Connect with us

ดูบอลสด

วาปบอล ราคาบอลไหล ไฮไลท์ฟุตบอล ข่าวแมนยู ‘บิ๊กแซม’ แสบจริงๆ

Published

on

วาปบอล ราคาบอลไหล ไฮไลท์ฟุตบอล ข่าวแมนยู

วาปบอล ราคาบอลไหล ไฮไลท์ฟุตบอล ข่าวแมนยู ‘บิ๊กแซม’ แสบจริงๆ

แซม อัลลาร์ไดซ์ ยังคงเป็นกุนซื่อตัวแสบสำหรับลิเวอร์พูล หลังจากที่เขานำ เวสต์บรอมวิชอัลเบี้ยน บุกมาเสมอ "หงส์แดง" 1-1 ที่สนามแอนฟลด์ ในเกมทรีเมียร์ลึก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้พวกเขาพลาดโอกาสทำแต้มทิ้งห่างคู่แข่งลุ้นแชมปลีกไปอย่างน่าเสียดายเกมนี้ดูเหมือนเจ้าบ้านจะมาดีเมื่อได้ประตูนำตั้งแต่ครึ่งแรกจาก ซาดิโอ มาเน่ แต่ด้วยแท็กติกเน้นตั้งรับลึกของ "บิ๊กแชม" ทำให้ทีมของกุนชื่อเจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่สามารถทำเกมเจาะเข้าไปทำประตูได้เลย และสุดท้ายก็มาโดนทีเด็นของ ซามอาจายี่ โขกตีเสมอช่วงราวๆ 10 นาทีสุดท้ายการที่ "ดอะ เร้ดส์" ได้แค่ 1 แต้ม ทำให้พวกเขานำเอฟเวอร์ตัน รองจ่าฝูง เพียง 3 คะแนนเท่านั้น ส่งผลให้การลุ้นแชมปีลีกในฤดูกาลนี้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพราะทั้ง เลสเตอร์ ชิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แมนเชสตอร์ ชิตี้ มีโอกาสที่จะทำแต้มไล่บี้แชมป์เก่าเลยทีเดียว

1.ดีแต่ป้อล่อ (เป้า) ไม่เป็น

ลิเวอร์พูลแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนในเรื่องของศักยภาพในการครองเกม แต่สิ่งที่พวกเขายังไม่สามารถแก้ไขได้ก็คือการที่ต้องเจอทีมที่เน้นตั้งรับเหนียวแน่น โดยเฉพาะ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ทัพ"หงส์แดง" ไม่สมารถจาะเข้าไปสร้างความหวาดเสียวในกรอบเขตโทษคู่แข่งได้มากนัก"ดอะ เร้ดส์" มีสถิติในการครองบอลได้เหนือกว่า "เดอะ แบ็กกี้ส์"วาปบอล ในช่วงครึ่งแรก ก่อนจะมาได้ประตูจาก ชาดิโอ มาเน่ ซึ่งเป็นการแอสซิสต์ของโฌแอล มาติป จากนั้นพวกเขาก็ไม่สามารถทำลายกำแพงเหล็กที่ แซม อัลลาร์ไดซ์ วางแท็กติกเอาไว้ในครึ่งหลังเจ้าบ้านยังคงทำได้เหมือนเดิมก็คือครองบอล ผ่านบอลไปมาทั่วสนาม และสุดท้ายก็ต้องจบด้วยการเปิดบอลจากริมเส้นซ้ายขวา แต่ไม่สามารถทำอะไรเกมรับที่ซ้อมกันมาเป็นอย่างดีเพื่อเตรียมป้องกันสไตล์การบุกแบบนี้ของแชมป์เก่าและสุดท้ยความอดทนผสมกับการเล่นประมาทของ"หงส์แดง" นำไปสู่ 1 แต้ม สำคัญของเวสต์บรอมฯแม้เกมนี้ ลิเวอร์พูลจะครองบอลได้เยอะแต่พวกเขามีโอกาสยิงเข้ากรอบแค่ 2 ครั้งเท่านั้น โดยครั้งแรกก็คือจังหวะที่มาเน่ทำประตูให้ทีมขึ้นนำ ส่วนอีกจังหวะเป็นการโหม่งของ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ แต่โดน แซม จอห์นสโตน ปัดด้วยปลายนิ้วไปได้อย่างหวุดหวิด นอกนั้นเจ้าบ้านทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากต่อบอลไปมาเท่านั้น

2.ปัญหาบาดเจ็บกลับมาอีกแล้ว

ทุกๆ คนรู้อยู่แล้วว่าปัญหาบาดเจ็บเป็นของคู่กันกับการเล่นฟุตบอลโดยเฉพาะการมีโปรแกรมแน่นเอียดอย่างในพรีเมียร์ลีก แต่สำหรับลิเวอร์พูลต้องบอกเลยว่าพวกเขามีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บเยอะมากกว่าที่คาดคิดเอาไว้ โดยเฉพาะในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กล่าสุดสาวก "เดอะ ค็อป" ต้องใจเสียกันอีกครั้งเมื่อ โฌแอล มาติป มีปัญหาบาดเจ็บที่โคนขาหนีบในช่วงครึ่งหลัง ทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ จำเป็นต้องส่ง รีส วิลเลี่ยมส์ แนวรับดาวรุ่งลงมาเล่นขัดตาทัพ ซึ่งต้องยอมรับว่าการขาดดาวเตะชาวแคเมอรูนมีส่วนทำให้เกมรับของ "หงส์แดง" ระส่ จนกระทั่งถูกตีเสมอสำหรับอาการบาดเจ็บล่าสุดของมาติป นั่นหมายความว่า 3 เซนเตอร์แบ็กหลักของทีมจะไม่สามารถลงสนามได้ ด้วยเหตุนี้ ฟาบินโญ่ ซึ่งเป็นเชนเตอร์แบ็กจำเป็น ต้องการเป็นปราการหลังตัวกลางเบอร์ 1 ของทีมราคาบอลไหลในเวลานี้ ส่วนคู่หูของเขาคงหนีไม่พ้นวิลเลี่ยมส์ กับ เนราเนียล ฟิลลิปส์ หรือออปชั่นเสริมก็คือ จอร์แดน เฮนเดอร์สันฉะนั้นสิ่งนี้คงทำให้ คล็อปป์ และบอร์ดบริหารต้องหันหนมาคุยกันเรื่องการซื้อเชนเตอร์แบ็กชั้นดีมีประสบการณ์มาช่วยทีมในช่วงตลาดซื้อขายนักตะรอบ 2 ที่จะเปิดในอีกไม่กี่วันหลังจากนั้น ซึ่งหากพวกเขาไม่ยอมควักกระเป้า งานนี้แผนการป้องกันแชมป์อาจจะยากยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า

3.ลิเวอร์ต้องการตัวปั้นกมอย่าง ติอาโก้ไฮไลท์ฟุตบอล

การเซ็นสัญญากับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ก็เพื่อเหตุผลในการที่ทีมต้องเจอสถานการณ์แบบนี้ นั่นก็คือการโดนคู่แข่งเล่นเกมรับเหนียวแน่น ดังนั้นนักเตะที่มีศักยภาพในการเปิดบอลตามช่องที่เฉียบคมและมีความสามารถในการพลิกแพลงการเล่นจึงมีความจำเป็นอย่างมากดาวเตะชาวสแปนิช เต็มไปด้วยความเฉลี่ยวฉลาด และมีความคิดสร้างสรรค์ในการปั้นเกมจากพื้นที่แดนกลางเพื่อเจาะกำแพงมนุษย์ที่หนาแน่นนอกไปจากการเปิดบอลจากริมเส้นที่มาจากปลายสตัดของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน กับ เทรนท์ อเล็กซาน-เดอร์-อาร์โนลด์รูปเกมแบบนี้แสดงให้เห็นว่า "หงส์แดง" จะต้องมีนักเตะอย่าง ติอโก้ มาช่วยปั้นเกม เพราะพวกเขาจะต้องเจอกับคู่แข่งที่เน้นการเล่นตั้งรับเหนียวแน่นแบบนี้อีกหลายเกมในฤดูกาลนี้ ซึ่งนี่คือเหตุผลที่คล็อปปีตัดสินใจเซ็นสัญญากับนักตะ แต่กระนั้นสิ่งนี้ยังเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าแชมป์เก่าน่าจะมีผู้เล่นแบบติอาโก้อีกคนในอนาคตสำหรับในเวลานี้ นาบี เกอิต้า พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาก็สามารถป็นนักเตะจอมปั้นเกมได้เช่นกัน แต่น่าเสียดายที่เขามักจะโดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน จนทำให้ไม่ค่อยได้มีโอกาสลงสนาม ซึ่งสิ่งนี้ทำให้พรสวรรค์ของนักเตะไม่มีการพัฒนาขึ้นเท่าที่ควรจะเห็นได้ว่าในเกมที่เสมอกับ ไบรท์ตัน, ฟูแล่ม และเวสต์บรอมฯ หากทีมมีผู้เล่นอย่าง ติอาโก้ หรือเกอิต้า ทีมน่าจะสร้างโอกาสได้มากกว่านี้หลายเท่าข่าวแมนยู

ถ้าติอาโก้ฟิตสมบูรณ์กลับมาลงสนามได้เขาจะเป็นนักเตะสำคัญในการเจอกับเกมลักษณะนี้เพราะลิวอร์พูลคงจะต้องเจอกับคู่แข่งไม่ว่าจะเป็นทีมหนีตกชั้น หรือทีมที่ไม่อยากเห็น "หงส์แดง" ป้องกันแชมป์ได้ ด้วยการใช้แท็กติกแบบเดียวกันนั่นก็คือเน้นตั้งรับลึกราคาบอลไหล

4.มนตร์ขลังมาเน่ยังใช้ได้

คล็อปป์เลือกใช้งานสามประสาน "หินเหล็ก ไฟ" ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และโรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ กลับมาประจำแนวรุกพร้อมกันอีกครั้ง หลังจากเกมที่แล้ว"บังโม" โดนดร็อปป์ในแมตที่ลิเวอร์พูลไล่ต้อน "ดิ อีเกิลส์" คริสตัลพาเลช ข่าวแมนยู 7-0เกมกับเวสต์บรอมฯ แน่นอนว่า มาเนทาผลงานได้อย่างโดดเด่นเหมือนที่เขามักจะทำได้ โดยเจ้าตัวจัดการส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายทำให้ทีมขึ้นนำไปก่อน ซึ่งในเกมเยือนพาเลซ เจ้าตัวก็ชัดประตูได้ชนกัน ทำให้ตอนนี้นักเตะกำลังเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

จะเห็นได้ว่าในครึ่งแรก สตาร์ลูกหนังชาวเซเนกัล โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น มีทั้งความรวดเร็ว,การเคลื่อนที่หาตำแหน่ง และความแข็งแกร่ง ซึ่งศักยภาพของเขาสร้างปัญหาให้กับเกมรับของทีมเยือนได้ตลอด แต่น่าเสียดายที่ครึ่งหลังเจ้าตัวมีโอกาสน้อยไปนิด เนื่องจากเวสต์บรอมฯ เน้นตั้งรับลึกเป็นพิเศษ

ทั้งนี้จาก 41 แมตช์ ในเกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ที่กองหนความเร็วสูงทีมชาติชเนกัล ยิงประตูได้ในแอนฟิลด์ พวกเขาสามารถเก็บชัยชนะได้ถึง 39 แมตช์วาปบอล โดยมีแค่ เวสต์บรอมวิช (เกมล่าสุด) และ "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ เท่านั้น ที่สามารถบุกมาแบ่งแต้มที่นี่ได้

5.หมากเกมนี้ "บิ๊กแชม" รู้ต้องเล่นยังไง

แซม อัลลาร์ไดซ์ มักจะโดนแซวมาตลอดว่าเป็นกุนซือหัวโบราณที่เล่นการเล่นฟุตบอลไดเรกต์หรือการโยนยาวจากหลังไปหนโดยไม่สุนใจที่จะใช้งานตำแหน่งมิดฟิลด์เพื่อปั้นเกม แต่กระนั้น "บิ๊กแซม"รู้ว่าเขาจะต้องวางแท็กติกยังไงในการเจอกับทีมแบบลิเวอร์พูล

อย่าลืมว่า อัลลาร์ไดซ์ คือกุนชื่อคนสุดท้ายที่สร้างรอยด่างพร้อยในเกมพรีเมียร์ลีก ที่สนามแอนฟิลด์ เมื่อเขานทีมเอาชนะในแอนฟิลด์ เมื่อกว่า 3 ปีก่อน จากนั้นเขาก็เคยน "ทอฟพี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน และ "ดอะ แบ็กกี้สำ" สามารถบุกมาแบ่งแต้มในเมกะลูกหนังสุดอาถรรพ์แห่งนี้แม้ว่าในครึ่งแรก "หงส์แดง" จะข่มเวสต์บรอมวิชจนมิดก็ตาม และพวกเขาสามารถครองเกมได้ตลอด แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือเจ้าบ้านไม่สามารถเจาะเข้าไปสร้างอันตรายบริเวณกรอบเขตโทษได้มากนัก ยกเว้นจังหวะที่ มาเน่ ชัดประตูเบิกร่องเท่านั้นอย่างไรก็ตามในครึ่งหลัง อัลลาร์ไดซ์มองเห็นแล้วว่า ลิเวอร์พูลไม่สามารถแก้เกมที่เน้นรับเหนียวแน่นได้ ทำให้พวกเขากล้าที่จะเปิดเกมบุกเข้าใส่ และมีโอกาสสร้างความหวาดเสียวได้หลายครั้งจนกระทั่งมาได้รางวัลแห่งความพยายามจาก ซาเม่ อาจายี่ต้องบอกเลยว่า 1 แต้ม ที่แอนฟิลด์ อาจจะเป็นคะแนนสำคัญต่อการอยู่รอดของเวสต์บรอมวิชก็เป็นไปได้

ตัดเกรดแข้งหงส์แดง

ลิเวอร์พูลพลาดโอกาสทำแต้มทิ้งห่างเหล่าผู้ตามหลังเจอรองบ๊วยอย่าง วสต์บรอมวิช บุกมาแบ่งแต้มถึงถิ่นแอนฟิดล์ โดยเกมนี้แม้ "หงส์แดง" จะเป็นฝ่ายออกนำเร็วและครองเกมเหนือกว่ามากแต่ต้องชมแท็กติกเกมรับของ แชม อัลลาร์ไดช์ ที่เหนียวแน่นจนเจ้าบ้านทำประตูเพิ่มไม่ได้ก่อนจะใช้ทีเด็ดลูกกลางอากาศทำแสบลูกทีม จอร์เก้น คล็อปป์ ถือเป็นวันที่นักเตะแนวรุกของลิเวอร์พูลโชว์ฟอร์มน่าผิดหวัง และนี่คือผลสอบของแข้งหงส์แดงในเกมนี้ไฮไลท์ฟุตบอล

11 ผู้เล่นตัวจริง

อลีสซง เบ็คเกอร์ 6.5

ครึ่งแรกแทบจะยืนเฉยๆ แต่ครึ่งหลังมีชูเปอร์เชฟจังหวะดวลตัวต่อตัวกับ คาร์ลาน แกรนท์ส่วนจังหวะยิงตรงกรอบของเวสต์บรอมฯ ที่เหลือรับเข้าชองง่าย ๆ ประตูที่เสียโทษเขาไม่ได้

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ 5

เกมรับไม่ได้เจอบททดสอบมากนัก แม้จะสร้างโอกาสมากที่สุดในทีม 4 ครั้ง แต่โดยรวมการเปิดบอลเขาต่ำกว่ามาตรฐานมากทีเดียว บางครั้งออกบอลซ้า

ข่าวแมนยู โฌแอล มาติป 7

เปิดเกมอย่างสวยงามด้วยการวางบอลยาวสุดแม่นให้มาเน่ทำประตู ป้องกันเกมรับยอดเยี่ยมเมื่อเวสต์บรอมฯ ทำเกมสวนกลับ รวมถึงแย่งบอลหลายครั้งช่วยทีมครองบอลอยู่ฝ่ายเดียว น่าเสียดายที่บาดเจ็บจนถูกเปลี่ยนตัวออก

ฟาบินโญ่ 6

โดยรวมทำหน้าที่เกมรับได้ดีและพาบอลขึ้นแดนกลาง มีเคลียร์บอลจังหวะสำคัญจากลูกเซตพีชทว่าเสียท่าในการเบียดขึ้นโหม่ง ชามี อาจายี่ จนโดนตีเสมอ

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน 6.5

ยังขยันวิ่งขึ้นวิ่งลงตลอดและมีส่วนร่วมกับเกมรุกมากทีเดียว ครอสบอลเข้าไปถึง 12 ครั้งแต่น่าเสียดายที่มันไม่เป็นประตูเลย ครึ่งหลังบทบาทน้อยลง

ราคาบอลไหล จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 7

ช่วยให้ทีมครองแบบขึงอยู่ฝั่งเดียวในครึ่งแรก คอยรักษาจังหวะเกมแดนกลาง จ่ายบอลง่าย

แต่มีประสิทธิภาพ

จอร์จินโย่ ไวนัลดุม 6

พยายามเคลื่อนที่หาตำแหน่ง คอยเพรสซิ่งคู่แข่ง สร้างโอกาส 3 ครั้ง แต่โดยรวมบทบาทยังน้อยและค่อนข้างไร้ทีเด็ด

เคอร์ติส โจนส์ 5

ออกบอลช้าและครองบอลมากจังหวะเกินไปเลยทำเกมรุกของทีมเสียจังหวะไปด้วย ความผิดพลาดของเขานำมาซึ่งเตะมุมที่นำไปสู่ประตูตีเสมอ

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 5.5

การเลี้ยงบอลและพาบอลขึ้นหน้ายังน่ากลัวแต่เหลือจังหวะสุดท้ายที่ติดๆ ขัดๆ ตลอด มีเสียบอลง่ายหลายครั้ง น่จะโหม่งลูกครอสของ ไวนัลคุม ได้ดีกว่านี้ไฮไลท์ฟุตบอล

โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ 6

เป็นเกมที่ฟอร์มค่อนข้างเงียบ ครึ่งแรกมีจ่ายบอลสวย ๆ แต่ครึ่งหลังบทบาทน้อย ส่วนใหญ่เป็นการดร็อปต่ำมเชื่อมเกมรุก น่เสียดายลูกโหม่งของเขาโดนเซฟอย่างเหลือเชื่อ

ชาดิโอ มาเน่ 7วาปบอล

ประตูที่ยิงได้ต้องชมทักษะการพักอกและไหวพริบในการทำประตู แต่หลังจากนั้นสร้างอันตรายได้ไม่เยอะเห่ไหร่ สัมผัสบอลน้อยที่สุดในผู้เล่นเอาต์ฟิลด์

ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

รีส วิลเลี่ยมส์ 5.5 (แทน โฉแอล มาติป น.60)

เสียท่าโดน คาร์ลาน แกรนท์ วิ่งแซงจนเกือบเสียประตู แต่จังหวะอื่นทำได้ดี

อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน 6.5 (แทน เคอร์ติส โจนส์ น.83)

เกือบเป็นคนแอสซิสต์ประตูชัยให้ ฟิร์มีโน่โหม่งแต่ติดเชฟ

ราคาบอลไหล

ดิว็อด โอริกี - (แทน โรแบร์โต้ ฟร์มีโน่ น.90)

   ลงมาท้ายเกมแล้ว

เปิดใจ เมสซี่…อยู่หรือไปเมื่อจบฤดูกาล (PART l)

ลิโอเนล เมสซี่ เปิดใจอย่างตรงไปตรงมากับ ยอร์ดี้ เอโบเล นักข่าวจาก ลา เซ็กต้า(ช่อง 6), กัปตัน บาร์เซโลน่า ไม่ปดบังว่ารู้สึกแย่ในช่วงต้นฤดูกาล แต่ตอนนี้ได้กลับมามุ่งมั่นในการคว้าแชมป์แล้วอย่างไรก็ตาม กับคำถามที่ทุกคนอยากรู้ที่สุด คิงเลโอ กลับไม่แน่ใจ เขาไม่สามารถยืนยันได้ว่าตัวเองจะอยู่หรือไปจาก บาร์เซโลน่า เมื่อฤดูกาลนี้จบลงทุกแง่ทุกมุม ทั้งหมดทุกความคิดของเมสชี่...คุณติดตามได้จากบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มข้างล่างนี้

ถาม : คุณจะตัดสินใจหลังจบฤดูกาล?

เมสซี่ : ผมยังไม่แน่ใจอะไรทั้งนั้นจนกว่าจบปี ผมจะรอจนกระทั่งจบฤดูกาล ตอนนี้ผมโฟกัสไปที่การคว้าแชมปี และไม่ขอมองอย่างอื่น

ถาม : ถ้าคุณย้าย, มันจะเป็นไปอย่างราบรื่น?วาปบอล

เมสซี่ : ผมไม่รู้ว่าผมจะอยู่หรือย้าย,   แต่ถ้าผมย้าย ผมอยากให้มันออกมาในแนวทางที่ดีที่สุด, ถ้าผมย้าย ผมอยากจะกลับมาใช้ชีวิตที่เมืองนี้(บาร์เซโลน่า) และทำงานให้กับสโมสร, บาร์เชโลน่านั้นยิ่งใหญ่กว่านักเตะคนใดคนนึงมาก ผมหวังว่าประธานคนที่จะเข้ามาจะจัดการสิ่งต่าง ๆ ได้ดี

ถาม : อนาคตที่ไม่แน่นอน?

เมสซี่ : มันเป็นเรื่องภวความรักจาก เมื่อครั้งวัยเยาว์ที่มีต่อเมืองและสโมสร มันจะจบอย่างที่มันควรจะจบ และไม่ว่าจะจบอย่างไร มันไม่จำเป็นต้องแปดเปื้อนทุกอย่งที่ผมทำมาตลอดชีวิตการเล่นฟุตบอล ทุกอย่างจะผ่านไปได้เสมอและเราจะได้เห็นกันในตอนจบฤดูกาล

ถาม : อนาคตที่สหรัฐอเมริกา?

เมสซี่ : ผมพูดเสมอว่าผมอยากลอง  สัมผัสประสบการณ์การเล่นในลีกสหรัฐฯ, แต่คงยังไม่ใช่ในตอนนี้, ผมไม่ได้คิดว่าฤดูกาลนี้จะจบอย่างไร มันคงไม่ดีนักถ้บอกตอนนี้ว่า ผมจะทำอะไรในอนาคต นอกจากนี้แล้วผมเองก็ยังไม่รเหมือนกันว่าจะตัดสินใจอย่างไร

ถาม : คุณอยากเป็นผู้บริหารสโมสร?ไฮไลท์ฟุตบอล

เมสซี่ : ผมจะทำบางอย่างที่เกี่ยวกับ  ฟุตบอล แม้ว่าจะไม่ใช่เทรนเนอร์ ผมมองไม่เห็นตัวเองในบทบาทนี้ แต่ผมอยากเป็นผู้อำนวยการกีฬา ด้วยตแหน่งนี้ผมสามารถเลือกนักเตะคนใดก็ได้ที่ผมต้องการ

ถาม : เหตุผลที่จะย้ายออก?ข่าวแมนยู

เมสซี่ : ตอนนั้นผมคิดว่าวัฏจักรได้ สิ้นสุดลงแล้ว และผมต้องการการเปลี่ยนแปลงในหัวผมตอนนั้นผมต้องการออกจากทุกอย่าง ผมรู้ดีว่ามันเป็นปีเห็นการเปลี่ยนถ่ายไปสู่นักเตะอายุน้อย ผมยังคงต้องการต่อสู้ในแชมเป้ยนส์ ลีกและ ลา ลีก ต่อไป ประธานสโมสรเริ่มที่จะเข้ามาแทรกแซงสิ่งต่างๆ เพื่อทำให้ผมอยู่ต่อเหมือนพวกตัวร้ายในหน้ง

ผมยังใจเย็น มันเป็นการตัดสินใจที่น่าหวาดกลัว มันยากมากๆ ที่จะเลือก มันเป็นเรื่องยากที่จะออกจากสโมสรที่ผมอยู่มาทั้งชีวิต, ผมไม่ติดว่าจะมีเมืองที่ดีกว่าที่ผมอยู่ในตอนนี้,ครอบครัวของผมเองก็ไม่ต้องการที่จะย้ายผมเคยพูดกับประธาน (บาร์โตเมว) หลายครั้งว่า ผมจะย้าย บูโรแฟกซ์ คือทางที่ผมเลือกที่จะบอกกับทุกคนอย่างเป็นทางการ, มันเป็นการพูดที่จริงจังไฮไลท์ฟุตบอล

ถาม ความเป็นไปได้ในการขึ้นสู้ในชั้นศาลเมื่อหน้าร้อนที่ผ่านมา?

เมสซี่ : ผมรู้ว่าถ้าจะต้องไปสู้กันในศาล   ผมมีโอกาสชนะ ทนายหลายคนยืนยันกับผมในเรื่องนี้

ถาม : คำโกหกของบาร์โตเมว?

เมสซี่ : บาร์โตเมวหลอกลวงผมหลาย   อย่างตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่มีการคลิก, มันเป็นเรื่องของเส้นทาง, ทุกคนรู้จักสโมสรนี้ดี, ในปีสุดท้ายมันหนักมาก ก่อนหน้านั้นก็ยากลำบากเช่นกัน เช่นการตกรอบในรายการแชมเป้ยนส์ ลีก

ถาม : การอำลาของ หลุยส์ ชัวเรช?

เมสซี่ : ผมคิดย้ายทีมก่อนที่เรื่องของ หลุยส์ ชัวเรช จะเกิดขึ้น แต่มันก็บมาก เขาย้ายออกไปแบบฟรี ๆ มันเป็นการจ่ายด่าฉีกสัญญาสองปีให้กับทีมที่ต่อสู้เพื่อสิ่งเดียวกับเรา

ถาม : ความคับข้องใจในช่วงต้นของฤดูกาล?ราคาบอลไหล

เมสซี่ : ผมเจ็บปวดเพราะในความเป็น จริง ผมไม่ได้อยู่ในที่ที่ตัวเองต้องการ และผมเหนื่อยในการปรับตัวให้เข้ากับห้องแต่งตัวมีนักเตะใหม่ๆ เข้ามาอยู่ในทีม และเริ่มมีเด็กปั้นของสโมสรน้อยลง มีความแตกต่างด้านว้ฒนธรรม และพวกเราก็ไม่เหมือนกันเลย, แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่จะไปจบที่ เรอัล มาดริด หรือที่แอตเลติโก (กรณีของ ชัวเรซ)

ข่าวแมนยู ถาม : ความรักจากแฟนๆ?

เมสซี่ : ผมรู้ว่ามีผู้คนมากมายที่ยังรัก ผมและต้องการให้ผมอยู่กับสโมสรต่อไป และผมก็รู้เช่นกันว่ามีบางส่วนหลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น(ขอย้ายในช่วงชัมเมอร์) ที่ไม่คิดเช่นนั้นผมจะใช้ชีวิตอยู่ที่บาร์เซโลน่า และผมต้องการที่จะกลับมายังสโมสรในชักบทบาทนึง,นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการและผมรู้สึกต่อสโมสร

ถาม : อองตวน กรีซูมันน์?

เมสซี่ : ผมไม่มีปัญหาอะไรกับ กรีชมันน์ มันยิ่งกว่าชัดเจนชะอีก และความสัมพันธ์นั้นก็ราบรื่นดี, เราดื่มมาเต้ด้วยกัน ไม่มีประเด็นอะไรทั้งนั้น

ถาม : กับ หลุยส์ ชัวเรช?

เมสซี่ : เราคุยกันเกือบทุกวัน เราคุย   กันถึงผลการจับสลากด้วย เราทั้งสองคนไม่อยากเจอกันเอง แม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดแต่เราก็ยังเคารพซึ่งกันและกัน

วาปบอล ถาม : โปรเจกต์ที่ซับซ้อน?

เมสซี่ : มันเป็นเรื่องยากที่จะดึงนักเตะ ที่มีคุณภาพเข้ามา เพราะเราไม่มีงิน การคว้า เนย์มาร์ นั้นมันยากเอามาก ๆ คุณจะจ่ายให้ เปแอสเชแบบไหนล่ะ? ประธานคนใหม่จะต้องเป็นคนที่ฉลาดมาก ๆ และสมารถจัดการสิ่งต่างๆ ได้ดี

กำจัดเกมหมูหก…

เสียงหัวเราะดังลั่นในโซเซียลในหมู่แฟนเวสต์บรอม ตัวปลอม...หลังจากทีมกลุ่มนำพากันพลาดท่าเสียแต้มกันเองแพร่ระบาดมาถึงลิเวอร์พูล "จ่าฝูง" ที่น่าจะเคลียร์ช่องว่างให้มันห่างมากกว่านี้ แต่สุดท้ายตกม้าตายเสียไป สองคะแนนในการเจอกับทีมบิ๊กแชม ผู้นำการเล่นระบบ 6-4-0 ในครึ่งแรก ก่อนมีที่เด็ดจากความเลินเล่อของเด็กหงส์ในครึ่งหลังจากโอกาสครั้งสองครั้งก็เปลี่ยนเป็น 1 คะแนนที่มีค่าของพวกเขาอ้อ...เวสต์บรอมที่ สลาเวน บิลิช คุมนั้นก็ยันเสมอแมนฯ ซิตี้ 1-1 แถมสร้งโอกาสมากมายทั้งยิงทั้งครองบอลเยอะแยะไปหมด แต่ก็ดันมีแฟนแมนๆ ชิตี้หัวเราะในสิ่งที่ตัวเองก็เคยเป็นแบบนั้นหรือว่านี่...มันคือยุคการเสียดสีทางโชเชียลที่สร้างสีสันได้มากมายอย่างนั้นหรือ 555 หัวเราะให้กับความเขลาในบางคนละกันครับ ด้วยเพราะเกมที่ลิเวอร์พูลเสมอเวสต์บรอม มันคือเกมในแบบหมูหก เสียแต้ม ไม่ใช่โดนตัดแต้ม คำว่า "ตัดแต้ม" มันคือเกมที่สูสี คู่ดีกัน ทีมระดับเดียวกันเกรดเดียวกัน กินกันไม่ลง อะไรแบบนี้

เว้นเสียแต่ว่าจะมองว่าเกมที่สองทีมมาตรฐานห่างกันเยอะแยะ แล้วทีมที่เหนือกว่าดันพลาดไม่ชนะเพื่อจะบอกว่า "ตัดแต้ม" ให้ได้ อันนั้นก็ต้องปล่อยครับเพราะเกมแบบนี้ ในทางฟุตบอลมันรู้อยู่แล้วว่า..คุณพลาดแล้วละที่ไม่ชนะบัวย ชนะทีมที่อ่อนกว่าเจอร์เก้น คล็อปป์ เองก็พูดว่า "เราผิดพลาดเองที่ไม่ชนะในเกมนี้ ต้องให้เครดิตเวสต์บรอมด้วย ที่พวกเราไม่สามารถปิดบัญชีพวกเขาได้ นั่นเองที่เราได้แค่หนึ่งไม่ใช่สามแต้ม"มันก็ประมาณนั้นแหละครับเกมนี้ทางบีบีชีมีการวิพากษ์วิจารณ์กันตามปกติ และถือว่าเป็นประเด็นให้พูดถึงด้วยทางออนไลน์และวิทยุบีชีไฟว์ ไลฟ์ นะครับ แฟนบอลหลุดคอมเมนต์เข้ามาเยอะ แต่ก็นสนใจมุมที่ว่า เกมนี้นมีความห่างกันอยู่พอสมควร แต่สุดท้ายทุกอย่างเท่ากัน"It' s like when England play San Marino"แฟนบอลทางบีบีซีบอกเช่นนั้น มันเหมือนอังกฤษเตะซานมารีโนบางคนก็พาดพิงว่าบอลแบบบิ๊กแชมไม่น่าดูให้เลือก บิเอลซ่า บอลยังดีเสียกว่า กับการเล่นแบบนี้มีบ้างที่แชวว่า ถ้หากทีมบิ๊กแซมรับลึกไปกว่านี้อาจตกแม่น้ำเมอร์ซี่ย์ได้ อันนี้คงเป็นเด็กหงส์ and another claimed the Baggies would end up "in the River Mersey if they drop any deeper''

มันมีทั้งเมนต์แบบหัวเสีย, เช็ง และด่าทีมตัวเอง กับเมนต์แบบเข้าใจในความเป็นไปของแท็กติกฟุตบอลระหว่างสองทีมที่มาตรฐานแตกต่างกันมาเจอกันโดยเฉพาะ 45 นาทีแรกของเกมที่ลิเวอร์พูลไม่ได้เจออะไรที่กดดันเลยแถมได้ประตูนำก่อน รอเวลายิงลูกสอง

ให้มันจบๆ ไป 

นั่นสิ...ด็กหงส์หลายคนยอมรับว่าปิดทีวีเมื่อจบครึ่งแรก ไม่คิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนั้นตื่นมาก็โอละพ่อ ไล่เช็กไทม์ไลน์ และบทวิจารณ์กันใหญ่นั่นสิ...ทำไมมันเสมอได้ ทั้งที่มันไม่มีอะไรมาทำให้เสมอได้ในเชิงมาตรฐานฟุตบอล รวมทั้งแท็กติก 6-4-0 กระนั้นฟุตบอลมันก็มีเหตุผลของมันรวมๆ กันอยู่ ในการที่ทีมใหญ่กว่าไม่สมารถชนะทีมเล็กกว่าได้ผมผสมผสานมุมมองของตัวเองผ่านสนามบอลบวกกับบีบีซีให้อ่านกันครับ

บีบีชีวิเคราะห์…

ทีมข่าวบีบีซี ออนไลน์ และวิทยุร่วมกันวิเคราะห์เกมนี้เอาไว้แบบนี้ครับทีมบิ๊กแซมครองบอลแค่ 18 % ในครึ่งแรกขณะที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน คนเดียวผ่านบอลมากกว่านักเตะเวสต์บรอมทั้งทีม (ที่อังกฤษเรียกทีมนี้สั้นๆ ว่าเวสต์บรอม) รวมกันชะอีก แถมยังมีประตูตามหลังในนาทีที่ 12ครึ่งแรกนั้นทีมลิเวอร์พูลยิงประตู 10 ครั้งเข้ากรอบครั้งเดียว ทว่าในครึ่งหลัง บิ๊กแชมทำได้อีกแล้วทีมของเขาสามารถตีเสมอที่แอนฟิลด์ ล้มเสียงวิจารณและทำให้โลกโชเชียลของเจ็กหงส์เงียบกริบลงได้เฉยบิ๊กแซมบอกว่า "People will say we are lucky but that was good application from the players and they took their opportunity at the other end,'' said Allardyce, who is unbeaten in each of his last four Premier League games at Anfield as the coach of four different clubs."ผู้คนคิดว่าพวกเราโชคดี แต่นั่นเป็นเพราะการเล่นได้ตามแผนงานทุกอย่าง ก่อนที่จะฉวยโอกาสของตัวเองเอาไว้ได้ในแดนของคู่แข่ง"

"I have been here two minutes and this is my second game so this result almost feels like a win.""ผมพึ่งมาอยู่กับทีมไม่กี่วันเองและเป็นเกมที่สองเท่านั้น ผลแข่งครั้งนี้รู้สึกเหมือนกันกับว่าได้รับชัยชนะ"

ส่วนทางด้าน เจเคบอกว่า "It was like a 6-4-0 formation or whatever it was," he added. "It is an incredible challenge when you constantly face 10 men. To be fair, West Brom did their job inside go minutes.""West Brom deserved the pointใbecause we didn' t finish the game. It is our fault and that is why it is only one point instead of three." 

"มันเหมือนระบบ 6-4-0 หรืออะไรก็แล้วแต่ มันเป็นเรื่องที่ท้ทายอย่างน่าที่งที่คุณต้องบุกใส่ผู้เล่น 10 คน ตลอดทั้งเกม ให้ความเป็นธรรม เวสต์บรอมทำงานของพวกเขาตลอด 90 นาที"

"เวสต์บรอมสมควรได้แต้มเพราะพวกเราไม่ปิดเกมให้ได้ มันคือความผิดพลาดของพวกเราเอง และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่ทำไมพวกเราได้หนึ่งแทนที่จะเป็นสามคะแนน"บีบีชีงัดสถิติมาตีแผ่พร้อมทั้งบอกว่า "เกมที่มีสองครึ่ง" เฮนเดอร์สันผ่านบอล 85 ครั้งในครึ่งแรกมากกว่านักเตะเวสต์บรอมทั้งทีมผ่านบอลให้กันถึงสองเท (46) นี่คือการผ่านบอลน้อยสุดอันดับสองในพรีเมียร์ลีกปีนี้5 ใน 6 ลูกที่ทีมบิ๊กแชม ยิงในแอนฟิลด์เฉพาะพรีเมียร์ลีก ล่สุดนั้นเกิดขึ้นใน 20 นาที่สุดท้ายของเกมเท่านั้นเอง ในสามครึ่งเวลาของเกม ภายใต้การคุมทีมขอช่วงพักครึ่ง เวสต์บรอมยิงประตูไปสองครั้งงบิ๊กแชมและการยิงสร้งโอกาสยิงประตูนั้นเกิดขึ้นไม่เกิดขึ้นในครึ่งแรกอีกต่างหากลิเวอร์พูลครองบอล 82 % ในครึ่งแรก เป็นสถิติอันดับสองรองจกแมนฯ ชิตี้ เมื่อ เม.ย. 2018 พวกเขาเล่นกับสวอนซี 82.95 % (สถิติที่บันทึกหลังปี2003-04) อลีสซง เบ็คเกอร์ สัมผัสบอลแค่ 7 ครั้งในครึ่งแรก รวมแล้วเฉลี่ย 18 ครั้งนับจากเกมแรกจนถึงเกมล่าสุดนี้)

นั่นคือเกร็ดจากบีบีซีนะครับ ช่วงพักครึ่งมีการนับบทวิเคราะห์ของ แพท เนวิน ตำนานปีกร่างเล็กของเชลซี ที่ทำหน้าที่ในบีบีซี ไฟว ไลฟ์ วิทยุบีบีซี 5นั่นเองครับ เขาบอกว่า "หนึ่งในเกมที่เล่นบอลข้างเดียวมากสุดเท่าที่ผมดูมาหลายปี""ผมดูเวสต์บรอมเล่นมาตั้งแต่นัดแรก เทียบตัวต่อตัวแล้ว พวกเขากำลังจะตกชั้น อัลลาร์ไดซ์คงคิดว่า เขาสามารถทำให้ทีมนี้รอดพ้นการตกชั้นได้หรือไม่""ผมไม่ตำหนิ หากเขาเล่นกับลิเวอร์พูลแบบนั้น แค่น่าตกใจที่ได้เห็นเขาวางแผนแบบนั้น และไม่เชื่อในความสามารถของนักเตะตัวเองทั้งทีม เขาต้องการให้มันออกมาแบบนี้ แต่การที่เขาได้ผลเสมอผมคิดว่า มันคือเกมที่ฟลุกที่สุดในโลก"

อะไรคือสิ่งที่บิ๊กแชมปรับเปลี่ยนหลังพักครึ่งแน่นอน...เขาสั่งให้ คาร์ลาน แกรนท์ ขึ้นไปกลางสนาม ไม่ต้องมาวิ่งไล่บอลในแดนตัวเองอีกแล้วเหมือนระบบจะเป็น 4-5-1 แกรนท์มีหน้าที่คอยวิ่งทาทางจังหวะบอลเตะโด่งหรือสวนกลับมาจากแดนตัวเองมันคือแผนการที่บิ๊กแชมเชื่อว่ามีโอกาสลุ้นประตูหากไม่โดนลูกสองซะก่อนสิ่งที่เกิดขึ้นคือ แกรนท์หลุดเดี่ยวพาบอลหนีทางด้าน รีส วิลเลี่ยมส์ เขาไปยิงติด เบ็คเกอร์ และเวสต์บรอมมีเปอร์เซ็นต์การครองบอลมากขึ้นเป็น 27 % จากนั้น เซมี่ อาจายี่ โหม่งตีเสมอนาทีที่ 82 โดยทั้งเกม เวสต์บรอมยิงเข้ากรบมากกว่าลิเวอร์พูลชะอีก (3 ต่อ 1)

"There is a lot of defending you have to do against a quality team with a fantastic home record," Allardyce said afterwards. "To the man, we frustrated Liverpool as much as we could. We had to take the sting out of them in the first half."

บิ๊กแชมพูดอย่างพอใจว่า "มันต้องป้องกันอย่างมากมายเมื่อเจอทีมคุณภาพที่มีสถิติในบ้านยอดเยี่ยม พวกเราสร้างความหัวเสียให้กับลิเวอร์พูลได้มากที่สุดเท่ที่เราทำได้ พวกเราเองต้องเล่นแบบนี้เพื่อสร้างความรำคาญใจให้พวกเขาในครึ่งแรก"

"take the sting out of something" คือ idiom ที่มีความหมายว่า ทำให้ไม่พอใจ ทำให้ราคาญทำให้ไม่มีความสุขอะไรประมาณนั้นบิ๊กแชมยังคุยต่อว่า "Liverpool always take the game to you. I didn't see Sam [Johnstone] in goal under enormous pressure so that shows how well we contained pressure." "ลิเวอร์พูลทำเกมเข้าหาคุณก็จริง แต่ผมไม่เห็นว่า แชม (จอห์นสตัน) ได้รับความกดดันอะไรใหญ่หลวงขนาดนั้น นั่นแสดงให้เห็นว่าพวกเรารับมือกับความกดดันได้ดีเพียงไร"

บิ๊กแชมพูดถูกหมดเลย...ขณะที่ แพท เนวินกลับลำหลังจากวิจารณ์ครึ่งแรกชะยับ เขาบอกว่า he second half, Allardyce said "we can go for this' . If they had been too open in the first half they could' ve been a few goals down."ครึ่งหลัง อัลลาร์ไดซ์คงบอกนักเตะว่า เราทำได้มากกว่านี้ หากพวกเขาเปิดเกมมากขึ้น อาจโดนยิงลูกสองและสาม"It was a 6-4-0 formation in the first , half and it looked completely ridiculous. In the second half they changed it with one man up front and they kind of deserved it with the way they then played."' 

"มันคือระบบ 6-4-0 ในครึ่งแรก ดูน่าตลกสิ้นดี แต่ครึ่งหลังพวกเขาเปลี่ยนนิดหน่อย ให้นักเตะไปรอบอลข้างหน้ำหนึ่งคนและได้ในสิ่งที่พวกเขาเล่นตามรูปแบบนั้น"

นั่นคือบีบีชี วิพากษ์วิจรณ์ถึงความเป็นไปของรูปเกมที่เกิดขึ้นในจังหวะหมูหก หนึ่งแต้มของลิเวอร์พูล ถ้ไม่คิดมากมันก็ไม่มีอะไร แต่มันคงปล่อยผ่านไม่ได้นะครับ ผมว่าในมุมมองโค้ช เจอร์เก้น คล็อปป์คงไม่ใจดีอะไรขนาดที่จะไปโอ๋ลูกทีมโดยไม่ตำหนิเกมเสมอฟูแล่ม เล่นไม่ดีเลยในครึ่งแรกแถมโดนนำ เกมนั้นเอาตัวรอดได้เกมเสมอเวสต์บรอมเหนือกว่ามากมายแถมได้ประตูนำ กลับโคนตีเสมอในท้ายที่สุดสองเกมนี้มีความต่างและเหมือนกันนั้นคือ "นักเตะ" ลิเวอร์พูลดูจะไม่โฟกัสกับเกมมากเท่าที่ควรเพราะคิดว่า "เหนือกว่า" มันคือแคแรกเตอร์ที่ผิดเพี้ยนไปเกมเจอฟูแล่ม ที่เป็นทีมรองบ่อน แม้เพรสซิ่งจนเล่นยากแต่พวกเขาก็เล่นไปเรื่อยๆ จนคล็อปปีต้องตะโกนข้างสนามว่า "wake up" บ่อยครั้งเหมือนยังไม่ตื่นจากภวังค์?..

มาตั้งหลักครึ่งหลังก็เป็นงานยาก...ขณะที่เกมพบกับเวสต์บรอม กลายเป็นเหนือกว่า คุมทุกอย่างได้ แล้วก็เล่นไปเรื่อย ๆ โดยไม่ทำให้เวสต์บรอมกดดันอะไรเลยเล่นไปเรื่อย ๆ สร้างความมั่นใจให้เวสต์บรอมชะอย่างนั้นสิ่งนี้...คล็อปป์ต้องแก้ไขด้วยแน่นอนหากดูจากผลงานปีนี้ล่สุดลิเวอร์พูลเสมอไปแล้ว 5 นัดใน 15 เกม เท่ากับได้แต้มจากชัยชนะ 9 เกมแต้มหลุดหายไป 10 แต้ม

  • เสมอ เอฟเวอร์ตัน 2-2
  • เสมอ แมนๆ ซิตี้ 1-1
  • เสมอไบรท์ตัน 1-1
  • เสมอ ฟูแล่ม 1-1
  • เสมอ เวสต์บรอม 1-1
  • สามนัดหลังคือการเสมอทีมกลุ่มเสี่ยงตกชั้นซึ่งเป็นเกมในแบบที่คุณต้องได้เก้าคะแนนจากทีมเหล่านี้ไม่ว่าพวกเขาจะเล่นเกมรับดีเลิศขนาดไหน เพราะยังไงคุณภาพก็ไม่ได้เกินพอที่ลิวอร์พูลจะชนะไม่ได้ยิ่งเมื่อเทียบกับปีที่แล้วทั้งปีพวกเขาเสมอคู่แข่งแค่ 3 นัด ทีมชนะ 32 นัดแต้มเสมอหายไปแค่ 6 แต้มทั้งปี แตปนี้ยังไม่ถึงครึ่งทางเสมอไปแล้ว 5 นัด ถ้ตัดเกมทอฟฟี่และแมนฯ ชิตี้ ออกไปคือมันควรเสมอได้ ในบิ๊กเกมแบบนั้น ไม่เป็นไร แต่สามนัดหลังสุดเสมอได้ไง...

หนึ่งในคุณสมบัติของทีมที่คว้าแชมป์คือ ต้องเก็บเกมที่ไม่ยากลบากเกินแรงตัวเองหรือต้องเหนื่อยมากมายเหล่านี้ให้ได้นี่คือบางสิ่งบางอย่างที่คล็อปปีต้องแก้ไขให้มันกลับมาเข้าที่เข้าทางโดยเร็วครับ ไม่งั้นแต้มเสมอ...จะเป็นแต้มที่ไม่ใช่หมูหก มันอาจจะเป็นแต้มที่ทำให้ถ้วยหลุดมือได้เลย ขอเพียงเล่นแล้วชนะไม่ได้คว้าผลแข่งขันไม่ได้...เสียไปทีละสองแต้มหมูหก...เหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องหมดไปโดยด่วนครับ

และมันต้องเริ่มจากเกมที่พบกับทีมสไตล์บิ๊กแชมอย่างนิวคาสเชิล ยูไนเต็ด ที่ลิเวอร์พูลจำเป็นต้องจัดการคืนวันพุธมันต้องเริ่มจากเกมนี้...หากยังปล่อยให้หมูหกอีก...ไม่ใช่ตัวเองจะเสียคะแนน หากแต่ไปสร้างความมั่นใจให้กับผู้ท้าชิงโดยเฉพาะ "รองแชมป์เก่า" ที่รอเวลาทำแต้มไล่จี้มากดดันให้ขาสั่น หวั่นไหวอย่างแน่นอนอย่าลืมว่า...ปีก่อนไม่กดดันอะไรมากเพราะทำแต้มทิ้งห่างปีก่อนหน้านั้น "ต้นทานความกดดัน" จากแมนฯ ซิตี้ ไม่ไหว สุดท้ายหลุดเสมอในเกมที่ต้องชนะเพื่อกุมความได้เปรียบประสบการณ์เหล่านั้นสอนทีมเจเคแล้ว ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะกลายเป็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยหมูหก...ยังไงก็ไม่อร่อยนะครับ

การสอบสัมภาษที่ทำให้ ‘พอช’ ได้งาน

เป็นอันว่าสโมสรเปแอสเชตกลงเรื่องการแยกทางกับ โธมัส ทูเดล ได้เป็นที่เรียบร้อยหลังจากที่ เลโอนารโด้ แจ้งว่าสโมสรขอปลดเขาดื้อ ๆ ตั้งแต่เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา และหลังจากนี้ขั้นตอนการแต่งตั้งและเปิดตัว เมาริซิโอ้ โปเช็ตติโน่ เป็นเฮดโค้ชคนใหม่ก็จะสามารถเดินหน้าต่อได้เสียทีจากที่เสียเวลากันมามากแล้วสื่อเยอรมันและฝรั่งเศสรายงานในวันอาทิตย์ว่าทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงกันได้ชะที ซึ่งนอกจากทูเคิ่ล ยังเหลือสัญญาอีก 6 เดือน ทำให้การเลิกจ้างต้องมีเงินชุดเชยรวมถึง "ค่าตกใจ" และโบนัสตามแต่ผลงานตามเงื่อนไขห้อยท้ายสัญญา ซึ่งส่วนนี้ทีมทนายความของทั้งสองฝ่ายจะต้องดูกันอย่างละเอียดเพราะเรื่องเงินไม่เข้าใครออกใคร คนจ่ายก็อยากจ่ายให้น้อยที่สุด ส่วนคนที่ถูกเลิกจ้างก็อยากได้เงินชดเชยสูงสุดเป็นธรรมดา ทำให้การเจรจาแยกทางมันยืดเยื้อพอๆ กับผัว-เมียหย่ากันตัวเลขคร่าวๆ ที่ ทูเคิ่ล จะได้รับแลกกับการตกงานหนนี้อยู่ในราว 7-8 ล้านยูโร และจากนี้แฟนบอลปารีเซียงก็รอแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากสโมสรได้จะได้ปิดฉากกันไปเสียที ซึ่งตามวิสัยของเปแอสเชที่หากุนซือคนใหม่มารออยู่แล้ว พวกเขาก็จะประกาศให้โลกรู้ในทันทีเช่นกันว่า เมาริชิโอ้โปเช็ตติโน่ คือผู้ถูกเลือกคนต่อไป

จะ 7 หรือ 8 ล้านยูโร ทางกาตาร์ เอ้ย ! กลุ่มทุน QSI เจ้าของสโมสร คงไม่รู้สึกตงกันเท่าไหรและอย่างน้อยก็อาจรู้สึกดีใจที่ได้จ่ายให้มันจบ และมันต่างจาก 22 ล้านยูโรที่เคยจ่ายชดเชยค่าไล่ โลร็องต์ บล็องก์ ออกจากตำแหน่งเมื่อปี 2016 มากนักโดยเงินเดือนก่อนหักภาษีของ ทูเคิ่ล อยู่ในอัตรา 625,000 ยูโร เหลือ 6 เดือนก็คูณข้าไป ที่เกินมาคือโชนัสและค่าตกใจทั้งหลาย ทั้งนี้ตอนที่กุนซือชาวเยอมันต่อสัญญา 1 ปี กับเปแอสเชไนเดือนมีนาคมปี 2019 เพื่อยืดอายุสัญญาจากที่จะหมดกลางปี 2020 เป็นกลางปี 2021 อันเป็นการต่อสัญญาที่นแปลกใจเล็ก ๆ นั้น เขาได้รับการเพิ่มเงินเดือนจาก 5 ล้านยูโรต่อปีเป็น 7.5 ล้านยูโรต่อปีด้วย ทำให้เงินชดเชยสูงกว่าตัวเลขที่รายงานกันแต่แรกเล็กน้อยทูเคิ่ล ก็ย่อมต้องไปพร้อมทีมงานของเขา ทั้งโซลต์ เลิฟ ผู้ช่วยวัย 41 ชาวยังกาเรียน กับ อาร์โน มิเชลส์ ผู้ช่วยวัย 53 ชาวเยอรมัน และยังมี เรเนอร์ชเรย์ ฟิตเนสส์ โค้ช วัย 61 ชาวเยอรมันอีกคนที่ต้องเก็บข้าวของออกจากสโมสรตามไปด้วย ในส่วนของทีมงานของ  ทูเคิ่ล นั้น ทางสโมสรก็ไม่ค่อยพอใจเช่นกันเพราะฤดูกาลนี้เปแอสเชมีนักเตะบาดเจ็บเป็นสิบตั้งแต่ต้นซีชั่นนสพ. เลอ ปารีเซียง สื่อฝรั่งเศสที่ใกล้ชิดกับแหล่งข่าวของเปแอสเช รายงานเบื้องหน้า-เบื้องหลังแห่งการเลือก โปเซ็ตติโน่ มาแทนที่ ทูเดล ในแบบที่แฟนบอลน่าจะคาดเดากันได้ คือการติดต่อระหว่างทั้งสองฝ่ายมีขึ้นก่อนหน้าที่จะเกิดการปลด ทูเคิ่ลดื้อๆ แล้ว โดยระบุว่าในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมาราวเดือนกันยายน-ตุลาคม โปเช็ตติโน่ เคยได้เข้าพบกับเอมีร์แห่งกาตาร์ เชค ทามิม บิน ฮาหมัด อัล ตานี้จ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ที่กรุงโดฮแล้ว และแน่นอนว่าการพบกันในครั้งนั้นสร้างความประทับใจให้ว่าที่นายจ้างใหม่ของเขา

มันเป็นการพบกันที่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งสัญญาณที่ว่า โธมัส ทูเคิ่ล จะอยู่ไม่ยืดมีให้เห็นเป็นระยะ และจะว่าไปถ้าสโมสรมีตัวเลือกดี ๆ ตั้งแต่ต้นปี 2019การต่อสัญญากับ ทูเดล ก็จะไม่เกิดขึ้น แต่ทางสโมสมิได้เร่งรีบที่จะปลดแม่ทัพกลางศึก โดยเฉพาะเมื่อเขาคนนั้นเพิ่งพาทีมเข้าชิงถ้วยใบใหญ่สุดของยุโรปที่ท่านเจ้าของสโมสรใฝ่ผืนนักหนาเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี่เองทว่ากระบวนการตั้งโค้ชใหม่ถูกเร่งเร้าโดยคำวิจารณ์บอร์ดบริหารและนโยบายในการเสริมทัพของสโมสร ซึ่งจะว่าไป ทูเดล ไม่ได้พูดอะไรผิด เพราะนักเตะที่ เลโอนาร์โด้ เลือกมาในระยะหลังเป็นพวกเกรด บี หรือตัวเหลือใช้จากที่อื่น จะอ้างว่าเพื่อประหยัดงบในสภาวะที่โควิด -19 ทำให้สะเทือนกันไปหมดก็ฟังไม่ขึ้นในเมื่อเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้ ทูเคีล ยังคงสูงปรี๊ดเช่นเดิม และที่ ทูเดล เสียดายมาก ๆ คือการจัดการกับขาออกของ อาเดรียง ราบิโอต์ ไม่นอกจากสโมสรต้องเสียเขาไปแบบฟรี ๆ ในหน้าร้อนปี 2019 ยังทำให้ไม่มี ราบิโอต์ ให้ใช้ตั้งหลายเดือนเนื่องจากบอร์ดบริหารสั่งดองหลังเกมที่เปแอสเชถล่มอ็องเชร์ซะยับคาปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ ในสกอร์ถึง 6-1 เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หลายคนคงจำได้ว่าท่านผอ. เลโอนารโด้ ได้ออกมาตอบโต้ความเห็นของ ทูเดล เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้าเกี่ยวกับขุมกำลังของทีมชุดปัจจุบันในตอนนั้น เลโอนาร์โด้ ตอบสื่อว่า "เราไม่ชอบการให้ข่าวของเขา สโมสรไม่ชอบและโดยส่วนตัวผมก็ไม่ชอบ หากเขาตัดสินใจอยู่ต่อ เขาต้องเคารพในนโยบายทางกีฬากับกฎระเบียบภายในองค์กร"

คำชี้แจงของ เลโอนาร์โด้ ในครั้งนั้นเป็นการเตือน ทูเคิ่ล ตรง ๆ และไม่ใช่แบบกลายๆ ทุกถ้อยคำที่เขาเลือกใช้บ่งบอกว่ทั้งตัวเขาเองกับคนที่ใหญ่กว่าเขา ไม่พอใจคำพูดของ ทูเคิ่ล และจากนั้นการวิ่งเต้นหาโค้ชคนใหม่ก็กลับมาอยู่ในวาระเร่งต่วนของท่านผอ.อีกครั้งมีโค้ชอยู่ 3 คนที่เป็นเป้าหมายของ เลโอนาร์โด้ ซึ่งหลายวันก่อนเคยบอกไว้แล้วว่าอันดับ 1 ที่เขาต้องการ คือ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี อดีตกุนซือยูเวนตุส ซึ่งได้ 5 แชมปเซเรีย อา กับทีมเบียงโดเนรี่นอกจากนั้นยังเคยพาทีมม้าลายเข้าชิงถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก แล้ว 2 หน ในปี 2015 กับ 2017ส่วนคนที่สองคือ ติอาโก้ ม็อตต้า แข้งบราซิเลียนที่เล่นให้กับทีมชาติอิตาลี ซึ่งแขวนสตัดกับปแอสเช และเคยคุมทีมเยาวชนของสโมสรชุดยู-19 ด้วย ตัวเลือกนี้ถือเป็นช้อยซ์สำรองและแสดงถึงความอดทนรอได้หาก ติอาโก้ ม็อตต้า ยังไม่สามารถพาทีมประสบความสำเร็จในทันที เพราะท่านเจ้าของรวมถึงประธาน นาสเซอร์ อัล-เคไลฟ ชอบให้มีผู้เล่นหรือโค้ชที่มีปูมหลังกับสโมสรอยู่ในทีมมากกว่า โดยติอาโก้ ม็อตต้า นั้นผ่านการทำงานร่วมกับ คาร์โล อันเชล็อตติ รวมถึง โลร็องต์ บล็องก์ มาแล้วประสบการณ์ในวัย 38 น่าจะพอใช้ได้และรายที่สามคือ เมาริซิโอ้ โปเช็ตติโน่ที่ยังไม่ได้งานใหม่หลังถูกเด้งจากเก้าอี้ที่ท็อตแน่มฮ็อทสเปอร์ ในเดือนพฤศจิกายน 2019

ในการเข้าพบกับเอมีร์แห่งกาตาร์ ซึ่งมาต้อนรับ โปเช็ตติโน่ ด้วยตนเอง ว่ากันว่ามีการพูดคุยถึงนโยบายของสโมสรในหลายปีหลัง ถึงการไล่โลร็องต์ บล็องก์ ออก, การดึง เนย์มาร์ มาเสริมทัพและการกลับมานั่เก้อี้ผู้อำนวยการกีฬาของ เลโอนาร์โด้ ในปี 2019 เป็นต้น ซึ่งความเห็นของ โปเช็ตติโน่ ในหลายประเด็นทำให้ เซด หามิม ประทับใจโดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับแนวทางการทำทีม,ฟุตบอลสไตล์ "พอช" ฯลฯ

มันเป็นการพูดคุยที่ทุกอย่างลงตัวไปชะหมดจากที่เป็นตัวเลือกสุดท้าย อดีตเชนเตอร์แบ็กและกัปตันทีมเปแอสเช เลยได้เลื่อนชั้นขึ้นมาอยู่แถวหน้าชะอย่างนั้น และกลายเป็นผู้ที่ถูกเลือกในที่สุดโดยที่เขาไม่รู้เลยว่าอีกสองตัวเลือกที่เอ่ยมาได้มาสอบสัมภาษณ์ภับท่านเจ้าของโดยตรงเหมือนที่เขาได้โอกาสหรือไม่ แต่ในรายของ อัลเลกรี นั้นมีรายงานว่าต้องการค่าจ้าง 12 ล้านยูโรต่อปี ซึ่งถือว่าสูงไปแม้นายจ้างจะเป็นทีมสายป่านยาวอย่างปารีส์-แซงต์แชร์กแมง ก็ตามวาปบอล

หลังข่าวการปลด ทูเคิ่ล และทุกกระแสยืนยันในทันทีว่า โปเช็ตติโน่ จะเป็นเฮดโค้ชคนใหมแม้แหล่งข่าวในสโมสรจะบอกว่า นาสเซอร์ อัลเคไลฟ ประธานสโมสรต่างหากที่เป็นผู้ตัดสินใจเลือกโปเช็ตติโน่ แต่ก็ไม่มีใครเชื่อ เพราะคนเลือกโค้ชให้กับเปแอสเชจริง ๆ ต้องเป็นเบอร์ใหญ่กว่านั้น และตอนนี้ทุกฝ่ายก็ได้แต่รอการกลับสู่ปารีสของเขาและเข้ารับการปลุกเสกให้เป็นกุนซือเปแอสเชคนใหม่ ส่วนจะอยู่ได้ถึงเมื่อไหร่? และจะมาประสบความสำเร็จขึ้นชื่อว่าเป็นกุนซือที่มีโทรพี่ติดตัวกับเขาชักทีได้หรือไม่? อีกไม่นานเกินรอก็จะได้เห็นกันระหว่างนี้ทีมงานของเขาได้เริ่มงานด้านข้อมูลแล้วโดยเดิมที ทูเคิล กำหนดวันกลับมารายงานตัวของนักเตะปารีเซียงเอาไว้เป็นวันที่ 3 มกราคม 2021 หรือเพียง 3 วันก่อนหน้าการไปเยือนแซงต์-เอเตียน นัดที่ 18 ของศึกลีก เอิงและนั่นจะเป็นการนับหนึ่งของเปแอสเช ยุคโปเช็ตติโน่...

9 แต้มที่หายไป

งามไส้จริงๆ "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ โดนท้ายเกมอีกแล้วจ้าฤดูกาลนี้แฟนๆ สเปอร์สได้เช็งกันไปแบบนี้ 5 ครั้งถ้วนแล้ว ซึ่งทั้งหมดมาจากการที่โชเช่ มูรินโญ่ เลือกที่จะเล่นเกมรับครั้งแรกกับนิวคาสเชิ่ล ยูไนเต็ด ไก่นอยู่ 1-0 จะเข้าวินอยู่แล้ว แต่ก็โดนตีเสมอ น.96 ด้วยลูกจุดโทษ ซึ่ง เอริก คายเออร์ ทำแฮนด์บอลVAR ตัวแสบ ลูกนั้น ดายเออร์หันหลังให้ และ แอนดี้ แครโรลล์ ก็โหม่งบอลด้วยวิถีที่ไม่ได้พุ่งไปยังประตูด้วย ยังกล้า ๆ ให้จุดโทษเนอะ ฮ่าฮ่าฮ่า!ครั้งที่ 2 นี่ช็อกกันไปตามๆ กัน เพราะนำเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ขาดลอย 3-0 และเข้าสู่ช่วง 10 นาที่สุดท้าย โอกาสหนึ่งในหมื่นที่ขุนค้อนจะมีแต้มกลับออกไปได้ ปรากฏว่าเสมอ 3-3 จากประตูตีเสมอเกิดขึ้น น.94 ให้ มานูเอลลานซินี่ มายิงอีก 100 ครั้งอาจจะไม่เข้าเลยก็ได้ นี่มันลูก "ผีจับยัด" ชัดๆครั้งต่อมากับคริสตัล พาเลช ที่กับทีมกรู นี่เก่งจังเลย แล้วเป็นไงตอนนี้ 2 นัดล่าสุดโดนไป 10 เม็ด ฮ่าฮ่าฮ่า! สเปอร์สนำอีกเช่นเคย แล้ว อูโก้ โยริสรับบอลหลุดใน น.81 เจฟฟรี่ย์ ชลปป์ บอก "ขอบคุณ" แล้วจิ้มบอลเข้าประตูไป ถุย! จากนั้น ไก่มีโอกาสที่จะยิง 2-1 ได้โดยเฉพาะลูกฟรีคิกของ เอริก ดายเออร์ ที่ บิเซนเต้กวาอิต้า ปัดได้อย่างเหลือเชื่อต่อมาก็กับลิเวอร์พูล ตอนที่เสมอ 1-1 ถ้า แฮร์รี่ เคน โหม่งเข้ไปหรือ สตีเว่น เบิร์กไวน์ชัดเป็นประตูก็คงไม่ถึงกับแพ้แล้ว แล้วเป็นไงน.90 โดน โรแบร์โต้ ฟร์มีโน่ โขกปลิดชีพ จาก "พญาโต้ง" กลับเป็น "ลูกเจี๊ยบ" ทันทีและนัดล่าสุดกับวูล์ฟแฮมป้ตัน นี่ก็เหมือนกัน น.5 โรแม็ง ซาอิสส์ โหม่งลูกเตะมุมเข้าประตูไปตีเสมอที่สกอร์ 1-1การป้องกันลูกตั้งเตะของสเปอร์สในช่วงท้ายเกมผิดพลาดอย่างร้ายแรง ทั้งที่ก่อนหน้านั้น 80 นาทีกว่าๆ ทำได้ดีมาตลอดมันกลายเป็นเชื้อโรคร้ยที่คุกคามและบันทอนจิตใจนักเตะและกองเชียร์ของสเปอร์สไปแล้วน้าแมวแปลกใจ โชเช่ มูรินโญ่ เหมือนกันว่าเขาอยู่ในระดับนี้แล้ว ทำไมถึงปล่อยให้เกิดความผิดพลาดแบบเดิมๆ ช้ำแล้วช้ำเล่ากับวูล์ฟส์, เวสต์แฮม, นิวคาสเชิล และคริสตัล พาเลซ จะเล่นเกมรับทำไมไม่ทราบ? ก็ "เกมรุก" ดีกว่าเขา นักเตะเกรดเหนือกว่าเขา มี แฮร์รี่ เคน และ ชน ฮึง-มิน อยู่ในทีมทำไมไม่สั่งให้ลูกน้องเล่นเกมรุกไปเลย จะเล่นเกมรับทำไมให้กดดันตัวเอง9 แต้มที่หายไปจาก 5 เกมนี้มันเพียงพอที่จะทำให้สเปอร์สนำเป็นจ่ฝูงพรีเมียร์ลีกสบาย ๆ เลย เฮ้อ! ทำตัวเองทั้งนั้นหลังจากเกมที่บุกเอาชนะเวสต์บรอมวิชได้ 1-0 จากลูกโหม่งท้ายเกมของ แฮร์รี่ เคน เราจะเห็นนะครับว่าโอกาสทำประตูของสเปอร์สนอยลงไปอย่างน่าใจหายตัวเลขบ่งบอกชัดเจนเลย ครึ่งหลังในการเล่นกับเวสต์บรอมวิช ทีมของมูรินโญ่มีโอกาสยิงประตูทั้งหมด 18 ครั้งแต่หลังจากนั้นอีก 7 เกมนับเฉพาะครึ่งหลัง สเปอร์สมีโอกาสยิงอีกเพียงแค่ 22 ครั้งเท่านั้นเอง เฮ้ย! มันอะไรกันนี่วาปบอล

เกมนี้ แฮร์รี่ เคน และ ชน ฮึง-มิน แทบไม่มีโอกาสสับไกเลย กลายเป็น ต็องกีย์ เอ็นคอมเบเล่ ที่ทำได้ดีกว่าเพื่อนและเป็นผู้ทำประตูได้ด้วยแต่เอ็นดอมเบเล่ก็ตัดสินใจได้แย่มาก มีอยู่ชอตหนึ่งเขากระชากบอลจากแดนตัวเองหลุดไปสเปอร์สมี 3 คน กองหลังวูล์ฟส์ 2 เขาเลือกส่งให้เรกีลอนชะงั้น แบ็กซ้ายไก่ยิงเข้ามือ รุย ปาตริชิโอสบายเลยชอตนี้นักเตะร้อยละ 90 น่าจะเลือกแฮร์รี่ เคน มากกว่า แต่เอ็นดอมเบเล่เลือกเรกีลอนเฉยเลยน้าแมวว่า เฮียมูจะต้องเลิกเล่นเกมรับพร้าเพรื่อแบบนี้โดยเร็ว สัปดาห์นี้ยังถือว่าโชคดี จ่าฝูงลิเวอร์พูลเขาก็สะดุดโดยได้แต้มเดียวที่แอนฟิลด์กับเวสต์บรอมวิช ทางไก่ได้ 1 แต้มที่ใหญ่กว่าที่บ้านวูล์ฟส์2 นัดนับจากนี้ในลีก สเปอร์สจะได้เปิดบ้านเจอกับฟูแล่มและลีดส้ ไนเต็ด นี่คือไฟต์บังคับที่ไก่จะต้องบุกๆๆ ๆๆ แล้วเอา 6 คะแนนมาให้ได้ถ้าพลาดอีกก็คงต้องหวังแค่ท็อปโฟร์และบอลถ้วยเท่านั้นและถ้ายังพลาดเสียแต้มท้ายเกมอีก งานนี้ก็ไม่รู้จะพูดยังไง   หลังจาก 2 เกมนี้ สเปอร์สก็จะเล่นบอลถ้วย 2 นัดติดเลย คือเปิดบ้านเจอกับเบรนท์ฟอร์ด

ในคาราบาว คัพ รอบตัดเชือกที่เล่นนัดเดียวรู้เรื่องจากนั้นจะไปเยือนทีมดิวิชั่น 8 อย่างมารีน ในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 3 ซึ่งทั้ง 2 แมตช์นี้ ไกก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ผิดพลาด จะต้องเข้าชิงลีก คัพและเข้ารอบ 4 เอฟเอ คัพ ให้ได้เท่านั้นแม้จะผิดพลาดอย่างน่าเบื่อ ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เมื่อเกมใหม่มาถึง แฟน ๆ ไก่เดือยทองก็พร้อมจะส่งใจเซียร์เต็มที่เหมือนเดิม

Continue Reading