คุณจะร้องเพลงอะไรแก้เหงา ?”
แหมถามดัก-ถามนำแบบนี้ก็เข้าทางสิครับ
“ผมเลือกเพลง You’ ll never walk alone แน่นอน”
ขรัวเฒ่ากล่าวตอบทันทีแบบไม่ต้องคิดให้เปลืองสมอง คงจะไม่ฉลาดนักหากถ้าจะตอบว่า เพลงรักน้องพร
ของ สดใส ร่มโพธิ์ทอง หรือ ลาสาวแม่กลอง เวอร์ชั่น พนม นพพร ที่เจ๋งเป้ง
ปีนั้น หงส์แดงตะแคงฟ้าก๋ากั่นไปถึงรอบชิง FA CUP โดยเอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด ไปได้ 2-1 ขณะที่
ขุนพลเสื้อแดงเดินรียงรายขึ้นไปยัง Stand เพื่อรับถ้วยและเหรียญรางวัล เพลง You’ lI never walk alone ถูก
ข้บกล่อมเบาๆ อืนๆ ในลำคอ เดอะ ค็อป จนถึวินาทีที่ถ้วยชนะเลิศถูกชูขึ้นเหนือศีรษะของ รอน ยีตส์
กัปตันทีมเมื่อนั้นเวมบลีย์ก็กระหึ่ม
หลังจากนั้นเป็นต้นมา เพลงนี้ก็เป็นเพลงของลิเวอร์พูลไปโดยเอกฉันท์ ภาษานักกฎหมายเรียก “สิ้นสงสัย”
ภาพตัดกลับมายังสนามเอติฮัด รังของแมนซิตี้ สมัยที่พี่เหน่ง เป็ป กวาร์ดิโอล คุมทีมชีชั่นแรก
แกเคยให้สัมภาษณ์กับเจ้าถิ่น เลียม กัลลาเกอร์ แบบปล่อยไก่ชนิดไม่ตั้งใจ(และไม่เสียหายแถมออกจะน่ารัก) คือแกบอกว่า เพลงที่สนามเปิดตอนพักครึ่งฟังแล้วอยากหาปี๊บมาคลุมหัว แกอยากหาเพลงเด็ดๆ
มาปลุกใจ คือให้มันมีความ Historic หน่อย
จะเป็นพระคุณ
“Blue Moon ไงวะ”
เลียมกระแอม “หา” เป๊ปป้องหูฟังช้า “Blue Moon
แต่ก่อนเป็นเพลงประจำของแมนซิ ผมฟังมาตั้งแต่สมัยใส่ขาสั้น ตอนหลังสงสัยไม่รู้ใครทำแผ่นหายเลยไม่ได้เปิดในสนามแบบนานมาก” เลียม แซวแรง
พอรู้เรื่องหลังจากนั้นพักครึ่งของเรือใบสีฟ้าก็มีเพลง Blue Moon เป็นกับแกล้มตอนเดินไปเข้าห้องน้ำ
ทว่าเอาจริงๆ ไหม ?
Blue Moon หาใช่เป็นเพลงของ Man Cty ครับ
เนื้อเพลงถูกเขียนโดย ร็อคเจอร์สแอนด์ฮาร์ท
มันถูกขับร้องโดยศิลปินหลากหลายไล่ตั้งแต่
เอลวิส เพรสลี่ย์, แฟรงค์ ซินาทรา เรื่อยไปจนถึง แหบเสน่ห์จอมเจ้าชู้ไก่แจ้แห่งสกอตแลนด์ ร็อด สจ๊วด
(ผมเคยเจอลุงตัวจริง แกบอกว่านามสกุลแกอ่านว่า
สจูว์-เวิร์ด) เบื้องต้นนั้นเพลงนี้ถือเป็นเพลงเอกประจำสโสร ครู อเล็กชานดร้า แฟนบอลเรือใบสีฟ้าหยิบเพลงนี้มาร้องสุ่มๆ ในช่วงปี 1989 เพราะเห็นมีคำว่า Blue ด้วยความที่เนื้อร้องเข้าหลักการเพลงฮิตนั่นคือ
“ร้องง่าย เข้าใจง่าย เนื้อไม่ชับซ้อน ติดหูและเอาออกยาก” มันเลยถลำลึกสุดใจมาจนถึงวันนี้
จำเป็นไหมที่ฟุตบอลต้องคู่กับเพลง?
หรือจำเป็นหรือเปล่า ที่เราต้องมานั่งฟัง ไอ้เอ็ดซองฮิต ?
ผมว่าถ้ามันจะจำเป็นมันก็จำป็น ถ้ำมันจะไม่จำเป็นมันก็ไม่จำเป็นนะ ดนตรี (หรือเพลง) ปฏิเสธไม่ได้ว่าฝทำให้การแข่งข้นในสนามมีสีสัน มีเสน่ห์
กับเป็นการแสดงออกถึงแนวร่วมความสมัคคี
กลมเกลียว รักบอกรัก เกลียดบอกกลียด ส่วนราจะเป็นกองเชียร์ทีมอะไร ต้องไปหัดร้องเพลงไหน อันนี้สุดแล้วแต่เวรแต่กรรม ร้องเป็นก็ร้องไปครับ ร้องไม่ได้ก็ไม่ใช่ความผิด แหม แฟนเวสต์แฮมยังร้องเพลง
Forever Bubblesไม่ได้ทุกคน (ผมเคยฟังเพลงนี้ในสนามลอนดอน สเตเดี้ยม ยอมรับว่าโคตรไพเราะ ความหมายดีและอบอุ่น ถึงขนาดวิเคราะห์บอล หน้าหนาวลมพัดตึงยังอึนๆ อุ่นๆ ในหัวใจ) และคุณก็ยังรัก ลีดส์ ยูในต็ด ได้หมดอณูจิตถึงแม้จะร้องเพลง Marching on together ไม่ได้สักอึก
สาเหตุที่เพลง You’ II never walk alone
ได้รับการกล่าวขวัญอย่างเกรียงไกร มันเป็นเหตุผลหนึ่งในล้าน และน่าจะเป็นเพลงเดียวในโลกลูกหนังที่กิดวามหมายได้อย่างครบถ้วน เพราะมันแทนค่า “ความเป็นมนุษย์” ที่ดันมา “บ้าบอล” ทัศนคติการมองโลกที่ต่างใช้จ่ายชีวิตร่วมกันในคืนและวันแห่งโลกลูกหนัง
ยิ่งเมื่อมีเหตุกรณ์อย่างหนึ่งอย่างใดเกิดขึ้น
เพลงนี้ก็ยิ่งจะทวีความขลัง ยกตัวอย่าง
เช่นเหตุการณ์ฮิลส์โบโร่ “อย่าจมอยู่กับความ เศร้าลุกขึ้นยืน ยื่นขึ้นด้วยความหวังฝั่งหัวใจ เมื่อนั้น เจ้าจะไม่มีวันเดียวดาย”
อันนี้พี่ยอดทองเคยเขียน ผมชอบมาก เลยจำได้
ถ้าหากอาทิตย์นี้ผีแดงเล่นห่วยอีก จะมีไอ้เอ็ดชองฮิตอีกไหม ? ผมไม่ทราบครับ
แต่ตราบไดที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง “ไอ้เอ็ดเพลงฮิต” ก็ยังจะคงอยู่เสมอเป็นนิตย์ในมวลหมู่เด็กผีเดนตาย
แค่นี้ก่อนนะครับ..หากผิดพลั้งไป อภัยเถิดฉันทนา ผมคนบ้านป่า ถ้อยวาจาไม่หวานกินใจ
ภาสกร ประมูลวงศ์

วิเคราะห์บอล หน้า5
สู่ทำเนียบ ‘150ตุง’
แฮร์รี่ เคน กองวิเคราะห์บอล หน้า ท็อตแน่ม
ฮ็อตสเปอร์ ทำประตูใน พรีเมียร์ลีก ครบ 150 ลูก
เป็นที่เรียบร้อย หลังโหม่งนำชัยให้
“ไก่เดือยทอง” บุกไปเฉือนเอาชนะ เวสต์บรอม-
วิช อัลเบี้ยน 1-0
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
นอกจากนั้นหัวหอกทีมชาติอังกฤษ ยังเป็นนักเตะ
รายที่ 10 ที่ยิงใน พรีเมียร์ลีก ผ่านหลัก 150 ประตู โดย
ทั้งหมดเป็นใครบ้างไปดูกันได้เลย

  1. อลัน เชียเรอร์ ,
    260 ประตูจาก 441 เกม
    แบล็คเบิร์น : 112/138
    นิวคาสเซิล : 148/303
  2. เวย์น รูนี่ย
    208 ประตูจาก 491 เกม
    เอฟเวอร์ตัน : 25/98
    แมนฯ ยูไนเต็ด : 183/393
  3. แอนดิ โคล
    187 ประตูจาก 414 เกม
    นิวคาสเชิล : 43/58
    แมนฯ ยูไนเต็ด : 93/195
    แบล็คเบิร์น : 27/83
    ฟูแล่ม : 12/31
    แมนซิตี้ : 9/22
    พอร์ทสมัธ : 3/18
    ชันเดอร์แลนด์ : 0/7
  4. เซร์คิโอ อเกวโร่
    180 ประตู จาก 265 เกม
    แมนซิตี้ : 180/265
  5. แฟร้งค์ แลมพาร์ด
    177 ประตูจาก 609 เกม
    เวสต์แฮม : 24/148
    เชลซี : 147/429
    แมนซิตี้ : 6/32
  6. เธียร์รี่ อองรี
    175 ประตูจาก : 258 เกม
    อาร์เซนอล : 175/258
  7. รือบบี้ ฟาวเลอร์
    163 ประตู จาก 379 เกม
    ลิเวอร์พูล : 128/266
    ลีดส์ : 14/30
    แมนซิตี้ : 21/80
    แบล็คเบิร์น : 0/3
  8. เจอร์เมน เดโฟ
    162 ประตูจาก 496 เกม
    เวสต์แฮม : 18/74
    สเปอร์ส : 91/276
    พอร์ทสมัธ : 15/31
    ซันเดอร์แลนด์ : 34/87
    บอร์นมัธ : 4/28
  9. ไมเคีล โอเว่น
    150 ประตูจาก 326 เกม
    ลิเวอร์พูล : 118/216
    นิวคาสเซิ่ล : 26/71
    แมนฯ ยูไนเต็ด : 5/31
    สโต๊ค : 1/8
  10. แฮร์รี่ เคน
    150 ประตูจาก 218 เทม
    นอริชะ 0 ประตู /3 เกม
    สเปอร์ส : 150/215
    นอกจากนั้น เคน ยังมีจำนวนนัดน้อยสุดในการ
    ทำถึง 150 ประตูเป็นอันดับสาม (218 เกม)
    โดยเป็นรองแค่อลัน เชียเรอร์ ที่ใช้เวลา 212 เกม และ เซร์คิโอ อเกวโร่ ที่ใช้เวลา 217 เกม เท่านั้น

วิเคราะห์บอล หน้า6
ปีที่19 ตอกไข่ ใส่สตั๊ด
กลับมารับวิเคราะห์บอล หน้าที่ “ตอกไข่ใส่สตั๊ด”
ในต้นสัปดาห์ที่สองของเดือนพฤศจิกายน 2020
ลีกลูกหนังทั้งหลายแตะเบรกกันชั่วคราวเพื่อหลีกทางให้กับเกมทีมชาติรอบสุดท้ายของปีไฮไลต์ของเกมทีมชาติในยุโรปอยู่ที่การชิงตั๋ว 4 ใบสุดท้ายสู่ศึกยูโร 2020
(+1) ผ่านการเตะเพลย์ออฟ ซึ่งทั้ง 4 คู่จะ
เชิงแข้งกันในคืนวันพฤหัสบดีที่ 12 พ.ย. นี้ทั้งหมด
และเป็นการเตะแบบนัดเดียวจบรู้ผลกันไปเลย
เริ่มจากสายเอ
ทีมชาติฮังการี vs ทีมชาติไอซ์แลนด์ ที่บูดาเปสต์
สายบี
ทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ vs ทีมชาติสโลวาเกีย ที
เบลฟาสต์
สายชี
ทีมชาติเซอร์เบีย vs ทีมชาตสกอตแลนด์ ที่เบลเกรด และสายดี
ทีมชาติ
จอร์เจีย vs ทีมชาติมาซิโดเนียเหนือ ที่ทบิลิชี่
หรือคือทั้ง 4 คู่เตะที่บ้านของฝ่ายแรกทั้งหมดเบรกทีมชาติเที่ยวนี้มีนักเตะต้องถอนตัวกันระนาวแถมเป็นตัวดังทั้งนั้น เริ่มจาก โยชูอา คิมมิช กองกลางของทีมชาติ
เยอรมนี่ที่มีอาการเจ็บจากจังหวะเข้าสกัดเจ้าเด็กยักษ์ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ในเกมแดร์ คลาสซิเดอร์
เมื่อคืนวันเสาร์ที่พี่เสือบุกไปเอาชนะคอร์ทมุนด์
ถึงบ้าน 3-2 บาเยิร์นแถลงยืนยันว่า คิมมิช อาการหมอนรองกระดูกด้านนอกเข่าขวาฉีกขาด ต้องขึ้นเขียงและพักไปถึงต้นปีวิเคราะห์บอล หน้า ดูตามโปรแกรมที่ซีชั่นนี้บุนเดสลีกาเบรกหนีหนาวเพียงครึ่งเดือนในช่วงครึ่งหลังของเดือนธันวาคม 2020 แล้วคาดว่ากลับมาเตะกันต่อก็ยังไม่หายทันที บวกลบแล้วคงต้องพักซัก 3 เดือน
อีกคนที่เจ็บหมอนรองกระดูกเข่าเช่นกันแต่เป็นด้านในและเข่าซ้าย คือ อันซู ฟาติ เจ้าหนูผู้คาดหวังกันว่าจะเป็นทายาท เลโอ เมสซี่ ที่บาร์เซโลน่า ฟาติ ลงสนามในเกมคืนวันเสาร์ที่บาร์ซ่าถล่มเรอัล เบติส 5-2 ได้แค่
ครึ่งเดียว ก็ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกให้ลูกพี่ลงมาแทน จากนั้นข่าวที่ตามมาคือบาร์ซ่าแถลงว่าเขามีอาการเจ็บดังกล่าว ต้องเข้ารับการผ่าตัดในวันจันทร์ (9 พ.ย.) โดยยอดคุณหมอ ดร. รามอน ถูกาต์ เบื้องต้นพักไป 2 เดือนเป็นอย่างน้อยและด้วยความที่ อันชู ฟาติ ถูกเรียกตัวติดทีมชาติสเปนเที่ยวนี้ด้วย หลุยส์ เอ็นรีเก้ จึง
ต้องถอนชื่อของเขาออก
โดยล่าสุดเรียก มาร์โก อเซนซิโอ้ มาเสียบแทน
ลา โรฆา มี โปรแกรมพบทีมชาติเนเธอร์แลนด์, สวิตเซอร์แลนด์ และเยอรมนี โดยสองเกมหลังเป็นศึก
เนชั่นส์ ลึก ด้านลิเวอร์พูลก็มีกองหลังเดี้ยงอีกรายโดย เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาจอมบุก
ต้องสะดุดหยุดกึกเมื่อมีอาการเจ็บจากบิ๊กแมตกับแมนซิตี้ เมื่อคืนวันอาทิตย์ เบื้องต้นรอผลสแกนแต่ก็ต้องถอนตัวจากทีมชาติอังกฤษไว้ก่อนอาการเจ็บของ
อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์
ของขึ้นอีกครั้ง เพราะเขากับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่เห็นด้วยกับการที่พรีเมียร์ ลีกให้เปลี่ยนตัวสำรองได้เพียง 3 รายในช่วงเวลาที่มีเกมลีกสลับแชมปี้ยนส์ ลีก
หรือยูโรปา ลีก สัปดาห์ละ 2 นัดเรื่องทีมเล็กทีมใหญ่ได้
เปรียบ-เสียเปรียบกันสำหรับการเปลี่ยนตัวได้ 3
หรือ 5 คนนั้นก็ประเด็นนึง แต่อีกประเด็นคือเทียบกับทีมจากลีกเพื่อนบ้ทนที่เปลี่ยนตัวได้ 5คนตามที่ IFAB กับฟีฟาเขาอนุโลมให้จนจบฤดูกาล การทำเป็นเก๋อยู่คนเดียวมีแต่จะทำให้ตัวเองเสียเปรียบเปล่า ๆฤดูกาลนี้ยังอีกยาวไกลนัก นี่เตะไปแค่ 1 ใน 4 ของซีซั่นยังมีนักเตะเจ็บเพิ่มกันทุกวัน ไม่นับพวกที่ต้องถูกดร็อป
เพราะติดโควิด-19 และที่เจ็บเช่นกันหลังเพิ่งหาย
จากโควิด-19 แถมเป็นตัวเป้งของวงการ
คือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่เจ็บระหว่างเกมวัน
อาทิตย์ซึ่งยูเวนตุสเสมอกับลาชิโอ 1-1 อัน เดรีย ปีร์โล่ ยืนยันอาการบาดเจ็บของ CR7 ซึ่งทำประตูที่ 6
ของฤดูกาลให้กับทีมในเกมนี้ด้วยหลังจบเกม ขณะที่ เปาโล ดีบาล่า ซึ่งลงเป็นตัวสำรองให้ยูเว่
ในช่วง 14 นาทีสุดท้ายของเกมนี้ก็ต้องถอนตัวจากการไปรับใช้ทีมชาติอาร์เจนตินาโดยทางทีมชาติแถลงว่าเขามีปัญหาทางเดินปัสสาวะซึ่งต้องรอให้แพทย์ประเมินอาการทางอเมริกาใต้นั้นเป็นเกมสำคัญกว่าทางยุโรป
เยอะเพราะแต่ละนัดเป็นกมฟุตบอลโลก 2022
รอบคัดเลือกเกมพรีเมียร์ ลีก เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นอกจากคู่แมนซิตี้ vs ลิเวอร์พูล ที่แบ่งแต้มกันไป ยังมีคู่ส่งท้ายที่ทำให้แฟนๆ ปืนโตนอนไม่หลับด้วยเกรงว่า โอลลี่ วัตกินส์ จะตามไปเข้าฝัน เป็นครั้งแรกในเกม
พรีเมียร์ ลีก ที่ ปีแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง
ลงเล่น 90 นาที่เต็มในบ้านแต่ไม่ได้พยายามยิงชักช็อต ส่วนที่ยิงได้สองประตูกลายเป็น โอลลี่ วัตกินส์ ซึ่งยิงให้วิลล่า 6 ประตูจาก 7 เกมเข้าให้เเล้วแม้อาร์เชนอลยุค
มิเกล อาร์เตต้า เหมือนจะดูดีขึ้น แต่จนถึงตอนนี้ในลึกเพิ่งยิงได้ 9 ประตู และเสียไปแล้ว 10 ประตู จาก
8 นัด ถือว่าทำประตูได้น้อยสุดนับตั้งแต่ซีชั่น 1998/99
และอาร์เซนอลก็เข้าสู่เบรกทีมชาติโดยอยู่ที่อันดับ 11
มี 12 คะแนนเท่าทีมอันดับ 10 แมนซิตี้
ที่ร้านพูลบางเจ้าลดระดับให้เป็นเต็งสองแล้ว
ส่วนเต็งหนึ่งก็คือ ลิเวอร์พูล นั่นเอง ด้านแมนเชสเตอร์
ยูในเต็ด โอเล่ กุนนาร์ โชลชาร์ ยังคงฆ่าไม่ตาย
ทำลายไม่ได้ แต่ชัยชนะ 3-1 เหนือเอฟเวอร์ตัน
ไม่ได้ทำให้อันดับของทีมกระเตื้องขึ้นนัก ยังอยู่ตั้งอันดับ 14 ของตารางเมื่อ โซลชาร์ ขาเก้าอี้ยังไม่หัก
ชื่อของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ก็จะวนเวียนอยู่ตามข่าวลือทั้งหลายรวมถึงที่ลือกับ เรอัล มาดริด ยิ่งเมื่อคืนวันอาทิตย์แพ้บาเลนเซียไป 1-4 ซีเนดีน ชีดาน ก็ต้องถูกเพ่งเล็งอีกแล้ว หลังจบเกมเจ้าตัวได้แต่บอกว่าไม่มีข้อ
แก้ตัว แต่ที่กังวลกว่าอนาคตตัวเองในตอนนี้
คือ คาริม เบนเซม่า จะบาดเจ็บหรือไม่และในวันจันทร์ ซีดาน ก็ยังคงได้ข่าวร้ายต่อเนื่องเมื่อ เฟเด วัลเวร์เด้ เจ็บกล้มเนื้อขาขวา ต้องพักหนึ่งเดือนเต็ม มันอะไรกันนักกันหนาเนี่ย! พรุ่งนี้ค่อยกลับมาปากหอยปากปูกันใหม่ ว่าในวงการลูกกลม ๆ มีอะไรนสนใจกันบ้าง
โดยเฉพาะหลังจากที่ผู้เล่นแต่ละทีมกลับถึงทีมชาติ และหวังว่าจะไม่มีใครเจ็บเพิ่มนะจ๊ะ ทุกวันนี้ไม่หวาดไม่ไหวแล้ววใครเจ็บอะไร ? ตรงจุดไหน? และต้องพักนานเท่าไหร่?…
บายยยย !
มาเฟียรี่

เบอร์นี้มีความหลัง
อาแจ๊กซ์ เบอร์ 8
หมายเลข 8 คนปัจุจบันของอาแจกซ์ก็คือ
ไรอัน กราเวนเบริ์ช เด็กดาวรุ่งที่ไต่เต้าขึ้นมาจากทีมเยาวชนโดยตรง ซึ่งก่อนวิเคราะห์บอล หน้านี้เคยสวมเบอร์นี้มาหลายรายแล้ว หนึ่งในนั้นคือ ริชาร์ด วิตช์เก้ ทำนาปีจอมเทคนิคแห่งยุค 90 ซึ่งในตอนนี้เขาก็เป็นหนึ่งในทีมของสโมสรนี่แหละ ก่อนวิเคราะห์บอล หน้านั้นเบอร์ 8 อาแจ็กซ์มันเคยเป็นของ คาเรล ไอติ้ง (19-20), ดาเล่ย์ ชิงคราเวน (14-19), เลริน ดูอาร์เต้ (13-15), คริสเตียน เอริคเช่น (10-14), เออร์บี้ เอมานูเอลสัน (08-10),
อิสมาเอล อูร์ตาลิช (07-08), ไรอ้น บาเบล (06-07),
เฮดวิกส์ มาดูโร่ (05-06), สตีเว่น พีนาร์ (03-05),
ริชาร์ด วิตช์เก้ (96-03), ยาน ฟาน ฮาลส์ท (01-02),
กีกี้ มูซัมป้า (96-97),เอ็นวานโก้ คานู (94-96),
เอ็ดการ์ ดาวิดส์ (92-96), คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ (93-95), มิเซล ครีค (91-93), ยาน วูเตอร์ส (86-92)
วิม ย็องค์ 89-91) และ แฟรงค์ ไรจ์การ์ด (85-88)

วิเคราะห์บอล หน้า7
ผี (ต่อจากวิเคราะห์บอล หน้า3)
แม็กไกวร์ชี้ผีโดนรุมสับเพราะคนขี้อิจฉา
แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กองหลังกัปตันทีม แมน-
เชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึกพรีเมียร์ลีก
อังกฤษ กล่าวว่าการที่หลายคนรุมตำหนิทีมของตน
อย่างหนักในช่วงที่ผ่านมาอาจจะเป็นเพราะอิจฉาความ
สำเร็จที่ “ปีศาจแดง” เคยทำได้ในอดีต
ก่อนวิเคราะห์บอล หน้าที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะบุกไปชนะ เอฟเวอร์ตัน 3-1 ในเกมลีก เมื่อวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน
ที่ผ่านมานั้น พวกเขาโดนกูรูหลายคนจวกอย่างหนัก ทั้งประเด็นที่เล่นได้ย่ำแย่ หรือการตำหนิลูกทีมของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โชลชา ว่าไม่ทุ่มเทให้กับทีมมากเท่าที่ควร
โดยรายของ แม็กไกวร์ มักจะมีการพูดกันว่าเขาไม่เหมาะสมที่จะได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมด้วย
แม็กไกวร์ เผยว่า “ในช่วงเวลาที่ผมได้อยู่
กับที่นี่มา 1 ปีครึ่งนะ ผมก็สังเกตเห็นถึงเรื่องหนึ่ง
ว่าเราเป็นสโมสรที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในโลก ทำไมถึง
เป็นแบบนั้นน่ะเหรอ? ก็เพราะว่าเราเป็นสโมสรที่ใหญ่
ที่สุดในโลกไงล่ะ หลายคนไม่อยากให้เรามีผลงานที่
ดี ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นน่ะเหรอ? อาจจะเป็นเพราะ
ความสำเร็จที่เราเคยทำได้ในอดีตล่ะมั้ง”
“เราต้องทำผลงานให้ตรงกับที่ทีมเคยทำเอา
ไว้ในอดีตให้ได้ เราต้องตอบสนองต่อมันให้ได้ และไม่
ปล่อยให้เรื่องร้ายๆ เข้ามามีผลกระทบกับเราในสนาม
ซ้อม แต่บางครั้งมันก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับ
คนในทีมน่ะนะ” อดีตเซนเตอร์แบ็ก เลสเตอร์ซิตี้ ระบุ เพื่อเพื่อน! บรูโน่เผยเหตุผลถวายพานคาวานี่
บรูโน่ แฟร์นั้นต์ส เพลย์เมกกอร์ แมนเชสเตอร์-
ยูไนเต็ต อธิบายเหตุผลที่ตัดสินใจส่งบอล
ถวายพานให้ เอดินสัน คาวานี่ ยิงประตูตอกฝาโลง
เอฟวอร์ตัน 3-1 ที่สนามกูติสัน พาร์ค เกมพรีเมียร์ลีก
อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
กุนชื่อ โอเล่ กุนนาร์ โชลชา กำลังตกอยู่ในสถานการณ์กดดันอย่างหนัก เนื่องจาก “เรด เดวิลส์”ทำผลงานไค้นผิดหวังแพ้ 2 เกมนิดต่อกันในการดวลกับ “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เชนอล และ อิสตันบูล บาชัดเซเฮียร์ โดยงานนี้ “น้ำลูกอม” ต้องขอบคุณความสุดยอดของ บรูโน่ ที่ชัด 2 ประตู
กับ 1 แอสซิสต์ ช่วยให้ทีมเก็บ 3 แต้มสำคัญได้สำเร็จ
สำหรับจังหวะที่ได้ประตูที่สามนั้น บรูโน่
มีโอกาสที่จะทำแฮตทริกเมื่อมีจังหวะหลุดเดี่ยวใน
ช่วงทดเวลาบาดูเจ็บ แต่เจ้ตัวเลือกที่จะส่งให้ คา วานี่ ชัดประตูซึ่งเป็นประตูแรกของเขาในนามทัพ
แมนฯ ยูไนเต็ด โดยจอมทัพชาวโปรตุกีสให้เหตุผล
ว่า “ประเด็นสำคัญก็คือการได้ชัยชนะ ผมส่งบอลให้
เอดินสัน คาวานี่ เพราะสำหรับกองวิเคราะห์บอล หน้าการยิงประตู
ทำให้เขามีความมั่นใจมากขึ้น”
“เขาจะเป็นนักเตะสำคัญสำหรับเรา และการยิงประตูแรกได้จะทำให้เขาเชื่อมั่น ผมไม่จำเป็นต้องคิดเรื่องการทำแฮตทริก ผมคิดแค่เรื่องอนาคตเท่านั้น ทุกๆ เกมมีความสำคัญมาก ๆ เราทำผลงานได้ไมาดีในลีก ดังนั้นนี่เป็น 3 แต้มที่สำคัญ ตอนนี้เราไม่ใช่ทีมที่ดีที่สุด และเราก็ไม่ใช่ทีมที่แย่หลังเกมที่ อิสตันบูล เราจะทำให้ดีขึ้นถ้ำเราทำหลายๆ สิ่งได้อย่าง เหมาะสม” บรูโน่ ระบุ
ผีผวาโควิดขวางลินเดอเลิฟร่วมทัพสวีเคน
วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ ปราการหลัง แมนเชสเตอร์-ยูไนเต็ด ทีมดังพรีเมียร์ลึก อังกฤษ จะหมดสิทธิ์เดินทางเข้าร่วมกับทีมชาติสวีเดน ในการเดินทางไปเดนมาร์ก หลังดินแดนโคนมพบการระบาดของไวรัสกลายพันธุ์ในตัวมิงค์ ตามรายงานของ เคลื่ เมล สื่ออังกฤษ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
การเบรกโปรแกรมทีมชาติได้เริ่มขึ้น หลังจากการแข่งขันพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์ โดยมีดาราชั้นนำ
จากทั่วโลก เข้าร่วมกับทีมชาติของตนเอง แต่ในส่วน
ของ แมนฯ ยูในเต็ด ได้เบรกไม่ให้ ลินเดลอฟ เดินทาง
มุ่งวิเคราะห์บอล หน้าไปยังเดนมาร์ก
ข่าวดังกล่าวได้รับการยืนยันโดยสมาคมฟุตบอลสวีเดนที่มีขึ้นหลังจกที่สหราชอาณาจักรกำหนดข้อจำกัดการเดินทางที่เข้มงวดในเดนมาร์กทามกลางการระบาดของไวรัสทางตอนเหนือของประเทศ
แถลงการณ์ของเอฟเอสวีเดนระบุว่า “ผู้เล่น
ทีมชาติสวีเดน 5 คนจากอังกฤษและสกอตแลนด์ จะ
ไม่สามารถลงเล่นเกมทีมชาติกับเดนมาร์กได้ เนื่องจาก
กฎการกักกัน แต่ผู้เล่นจะเข้าร่วมการรวมตัวของทีมชา
ติในสต็อกโฮล์ม หลังจกการแข่งขันกับเคนมาร์ก”
“ผู้เล่นทำคนที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่
โรบิน โอลเช่น, เอมิล คราฟร์, ฟิลิป เฮลันเดอร์,
วิคเตอร์ ลินเดลอฟ และ เคน เชมา เนื่องจากกฎการ
กักบริเวณของสหราชอาณาจักร กับเดนมาร์ก สโมสร
ของพวกเขาจะไม่ปล่อยให้เข้าร่วมเกมทีมชาติในเกม
กับเคนมาร์ก”
“อย่างไรก็ตาม สโมสรต่างๆปล่อยนักเตะ
ลงเล่นอีก 2 นัดกับโครเอเชีย และ ฝรั่งเศส ซึ่งนักเตะ
จะได้รับอนุญาตให้มีการยกเว้นการกักกัน ซึ่งจะ
แตกต่างกับผู้เล่นที่เดินทางไปเดนมาร์ก”
ซีดาน(ต่อจากวิเคราะห์บอล หน้า 3)
ซิซูรับผิดเองหลังชุดขาวเจ๊งยับ
ซีเนดีนซีดาน เทรนเนอร์ เรอัล มาดริด กล่าวว่า
ตนขอเป็นคนรับผิดชอบต่อผลงานที่เลวร้ายของทีม
หลังจากที่ “ราชันชุดขาว” ออกไปแพ้ บาเลนเซีย
แบบขาดลอย 1-4 ในเกม ลา ลีกา สเปน เมื่อวัน
อาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน ที่ผ่านมานัดดังกล่าว มาดริด ขึ้นนำก่อนจาก คาริม เบนเซม่า
ในนาทีที่ 23 แต่หลังจากนั้นเจ้าถิ่นมาได้ 4 ประตูรวด แบ่งเป็นการทำแฮตทริกของ การ์ลอส โชเลร์
โดยเป็นประตูจากการยิงลูกจุดโทษทั้ง 3 ลูก กับการทำ
เข้าประตูตัวเองของ ราฟาแอล วาราน 1 ลูก ทำให้นี่
เป็นครั้งแรกที่ มาดริด ในยุคของ ซีดาน เสียประตูใน
เกมลึกถึง 4 ลูกภายในนัดเดียว
ตำนานมิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสเผยว่า “เราเสีย
ลูกจุดโทษ 3 หน และยังมาทำเข้าประตูตัวเองอีก มัน
เลวร้ายเกินไป แต่คนที่ผิดคือผมเอง เพราะผมเป็นโค้ช
และผมต้องหาทางแก่ให้ได้ เพียงแต่ตอนนี้ผมยังไม่
สามารถอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นได้ มันเป็นวันที่เลวร้าย
ผมไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งนั้น เราต้องปรับปรุงในด้าน
เกมรับกันให้ได้”
“ที่จริงผมไม่คิดว่า บาเลนเซีย มีแท็กติก
ที่ดีกว่าเราเลยนะ เราเริ่มต้นกันได้ดีมาก ๆ แต่แล้ว
ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหลังจากมีการทำประตูได้ มันเป็น
เรื่องที่เข้าใจได้ยาก แต่ก็ใช่ มันเป็นความรับผิดชอบ
ของผมอย่างเต็มที่ เราต้องหาทางแก้ให้ได้หลังจาก
ที่ปล่อยให้พวกเขาทำประตูได้”
งงลูกทีมช็อตไปดื้อ ๆ
ซีเนดีน ซีดาน กุนซือเรอัล มาดริด ออกอาการงงอย่างมาก กับผลงานลูกทีมที่ตกลงไปทั้งที่ออกนำคู่แข่งไปก่อน
ราชันชุดขาว บุกไปโดน บาเลนเซีย ถล่ม
แบบยับเยิน 1-4 ในศึกลา ลีกา เมื่อวันอาทิตย์ที่
ผ่านมา หลังจากทีมนำไปก่อนแต่กลับมาโดนสามจุด
โทษของ การ์ลอส โชเลร์ และการทำเข้าประตูตัวเอง
ของ ราฟาแอล วาราน
“ราเริ่มเกมได้ดีในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก แต่หลังจากเสียประตูรูปเกมเราเสียไปและดันไปเปลี่ยนการขับเคลื่อนที่เราเคยทำได้”
กุนซือชาวฝรั่งเศสกล่าวในการแถลงข่าว
“นั่นเกิดขึ้นได้เพราะทุก ๆ อย่างเกิดขึ้นกับ
เรได้ ทั้ง 3 จุดโทษ ทำเข้ประตูตัวเอง วันนี้มันยาก
ที่จะเข้ในในส่วนของทีมเรา เราเริ่มต้นได้ดีและหลัง
จากนั้นทุกๆ อย่างเปลี่ยนไป
“ผมไม่ได้ต้องการนำผู้ตัดสินมามีส่วนร่วมด้วย
พวกเขาอยู่ที่นั่นเพื่อทำงานของตนเอง และประเด็นอื่นๆ ผมเลือกนักตะ 11 คนอยู่ตลอดและ
แต่ละคนแสดงความเห็นหรือพูดอะไรออกมาได้
“พวกเขาทุกๆ คนคือนักเตะ เรอัล มาดริด
และพวกเขาต้องแสดงผลงาน สิ่งที่พวกเราต้องทำคือ
ลงสนามและวันนี้เป็นเกมที่ยาก ไม่มีข้อแก้ตัวหรือข้อ
อ้าง เราเปลี่ยนไป เราเริ่มต้นได้ดี แต่หลังจากได้ประตู
เราล้มเหลว วันนี้เรามีเกมที่แย่”

วิเคราะห์บอล หน้า8
บาร์ซ่ายันส่งฟาติผ่าเข่า
อันซู ฟาตี แนวรุกดาวรุ่งของ บาร์เซโลน่า
เตรียมเข้ารับการผ่าตัดรักษาอาการบาดเจ็บเข่าซ้ายกับ
คุณหมอมือดี ราม่อน กูกาต ในอีก 24 ชั่วโมงข้างวิเคราะห์บอล หน้า
บาร์เซโลน่า เตรียมส่งตัว อันชู ฟาตี เข้ารับการผ่าตัดเข่าในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้ำ หลังแนวรุกดาวรุ่ง
วัย18 ปีได้รับบาดเจ็บเข่าซ้ายจากเกมชนะ เรอัล
เบติส 5-2 บนเวทีลีกเมื่อวันเสาร์ ตามรายงานข่าว
จากมาร์ก้าเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
ฟาตี ถูกถอดออกจากสนามระหว่างช่วงพัก
ครึ่งในเกมกับทีมเบตีโก้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเนื่องจาก
มีอาการบาดเจ็บเข่า ก่อนทีมอาซูลกราน่าจะยืนยันใน
เวลาต่อมาว่าแนวรุกวัย 18 ปีมีอาการเจ็บที่วงเดือน
เขาซ้าย แต่ไม่มีการกำหนดกรอบเวลาว่าเขาจะต้อง
พักรักษาตัวนานแค่ไหนโดยมีการประเมินเบื้องต้นว่า
อยู่ระหว่าง 2-5 เดือนขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของนักเตะ
ว่าทำได้ดีเพียงใด
อย่างไรก็ตามจากรายงานของ มาร์ก้า ระบุว่า
บาร์เซโลน ยืนยันว่าสโมสรเตรียมส่ง ฟาตี เข้ารับการผ่าตัดรักษาอากรบาดเจ็บดังกล่าวในอีก 24 ชั่วโมงข้างวิเคราะห์บอล หน้ากับด็อกเตอร์ ราม่อน กูกาต ศัลยแพทย์
ผู้เชี่ยวชาญชาวกาตาลันที่ได้รับการยอมรับจากวงการ
ลูกหนังและเคยลงมีดผ่าแข้งดังมาแล้วหลายคน
ทั้ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, ชาบี เอร์นานเดช, ชามูแอล
เอโต้ และ อันเดรส อีเนียสต้า
ม้าลาย(ต่อจากหน้ำ 3)
โด้ไม่หนักเตรียมรับใช้ฝอยทองได้
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ศูนย์วิเคราะห์บอล หน้ายูเวนตุส คาดว่า
จะพร้อมรับใช้ทีมชาติโปรตุเกสในสัปดาห์นี้ได้ หลัง
บาดเจ็บมาจกเกมบุกเสมอลาชิโอ 1-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
โรนัลโด้ถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในนาที 76
ส่ง เปาโล ดีบาล่า ลงสนามแทน หลังจากดาวยิง
โปรตุกีสมีปัญหาบาดเจ็บข้อเท้าพลิก และไม่สามารถ
เล่นต่อไปได้ จนต้องออกมานั่งพักข้างสนามแล้ว
แพทย์ประจำสโมสรต้องรีบนำถุงน้ำแข็งมาประคบที่
ข้อเท้าข้างขวา
คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต สื่ออิตาลีรายงาน
ว่า โรนัลโด้จะสามารถไปร่วมทีมชาติโปรตุเกส ที่มี
โปรแกรมเตะสามนัด อุ่นเครื่องกับอันดอร์รา และเกม
ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก สองนัดกับฝรั่งเศส และโครเอเชีย
โดยจะเข้ารับการตรวจจากแพทย์ประจำทีมชาติอีกรอบ
ทันทีที่เดินทางไปถึง
ทั้งนี้ โรนัลโด้ต้องประสบปัญหาใหญ่เมื่อ
เดือนตุลาคมที่ผ่านมา เมื่อทราบผลตรวจติดเชื้อ
โควิด-19 มาจากแคมป์ทีมชาติโปรตุเกส จนต้อง
กักตัวและพลาดเกมใหญ่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
ทียูเวนตุสแพ้คาบ้านต่อบาร์เชโลน่ 0-2 และอีกสอง
เกมในเซเรีย อา
อิบราหน่ายเลิกยิงเป้าแล้ว
ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองวิเคราะห์บอล หน้าคนดังของ
เอซี มิลาน กล่าวว่าหลังจากนี้ตนจะเลิกรับวิเคราะห์บอล หน้าที่ยิง
ลูกจุดโทษให้กับทีมแล้ว หลังจากที่เขาเพิ่งยิงพลาดใน
เกมกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี นัดที่ต้นสังกัดทำได้เพียง
เปิดรังซาน ชิโร่ เสมอกับเฮลลาส เวโรน่า 2-2 เมื่อ
วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
นัดดังกล่าว มิลานมาได้ลูกจุดโทษในนาที
ที่ 66 ซึ่งเป็นตอนที่พวกเขาตามหลังอยู่ 1-2 โดยที่
อิบราฮิโมวิชรับวิเคราะห์บอล หน้าที่ยิง แต่เจ้าตัวกลับยิงไม่เข้า จน
ทำให้ฤดูกาลนี้เขามีสถิติดนการยิงลูกจุดโทษที่น่าผิด
หวัง จากการที่มีโอกาสยิง 5 ครั้งในทุกรายการ แต่
เปลี่ยนให้เป็นประตูได้แค่ 2 หนเท่านั้น ยังดีที่
ในเกมกับเวโรน่า เขสช่วยทำประตูตีเสมอให้ทีมได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จนทำให้มิลานยังไม่แพ้ใครในลีกประจำชีชั่นนี้ พร้อมเก็บเพิ่มเป็น 17 แต้มจากการลงเล่น 7 นัด และเป็นจ่าฝูงของตารางคะแนนต่อไป
“แน่นอนว่าผมโกรธ เพราะผลเสมอในวัน
นี้มันไม่ใช่ผลการแข่งขันที่ดีพอ เรามีโอกาสทำประตู
หลายครั้ง แถมผมยังยิงจุดโทษไม่เข้าด้วย ดังนั้นผม
เลยคิดว่าครั้งวิเคราะห์บอล หน้าผมจะปล่อยให้ (ฟร้องค์) เกสซี่ ได้
ยิงแทน! นั่นน่าจะเป็นการดีกว่า เราเสียไป 2 ประตู
แต่ก็ยิงได้ 2 ลูกหมือนกัน เราบุกกันแบบเต็มที่ และ
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการที่เราไม่เสียความมั่นใจในตัว
เอง เมื่อมองถึงตารางคะแนนในตอนนี้แล้วเนี่ย มันก็
แน่นอนว่าเราอยากชนะทุกเกมเลย” ดาวยิงวัย 39 ปี
ระบุ โดยผลงานในนัดล่าสุดทำให้อิบราฮิโมวิชยิงในลีกประจำซีชั่นนี้ไปแล้ว 8 ลูก และนำเป็นคาวซัลโวสูงสุดของลีกต่อไป
ปิโอลี่เผยอิบรายกให้เกสซี่เย่สังหารเกมต่อไป
สเตฟาโน่ ปิโอลี่ กุนซือเอซี มิลาน ออกมายืนยันว่า
ซลาตัน อิบราฮิโมวิช จะมอบวิเคราะห์บอล หน้าที่ยิงจุดโทษ
ให้กับ ฟร้องก์ เกสซีเย่
ปีศาจแดงดำเปิดบ้านไล่ตีเสมอเวโรน่า
แบบหวุดหวิด 2-2 ในศึกเซเรีย อา เมื่อวันอาทิตย์ที่
ผ่านมา โดยได้ประตูในช่วงทดเวลาจาก ซลาตัน
อิบราฮิโมวิช
“เรารู้ว่าการเล่นในยูโรปา ลีก และกลับมา
เล่นในลีกทันทีหลังจากดวลกับคู่แข่งอย่างอูดิเนเช่ และ
เวโรน่า มันทำให้คุณเจองานหนักมา”
“พวกเขาสามารถเตรียมทีมเพื่อเกมนี้ได้
ตลอดสัปดาห์ ต่างจากเรามีเพียงการซ้อมแบบเล็ก ๆ
น้อยๆ เราต้องพัฒนาตำแหน่งจากฤดูกาลที่ผ่านมา
และไปในเวทียุโรปให้ได้ไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
เมื่อถามถึง ชลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่พลาด
จุดโทษก่อนจะมาโขกตีเสมอในช่วงทดเวลาของเกมที่
ผ่านมา กุนซือของรอสโชเนรี่ระบุว่า หอกสวีเดนจะ
หลีกทางให้ ฟร้องก์ เกสซีเย่ ทำหน้ำที่สังหารจุดโทษ
ตามที่กองหน้ำรายนี้ได้พูดกับสื่อไปก่อนวิเคราะห์บอล หน้า
“ซลาตันบอกกับผมว่าเขาไม่พอใจ เพราะ
เรานำจะเอาชนะในกมนี้ได้ เขาต้องการหยุดยิงจุด
โทษและให้ (ฟรองก์) เกสซีเย่ ทำวิเคราะห์บอล หน้าที่แทน เขา
อยากหยุดพักทำหน้ำที่ นั่นคือความจริงสำหรับทุก ๆ
คน แต่เราสู้เพื่อไปเล่นบอลยุโรปและนี่คือความหมาย
ของมัน”

วิเคราะห์บอล หน้า9
บิ๊กแมตช์ ห้ามพลาด
เดือนพฤศจิกายน 2563
วันพุธ 11 พ.ย. 2563
ฟุตบอลกระชับมิตรทีมชาติ
ฮอลแลนด์ – สเปน
เบลเยียม – สวิตเชอร์แลนด์
วันพฤหัสฯ 12 พ.ย. 2563
ยูโร 2021 รอบเพลย์ออฟ
เซอร์เบีย – สกอตแลนด์
ฟุตบอลกระชับมิตรทีมชาติ
อังกฤษ – ไอร์แลนด์
วันศุกร์ 13 พ.ย. 2563
ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกโชนอเมริกาใต้
โคลอมเบีย – อุรุกวัย
วันเสาร์ 14 พ.ย. 2563
ยูฟ่าเนชั่นส์ ลีก เอ
โปรตุเกส – ฝรั่งเศส
สวิตเซอร์แลนด์ – สเปน
วันอาทิตย์ 15 พ.ย. 2563
ยูฟ่าเนชั่นส์ ลีก เอ
อิตาลี – โปแลนด์
เบลเยียม – อังกฤษ
ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก บี
เวลส์ – ไอร์แลนด์
ตุรกี – รัสเชีย
วันอังคาร 17 พ.ย. 2563
ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เอ
โครเอเซีย – โปรตุเกส
ฝรั่งเศส – สวีเดน
สเปน – เยอรมัน
โซนอเมริกาใต้
ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้
อุรุกวัย – บราซิล
เปรู – อาร์เจนตินา
วันพุธ 18 พ.ย. 2563
ยูฟ่า เนชั้นส์ ลีก เอ
โปแลนด์ – ฮอลแลนด์
เบลเยียม – เดนมาร์ก
อังกฤษ – ไอซ์แลนด์
ยู่ฟ่า เนชั่นส์ ลีก บี
ออสเตรีย – นอร์เวย
วันศุกร์ 20 พ.ศ. 2563
ลีก เอิง ฝรั่งเศส
โมนาโก – เปแอสเช
วันเสาร์ 21 พ.ย. 2563
อังกฤษ พรีเมียร์ลีก
ลิเวอร์พูล – เลสเตอร์
แมนฯ ยูไนเต็ด – เวสต์บรอมวิช
วูล์ฟแฮมป์ตัน – เชาร์แฮมป์ตัน
สเปอร์ส – แมนซิตี้
บุนเดสลีกา เยอรมัน
บาเยิร์น มิวนิค – เบรเมน
ลา ลีกา สเปน
บียาร์เรอัล – เรอัล มาดริด
แอต.มาตริด – บาร์เซโลน่า
วันอาทิตย์ 22 พ.ย. 2563
พรีเมียร์ลึก อังกฤษ
ลีดส์ – อาร์เซนอล
กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี
นาโปลี – เอซี มิลาน
วันอังคาร 24 พ.ย. 2563
แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม
แรนส์ – เชลซี
ลาชิโอ – เซนิต
เปแอสเช – แอร์เบ ไลป์ซิก
แมนฯ ยูไนเต็ด – อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์
วันพุธ 25 พ.ย. 2563
แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม
โอลิมเปียกอส – แมนฯ ชิตี้
อินเตอร์ มิลาน – เรอัล มาดริด
มาร์กเชย – ปอร์โต้
ลิเวอร์พูล – อตาลั่นต้า
วันพฤหัสบตี 26 พ.ย. 2563
ยูโรปา ลีก รอบแบ่งกลุ่ม
โมลด์ – อาร์เชน่อล
บราก้า – เลสเตอร์
ลีลล์ – เอซี มิลาน
เรนเจอร์ส – เบนฟิก้า
สเปอร์ส – ลูโดโกเรตส์
วันเสาร์ 28 พ.ย. 2563
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
ไบรท์ตัน – ลิเวอร์พูล
เอฟเวอร์ตัน – ลีดส์
วันอาทิตย์ 29พ.ย. 2563
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
เซาธ์แฮมป์ตัน – แมนฯ ยูไนเต็ด
เชลซี – สเปอร์ส
อาร์เซน่อล – วูล์ฟแฮมป์ตัน
กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี
เอชี มิลาน – ฟิออเรนติน่า
นาโปลี – โรม่า

วิเคราะห์บอล หน้า10
เจนนาโร่ คัตตูโช่นาโปลีต้องเท้าติดดินอยู่สมอ
นาโปลี เจนนาโร่ กัตตูโซ่ กุนซือ
จอมแท็กติกของนาโปลี ออกมายืนยันทีมของเขาต้อง
พยายามให้เท้าทั้ง 2 ข้างติดดินอยู่เสมอหลังจากเฉือน
ชนะโบโลญญ่ามาได้ 1-0 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
พร้อมกันนั้น ได้ออกมาให้เหตุผลว่าทำไมถึงต้องตัดสิน
ใจลงโทษผู้เล่น 2 คนไม่ให้ลงสนาม
ชัยชนะล่าสุดของทีมอัชชูร่าแห่งปาร์เตโนเปมา
จากลูกโหม่งของ วิคตอร์ โอซิมเฮน หัวหอกดาวรุ่ง
ทีมชาติไนจีเรีย ก่อนบุกเก็บ 3 แต้มสำคัญได้ที่เรนาโต้
ตัลลาร่า ได้อย่างหวุดหวิด โดยที่ท้ายเกมทีมรอสโซ่บลู
เจ้าถินบุกหนัก และมีโอกสได้ประตูคืนหลายต่อหลายครั้งเลยทีเดียว
“ผมยังไม่อยากพูดถึงเรื่องสคูเดตโต้แต่อย่างใด
ตอนนี้ เพราะที่ผ่านมาห็นๆ กันอยู่ว่าระบบทีมเล่นกันอยู่
ดี บางครั้งก็หายไปซะยังงั้น ใจเย็นๆ ผมรู้ว่าเราเป็นทีม
ที่แข็งแกร่ง แต่หากนัดไหนเราล่นกันดีครึ่งแรก ครึ่งหลัง
ทำใจได้เลยว่าเกมที่ออกมาจะแตกต่างไปจากครึ่งแรกราวฟ้ากับดินเลยก็ว่าได้ กุนชื่อนาโปลีแสดงความเห็นกับสกาย สปอร์ต อิตาเลีย
“ดังนั้น อย่างแรกที่ทีมของเราจะต้องทำให้ได้
ก็คือพยายามให้เท้าทั้ง 2 ข้างติดดินอยู่เสมอ เรียกว่าตลอดเวลาเลยก็ว่าได้ ตอนนี้เรามีเวลาพักอีกเกือบ 2 สัปดาห์เมื่อใดก็ตามที่เราฟอร์มหลุดหรือผลงานไม่ดี เราต้องพยายามกลับคืนฟอร์มเก่งของเราให้ได้เร็วที่สุดเท่านั้นผมขอแค่นี้
ก่อน” กัตตูโซ่หลุดปากออกมาแบบเครียด ๆ
เกมนี้มีเซอร์ไพรส์ก่อนศิกออฟเมื่อ มาริโอ รุย กับ
เฟาซี่ กูลาม 2 นักตะคนสำคัญของทีม ถูกส่งตัว
ขึ้นไปนั่งชมเกมอยู่บนอัฒจันทร์ ไม่มีชื่อแม้กระทั่งม้านั่งสำรองสาเหตุมาจากการที่ทั้งคู่ไม่ทุ่มเทให้กับการซ้อมเท่าที่ควรเลยถูกลงโทษด้วยการจับให้นั่งชมเกมแทนที่จะได้ลงเล่น
“ดีแล้วล่ะที่ให้พวกเขานั่งดู เพราะเมื่อวันก่อน
ตอนซ้อมบอกให้วิ่งให้เต็มที่กลับทำแบบเหยาะๆแหยะๆ
ผมเอาเข้ามาที่โบโลญ่าด้วย เพราะหากปล่อยให้นอน
อยู่กับบ้านพวกเขาคงไม่สนใจเกมอย่างแน่นอน” กุนชื่อ
จอมเฮี้ยบอธิบาย
“ผมไม่ชอบบางสิ่งบางอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้
มีหลายคนพยายามสอนเราให้ทำอย่างนู้นอย่างนี้ มีคนออกมาบ่นบอกว่าทำไมเราไม่เล่นระบุบ 4-2-3-1 เท่านั้นยังไม่พอ ยังแนะนำให้เล่นระบบ 4-3-3 ไปเลยก็มี จริงๆ เรื่องนี้มันเป็นวิเคราะห์บอล หน้าที่ความรับผิดชอบของผม ผมเองเป็นคนตัดสินใจ” เขายืนยัน
“ดรีส์ เมอร์เท่นส์ ต้องดิ้นรนกระเสือกกระสน
หนักตอนนี้เพื่อยิงประตูให้กับทีม ซึ่งแต่ก่อนอะไรมันดูง่ายไปหมด ดังนั้น เราไม่สมารถปิดเกมได้สำเร็จ ก็ต้องมาทุรนทุรายอย่างที่เห็นมานั่นแหละ เพราะไม่มีทางเสียหรอกที่คุณจะครองเกมได้ตลอดทั้ง 90 นาที แล้วยิงประตูคู่แข่งไม่ได้เลย ดังนั้น เราต้องทำอะไรให้มากกว่านี้ในบริเวณพื้นวิเคราะห์บอล หน้ากรอบโทษของคู่แข่ง” กัตตูโซ่ร่ายยาว
เมื่อถูกถามถึงการตัดสินใจเลือกนายทวาร
ตัวจริงที่จะลงเล่นในแต่ละนัดระหว่าง ดาบิด ออสปีน่า
กับ อเล็กซ์ เมเร็ต กุนซือจอมแท็กติกของนาโปลี ตอบไม่ต้องคิดมาก
“เมเร็ตพัฒนาฝีมือขึ้นมากในช่วงหลังๆ หาก
เกมต้องเชตตบอลกันตั้งแต่แนวรับ ซึ่งเขาเองน่าจะมีโอกาสได้ลงเล่น 30-35 เกมต่อฤดูกาล ผมเลือกผู้รักษาประตูส่วนใหญ่จะอ่านจากเกมรุกของคู่แข่งที่นั่นโจมตีเราเป็นหลัก” เขาชี้แจง
คำถามสุดท้ายของผู้สื่อข่าวที่ทำให้กัตตูโช่
ถึงขั้นมองวิเคราะห์บอล หน้าคนถามเลยทีเดียวเมื่อถูกถามว่านาโปลี
ของเขายังคงเป็นทีมลุ้นแชมป์อิตาลีอยู่หรือเปล่าตอนนี้
คำตอบของคัตตูโช่น่ะมี แต่เอามาแปลลง
ตรงนี้ไม่ได้เพราะไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงที่จะ
เผยแพร่สู่สาธารณชน
กัลโซ่มาเนีย
…ตัดสินใจก่อนที่จะสาย
ช่วงนี้เปลี่ยนบรรยากาศไปนิดหนึ่งนะครับ
ไปคุยกันถึงเรื่องเปลี่ยนตัวกุนซือในเซเรีย อา กัน
บ้างเถอะ แม้ตั้งแต่คัมปีโอนาโต้เปิดฤดูกาลใหม่
กันมาตั้งแต่ปลายสิงหาคมแทบไม่ได้เอาประเด็นนี้
มาเล่าสู่กันฟังมากนัก
จำได้ว่าเคยเอาเรื่องของ มาร์โก จามเปาโล
กุนซือโตริโน่ กับ โจวานนี่ สตร็อปป้า ของโครโตเน่
มาคุยกันไปครั้งหนึ่งตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว ซึ่งรู้สึกว่า
เป็นครั้งแรกด้วยละมั้ง แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีความ
คืบวิเคราะห์บอล หน้าอะไรเลยว่าต้นสังกัดของทั้งคู่จะหาทางกัน
อย่างไรกับการปรับเปลี่ยนตัวกุนซือทั้ง ๆ ที่ผลงาน
ก็งั้น ๆ ไม่ได้ดีเด่นอะไร
ผมเขียนต้นฉบับทิ้งเอาไว้ตั้งแต่ตอนค่ำวันอาทิตย์ ฟุตบอลอิตาลียังไม่ได้ลงสนามยกเว้น 4 คู่ ที่แข่งกันไปก่อนวิเคราะห์บอล หน้านั้นตั้งแต่คืนวันศุกร์ทำให้ล่าสุด มีความเคลื่อนไหวที่จะเปลี่ยนตัวกุนซือเด่นชัดมากยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะฟีออเรนติน่า ซึ่งเมื่อวันเสาร์บุกไปทำได้แค่
เสมอกับปาร์ม่าถึงตาร์ดินี่ของฝ่ายหลังแบบจืดชืต 0-0
พอเกมนี้จบลงด้วยผลเสมอก็มีข่าวลือออก
มาทันทีว่าทีมวิโอล่าเตรียมปลด จูเช็ปเป้ ยาคินี่
กุนซือคนปัจจุบัน ออกจากตำแหน่งทันที แล้วเตรียม
แต่งตั้งให้ เชซาเร่ ปรันเคลลี่ อดีตอิล ชีที. ทีมชาติ
อิตาลี เข้ามาทำวิเคราะห์บอล หน้าที่แทน
จริงๆ ข่าวการตั้งปรันเดลลี่เข้ามานั่งเก้าอึ้
กุนซือทีมวิโอล่าแทนยาคินี่มีตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่แล้ว
แต่ก็ไม่มีใครเชื่อถือเท่าไหร่ เพราะมีข่าวจะปลดกุนชื่อ
คนปัจจุบันทีไร ผลงานของทีมมักดีขึ้นทันตาเห็นประจำ
คราวนี้ก็เช่นกัน ไม่มีใครถล้ายืนยันว่าจะปลดยาคินี่จริงหรือเปล่าเพราะว่ากันตามจริงแล้วฟีออเรติน่าก็ไม่ได้เจองานยากอะไรแม้บุกไปเยือนปาร์ม่า ซึ่งผลงานปีนี้ย่ำแย่ตั้งแต่เปิดฤดูกาล ชนะแค่นดเดียว นอกนั้นแพ้ 3 เสมอ 2 ก่อนจะเจอกับทีมวีโอล่า
อย่างไรก็ตาม พอเห็นฟอร์มการเล่นเกม
ล่าสุดที่ตาร์ดินี่ บรรดาผู้บริหารระดับสูงนำโดย ร็อคโค่
กอมมิสซิโอ ประธานสโมสร คงได้แต่นั่งส่ายวิเคราะห์บอล หน้าใน
ที่สุดก็ต้องออกมาให้ข่าวกับสื่อว่าปลดแน่นอนภายใน
วันนี้พรุ่งนี้นี่แหละ
ผมมองว่าผู้บริหารทีมวิโอล่าตอนนี้อยู่ใน
สภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก คือใจจริงอยากจะปลดมา
ตั้งนานแล้ว แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะตอนที่ วินเซนโซ่
มอนเตลล่า นั่งเก้าอี้ตัวนี้ผลงานไม่เอาไหน ก็ตัวเอง
นั่นแหละที่บากวิเคราะห์บอล หน้าไปขอร้องให้ยาคินี่เข้ามาทำหน้ำที่
กุนซือแทน
ยาคินี่ทั้งปลุกทั้งเร้ททำทุกอย่างจนฟือออเรนติน่าที่ไม่ชนะถึง 7 นัดติดต่อกันภายใต้การรั้ง
บังเหียนของมอนเตลล่า อันดับรูตลงไปอยู่ที่ 15 กลับ
มาโชว์ฟอร์มได้ดีจนจบฤดูกาลในอันดับที่ 11 จนได้
แต่นั่นล่ะครับ ฤดูกาลที่แล้วเป้าหมายไม่เหมือนกับฤดูกาลนี้ จากต้องดิ้นรนหนักเพื่อหนีให้พ้น
จากก้รตาราง มาปีนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ทีมวิโอล่า
ตั้งเป้าเอาไว้ที่ลุ้นไปยุโรปอย่างแข่ก็คือยูไรปา ลีก
ให้ได้ ซึ่ง 7 นัดที่ผ่านมาภายใต้การคุมทีมของยาคินี่
ชนะแค่ 2 นอกนั้นเป็นแพ้ 3 เสมอ 2
ชนะนัดล่าสุดของฟิออเรนติน่าคือเปิดบ้าน
ที่อาร์เตมิโอ ฟรานคี่ เฉือนชนะอูดิเนเช่ 3-2 เมื่อ
25 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือนัดล่าสุด
ที่บุกไปเจ๊าปาร์มาถึงตาร์ดินี่แบบโนสกอร์ ถือเป็นนัด
ที่ 2 นัดติดต่อกันที่ยิงประตูคู่แข่งไม่ได้หลังจากนัดที่
แล้วบุกไปพ่ายโรม่ามา 0-2
แม้ก่อนวิเคราะห์บอล หน้ายิงประตูได้ทุกนัดแม้แพ้ให้กับ
คู่แข่ง แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือเสียประตูให้คู่แข่งถึง 12
ประตู ประตูได้เสียยังติดลบอยู่ 2 ประตู รั้งอันดับ 12
บนตารางเชเรีย อา
ว่ากันว่า หากให้ยาคินี่ทำงานต่อไปเชื่อว่า
อันดับตอนสิ้นฤดูกาลของฟิออเรนติน่าจะอยู่ประมาณนี้
แต่ถ้าเปลี่ยนมาเป็นปรับเคลลี่มีโอกาสลุ้นไปเล่นยุโรป
ตามเป้าที่วางเอาไว้ได้ แต่อาจต้องเจอกับงานยากหน่อย
…ทั้งหมดอยู่ที่กอมมิสซิโอคนเดียวที่จะใช้
ความเด็ดขาดในการตัดสินใจ ช้าไปอาจไม่ได้การ

วิเคราะห์บอล หน้า11
ดาวซัลโว้
ศึกเรือ-หงส์
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
เกมบิ๊กแมตซ์แห่งยุคระหว่าง แมนเซสเตอร์ซิตี้ ที่มี
โจเซป กวาร์ดิโอล่า เป็นผู้จัดการทีม รับมือกับ
ลิเวอร์พูล ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็จบลงไปด้วยผล
เสมอ 1-1 โดยนอกจากเป็นการดวลกึ๋นของ 2 กุนซือ
ชั้นนำแล้วนั้น มันยังเป็นการดวลกันของแชมป์เก่า
(ลิเวลร์พูล) กับรองแชมป์เก่า (แมนซิตี้) ด้วย
ถึงแม้ว่าตอนนี้ผลงานในลีกของลิเวอร์พูล
จะดีกว่า แมนฯ ชิตื่ ในระดับหนึ่ง จากการที่ “หงส์แดง”
มีคะแนนมากกว่า 5 แต้ม แต่หลายคนก็ยังถือว่า
นี่เป็นเกมที่สนุกระดับ 5 ดาวอยู่ แม้ว่าอาจจะยิงกัน
น้อยไปหน่อยถ้าเทียบกับแนวรุกอันจัดจ้านของทั้ง
สองสโมสร
ทั้งนี้ ด้วยความที่ทั้ง 2 ทีมต่างก็มีนักเตะชั้นยอดอยู่ในทีมหลายคนทั้งสมัยปัจจุบันและอดีด ทำให้มีหลายคนที่ทำประตูได้แบบเป็นกอบเป็นกำ ซึ่งวันนี้เราจะมานเสนอ นักเตะที่สามารถทำประตูได้มากที่สุดใน การดวลกันระหว่างทั้งคู่ โดยจะนับตั้งแต่ฤดูกาล 1992-1993 เป็นต้นมา หลังจากมันเป็นซีชั่นแรกที่ลึกสูงสุดของ
อังกฤษเปลี่ยนมาใช้ชื่อ พรีเมียร์ลีก

  1. เอียน รัช
    แม้ว่าครั้งสุดท้ายที่ รัช ทำประตูใส่ แมนซิตี้ได้นั้น จะเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ปี 1996
    แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครที่สามารถทำประตูในการดวลกันระหว่างทั้ง 2 ทีมได้มากกว่าเขา หากนับตั้งแต่ฤดูกาล 1992-93 เป็นต้นมา โดยที่ รัช ทำได้ถึง 9 ประตูจากการลงเล่นในทุกรายการที่เจอกับ แมนซิตี้
    สำหรับ 9 ประตูดังกล่าวนั้น เกิดขึ้น
    ในเกม ลีก คัพ 1 ลูก โดยเป็นในซีชั่น 1995-96
    และเป็นการยิงใน พรีเมียร์ลีก มากถึง 8 ประตู โดย
    มีเพียง 2 หนที่เขายิงใส่ แมนฯ ชิตี้ ในฐานะนักเตะ
    ของ ลิวอร์พูล ไม่ได้ แถมยังมี 2 เกมที่เขาทำได้ 2
    ประตูด้วย นั่นคือเกมลีกในฤดูกาล 1993-94 และนัด
    ในซีชั่น 1995-96
    นำเสียดายที่ถึงแม้จะยิงประตูใส่ แมนซิตี้
    ได้เยอะขนาดนั้น แต่ ลิเวอร์พูล กลับเก็บชัยชนะได้เพียง 3 นัดในทุกรายการจากจำนวนเกมที่ รัช สามารถทำประตูใส่ แมนซิตี้ ให้กับพวกเขาได้ โดยที่เหลือเป็นการเสมอกันทั้งหมด
  2. เซร์คิโอ อเกวโร่ “กุน”
    นับเป็นข่าวร้ายอย่างมากของ กวาร์ดิโอล่า
    ที่ในวันอาทิตย์นี้นั้นเขาจะอดใช้งาน อเกวโร่ เพราะว่า
    ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์สามารถทำได้ถึง 7 ประตูในกาดวลกันระหว่างทั้งสองทีม ทำให้เขาถือเป็นนักเตะ แมนฯชิตี้ ที่สามารถยิงใส่ ลิเวอร์พูล ได้มากที่สุดตลอดกาลด้วย
    สำหรับ 7 ประตูที่ “เอล กุน” ทำได้ในเกม
    ที่ แมนซิตี้ เจอกับ ลิเวอร์พูล เกิดขึ้นในลีกทั้งหมด
    โดยเป็นการทำนัดละ 1 ลูกด้วย ประกอบด้วยเกมที่ช่วยให้ทีมชนะ 3-0 ในฤดูกาล 2011-12,
    นัดที่เจอกัน 2-2ในซีชั่น 2012-13, นัดที่ แมนฯ ชิตี้ ชนะ 3-1 ในซีชั่น2014-15, เกมที่ทีมของเขาแพ้ ลิเวอร์พูล 1-4 ในฤดูกาล 2015-16, เกมในฤดูกาส 2016-17 ที่เจ้ากัน1-1, นัดที่ แมนซิตี้ ชนะขาดลอย 5-0 ในฤดูกาล 2017-18และเกมที่เฉือน “หงส์แดง” 2-1 ในซีชั่น2018-19
    ทั้งนี้ นับตั้งแต่ที่ อเกวโร่ ย้ายมาอยู่กับ
    แมนซิตี้ นั้น เขไม่ได้ลงเล่นในนัดที่เจอกับ ลิวอร์พูล
    เพียงแค่ 4 ครั้ง แต่ทั้ง 4 เกมที่ว่าก็ไม่มีนัดไหนเลยที่
    “เรือใบสีฟ้า” พบกับความปราชัย แบ่งเป็นการชนะใน
    ช่วงเวลาปกติ 2 ครั้ง และเสมอกัน 2 หน
  3. สตีเว่น เจอร์ราร์ด
    อดีตยอดกองกลางขวัญใจของเหล่า “เดอะค็อป” ถือเป็นหนึ่งในฝันร้ายของ แมนซิตี้ เวลาที่ทั้ง
    2 ทีมโคจรมาพบกัน โดยเขายิงได้ 6 ประตู มากกว่า
    กองวิเคราะห์บอล หน้าระดับ ไมเคล โอเว่น ที่ทำได้ 5 ลูกด้วยซ้ำ ซึ่ง
    นับเป็นผลงานที่นประทับใจเมื่อพิจรณาถึงเรื่องที่ว่าเขาเป็นมิดฟิลด์
    สำหรับ 6 ประตูที่ โอเว่น ทำได้ในเกมที่ทั้ง
    2 ทีมนี้โคจรมาเจอกัน เกิดขึ้นในเกมลีก 4 ลูก แลเกม
    ลีก คัพ (คาราบาว คัพ ในปัจจุบัน) 2 ประตู ซึ่งทั้ง 2
    ประตูในเกม ลีก คัพ นั้น เกิดขึ้นในรอบรองชนะเลิศ
    ของฤดูกาล 2011-12 แถมยังเป็นการยิงนัดละ 1 ลูก
    ด้วย โดยในนัดแรกมันเป็นประตูชัยที่ทำให้ทีมชนะ 1-0ส่วนนัดสองเขายิงตีเสมอให้ทีม 1-1 ก่อนที่สกอร์จะจบลงด้วยการเจ้ากัน 2-2
    การทำประตู 2 ลูกนั้นช่วยให้ ลิเวอร์พูล เข้า
    รอบชิงชนะเลิศได้ ก่อนที่จะได้แชมป์ไปครองในนั้นปลายขณะที่ 4 ประตูในลีกที่เขทำได้นั้นมันมีเกร็ดที่น่าสนใจอยู่1 อย่าง นั่นคือ 3 จาก 4 ลูกนั้นเป็นประตูชัยที่ช่วยให้ทีมได้ 3 คะแนนไปครอง (ชนะ 2-1 ในฤดูกาล
    จะ 2003-04 กับ 2004-05 และเชือด 1-0 ในซีชั่น
    น 2006-07) ส่วนอีก 1 ประตูในลีกเกิดขึ้นในซีชั่น
    2012-13 โตยตอนนั้นเกมจบลงด้วยการเสมอกัน 2-2

วิเคราะห์บอล หน้า12
สนทนาภาษาลูกหนัง
การแบ่งคะแนนระหว่าง”แชมป์เก่า” กับ”รองแชมป์” ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายผมให้สกอร์ 1-1 เพราะคิดว่าน่าจะเสมอสกอร์ เป็นการคาดเดา ไม่ได้แม่น อะไรขนาดนั้น แค่เป็นผลสรุปจากการวิเคราะห์ตามวิเคราะห์บอล หน้าสื่อในหลายปัจจัย ซึ่งผมมองว่ามันมีผลต่อเกมคู่นี้
ในส่วนลึกของจิตใจแล้ว…คิดเหมือน
มาร์ค ลอว์เรนสัน กลัวแมนฯชิตี้ชนะ เพราะเกมรับลิเวอร์พูล ไม่นำชัวร์ เมื่อเจอเกมที่ยังมีคุณภาพอยู่สำหรับเรือใบชุดนี้ปีที่แล้วเกมคู่นี้มาเจอกันในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะคือ แมนซิตี้ แพ้ 2 ใน 11 นัด ส่วน ลิเวอร์พูลชนะ 10 เสมอ 1 มันคือเกมที่ต้องบอกว่าความมั่นใจอยู่ที่หงส์แดง แต่ก็นั่นแหละมันคือบิ๊กแมตช์ ค่อนหนเจอ ชิตี้ หงส์ เสียแต้ม
ให้แมนฯยูไนเต็ดซึ่งแม้จะไม่อยู่กับร่องกับรอยแต่พอเจอหงส์…
พวกพี่ๆ ผีแดงเขาก็ทำตัวจริงจังทันที
เกมที่ 12 ของชีชั่น จบด้วยชัยชนะของ
ลิเวอร์พูล 3-1 ทำให้ “แต้ม” ทิ้งห่างถึง 9 คะแนน
เรือใบมี 25 ลิเวอร์พูลก็บได้เยอะแยะเลย 34 คะแนน
ณ จุดนั้นคือจุดที่สำคัญในชีชั่นอย่างชัดเจน
เพราะมันคือจุดที่ทำให้ เรือใบเสียคะแนนสำคัญ และมาซ้ำสถานการณ์ที่ย่าแย่ในการออกตัว เพราะแพ้สามนัดใน 12 เกมหรือเกือบหนึ่งในสามของระยะทาง
จากจุดนั้นลิเวอร์พูลทำแต้มฉลุยอยู่ทีมเดียว
พอชิตี้ พลาดอีก แต้มก็ทิ้งหายไปอีกจนทะลุ 12 แต้มซึ่งเป็นแต้มยากสำหรับบอลสมัยใหม่ที่จะไล่มาทัน ไม่เหมือนยุค แมนฯ ยูไนเต็ด ไล่แชงนิวคาสเซีล ที่นำ 13 แต้มหรือ อาร์เชนอล แชง แมนฯยูฯ ใน 10 นัดสุดท้ายกับ 30 แต้มเต็ม
ดังนั้น “บิ๊กเกม” ทีเอติฮัด ย่อมมีความสาคัญ
ต่อเรือใบ อย่างเลวร้ายสุดที่พวกเขาควรได้อะไรจากเกมนี้คือเต็มที่เสมอ ถ้าถึงขั้นแพ้ มันจะเหมือนปีที่แล้ว หนังม้วนเก่าจะมาฉายช้ำ แล้วถ้าหากมีอะไรที่แตกต่างน่าจะเป็นการสูญเสียตำแหน่ง “ผู้ท้ชิงอันดับหนึ่ง” เลยด้วยซ้ำ
อันนี้คือ ถ้าเรือใบแพ้คมเมื่อวันอาทิตย์นะครับ
แม้มีเกมในมือ 1 นัดแต่ถ้าพลาดกแพ้
หงส์แดง พวกขาจะโดนทิ้ง & แต้ม งานยากจะบังเกิดขึ้นในสภาพที่เรือใบวันนี้ไม่ใช่เรือที่ทะยานไปได้เร็ว ไปได้ไกลแถมยังมีคู่แข่งระดับเชลซี, สเปอร์ส กระทั่งเลสเตอร์
อ้อ…แมนฯยูในเต็ต ก็กำลังมาแล้วด้วย
(มีเสียงหัวเราะดังทันที)
ไม่มีทางเลือกมากนัก ชัยชนะคือสิ่งที่จะทำให้
แมนซิตี้ อยู่ในเส้นทางอย่างสง่างามที่สุด
มันเกิดอะไรขึ้นในเชิงลึก…ผมสรุปลงไป
บ้าง แบบตามวิเคราะห์บอล หน้าเสื่อ เพราะโลกยุคนี้ อยากได้ความเร็วแต่ความลึกนี่แหละครับใครอ่านในในนี้100%
เชิญร่วมสนทนาภาษาลูกหนังได้เลยครับ
1 คล็อปป์ จัดทีมบู๊ล้างผลาญ…
การส่ง บ็อบบี้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่,
โม ซาลาห์ และ ดีโอโก้ โชต คือ “จิตวิทยา” ของ
เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่นำเหตุผลทางแท็กติก ชัดเจน ด้วยฟอร์มอันสุดยอดของ โชตา ด้วยฟอร์มอันถดถอยของฟีร์มีโน่
ไม่ต้องเลือกที่รักมักที่ชัง…ให้เล่นด้วยกันสี่คนเลย
ได้ใจจาก บ็อบบี้ ได้ข่มขู่ เป๊ป ไปในตัว เพราะ
ยังไง ระบบการเล่นไม่เสียไปแน่นอน นี้คือเกมแรกที่ สี่คนออกสตาร์ตตัวจริงด้วยกันและยังเล่นระบบ 4-3-3 ไม่ได้เปลี่ยนเป็นระบบ 4-2-3-1 อย่างที่แฟน ๆ และนักข่าวฝรั่งวิจารณ์กัน
4-3-3 ครับ แค่จับ โชต้า มาเล่นกลาง
ด้านขวา เพื่อช่วยเกมรับฝั่งเทรนท์ และถ้าบุกค่อยขึ้นไปเติม เมื่อเดินเกมบุกขึ้นไปเพรสแดนบน เป็น 4 คน ที่ขยับเข้าไปข้างใน เพื่อล่อให้เกมรับแมนซิตี้ กระจุกวิเคราะห์บอล หน้าเขตโทษ แล้วพื้นที่ริมเส้นจะเปิดกว้าง ตรงนั้นแบ็กสองข้างลิเวอร์พูลขึ้นมากดที่ริมเส้นอีก 2 คน
เท่ากับเมื่อบุกลิวอร์พูล จะมีตัวรุกข้างวิเคราะห์บอล หน้าถึง
4 บวก ร็อบโบ้ และ เทรนท์ อีกสองเป็น 6
สายโหดของแท้ สำหรับ คล็อปปี และผมเชื่อ
ว่าจัดแบบนี้ “เซอร์ไพรส์” เป๊ปแน่นอน
อย่างไรก็ตาม…ทีมบู๊ล้างผลาญ “ถูกใจแต่
ไม่เวิร์ก” แม้ทีมรุกชุดนี้ กดแมนซิตี้ได้ 25 นาที แต่แล้วค่อย ๆ แผ่วการประสนงานระหว่างตัวทำข้างวิเคราะห์บอล หน้า เกมนี้ไม่ลงล็อกเมื่อเวลาผ่านไป
เห็นชัดเลยว่า เล่นไม่เข้ากันสักเท่าไหร่ อันนี้
ต้องยอมรับ
2 เป๊ป เน้นแดนกลาง
เป๊ป จัดทีมของเขาได้อย่างที่ต้องการโดยเฉพาะ
แดนกลางเขาให้ กุนโดกัน ลงมาเล่นกับ โรดริโก้ ทั้งที่
กุนโดกัน เล่นกลางสัปดาห์เต็ม ๆ แต่มันคือสามแดนกลางที่ลงล็อก สุดของ เป๊ป โรดรี้, กุนโดกัน และ
เดวิน เดอบรอยน์
ข้างวิเคราะห์บอล หน้า ใช้ ตอร์เรส เล่นปีกขวา ราฮีม ซ้าย
และวิเคราะห์บอล หน้าเป้า เชชุส แต่เมื่อบุกเข้าหาหงส์แดง กุนโดกันจะเป็นตัวเพิ่มเกมรุก หลอกล่อเด็กหงส์ให้พะวง
ซึ่งจริง ๆ ด้วยตามข้อ
3 หงส์ เพรสซึ่งก่อน
ลิเวอร์พูลเปิดฉากเพรสซิ่งก่อน แต่เป็น โชนเพรสซิ่ง คือสามตัวทำขยับเข้าไปบีบพื้นที่ ไม่ได้ไปไล่จี้
ตะบี้ตะบันรุมแย่งอะไร เน้นการกินพื้นที่มี สามแดนกลางตามขึ้นมา คือขยับๆ เข้าหา บังทาง ไม่ให้ชิตี้ขึ้นบอลง่ายๆ
วิธีการนี้ทำให้ ชิตี้ ขึ้นบอลลำบาก ขณะเดียวกัน
หงส์ขึ้นเกมรุกได้ตลอด ช่วงแรก 20 นาทีแรกทำเอา ชิตี้ขึ้นเกมรุกไม่ได้ และไม่ได้ยิงเลยแม้แต่ครั้งเดียว
4 ฟรีคิกหรือจุดโทษ?
ทัศนะส่วนตัว โชต้า ฟาวล์ ราฮึม ก่อนครับ
แต่พอมันเป็นจังหวะต่อเนื่อง วิเคราะห์บอล หน้าเขตโทษหงส์แดงแล้วบอลจากจุดนั้นนำไปสู่การเสียประตูของ แมนซิตี้ มันจึงเป็นประเด็น และที่ข้างสนาม เป๊ป เข้าไปโวยผู้ตัดสินที่สี่ ว่า “ฟาวล์ก่อน”
จังหวะนั้น โชต้ท กระแทกด้านหลัง แต่ราฮีม
พยายามขืนตัวเล่นต่อ จนเสียบอล ก่อนโตนสวนกลับถึงวิเคราะห์บอล หน้าเขตโทษชิตี้ มันต่อเนื่องทำให้หงส?ได้จุดโทษ น.10 วอล์คเกอร์ เสียเหลี่ยม กระแทก มาเน่ ล้มลง
วอล์คเกอร์ ด่าตัวเอง ไม่มีโต้แย้งอะไรทั่งนั้น
ฟาวล์ ชัดเจน ไม่ต้องดูวีเออาร์
ความทะเล่อทะล่าของ วอร์คเกอร์ ทำให้ทีมเสียจุดโทษสองหนในซี่ซั่นนี้แล้วนะครับ

วิเคราะห์บอล หน้า13
5 แมนซิตี้ ตั้งลำได้
ไม่น่าเชื่อว่าถึงนาทีที่ 25 แมนซิตี้ได้ยิงครั้งเดียว
เท่านั้นเอง
มันคือจังหวะหลุดเข้าไปของราฮีม บอลจาก
เดอ บรอยน์ ให้สวยมาก แต่ ราฮีม ก็ยังเป็น ราฮีม
เก่งเกมเล็กๆ มาตายเกมใหญ่ เดี่ยวไปเจอ อ. เบ็คเกอร์ ดงผวายิงติดต้นขาแล้วบอลกระดอนลอดไปให้ มาติป เคลียร์ออก
ทีมเป๊ป ผ่านช่วงเวลาของการตกใจที่ เจเค สง
แนวรุกสี่คน ค่อยๆ เชตเกมขึ้นมาแบบไม่ตกใจ ไม่ลนลานเพรสบ้างคุมพื้นที่บ้าง บีบให้หงส์เล่นพลาดเอง ดึงเกมให้ช้าลง รอเวลาหงส์พลาดแล้วค่อยโจมตี
จนได้ ประตูตีเสมอ 1-1 น.31
จังหวะที่ วอล์คเกอร์ ว่างทางขวา โรดรี้ สวิตช์
บอลจากค้นซ้ยให้อย่างแม่นยำ จากนั้น วอล์คเกอร์ เขาไหลบอลให้ เดอ บรอยน์ ที่ยืนว่างตรงพื้นที่ระหว่างไลน์แดนกลางกับหลัง (half space) ซึ่งเตอ บรอยน์ จะมายืนแทรกตัวข้างในช่องแดนกลางกับหลังหงส์-แดง จังหวะนั้น คือแดนกลางหายไปหมด เดอ บรอยน์ ว่าง..
แล้วเป็นกุนโดกัน วิ่งเติมขึ้นมา ทะลุเขตโทษ
นั่นเองที่มาติป ขยับจะไปประกบ กุนโดกัน ทำให้
“ช่องว่าง” ระหว่าง มาติป กับ เทรนท์ 2-3 หลาเลย
ว่างมาก
เดอ นรอยน์ คิดเร็วทำเร็ว รับบอลจาก
วอล์คเกอร์ ได้แล้วพลิกส่งให้ เซซุส ซึ่งเร็วกว่า เทรนท์
หันหลังแล้วพลิบอลเข้าเขตโทษ ก่อนใช้ความเร็วจิ้มบอลผ่าน เบ็คเกอร์ เข้าไป 1-1
จังหวะนั้น…ถ้า มาติป ไม่ไปเล่นกับ กุนโดกัน
ยืนรักษาโชนไว้ เขาอาจตัดบอลของ เดอ บรอยน์ ได้ หรืออาจกลับตัวทันไปจิ้มบอลที่เชชุส พลิก แต่นี่พอห่างกลับตัวมาเลยไม่ทันละ
6 จุดโทษตามกติกา
เรื่องจุดโทษ มันไม่มี บอล ทู แฮนด์ นานแล้ว
นะครับ หลายคนทวีตบอก ซึ่งกติกาเขาปรับไปเรื่อย แล้วเดี๋ยวต้องปรับอีกเพราะทีมพรีเมียร์ลีกโวยวายว่ามันทำให้วีเออาร์ เป็นพระเอก คือทำงานง่าย เห็นชัด ตามกติกา
แต่มันจุดโทษง่ายและบ่อยมาก
โจ โกเมช วิ่งด้วยธรรมชาติแบบนั้น ยังไงแขน
กางอยู่ละ เข้ากฎ กติกา อย่าเถียงครับ อายเขา ว่าไม่
จุดโทษ ผู้ตัดสิน พอล เทียร์นี่ ไปดูตามเชิงครับ ผมว่าเขาเชื่อห้องวีเออาร์ แต่ไม่ต้องการให้มามีบทบาทใหญ่กว่า ผ.ต.ส.
ต้องบอกว่า โชคดีมากที่ เดอ บรอยน์ สมัย
เด็กเชียร์ลิวอร์พูล เลยยิงออกข้างเสาไปเอง 5555 โชคดีมาก ไม่เด็ดขาด นี่คือคนที่สองต่อจาก
ริยาด มาห์เรส ที่ ยิงโทษกับลิเวอร์พูลพลาด
แหม..เล่นตัวจริงครบ 200 นัดให้แมนซิตี้ เลยอดฉลองสามแต้ม
7 เกมสวนกลับหงส์ไม่เนียบ
ช่วงเวลาที่หส์แดงตั้งรับในแดน เพื่อรอจังหวะ
ชิตี้ พลาต แล้วสวนกลับ ซึ่งมันมีเกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆ นะครับ แต่สิ่งที่เห็นได้จกครึ่งแรกและครึ่งหลังคือ…การสวนกลับไม่เนียบเท่าที่ควร
สามจังหวะที่ แมนซิตี้ เสียบอลให้ แต่การสวนกลับ
ไม่ได้เปรียบเลย การให้บอลขาด บ้ง เกินบ้ง ทั้ง ชาลาห์,มาเน่ และ โชต้า รวมทั้ง ฟีร์มีโน่
ไม่สามารถลงโทษ เรือใบได้เลย
8 ครึ่งหลังจืดชืด
ตั้งแต่นาทีที่ 65 เป็นต้นไปมันเป็นเกมที่เหมือน
สองทีมระวังตัวทั้งคู่ ใครพลาดมีโอกาสโดนลงโทษ
การเล่นจึงไม่ออกแนวมากมายนัก เพรสบ้าง
คุมโชนบ้าง แมนซิตี้ จะใช้ กานเช่โล ขึ้นเกมทางซ้าย เล่น กับราฮีมเป็นหลัก ทำให้บอลถึงแดนสามไม่มากมายอะไรจังหวะยิงชิตี้ สอง ลิเวอร์พูล เพิ่มมาสี่ครั้ง แต่ยิงแบบไม่มีลุ้นอะไร
เล่นไป 12-13 นาที คล็อปป์ เปลี่ยน ชากิรี่
แทน ฟีร์มีโน่ คล็อปป์ ปรับมาเล่น 4-4-2 เมื่อตั้งรับ
โดย ชากิรี่ ลงมาด้าขวา มาเน่ ถอยมาซ้าย โชตา กับ
ชาลาห์ วิเคราะห์บอล หน้าคู่ แต่พอรุกค่อยกลับเป็น 4-3-3 โดยโชต้าไปยืนวิเคราะห์บอล หน้าเป้าตัวปลอม…
ส่วนแมนซิตี้ ครองบอลบุกมากกว่า แต่ก็ยังทำไม่
ถนัดเท่าไหร่ กลายเป็นพอเล่นไป…ระวังตัวกันทั้งสองทีมไม่เพรสสูงหลังถอยต่ำเร็ว เล่นคุมโชน รอรับส่งบอลพลาดกันเอง เกมเลยดูจี๊ดๆ ไป เพราะสองฝั่งกลัวพลาดพลั้ง
9 พื้นสนามไม่เป็นใจ
คือฝนตกลงมาต่อเนื่องจากครึ่งแรกทำให้การ
ผ่านบอลดูไม่ลงตัว ขาดบ้าง เผื่อบ้าง ดูหนืดๆ ในหลายจังหวะ บอลจึงไม่ไปโฟลว…รวมทั้งจังหวะกระดอนพื้นแฉลบเล่นยากอยู่ การรับบอลพลาดให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ
10 ทีมเป๊ป “ตัดฟาวล์”
ถ้ามีฝั่งใดได้เปรียบ การตัดฟาวล์…ตรงนี้ แมนซิตี้
ฟาวล์ เยอะกว่า แล้วฟาวล์ แบบเนี่ยน ๆ เสียใบเหลืองยากแต่ได้ผลเยอะ ตัดเกมรุกร็วลิวอร์พูล…มันคือแท็กติกอย่างหนึ่งของ เป๊ป พวกเขาฟาวล์มากกว่ลิเวอร์พูลเกือบสองเท่า 17-18
จังหวะหงส์ ทำเกมบุก ขึ้นบอลได้เปรียบ แมนซิตี้
ฟาวล์ ทันที ไม่แปลกใจที่สถิติการฟาวล์ ของทีมเป๊ป จะเยอะกว่า นี่คือวิธีการเล่นของ เป๊ป ส่วนหนึ่ง ที่ทำลายการเดินเกมรุก ฟาวล์ แบบเนี่ยนๆ ไม่โดนเหลืองง่ายๆ
เกมรุกของหงส์หยุดหรือเกมสวนกลับจึงไม่เกิด
ขึ้น ต้องมาเตะฟรีคิก
11 กานเซโล่ “เก็บซาลาห์”
เเถมนี้ บล็อก การเล่นของ โม ซาลาห์ อยู่หมัด
จังหวะสำคัญ ทั้งจิ้มให้เสียบอล แย่งบอล เขาทำได้ดี
ชาลาห์ ไม่ผ่านแบ็คซ้ายที่ถนัดขวาคนนี้จริง ๆ
ส่วนเกมรุกก็เติมในจังหวะที่เหมาะสม แวบขึ้น
มาเติมได้เรื่อย ๆ
12 โชต้า = ฟิร์มีโน
นัดนี้เห็นเลยว่า ดีโอโก้ โชตา เล่นเกมใหญ่
แล้วมีปัญหากับจังหวะการตัดสินใจ ทั้งจังหวะยิง ที่ดูไม่มั่นใจ ให้บอลน้ำหนักขาดในแดนสามอยู่ ส่วนทางด้านบ็อบบี้ ฟีร์มีโน่…ฟอร์มตกกกกจริงจัง
การให้บอล…การสร้สงสรรค์เกม ทั้งที่มีโอกาส
ในแดนสาม ฟีร์มีโน่ ทำไม่ได้เหมือนที่เคยทำ ความเก่งในการเชื่อมเกมยังมี การจ่ายบอลของเขา ไม่แม่นเหมือนที่เคยการโดนเปลี่ยนตัวออกของฟร์มีโน่ นาทีที่ 58 ยืนยันได้ดี
13 แง่สถิติ
นับจากลิวอร์พูลทำสติติชนะ 35 เกมติดต่อกัน
ในพรีเมียร์ลีกเมื่อยิงประตูแรกขึ้นนำ ระหว่าง ก.พ.
2019-ก.ค. 2020 พวกเขาก็เสียสถิตินี้ไปในซีชั่นนี้จากเกมที่นำก่อนแล้วไม่ชนะ เสมอ 3 แพ้ 1
ลูกตีเสมอของ กาเบรียล เชซุส เกิดจากการ
ผ่านบอลกัน 19 ครั้ง ใส่ลิเวอร์พูล ซึ่งหายากที่ทีมไหนจะเชตบอลกันมากครั้งขนาดนี้แล้วยิงประตูหงส์แดง ซึ่งส่วนมากไม่ถึง 10 พาสก็เสียบอลแล้ว
เกมนี้ 19 ครั้ง และเป็น เดอ บรอยน์ แอสซิสต์
ชะด้วย แมนซิตี้ เคยทำได้เมื่อ ก.ย. 2017 ที่เอดิฮัด นี่แหละ
โม ชาลาห์ ยิง 8 ลูก เท่กับ เฟร์นานโด ตอร์เรส (2009-10) และ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ (1995-96)
ที่ลงสนาม 8 นัดยิง 8 ลูก
“เจ้าพ่อแอสซิสต์” หนีไม่พ้น เดอ บรอยน์
มีส่วนกับการแอสซิสต์ นัดเตะลิเวอร์พูล 6 ลูก ในการดวลกัน 8 เกม และ เจมี่ วาร์ตี้ 7 ลูก ยุค เจเค คุมทีม
14 สภาพร่างกาย
20 นาที่ท้าย เร่งไม่ขึ้นสองทีม ร่างกายมั่นไม่
ไปได้ปรู๊ดปร๊าดเหมือนก่อน แม้ว่าแค่ 8 นัด แต่มั่นเป็นการเล่นที่ต่อเนื่อง 15 เดือน เบรกแค่ 3-4 สัปดาห์ไม่เกินนี้มันแสดงออกมาให้เห็นในเกมที่คุณภาพอาจดูดร็อปลงไปเพราะสภาพร่างกาย
บอลไม่สนุกอย่างที่เราอยากเห็นแน่นอน นักเตะล้า การบาดเจ็บเกิดขึ้นง่ายๆ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-
อาร์โนลด์ รอดูว่ายังไง หลังจบเกมทั้ง เป๊ป และ คล็อปป์คุยกันเรื่องการเปลี่ยนตัว 5 คน ซึ่งทีมเล็กๆ ไม่ยอม
ดังนั้นสิ่งที่เราจะได้เห็นในซีชั่นนี้ คือ “ศักยภาพ”
ทางร่างกายของนักเตะและทีม แชมป์ปีนี้จะตัดสินด้วย
“ศักยภาพ” ไม่ใช่ “คุณภาพฟุตบอล” แน่นอน
ทีมไหนมีนักตะตัวหลักอยู่พร้อมหน้ทพร้อมตาแบบครบๆ ที่สุดมีโอกาส…มากสุด
แล้วจากการที่ แมนซิตี้ เสมอ ลิเวอร์พูล
ทำให้โปรแกรมของกลุ่มนำตารางคะแนนลุ้นหลังฟีฟ่า เดย์คึกคักอย่างยิ่ง เมื่อดูจากตารางคะแนนที่ออกมาล่าสุดในเวลานี้ สูสี คู่ที่ ไล่ตามกันติดๆ แบบนี้
เสาร์ที่ 21 พ.ย. เวลา 22.00 น. ลิเวอร์พูล
ปะทะ เลลเตอร์ ต่อด้วย 00.30 น. สเปอร์ส รับมือ แมนซิตี้
ความสนุกพรีเมียร์ลีกยุคโควิด ไร้ผู้ชม อยู่ที่
ผู้ท้าชิงแชมป์เริ่มเปิดตัวให้เราเห็นมากกว่า 2 ทีมแล้ว

วิเคราะห์บอล หน้า14
ช่วงเวลาความสุข
นับตั้งแต่ แฟรงค์ แลมพาร์ด เข้า
มาคุม เชลซี ตอนนี้นจะเป็นช่วงที่แฟน ๆ มี
ความสุขมากที่สุดช่วงเวลานึงก็ว่าได้ นอกจาก
ผลงานชนะมา 4 นัดรวดทุกรายการ แต่ทีม
กำลังมีเกมรับและรุกที่สมดุลและลงตัวมากขึ้น
เรื่อยๆ ซึ่งน่จะเป็นชุดที่เขาตามหามานาน
เกมเมื่อคืนวันเสาร์ก่อนเบรกทีมชาติ
เชลซี ขาดแค่ 2 ตัวรุกอย่าง ได ฮาแวร์ทช์ ที่
ติดโควิดและ คริสเตียน พูลซิช ที่เจ็บนอกนั้น
ถือว่าสมบูรณ์ทุกคน ขณะที่ เซฟฯ ยูไนเต็ด นำ
มาโดยจอมแสบอย่าง เดวิด แม็คโกลดริด ที่
ซีชั่นก่อนเหมาสองลูกในการพบกัน
ครึ่งแรกเริ่มมาเพียง 5 นาที เจ้าถิ่น
เกือบออกนำก่อนจากจังหวะที่ เบน ซิลเวลล์
วิ่งมาชัดด้วยช้ายเน้นๆ แต่ยังไปติดเชฟของ
อารอน แรมส์เดล แต่จากนั้นอีกสี่นาที่กลาย
เป็นทีม “ดาบคู่” ฉวยโอกาสขึ้นนำ 1-0 (ต่อวิเคราะห์บอล หน้า15)

วิเคราะห์บอล หน้า15
(ต่อจากวิเคราะห์บอล หน้า14)
จากเตะมุมเล่นสั้น เดวิต แม็คโคลตริค ยิงเปลี่ยน
ทางจ่อๆ เข้าไป
ทำให้ลูกทีมของ แลมพาร์ด เสียประตู
แรกในรอบ 6 เกมทุกรายการ หลังจากนั้น
เชลซี เปิดโหมดเกมรุกเต็มสูบโดยเน้นขึ้นทาง
ขวาฝั่ง รีซ เจมส์ ซะเยอะและก็เป็นผล 1-1 ใน
นาที 23 โควาซิช ตวัดเข้ากลางมาให้ แทมมี่
อบราฮัม วอลเลย์ด้วยขวาแม้จะโดนไม่เต็มเท้า
แต่บอลกระดอนตกพื้นหนีมือ อารอน แรมส์เดล
เสียบมุมเข้าไป
หลังจากนั้น “สิงห์บลูส์” ยังคงบุก
ราวกับพายุนาที 31 ติโม แวร์เนอร์ ได้กดด้วย
ซ้ายเต็มข้อบอลไปชนคานอย่างน่าเสียดาย มาถึง
นาที 34 ฮาคิม ซิเย็ค ที่ได้ลองชั่งน้ำหนักและ
ครอสลูกอันตรายหลายครั้ง คราวนี้ปั่นมาเสาไกล
ให้ เบน ซิลเวลล์ วิ่งมาชาร์จจ่อ ๆ โดยใช้ต้น
ขาเข้าไป
ทำให้จบครึ่งแรก เชลซี แซงนำเป็น
2-1 ได้สำเร็จ เข้าสู่ 45 นาทีหลังผ่านมาแค่สอง
นาทีเจ้าถิ่นเกือบได้เพิ่มอีก มาเตโอ โควาซิช
ฉกบอสหลุดเดี่ยวเข้าไปกำลังจะง้างยิงอยู่แล้ว
แต่โดน ควิส บาแชม ตามมาสไลด์จิ้มบอลออก
หลังหวุดหวิดอย่างไรก็ตาม ฮาคิม ซิเย็ค ที่เล่นได้
โดดเด่นพาทีมนำห่าง 3-1 ในนาที 77 จาก
ฟรีคิกทางค้นขวา ตัวรุกทีมชาติโมร็อกโก
เปิดโค้งเข้ไปเสาแรกให้ ติอาโก้ ซิลวา โขกเช็ดเปลี่ยนทางเสียบเสาไกลเข้าไปและเป็นประตูแรกของแนวรับชาวบราชิเลียนที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีม
ก่อนที่ท้ายเกมนาที 81 เจ้าถิ่นจะมา
ได้ประตูปิดกล่องจาก ติโม แวร์เนอร์ ทำให้ จบ
เกม เชลชี เปิดรังไล่ถล่ม เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด
4-1 พร้อมกับ แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ที่ตก
เป็นของ ฮาคิม ซิเย็ค จากการทำสองแอสซิสต์
ด้วย นอกจากนี้เขายังสร้างโอกาส 6 ครั้งมาก
สุดในเกมเดียวของผู้เล่นเจ้าบ้านในพรีเมียร์ลีก
สถิติอื่นๆ ที่น่าสนใจ เชลชี เอาชนะ
ทีมดาบคู่เป็นครั้งแรกในลีกนับตั้งแต่ปี 2007 นอกจากนี้พวกเขาไม่แพ้ใครมา 11 เกมติด
ทุกรายการ (นับเฉพาะในเวลา 90 นาที)
ถือว่านานสุดนับตั้งแต่ปี 2018 (18 เกม)
ขณะที่ เชฟฯ ยูไนเต็ด ไม่ชนะใครมา 12
เกมติดทุกรายการนานสุดนับตั้งแต่ปี 2013
ขณะที่ ติอาโก้ ซิลวา วัย 36 ปี 46 วัน เป็นนักเตะอายุมากสุดอันดับ 6 ที่ยิงประตูให้ เชลชี ได้ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก และถ้านับเมื่อตอนที่ยิงลูกแรกให้กับทีม มีแค่เกล็น ช็อคเดิ้ล ในวัย 36 ปี 150วัน ที่ยิงได้ ในขณะที่มีอายุมากกว่า
ปิดท้ายที่ ติโม แวร์เนอร์ หลังจากที่
ไม่มีส่วนร่วมทั้งการทำประตูหรือแอสซิสต์ใน 4
เกมแรกในลีก 4 เกมหลังสุดเขาจัดไป 5 ลูก
ด้วยกัน (4 ประตู 1 แอสซิสต้) นอกจากนี้ยัง
เป็นประตูที่ 8 รวมทุกรายการจากการเล่น 12
นัดของกองวิเคราะห์บอล หน้าทีมชาติเยอรมัน ในฤดูกาลนี้
หลังจากย้ายมาจาก ไลป์ซิก
นอกจาก ซิลวา และ ซิเย็ค ที่ได้ฟอร์มยอดเยี่ยมในเกมรับและรุก อีกคนที่ได้เสียงชื่นชมทุกครั้งเวลาทีมเล่นระบบ 4-3-3 และเขาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับก็คือ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่ช่วยปัดกวาดจังหวะบอลอันตรายก่อนไปถึงแผงหลังได้ดีเหลือเกิน สถิติเกมล่าสุดแย่ง
บอลคืนหลังจากที่ทีมเสียบอล 11 ครั้ง, แย่ง
บอลจากคู่แข่ง 2 ครั้ง, เข้ปะทะมากที่สุด 5
ครั้งและแอสซิสต์ 1 ลูก
หลังเกม แลมพาร์ด ก็เผยว่ามีความ
สุขกับผลงานของทีมตอนนี้ที่ชนะ 4 นัดรวด
ทุกรายการ แต่เชื่อว่าสามารถดีกว่านี้ได้อีกหาก
ตัวรุกเข้าขากันมากขึ้น “ผู้คนต่างคาดหวังว่า
บรรดาผู้เล่นตัวรุกของทีมเราจะคลิกกันได้เร็ว ซึ่ง
แน่นอนว่า ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงพัฒนา ทั้งการ
เคลื่อนที่และความเข้าใจกันในสนาม มันเป็นสิ่ง
ที่คุณต้องทำงานกันต่อไป แน่นอนว่า ตอนนี้มัน
เริ่มส่งสัญญาณที่ดี”
นอกจากนี้ยังชม ซิเย็ค หลังจากคว้า
แมน ออฟ เตอะ แมตช์ “เขาเป็นผู้เล่นระดับ
ท็อปคลาส ซึ่งคุณก็คงรู้มาตั้งนานแล้ว แต่เมื่อ
คุณได้ร่วมงานกับเขาจริงๆ คุณจะรู้สึกประทับ
ใจเขามากกว่าที่คิดแน่นอน นี่คือการเซ็นสัญญา
ที่ยอดเยี่ยมของสโมสร เขาเข้ามาช่วยทีมเราได้
เยอะมาก” นายใหญ่ เชลซี ระบุหลังเกม
หลังจากสัปดาห์เกมทีมชาติ เชลซี
ยังเจอโปรแกรมไม่หนักมากแม้จะเป็นเกม
เยือน 2 นัดติดเมื่อพบ นิวคาสเซิล ในลีกต่อ
ด้วยเจอ แรนส์ ในบอลยุโรป ซึ่งถ้าหากเกม
รับและรุกจูนกันลงตัวขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้การ
ชนะ 6 นัดรวดทุกรายการนจะเป็นสิ่งที่พวก
เขามองล่วงวิเคราะห์บอล หน้าได้เช่นกัน…

วิเคราะห์บอล หน้า16
60 ปี มาราโดน่า…’เอล ดิเอซ’ แห่งบอมโบเนร่า(1)
“ระหว่างกองเชียร์โบคา กับ ดีเอโก้ ความ
ผูกพันไม่เคยจางหาย”…ทว่าไม่ใช่แฟนโบคาทุกคน
ที่มองว่าเขาเป็นหนึ่งในตำนานของสโมสร
ในเกมที่เขากลับมาเยือนลา บอมโบเนร่า ใน
ฐนะคุนซือคิมนาเชีย ล ปลาต้า นั้น ชัยชนะ 1-0
ของโบดาจากประตูของ การ์ลอส เตเวซ ปลอบใจ
ดีเอโก้ มาราโดน่า ภาคที่เป็นแฟนตัวยงของทีมน้ำเงิน
ทองได้อยู่ แต่ในฐานะอดีตนักเตะของโบคาแล้วนั้น
เขามีวีรกรรมในอดีตในชุด “อาซูล-โอโร่” (น้ำเงิน-
ทอง) ไม่มากเนื่องจกเคยเล่นให้โบคาเพียงปีเดียว
เท่านั้น
เอเซเกล เฟร์นานเดช มัวเรส ผู้สื่อข่าวกีฬาจากนสพ.
ลา นาซิออน สื่อใหญ่ของอาร์เจนตินาให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า “มาราโดน ลงเล่นให้โบคาไม่มาก” และมันน้อยจนมีภาพจำถึงวีรกรรมของเขาในสีเสื้อโบคไม่เท่าไหร่ “สำคัญที่สุดคือประตูของเขา
ในเกมกับริเวอร์ ในศึกกลาสิโก้ระดับมหากาพย์ เมื่อ
วันที่ 12 เมษายน 1981 ท่มกลางสายฝนที่กระหน่ำา
ลงมาโบคาชนะเกมนั้น 3-0 ด้วยสองประตูของ
(มิเกล อังเดล) บรินดิชี่ แต่ช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ ภาพ
ที่ไม่มีวันลืมเลือน เป็นจังหวะของ มาราโดน ที่เลี้ยง
หลบผู้รักษาประตู ฟีโยล จนได้แต่ทรุดตัวลงกับพื้น
จากนั้นก็เยาะหยันกองหลัง (คาเนียล) พาสซาเรลล่า
เข้าไปยิงประตู”
ปาโบล อับบาตานเจโล่ ซึ่งมีอาชีพหลักเป็น
สถาปนิก ส่วนอาชีพรองคือแฟนบอลโบดา และ
ปัจจุบันเป็นประธานกลุ่มแฟนคลับแห่งลา บอม-
โบเนร่า เป็นหนึ่งในผู้ที่อยู่ในสนามในเกมแห่งความ
ทรงจำดังกล่าว “ในแง่ประสบการณ์ทางฟุตบอลของ
พวกโบเกนเช่ (ชื่อเล่นของแฟนบอลโบดา) ประตูนั้น
ที่ยิงใส่ริเวอร์คือที่สุด ผมซึ่งรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก
ที่ได้เห็น 3 ไอดอลผู้ยิ่งใหญ่ของสโมสรเล่นให้กับทีม
ทั้ง โรฮีตาส (อังเดล กลมนเต้ โรฮาส ดาวดังยุค
ทศวรรษ 1960), มาราโดน ต่อด้วย (ฮวน โรมัน)
รีเกลเม่ ผมสามารถพูดได้โดยไม่อ้อมค้อมเลยว่าความทรงจำในวันนั้นอยู่เหนือทุกสิ่ง”
4 ทศวรรษให้หลัง ผู้ที่คลั่งไคล้ในพรสวรรค์
ของ มาราโดน่า ยังคงยกให้เขาเป็นตัวละครเอกแห่ง
การอวดศักดากันระหว่างพวกโบเกนเช่กับมีโยนารีโอส (Los Millonarios หมายถึง พวกเศรษฐี เป็นฉายาของริเวอร์ เพลท) สำหรับผู้ที่ไม่ได้ติดตามวงการฟุตบอลอาร์เจนฯ นัก ต้องบอกว่าสองสโมสรนี้ขับเคี่ยวกันมาตั้งแต่ก่อตั้งทีม โดยริเวอร์ เพลท
กับโบคาก่อตั้งขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ในเขตลา โบกา ย่านกรรมการทางตอนใต้ของกรุงบูเอโนสไอเรส สนามของทั้งสองสโมสรอยู่ห่างกันแค่ 3 บล็อคจนกระทั่งริเวอร์ เพลทย้ายบ้านในช่วงทศวรรษ 193 ไปอยู่ทางตอนเหนือของกรุงบูเอโนสไอเรสตั้งแต่นั้นมานั่นเองที่นักตะกับกองเชียร์ของริเวอร์เพลท ได้รับฉายา โลส มีโยนารีโอส” เนื่องมาจากการชื้อผู้เล่นราคานแพงๆ มาเสริมทัพ
ด้วยการแบ่งฝักแบ่งฝ้ายทั้งจากสถานะทางสังคมและรสนิยมทางฟุตบอล ตระกูลของ มาราโดน่า จึงแทบ
จะเกิดมาเพื่อเชียร์โบคา จูเนียร์ส โดยอัตโนมัติ ซึ่งเมื่อโตขึ้น มาราโดน่า ก็ประกาศเองว่าโบคา จูเนียร์ส คือทีมที่เขาอยากเล่นให้มาตลอด แต่ในปี 1981
ซึ่งเขากำลังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงและเสื้อของ
อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส ดูจะใหญ่ไม่พอริเวอร์ เพลท ซึ่งเป็นทีมเจ้าบุญทุ่มจึงพยายามหว่านล้อมเขาด้วยสายตาหยาดเยิ้ม
“การมาของ มาราโดน่า กินใจผมมากในตอนนั้นเพราะพ่อของผมเคยเป็นเลขานุการทั่วไปให้กับโบคา จูเนียร์ ส ด้วย เราเคยชนะการเลือกตั้งด้วยการให้สัญญากับแฟน ๆ ว่าจะนำตัวเขามา (ต่อ17)

วิเคราะห์บอล หน้า17
(ต่อจากวิเคราะห์บอล หน้า16)
60 ปี มาราโดน่า…’เอล ดิเอซ’ แห่งบอมโบเนร่า(2)
สู่สโมสร” ปาโบล อั๊บบาตานเจโล่ ซึ่งปีนั้นเพิ่งมีอายุ
23 ปีเล่า ความทรงจำถึวันวานของเขายังแจ่มชัด
เรื่องเล่าของเขายังมีทั้งในรุ่นพ่อ, รุ่นคุณตา กามีโล่ ชิ
เคโร่ อดีตประธานสโมสรผู้วางแผนให้มีการก่อสร้างลาบอมโบเนร่า เมื่อ 80 ปีก่อนนั่นเอง
รูปภาพของพวกท่านยังคงปรากฏอยู่ใน
สำนักงานของเขาซึ่งตั้งอยู่บนถนนเรดีเมียนโตส ห่าง
จากสนามลา บอมโบเนร่า ราว 700 เมตร สมัยนั้น
ประเทศอาร์เจนตินาถูกปกครองโดยเผด็จการทหาร
(1976-1983) ซึ่งเพิ่งเป็นแม่งานจัดศึกฟุตบอลโลก
1978 ที่ทีมชาติอาร์เจนตินได้แชมป์โดยไม่มี ดีเอโก้
มาราโดน อยู่ร่วมทีมดังที่รู้กันไปแล้วว่าเนื่องจาก
เซซาร์ ลุยส์ เมน็อตติ เห็นว่าเขายังเด็กเกินไปสำหรับ
ทัวร์นาเมนต์ที่เต็มไปด้วยความกดดัน
ตัวละครอีกคนในเรื่องนี้ คือ พลเรือเอกลากอสเต้ ซึ่งเป็นผู้ประสนงานการแข่งขัน เขายังมีอีก
ภาคหนึ่งคือเป็นกองเชียร์ตัวยงของริเวอร์ เพลท
“ระหว่างการเจรจในช่วงปิดฤดูกาล ริเวอร์ เพลท
มาร่วมวงด้วย” บบาตานเจโล่ เล่า “แต่มันไม่ใช่แค่
นั้น นายพลลากอสเต้มาคุยกับพ่อของผมและขอให้เขาถอนตัว (จากการดึง มาราโดน ไปเสริมทีม) โดยย้ำว่าสโมสรเดียวของอาร์เจนตินาที่ มาราโดน่า สามารถเล่นให้ได้ ดีอริเวอร์ วันนั้นพ่อของผมกลับถึงบ่นด้วยความกังวลใจ”
แต่ที่สุดแล้วเหมือนจะกลัวกันไปเองเสีย
มากกว่า เพราะตอนจบของเรื่องดังกล่าวลงเอยที่
ดีเอโก้ มาราโดน่า ย้ยจกอาร์เจนติโนส สู่โบคา
จูเนียร์ส ในรูปแบบของการยืมตัวบวกออปชั่นซื้อขาด
การย้ายมาสร้างผลงานและชื่อเสียงที่โบคาของ
ดีเอโก้ กลายเป็นข่าวใหญ่ในยุโรป ซึ่งสะท้อนให้เห็น
ว่าโบดา จูเนียร์ส เป็นที่รู้จักนอกประเทศด้วย ยุคนั้น
จะกล่าวว่าโบดาคือทูตแห่งฟุตบอลอาร์เจนตินาทั่วโลกก็ว่าได้ การมี มาราโดน่า เป็นตัวชูโรง ทำให้สโมสรมีรายได้จกการรับเชิญไปเตะบอลกระชับมิตรซึ่ง อับบาตานเจโล่ เล่าว่าปีนั้นเขา “ทำเงินให้สโมสร 80,000ดอลลาร์ต่อนัด ขณะที่ในปีเดียวกันทีมชาติอาร์เจนตินาชุดแชมป์โลกได้เพียง 60,000 ดอลลาร์”
มกราคม ปี 1982 โบคา จูเนียร์ส ได้ผลบุญ
จากการที่มี มารโดน อยู่ในทีมเป็นการทัวร์เอเชีย,
สหรัฐอมริก,อเมริกกลาง รวมถึงในอาร์เจนตินา
เอง ในเอเชีย มาราโดน่า นั้นเป็นที่รู้จักอยู่ก่อนแล้ว
จากศึกฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์โลกรุ่นยู-20 เมื่อสามปีก่อนหน้ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเขากับพวกพ้องไอ้หนู
ฟ้า-ขาว พาทีมคว้าแชมป์
ส่วนในอาร์เจนตินา ความสำเร็จดังกล่าว
ช่วยบูสต์สเตตัสให้ มาราโดน่า ได้มีตำแหน่งในทีม
ชุดใหญ่เร็วขึ้น เขาได้สวมเสื้ออัลนิเซเลสเต้ชุดใหญ่
เกมแรกตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 1977 ในแมตช์
กระชับมิตรกับทีมชาติฮังการี (5-1) ซึ่งเตะกันที่ลา
บอมโบเนร่า และอิทธิพลของ “เอล ปีเบ้ เด โอโร่”
ก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แถมไม่ใช่แค่ในฐานะนัก
ฟุตบอลเท่านั้น…(อ่านต่อวันพรุ่งนี้)

วิเคราะห์บอล หน้า18
KING POWER
จิ้งจอกยอดนักสู้ทะยานขึ้นจ่าฝูง
หลังตำแหน่งจ่าฝูงเปลี่ยนมือจากเอฟเวอร์ตัน เป็นลิเวอร์พูล เป็นเซาธ์แฮมป์ตัน เป็นสเปอร์ส บางทีมเป็นสั้น ๆ บางทีมเป็นอยู่พักใหญ่
แต่ล่าสุดมันมาตกอยู่ในมือของ เลสเตอร์ซิตี้ผลงานของ เบรนแดน ร็อคเจอร์ส ยังคงจับต้องได้ ทีมจิ้งจอกสีน้ำเงินยกระดับกลับไปเป็นทีมที่ใครก็ประมาทไม่ได้อีกครั้งนับตั้งแต่ช่วงปลายฤดูกาล 2014/ 15ที่ ไนเจล เพียร์สัน กระชากทีมสร้างปรากฎการณ์หนีตกชั้นอันยิ่งใหญ่ ชนะ 7 แพ้ 1 จาก 9 นัดสุดท้าย แล้วต่อด้วยทีมชุดแชมปีประวัติศาสตร์ 2015/16 ของ เดลาติโอรานิเอรี่
ในช่วงแรก ๆ ของ เคร็ก เช็คสเปียร์ บทเวที
ยู่ฟ่า แชมปี้ยนส์ ลีก ที่ตะลุยเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย
ฤดูกาล 2016/17 ก็ยังถือว่าไม่ธรรมดา แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีอะไรเกรงขามหรือโดดเด่นแม้จะได้กุนซือมือดีอย่าง โคล้ด ปูแอล เข้ามานั่งเก้าอี้
ร็อคเจอร์สถูกดึงตัวมาจาก กลาสโกว์ เซลติก
หลังพาทีมม้าลายเขียวขาวไล่โขยกอละวาดในพรีเมียร์สกอตต์ และนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2019 มาถึงวันนี้เลสเตอร์ซิตี้ มีแต่ขาขึ้นไม่มีขาลง
คำว่าขาขึ้นในที่นี้หมายถึงภาพรวม เพราะฤดูกาลก่อนพวกขาเจอขาลงช่วงโควิต-19 อันดับรูดลง
ไปหลุดท็อปโฟร์ในช่วง 2 เกมสุดท้าย พลาดตั๋ว
แชมเปี้ยนส์ ลึก อย่ทงน่าเสียดาย ทั้งที่เคยแอบลุ้นถึง
แชมป์ด้วยช้ำช่วงที่ปืนขึ้นไปถึงรองจำฝูงเกือบๆ สองเดือนตอนปลายปี 2019
เลสเตอร์ มีความเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยตรงที่เสียนักเตะตัวหลักออกจากทีมเกือบทุกฤดูกาล ไม่ค่อยมีความนิ่งเท่าไหร่ เรียกว่าผู้จัดการทีมเจอโจทย์ด้านความหนักแน่นของทีมทุกปี
ฤดูกาล 2016/17 หลังคว้แชมป์พรีเมียร์ลีกเสีย เอ็นโกโล่ ก็องเต้
ฤดูกาล 2017/18 เสีย แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์
ฤดูกาล 2018/19 เสีย ริยาด มาห์เรช
ฤดูกาล 2019/20 เสีย แฮรี่ แม็กไกวร์
ฤดูกาล 2020/21 เสีย เบน ซิลเวลล์
ทั้ง 5 ชื่อที่ว่ามาคือนักเตะแกนหลักของทีม
ทั้งสิ้น แต่เมื่อเรามองดูการจัดการของสโมสรในการแก้ปัญหาเหล่านี้ก็ต้องยกนิ้วให้ว่ายอดเยี่ยม เพราะทั้ง 5 คนที่เสียไปได้ตัวแทนที่โดดเด่นและมีประโยชน์ต่อทีมแทนที่ทั้งหมด
เสียก็องเต้ ได้ น็อมปาลิส เมนดี้ กับวิลเฟร็ด เอ็นดิตี้ เสียดริงค์วอเตอร์ ได้ ยูริ ตีเลอมันส์
เสียมาห์เรชได้ เจมส์ แมดดิสัน ปั้น ฮารวี่ย์ บาร์นส์ เสียแม็กไกวร์ ได้ ดักลาร์ โซยุนชู เสียชิลเวลล์
ได้ ติโมธี กาสตาญ กับ เวสเล่ย์ โฟฟาน่า
เงินที่ได้จากการขาย ชิลเวลล์ 50 ล้าน
แม็กไกวร์ 80 ล้น มาห์เรซ 60 ล้าน ดริงค์วอเตอร์
35 ล้าน ก็องเต้ 32 ล้ำน แปรเปลี่ยนมาเป็นนักเตะ
ตัวใหม่ๆ เสริมทีม
ก็องเต้ แลก เมนดี้ 13 ล้าน เอ็นดิดี้ 17 ล้าน
อาห์เหม็ด มูช่ 16 ล้น อิสลาม สลิมานี่ 28 ล้าน
ดริงค์วอเตอร์ แลก อเดรียน ซิลวา 22 ล้าน
แม็กไกวร์ 17 ล้าน เคเลซี อิเฮียนาโซ่ 25 ล้าน
มาห์เรซ แลก แมดดิสัน 25 ล้าน
ริคารโด เปรยร่า 22.5 ล้าน โชยุนชู 19 ล้าน
แม็กไกวร์ แลก เจมส์ จัสติน 6 ล้าน
ซิลเวลล์ แลก โฟฟาน 30 ล้าน กาสตาญ 21 ล้าน
เลสเตอร์ซิตี้ ก็ลงทุนเช่นกันไม่ใช่ไม่ลงทุน
เลย พวกเขาอาจจะปั้นนักเตะแล้วขายได้กำไรมหาศาลก็จริงแต่ก็ลงทุนไม่น้อย เข้าป้าบ้าง ไม่เข้าเป้าบ้าง เปรี้ยงปรางบ้าง หายเข้ากลีบเมฆบ้าง แต่ขุมกำลังของพวกเขาในเวลานี้จัดว่าใหญ่ขึ้น มีนักเตะระดับเนื้อหอมคิดลมบนหลายคนทั้ง โชยุนชู, ริคารโด้, แมดดิสัน, ตีเลอมันส์,เดนนิส ปราต และ บาร์นส
ถึงตอนนี้ เลสเตอร์ซิตี้ 2020/21 ชนะ 6
นัดรวดแล้วในทุกรายการ
หลังจากแพ้ 2 เกมติดต่อกันในลีกต่อ เวสต์ แฮม และ แอสตัน วิลล่า ทีมจิ้งจอกของ ร็อคเจอร์ส
ถล่ม ซอร์ย่ 3-0 เออีเค เอเธนส์ 2-1 และ สปอร์ติ้ง
บราก 4-0 ในยูฟ้า ยูโรปา ลีก สอย อาร์เชนอล 1-0
ลีตส์ ยูในเต็ด 4-1 และเกมล่าสุดวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 1-0 ในพรีเมียร์ลีก
6 เกมทุกรายการยิง 15 เสียแค่ 2 ประตู เก็บ
คลีนซีตได้ 4 นัด มีเกมยากๆ อย่างเยือนปืนใหญ่เยือนยูงทอง และรับมือทีมหมาป่าเกมนี้
รูปแบบการเล่นเริ่มลงตัวที่แนวรับ 3 คนใน
ระบบ 3-4-2-1 แม้จะมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนทั้ง
เอ็นดิ ดี้, กาสตาญ, ริคารโด้, โชยุนซู, ดาเนียล, อามาร์ตี้ย์ซึ่งเป็นตัวรับทั้งนั้น แต่ ร็อคเจอร์ส เก่งตรงที่ปรับใช้งานคนอื่น ๆ ให้เข้าระบบได้อย่างแนบเนียน คริสเตียน ฟุคส์ตัวเก๋าตั้งแต่ชุดแชมปี 2015/ 16 อาศัยประสบการณ์ช่วยประคองน้องๆ ได้สบาย จอนนี่ อีแวนส์ เอาอยู่ และโฟฟาน่า เชนเตอร์วัย 19 มีความสด
เจมส์ จัสติน กับ ลุค โธมัส วิงแบ็กทั้ง
2 ฝั่งก็อายุ 22 ปี กับ 19 ปี วิ่งขึ้นลงไม่มีหมดเก็บเกี่ยว
ประสบการณ์ในทุก ๆ นัดที่ลงสนาม
เกมเจอทีมอันตรายอย่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน เมื่อ
วันอาทิตย์ ร็อคเจอร์ส กล้าจับ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ที่ฟอร์ม
กำลังดีนั่งข้างสนามเพื่อให้ แมดดิสัน เป็นตัวจริง อดีต
ดาวเตะนอริชซิตี้ คือหัวใจในเกมรุดของทีมเมื่อฤดูกาลที่แล้วก่อนจะโชคร้ายได้รับบาดเจ็บเมื่อกลับมาอีกครั้งยังไม่สามารถยึดตำแหน่งที่เสียไปกลับมาได้หากเกมของ เลสตอร์ ก็แน่นพอที่จะใช้ระบบ
นำความสามารถเฉพาะตัว การขับเคลื่อนของ เมนดี้ กับตีเลอมันส์ ที่ยืนคู่กลางประสานงานกันได้ดี ตื่นตัว ให้บอลง่าย ควบคุมจังหวะของเกมได้ดีทำให้บอลของทีมไหลลื่นฉับไว
สิ่งที่โดดเด่นของเลสเตอร์ชุดนี้คือความมั่นใจกล้าต่อบอล ยัดบอลให้เพื่อน และเคลื่อนที่กันตลอดเวลานอกจากนั้นบีร็อดยังพร้อมจะให้ลูกทีมจี้ไปที่จุดอ่อน
ของฝ้ายตรงข้ามซึ่งในเกมนี้เกมรับฝั่งซ้ายของทีมหมาป่าใช้ เรยาน เอท นูรี กับ แม็กซ์ คิลแมน รายแรกอายุ 19เพิ่งย้ายมาจากอองเชร์ ได้เล่นให้ทีมแค่เกมเดียว คนหลังอายุ 23 อยู่กับทีมเป็นซีชั่นที่สามแต่ยังยึดตัวจริงไม่ได้
จัสติน กับ ปราต แท็กทีมกันเจาะพื้นที่ตรงนั้นของผู้มาเยือน โดยมี ตีเลอมันส์ เป็นตัวออกบอล
ทำเอาเกมรับของวูล์ฟส์ปั่นป่วนตลอด จุดโทษทั้ง 2 ลูกที่เลสเตอร์ได้มาก็จากการเจาะตรงนั้น ทั้แฮนด์บอลของคิลแมนและจังหวะถูกฉกบอลตัดหนของ เอท นูรี
ในภาพรวมแล้วเกมนี้เลสเตอร์น่าประทับใจ
ที่การเล่นอย่างเชื่อมั่นในทีม ทุกคนช่วยกันทั้งเกมรับ
และเกมรุก หลายครั้งที่เชนเตอร์แบ็กอย่าง ฟุคส์ และ
โฟฟาน่า เติมขึ้นไปเล่นเป็นตัวพิเศษขึงอยู่วิเคราะห์บอล หน้าพื้นที่
เขตโทษของ วูล์ฟแฮมป์ตัน ด้วย
นอกจากนี้ทีมยังมีการเล่นชอตสำคัญหรือถ้า
เป็นศัพทอเมริกันเกมส์ก็ต้องบอกว่าบิ๊กเพลย์อย่างการบินปัดลูกยิงของ รูเบน เนเวส โดย แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ในครึ่งหลังช่วยให้ทีมไม่ถูกตีเสมอ มันทำให้การพลาดจุดโทษที่สองของ เจมี่ วาร์ดี้ ไม่เสียหายจนเกินไปนัก และประตูโทนของเกมที่ทำให้ทีมได้ 3 คะแนน จึงยังมาจากจุดโทษครั้งแรกของดาวยิง 33
มันคือการขึ้นสู่ตำแหน่งจำฝูงด้วยผลงานน่า
ประทับใจ เป็นสามคะแนนของการเล่นเป็นทีมโดยแท้
และทำให้ขุนผลจิ้งจอกสีน้ำเงินมีอารมณ์และความพร้อมที่เต็มสูบในช่วงพักเบรกทีมชาติก่อนเข้าสู่เกมนัดวิเคราะห์บอล หน้าที่จะต้องไปเยือนลิเวอร์พูลแชมป์ปีเก่า
ไม่มีการเตรียมตัวใดที่จะสมบูรณ์แบบไปกว่านี้อีกแล้ว กองเชียร์ เดอะ ฟ็อกซ์ คงเฝ้ารอวันบุกแอนฟิลด์อย่างใจจดใจจ่อทีเดียว

วิเคราะห์บอล หน้า19
150 ประตูแล้วเคน
เรากำลังเข้าสู่สัปดาห์ทีมชาติกันนะครับ
โดยพรีเมียร์ลีกผ่าน “แมตซ์ที่ 8” ไปเป็นที่เรียบร้อย
เราได้เห็นผลการแข่งขันที่น่าตกใจมากมาย
ในปีพิเศษที่โควิด-19 กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้
ล่าสุดก็เป็น อาร์เชนอล ที่แพ้ แอสตัน วิลล่า
คาลอนดอน 0-3
ส่วนจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกในเวลานี้ก็ไม่ได้เป็น
ทีมระดับ “ท็อป 6” แต่เป็น “จิ้งจอกสีน้ำเงิน”
เลสเตอร์ซิตี้ ชะงั้น
อย่างไรก็ตาม ด้วยศักดิ์ศรีของแชมป์
พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2015-2016 แล้ว ทีมระดับ
“ท็อป 6” จะประมาทเลสเตอร์ไม่ได้เลย
“ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์
ที่น้าแมวเชียร์อยู่ ได้ขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก
ราว 2 ชั่วโมงเศษก็ต้องหล่นมาอันดับ 2 แต่ก็ต้อง
ถือว่าน่าพอใจ
การเชียร์ทีมบอลที่รัก การเสียแต้มแบบวัน
ที่เสมอ นิวคาสเซีล 1-1 และเสมอ เวสต์แฮม 3-3
มันเป็นอะไรที่เจ็บปวด แต่การเอาชนะคู่แข่งขันได้ใน.
วันที่น่าจะออกเสมอ ก็เป็นสิ่งที่ทดแทนความเจ็บปวด
เหล่านั้นได้ดีเหลือเกิน
ซึ่ง แฮร์รี่ เคน ก็คือคนที่หยิบยื่นสิ่ง
ทดแทนที่ว่านั้นให้กับแฟน ๆ ไก่เดือยทองได้ใน
น.88 นะครับ
เกมรับของ “เดอะ แบ็กกี้ส์” เหมือนจะขาดสมาธิไปเพียงชั่ววินาที เป็นโอกาสให้ แม็ตต์ โคเฮอร์ตี้
ตักบอลเข้าเขตโทษ เมื่อปล่อยให้ เคน ขึ้นโหม่งแบบนั้น ก็เรียบร้อย
เมื่อวันพฤหัสฯ ที่บัลแกเรีย สเปอร์ส บุกชนะ
ลูโคโกเรตส์ 3-1 ในเกมยูโรปา ลีก เคน ทำประตูที่ 200 ในทุกรายการให้สเปอร์สจากการลง
รับใช้สโมสร 300 นัด
ส่วนประตูชนะเดอะ แบ็กกี้ส์ ที่เดอะ ฮอว์ธอร์นส์ มันป็นประตูที่ 150 ในพรีเมียร์ลีกจากการลงสนาม 218 นัด
มีแค่ อลัน เชียเรอร์ 212 นัด และ เซร์คิโอ อเกวโร่ 217 นัดเท่นั้นที่เร็วกว่า เคน ในการมาถึงหลัก 150 ประตูที่ว่านี่
และนั่นก็ทำให้ เคน ยิงเท่ากับ ไมเคิล
โอเว่น ขึ้นไปติดอันดับ 9 ตลอดกาลของดาวซัลโว
พรีเมียร์ลีกแล้วด้วย โดยเรียงลำดับกันดังนี้

  1. อลัน เซียเรอร์ 260 ประตู
  2. เวย์น รูนี่ย์ 208 ประตู
  3. แอนดี้ โคล 187 ประตู
  4. เซร์คิโอ อเกวโร่ 180 ประตู
  5. แฟรงค์ แลมพาร์ด 177 ประตู
  6. เธียร์รี่ อองรี 175 ประตู
  7. ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ 163 ประตู
  8. เจอร์เมน เดโฟ 162 ประตู
  9. ไมเคิ่ล โอเว่น และ แฮรี่รี่ เคน 150 ประตู
  10. เลส เฟอร์ ดินานด์ 149 ประตู
    ดูทรงแล้วจบฤดูกาลนี้ 2020-2021 เคนน่าจะแชงวิเคราะห์บอล หน้า เจอร์เมน เดโฟ และ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์
    ขึ้นไปอยู่อันดับ 7 ตลอดกาลได้ลำเร็จ
    จากนั้นก็ลุ้นแชง เธียร์รี่ อองรี, แฟรงค์ แลมพาร์ด และ แอนดี้ โคล ในฤดูกาล 2021-2022
    โดยต้องดูด้วยว่า กุน อเกวโร่ จะยิงเพิ่มอีกเท่าไหร่
    จากนั้นฤดูกาล 2022-2023 ก็ค่อยลุ้น
    ทำลายสถิติ 208 ประตูของ เวย์น รูนี่ย์ ส่วนสถิติ 260
    ประตูของ อลัน เชียเรอร์ นั้นน้าแมวว่าไกลเหลือเกิน
    สงสัยจะไปถึงลำบาก ฮ่ ฮ่า ฮ่า !
    8 นัดที่ผ่านพ้นไป แฮร์รี่ เคน ทำสถิติยิง
    7 ประตูกับทำอีก 8 แอสซิสต์ น้าแมวว่ามันเป็นตัวเลข
    ที่มหัศจรรย์เลยล่ะ
    เหนือสิ่งอื่นใด เคน ไม่ได้เพิ่มความเก่งกาจแค่การแอสชิสต์เท่านั้น แต่เดี๋ยวนี้ในเรื่องของ “เกมรับ”เขาก็ลงไปช่วยทีมได้เยอะเลย
    ก่อนที่เขาจะทำประตูชัยให้สเปอร์สได้นั้นเคน ลงไปตัดบอลสำคัญ ๆ และเคลียร์ลูกสำคัญๆ ให้สเปอร์สในเขตโทษได้ตลอด
    ย้อนไปเกมกับเบิร์นลี่ย์ เคน นี่แหละที่
    เคลียร์บอลบนเส้นช่วยให้สเปอร์สรอดพ้นการเสีย
    ประตูด้วย แถมเขายังเป็นคนที่แอสชิสต์ให้
    ชน ฮึง-มิน ทำประตูชัยอีกต่างหาก
    ไก่เดือยทองชนะ 3 เกมรวดในลีก พวก
    เขาชนะนอกบ้าน 100 เปอร์เซ็นต์ทั้ง 4 เกม เป็นการ
    ทดแทน เกมในบนที่มีสถิติ 1-2-1 ได้งดงาม
    แม้จะยังเสียดาย 2 แต้มที่หลุดไป 2 ครั้ง
    กับนิวคาสเชิล และเวสต์แฮม แต่ของแบบนี้ก็ต้อง
    ทำใจ การเฉือนชนะเบิร์นลี่ย์, ไบรท์ตัน และ เวสต์-
    บรอมวิช นัดละ 1 ประตูนี่ไงปลอบใจกองเชียร์ไก่
    ได้เป็นอย่างดี
    ซึ่ง 3 เกมที่ว่านี่ถ้ออกเสมออีกแฟน ๆ ไก
    ก็คงจะเซ็งหัวใจ เอาน่ะ ! ก่อนเข้าสู่เกมทีมชาติพวกเขาเป็นรองจ่าฝูง ตามหลังเลสเตอร์แค่แต้มเดียว มันเป็นตำแหน่งที่ยอดเยี่ยมเลยล่ะ
    กลับมาจากเกมทีมชาติ 3 นัดถัดไปของ
    สเปอร์ส ในพรีเมียร์ลีกก็คือ แมนซิตี้ (เหย้า),
    เชลซี(เยือน) และอาร์เซนอล (เหย้า)
    จบ 3 เกมนี้ถ้ทลูกน้อง โชเช่ มูรินโญ ผ่าน
    ไปได้แบบสวย ๆ อย่างเช่น ชนะ 1 เสมอ 2 เราค่อย
    มาคุยเรื่องการลุ้นแชมป์กัน
    ดูจากขุมกำลังที่ไก่มี คิดดูสิครับ นักเตะ
    อย่าง แฮรรี่ วิงค์ส, สตีเฟ้น เบิร์กไวน์ หรือ ดาวิน-
    ซอน ชานเชซ ที่ฟิตเปรี๊ยะทุกคน ยังพาตัวเองเข้ามา
    อยู่ในทีมแม้กระทั่งตัวสำรองของสเปอร์สในชุดที่บุก
    ชนะ เวสต์บรอมวิช ไม่ได้เลย
    ดังนั้น ไม่มีเหตุผลอะไรที่สเปอร์สจะไม่มี
    ลุ้นแชมป์ เพียงแต่ว่าในพรีเมียร์ลีกมันมีคู่ต่อสู้ที่โหด
    เหลือเกิน เหมือนอย่างที่ มูรินโญ่ ว่าจริง ๆ นั่นแหละ
    บางปีคุณเล่นดีมาก ๆ แต่ยังไม่ได้แชมป์
    เฮียมู บอกว่าสเปอร์สทีมนี้ถ้าไปเล่นลีกอื่น ๆ ในยุโรปก็เป็นแชมป์ไปแล้ว
    ค่อยๆ ลุ้นกันนัดต่อนัด ลุ้นให้เกมทีมชาติ
    อย่ามีใครเจ็บเพิ่มอีก นี่ แกเร็ธ เบล ก็เจ็บจนอาจจะ
    กระเทือนกับทีมชาติเวลส์ด้วย
    จากนั้นกลับมาจากเกมทีมชาติ
    แมตช์ สเปอร์ส Vs แมนซิตี้ เป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้ด้วย
    ประการทั้งปวงครับ

วิเคราะห์บอล หน้า20-21
SUPER BIG MATCH ENDED WITH A DRAW
เกมพรีเมียร์ลีก ซูเปอร์ “บิ๊กแมตช์” เมื่อคืนที่ผ่านมา
ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิดี้ กับ ลิวอร์พูล จบลงด้วยผลเสมอกัน 1-1 แบ่งกันไปคนละแต้ม โดยเป็นผู้มาเยือนที่ได้ประตูขึ้นนำก่อนจากลูกจุดโทษของ โมฮาหม็ด-
ชาลาห์ ในนาทีที่ 13 ก่อนที่ กาเบรียล เซซุส จะมาทำ
ประตูตีเสมอให้เรือใบสีฟ้าในนาทีที่ 31 และในช่วงท้ายครึ่งแรกเจ้าถิ่นมีโอกาสจะได้ประตูขึ้น
นำจากลูกจุดโทษของ เดวิน เคอ บรอยน์ แต่เจ้าตัวกลับยิงออกไปอย่างน่าเสียดาย รวมไปถึง
ฟอร์มการเล่นในเกมนี้ที่เจ้าตัวเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานมาก ส่วนทางฝั่งหงส์แดงเองก็ต้องมาเสีย
แบ็กขวาตัวเก่งอย่าง เทรนท์ อเล็กชานดอร์-อาร์โนลด์ ไปเนื่องจากมีปัญหาอาการบาดเจ็บจน ไม่สามารถเล่นต่อได้ ทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องปวดหัวอย่างหนัก หลังมีแข้งตัวหลักที่เจ็บอยู่ก่อนวิเคราะห์บอล หน้านั้นแล้วอย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, ติอาโก้ อัลกันตาร่า และ ฟาบินโญ่

Continue Reading