Connect with us

บอลวันนี้

วาปบอล ข่าวแมนยู ไฮไลท์ฟุตบอล ราคาบอลไหล ไอ้ตัวแสบ

Published

on

วาปบอล ข่าวแมนยู ไฮไลท์ฟุตบอล ราคาบอลไหล

วาปบอล ข่าวแมนยู ไฮไลท์ฟุตบอล ราคาบอลไหล ไอ้ตัวแสบ

แซม อัลลาร์ไดซ์ คือ "ไอ้ตัวแสบ" ของลิเวอร์พูลโดยกำเนิด!!!กุนชื่อวัย 66 คะรัตผู้นี้ถูกบันทึกว่าเป็นผู้จัดการที่มคนสุดท้ายที่บุกมายัดเยียดความปราชัยให้"หงส์แดง" ในพรีเมียร์ลีกที่แอนฟิลด์ตอนโน้น เขาเป็นกุนชื่อของคริสตัล พาเลชเหตุเกิดเมื่อปี 2017 "ดิ อีเกิลส์" บุกไปเชือด"ลิเวอร์เบิร์ด" ถึงถิ่น ซึ่งนับแต่นั้นอีก 67 นัดติดต่อกัน(รวมเกมล่าสุด) ลิเวอร์พูล ก็ไม่เคยเพลี่ยงพล้ำให้ทีมใดที่บ้านตัวเองอีกเลยเท่านั้นไม่พอ 3 ครั้งล่าสุดที่พี่แกคุมทีมมาเยือนแอนฟิลด์ ลูกทีมของเขายังกลับออกไปแบบไม่เคยแพ้อีกต่างหากเรียกว่าเป็น "ของแสลง" พอๆ กับ "ยาขม"ของลิเวอร์พูลอย่างแท้จริงหลังถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมของเอฟเวอร์ตัน เมื่อ 2018 "บิ๊กแชม" ก็ "ว่างงาน" มาตลอดแล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่านรกหรือสวรรค์ที่ลิขิตให้เขากลับมาคุมทีอีกครั้งกับเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนก่อนจะยกพลมาเยือนแอนฟิลด์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาพลางควักหนึ่งแต้มกลับออกไปได้สำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อเดี๋ยวเรามาดูกันว่าเขาทำได้อย่างไร?? ? แต่จุดนี้ขอเริ่มตันด้วยลิเวอร์พลก่อนแม้นจะเจอคู่แข่งที่วรรณะต่ำกว่าอย่างเวสต์บรอมฯ แถมมีเกมเยือนนิวคาสเชิล แสยะยิ้มรออยู่ในวันพุธนี้ แต่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ไม่ประมาทพลางจัดทีมที่ดีที่สุดลงสนามในระบบ 4-3-3 อลีสซง เบ็คเกอร์ เฝ้าเสาแผงแบ็กโฟร์ประกอบด้วยฟูลแบ็กประเภทด่วนวินาศหยุดไม่อยู่อย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์อาร์โนลด์ กับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน คู่เชนเตอร์แบ็กคือ ฟาบินโญ่ กับ โฌแอล มาติป

กองกลาง 3 คน เคอร์ติส โจนส์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ จอร์จินโย่ ไวนัลดุม 3 ประสานหน่วยล่าสังหารเหมือนเดิม โมซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่เรียกว่าจัดเต็มและจัดหนัก หวังถล่มผู้มาเยือนให้พินาศสิ้นพลพรรคเครื่องจักรสีแดงผู้อหังการใช้เวลาไม่นานในการเจาะประตูผู้มาเยือนเพียงแค่ 12 นาทีเท่านั้นที่ ชาดิโอ มาเน่ หลุดเข้าไปกระทุ้งตุงตาข่ายเรียนตามตรงว่า ณ ตอนนั้นและอารมณ์นั้นสำหรับท่านผู้ชมทางบ้านอย่างผม "มันจบแล้วครับนาย"เพราะในเมื่อลิเวอรพลปลดล็อกได้อย่างรวดเร็วแบบนี้บอกได้เลยครับว่า...ไส้แตก!!!

ว่าแล้วเรามาดูเหลี่ยมเล่ห์และกลยุทธ์ของ "บิ๊กแซม" กันบ้างกุนชื่อผู้นี้ได้ชื่อว่าเป็นจอมแท็กติกแห่งพรีเมียร์ลีกอยู่แล้วรูปแบบของ แซม อัลลาร์ไดซ์ ไม่ว่าจะคุมทีมไหนก็จะคล้ายๆ กันคือใช้บอลยาวเป็นอาวุธ ดูเหมือนจะโบราณและล้าสมัย แต่สิ่งที่เขาใส่ลงไปคือกลยุทธ์ที่พิสดารเฉพาะอย่างยิ่งเวลาได้ลูกตั้งเตะจะมีสูตรการเล่นแปลก ๆ มานำเสนอตั้งแต่สมัยเป็นกุนซือของโบลตันแม้จะเป็นฝ้ายตามหลังแบบนกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำ แต่เวสต์บรอมฯ ก็ยึดมั่นในแผนการเล่นเดิมคือ "อุดประตู" ด้วยระบบ 6-4-0 เมื่อโดนนำ - แทนที่จะเปิดเกมรุก เพื่อทวงประตูคืน พวกเขายัดงเน้นเกมรับพลางเอารถบัสมาจอดขวางหน้าประตูตัวเอง ปิดพื้นที่หนประตูตัวเองแน่นหนาที่สุดจุดประสงค์คือรักษาสกอร์ 1-0 ไปเรื่อย ๆ เพื่อรอจังหวะตอบโต้แบบโป้งเดียวจอด เช่นเดียวกับที่จะรอจนกว่าจะถึงช่วงเวลาที่จำเป็นต้องเสี่ยง เพราะอย่าลืมว่าตราบใดที่ตามหลังแค่ประตูเดียว คุณก็ยังมีสิทธิ์กลับมาตลอดเวลา แม้รูปเกมจะเป็นรองแบบสุดกู่ก็ตามฝ่าย "หงส์แดง" ก่อนขึ้นนำก็ครองบอลไปเรื่อยๆ พลางถ่ายบอลไปและถ่ายบอลมาไม่ได้เร่งเครื่องแบบเต็มสูบในจังหวะโลหะหนักอะไร

ต่อเมื่อขึ้นนำอย่างรวดเร็วก็ยิ่งชะล่าใจ คิดว่าคู่แข่งจากท้ายตารางคงไม่ต่างจากลูกไก่ในกำมือและลูกมือในกำไก่ คือไม่จำเป็นต้องเร่งเครื่องอะไรให้มั่นสิ้นเปลืองพลังงานการขับเคลื่อนเกมของลิเวอร์พูลจึงดูเนื่อยๆประกอบกับเจอการเล่นแบบโคตรมหาอุดจากเวสต์บรอม ทำให้เจาะตรงกลางไม่ได้จนอาศัยการครอสเข้าไปจากทางด้านข้าง

ปัญหาคือฟูลแบ็กจอมแอสชิสต์ทั้ง 2 ฝั่งดันปิดบอลกันขาดๆ เกิน ๆ ไม่เข้าเป้าสักเท่าไหร่จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-0 โดยลิเวอร์พูลครองบอลมากกว่า 80 % วาปบอลและมีโอกาสทำลายตาข่ายถึง 10 ครั้ง แต่ดันยิงตรงกรอบแค่ครั้งเดียวเท่านั้นก่อนจะเริ่มครึ่งหลัง คอลัมนิสต์ลูกหนังผู้มีอาการผมคิดว่า "บิ๊กแชม" คงสั่งให้ลูกทีมเล่นเหมือนเดิมแน่ คือรับแน่น ๆ ยันสกอร์เดิมไปเรื่อย ๆ รอให้ถึงช่วง 15-20 นาทีสุดท้ายแล้วค่อยเปิดหนแลกแบบไม่มีอะไรจะเสีย เพราะหากโหมเกมรุกมากไปอาจเปิดพื้นที่ว่างให้ลิเวอร์พูลโจมตีมากขึ้น

ปรากฏว่า แซม อัลลาร์ไดซ์ ตลบหลัง ด้วยสั่งให้ลูกทีมเล่นเกมรุกใส่เจ้าบ้านเป็นระยะ ๆ ชะอย่างนั้นอาศัยการวางบอลยาวให้กองหน้าควบตะบึงบ้าง อาศัยลูกทุ่มไกล และลูกตั้งเตะต่างๆ ให้เป็นประโยชน์บ้าง มันเป็นวิธีการเล่นที่ไม่ได้ซับซ้อนซ่อนเงื่อนเพื่อนทรยศอะไรเลย แต่กลับทำได้ดีจนเปอร์เซ็นต์การครองบอลสูงขึ้น กดดันแชมป์เก่าได้มากขึ้น และมีโอกาสที่จะทำประตูมากขึ้นเรื่อย ๆกระทั่งลิเวอร์พูลมีอันต้องเสียปราการหลังอย่าง โฌแอล มาติป ให้อาการบาดเจ็บ โดยต้องส่งเชนเตอร์แบ็กดาวรุ่งไร้ประสบการณ์อย่าง รีส วิลเลี่ยมส์ลงมา หมายความว่าคุณภาพเกมรับของพวกเขาลดลงไปมากมายเลยทีเดียว

ขณะที่อาการของเวสต์บรอมๆ กระเตื้องขึ้นเรื่อยๆ อาการของลิเวอร์พูลกลับแย่ลงชะอย่างนั้นเกมรุกฝีดเคืองอย่างจงหนัก เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ 3 ประสานหน่วยล่าสังหารโชว์ฟอร์มไม่ค่อยออกแถมไม่ค่อยประสานงานกันสักเท่าไหร่บ่อยครั้งที่มีโอกาสสวนกลับอย่างฉับพลันแทนที่จะจูโจมแบบสายฟ้าผ่าหัวหมา พวกเขากลับชะลอเกมของตัวเองให้ช้าลง ซึ่งนั่นหมายถึงการถอยกลับมาตั้งรับพลางปิดพื้นที่อย่างแน่นหนาของคู่แข่งเหมือนเดิมแล้วมาดูประตูตีเสมอของทีม "สมาคมมวยโลก" (WBA)มันมาจากลูกตั้งเตะ (เตะมุม) อันเป็นไม้ตายของ "บิ๊กแชม" จนได้...เห็นไหมครับกวสต์บรอมๆ ใช้วิธีการเล่นแบบ "เปลี่ยนจุด" คือเล่นแบบ: "ชอร์ต คอร์เนอร์" จ่ายบอลเรียดไปตรงมุมเขตโทษ ก่อนที่จะจ่ายย้อนกลับมาแล้วเปิดเข้ากลางในทันที โดยให้ตัวผู้เล่นสอดเข้าไปโหม่งทำประตูจากด้านหลัง

จังหวะโขกของ ชามี อาจายี่ หากดูภาพช้ามันก้ำกึ่งต่อการล้ำหน้ มิชเหมือนเอามือไปกดฟาบินโญ่แต่ทว่า VAR กลับยักไหล่ใส่แบบไม่แยแส!!!อันนี้เด็กหงส์ก็ต้องไป "หัวร์ลง" กันเอาเองนะฮะ - ผมไม่เกี่ยว อิอิอิ

จบเกมลิเวอร์พูลไม่แพ้ แถมยืดสถิติไม่แพ้ในบ้านออกไปเป็น 67 นัดติดต่อกันได้สำเร็จ แต่ก็เหมือนกับแพ้ เพราะนี่คือเกมที่พวกเขาต้องได้ 3 แต้มเพียงสถานเดียวเท่านั้นส่วนเวสต์บรอมฯ แม้ว่าจะไม่ชนะ แต่ก็เหมือนเป็นผู้ชนะแล้วดูความเป็นไอ้ตัวแสบของ แซม อัลลาร์ไดซ์ ตอนให้สัมภาษณ์นะครับความเห็นออกมาจากรูปากว่า…หลังจากสถาปนาตัวเป็นผู้ชนะ พี่แกบ้วน"ผมสามารถทำในสิ่งที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ทำกับทีมลิเวอร์พูล ด้วยการมีเหล่านักเตะค่าตัวแพง ๆได้อย่างง่ายดาย แต่เขาไม่สามารถทำได้กับบรรดาผู้เล่นเวสต์บรอมฯ เหมือนกับที่ผมทำในวันนี้"แสบสันรูตูดจริง ๆ!!!

ลุงแชม กู้ชีพ

คนอะไรวะ เก่งน่าดู, คุมทีมมาเยือนแอนฟิลด์ในเกมพรีเมียร์ลีกสี่นัดหลัง ไม่มีเจอความพ่ายแพ้ (ชนะ 1 เสมอ 3 นัด) แถมมาพร้อมกับทีมที่แตกต่างหมดนะ ชันเดอร์แลนด์, คริสตัล พาเลซ,เอฟเวอร์ตัน และเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนว่าแต่คราวหน้า จะมากะ "ทีมไหน" ha ha เห็นสถิติแบบนี้ในข้อมูล match facts จากแท็บลอยด์ยี่ห้อ "เดลี่ มิร์เรอร์" เล่มละ 85 เพนซ์นาทีนี้ ยังชอบอ่นหนังสือพิมพ์อยู่ จับต้องได้, การจัดรูปเล่มโดนใจและย่อมมีอะไรที่แตกต่างจากในโลกโชเชียลเค้าถึงจะขายของได้ (เล่มละ 34 บาท ถ้าเทียบว่าปอนด์นึง = 40 บาท **เรตอัตราแลกเปลี่ยนสูงกว่านั้นเล็กน้อยแต่ก็แค่สตางค์ และคงไม่มีใครคิดมาก อยากแลกเงินมาเที่ยวอังกฤษในยามนี้)แมตช์ แฟกต์ จากมิร์เรอร์ ยังบอกอะไรอื่นที่น่าสนใจอีก ไหนลองบอกกล่าวกันสักนิดลิเวอร์พูลไม่อาจชนะใครในเกมพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้มากถึง 6 นัด จากสิบห้าเกมที่เล่นไปในซีชั่นนี้จำนวนเนี่ยเท่ากับที่พวกเขาโชว์ผลงานในฤดูกาลที่แล้วฤดูกาลแห่งการเป็นแชมป์ ออฟ อิงแลนด์ ในรอบสามสิบปี (ชนะ 32 นัด เสมอ 3 และแพ้สามนัด)

แน่นอนถ้าแฟนหงสนใจสถิตินี้ สมควรกังวลใจในการเล่นเกมลีกที่แอนฟิลด์ 34 แมตช์หลัง นี่เป็นเพียงหนที่สองที่ทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ไม่อาจเอาชนะคู่แข่ง (ชนะ 32 นัด, เสมอ 2 นัด)อีกเกมที่เสมอก็คือ เบิร์นลี่ย์ 1-1 ในเดือนกรกฎาคมซีชั่นที่ผ่านมา---ถ้ารู้สึกว่านี่เป็นเรื่องใหญ่ ก็ไม่ว่าถ้าจะกังวลใจกัน เรื่องนี้มันเป็นสิทธิส่วนบุคคลอยู่แล้วนี่เป็นครั้งแรกด้วยที่ลิเวอร์พูลไม่อาจเอาชนะเกมพรีเมียร์ลีกเหนือทีมที่เริ่มต้นวันในโชนตกชั้นแม้จะออกนำไปได้ก่อน ประเภทถ้าเห็น ซาดิโอ มาเน่ชัดตุงตาข่ายชะสวยตั้งแต่ต้นเกม ยังงัยสามแต้มไม่หนีไปไหนแน่, ครั้งสุดท้ายที่สถิติดีๆ แบบนี้ไม่เป็นใจขึ้นนำเวสต์แฮมแล้วเสมอ 2-1 ในเดือนธันวาคมปี 2016----เช่นกัถกลัวว่ามีโอกาสฉีกหนีแล้วไม่เนียบ ทำไมเล่นกันแบบนั้น "เคอร์ติส โจนส์" นายมันแม่ง! ก็แล้วแต่ฮะ

ทีนี้หันไปดู แมตช์ แฟกต์ ฝั่งเวสต์บรอมบ้าง มันมีอะไรที่นสนใจอีกเช่นกัน และเป็นไปในทางบวก บางที่มันเป็นพลังในการล่อเลี้ยงหัวใจ ทีมที่กำลังลำบากจนต้องตัดสินเปลี่ยนผู้จัดการทีมนอกจากมีสถิติของ แซม อัลลาร์ไดซ์กุนชื่อคนใหม่ที่ใส่ "แมสก์" ตอนยืนลุ้นทีมที่ข้างสนามด้วย แตกต่างจากผู้จัดการทีมคนอื่นในอังกฤษ จนคนบรรยายทางทีวียังมีแชวนิด แม้ไม่ได้ใช้ภาษาน่าเกลียดอะไรแต่เราก็ชวนคิด ก็พวกคุณนั่นแหละ, คนอังกฤษไม่ให้ความสำคัญเรื่องการใส่หน้กากป้องกันโคโรนาไวรัสมาตั้งแต่ต้น มันถึงอยู่เหนือกว่าควบคุม หลายพื้นที่ต้องประกาศฉุกเฉินขึ้น Tier 4 ซึ่งไม่เคยมีการคิดมาตรการนี้มาก่อน เป็นการประกาศฉุกเฉินจริง ๆ เดี๋ยวนี้ ถ้าอยากนัดเจอเพื่อน ต้องไปเจอกันที่สวนสาธารณะและเจอกันได้ครั้งละ "คนเดียว" !เวสต์บรอมวิชเองก็น่าสนใจตรง พวกเขาก็ไม่แพ้ที่แอนฟิลด์ ในสามเกมหลังสุด ไม่ใช่ว่าบิ๊กแชมมาแล้วถึงแบ่งแต้มได้บง (ชนะ 1 นัด เสมอสอง) ไม่มีทีมไหนแข็งแกร่งอย่างไร ทำแบบนี้ได้นะ ถึงแม้จะบอกว่าเวสต์บรอมมีช่วงลงไปอยู่ในแชมเปี้ยนชิพเพิ่งกลับขึ้นมาไงวาปบอล

หลังจากเก็บได้เพียงแค่ "แต้มเดียว" จากหกเกมแรกที่ไปเยือน เวสต์บรอมเก็บได้สองแต้มจากสองเกมหลังสุด และขอโทษ ก่อนมายันลิเวอร์พูลด้วยสูตรจอดรถบัสหน้าเครื่องบิน พวกเขาเพิ่งไปเสมอแมนเชสเตอร์ ชิตี้ ทีมเต็งแชมป์ตอนก่อน และช่วงเปิดฤดูกาลใหม่ๆ นั่นเป็นผลงานของสลาเวน บิลิช นะ มันเลยแปลกที่เก็บแต้มสำคัญได้แล้วเด้งจากเก้าอี้

หากการตัดสินผมเชื่อว่า ก่อนเกมแมนฯ ซิตี้แล้วล่ะ แล้วก็คงไปคุยกับบกแชมไว้แล้ว ซึ่งมันก็มีน้ำหนักนะ เพราะบิลิชก็ทำผลงานแย่มากสัปดาห์ที่ผ่านมาต้องบอกว่า ลิเวอร์พูลมีช่วงเวลาพักฟื้นร่างกายได้ดีที่เดียว มีช่วงห่างระหว่างเกมถึงแปดวัน ซึ่งไม่ใช่จะพบเจอกันง่าย ๆ และผลงานล่าสุดก็ดีชะเหลือเกิน บุกไปถล่มคริสตัล พาเลชถึง 7-0 ซึ่งตอนนั้นแฟนหงส์ก็ต้องนึกถึงว่า "แบบนี้มาชัวร์" จะมีใครตามได้ล่ะ เพราะทุกทีมมีปัญหา และขัดแข้งขัดขาแต้มหลุดกันเองดังนั้นหวังเยอะ พอลิเวอร์พูลเล่นไม่ดีเหมือนนัดก่อน และเสียสองแต้มในบ้าน ก็เปลี่ยนมาเป็นผิดหวังและระบายกัน คนนึที่ผมมักจะได้คุยทัศนะเกมหงส์ ก็คืออดีตก่นผู้ว่าเมืองเหนือน่าเที่ยวจังหวัดนึง, ลูกค้าคนสำคัญ เล่มเล็ก-นสพ.สยามกีฬา สตาร์ชอคเกอร์ รายวันฉบับนี้ รับทุกวันพี่เขาส่งข้อความมาตั้งแต่เช้าขออนุญาตมาแซวกันฮะ

"เมื่อคืนหงุดหงิดโจนส์ตั้งแต่ครึ่งแรกแทนที่จะเล่นเป็นระบบกลับกลายเป็นคนทางเหนือแถวลำปางคือ "พ่อเลี้ยง" (*นี่ พิมพ์คุยกันส่วนตัวยังมีมุก!)แล้วก็ถูกแย่งบอลตลอดชอบทำตัวแบบคูตินโญ่ แต่ดู, ยังมีเซนส์การสร้างโอกาสให้เพื่อน-การเปลี่ยนเกม แต่โจนส์ยังไม่มี พอได้ตัวจริงเข้านัด สองนัด ริจะโชว์ เลยพาเพื่อนจังหวะผิดพลาดกันไปหมดถ้าปรับทัศนคติไม่ได้ ถึงเป็นสเกาเซอร์ JK ก็คงต้องส่งให้ไปยืมตัว ถ้คู่ไม่กลับก็คงต้องขายทอดตลอด"---แหม่ อารมณ์พร่างพรูมาเป็นชุดเลย นี่ไม่รู้ว่านั่งดูบอลอยู่เนี่ย ระหว่างอดีตผู้ว่าของผม กะ คล็อปป์ที่หลุดไปตะโกนโวยผู้ตัดสิน เป้าว่า รีส วิลเลี่ยมส์เชนเตอร์แบ็กดาวรุ่งที่เพิ่งเปลี่ยนลงสนามฟาวลได้งัยจนได้ "เยลโล่การ์ด" คืนกลับมาแทน,ข่าวแมนยู ใครจะสบถรุนแรงกว่า ฮ่า !

ผมถ้าพูดในฐานะแฟนหงส์ ก็ไม่รู้สบเนตรเท่าไหร่ ตอนเห็น โจนส์ ผ่านบอลช่องนั้น คิดไว้แล้วอย่าเด็ดขาด แล้วก็จริง ๆ โดนแหย่ขาสกัดทำให้บอลลอยโด่ง และไอ้หนูรีส ดันโหม่งเคลียร์เสียเตะมุม ซึ่งมันน่าจะเล่นนิ่งกว่านั้น อาจเพราะลงไปแล้ว มีจังหวะก่อนหน้า โดนศูนย์หน้าเค้า คาเรียน แกรนท์ ที่บอกตามตรงใครคนนี้ไม่เคยสนใจมาก่อน สปีดแซงไปเจอนายทวาร อลีสชง แบบเดี่ยวๆ ได้ ดีที่นายทวารหงส์ก็ระดับโลก กินยากนั่นเป็นอะไรที่น่าจะคิดว่า เวสต์บรอมก็แค่นี้เเหละ มันก็แค่นี้จริงๆ นะคือต่อให้เปลี่ยนจากการปล่อยให้ลิเวอร์พูลครองบอลประเภทเกินแปดสิบเปอร์เซ็นต์ในครึ่งแรก เล่นเกมรุกมากขึ้น มันก็จะไม่ใช่ว่าจะมีจังหวะคุกคามอะไรเยี่ยงนั้นวาปบอล

และเมื่อคุณเป็นทีมลำบาก พอได้โอกาสน้อยครั้งในเกมอย่าง แกรนท์, คุณก็ต้องพยายามจบให้ได้ใครคนนี้อาจจะหงุดหงิดกับโจนส์เหมือนกันหากพยายามเบรกพี่ผู้ว่าที่นับถือว่า ให้โอกาสเด็กแล้วกัน ถือว่าเป็นช่วงเรียนรู้ผมก็รู้สึกว่าหลายจังหวะโจนส์เล่นช้า และเลือกเล่นผิด ซึ่งไม่ใช่แค่เกมนี้หรอกหากจุดสำคัญก็คือ อยากให้มองว่าก็ต้องโทษทั้งทีมนั้นแหละ สามพระกาหแดนหน้าไม่ต้องฉุพเฉียว ปล่อยให้เล่นเต็ม ๆ กัน หลังจากพักร่างฉันมาได้หลายวัน หลักการที่อ้างถึงได้ตลอดก็คือ เมื่อคุณน 1-0 แล้วยิงหนีอีกไม่ได้ ก็ยังอยู่ในเลมไปเรื่อย ๆ

บ็อบบี้โดนเปลี่ยนตัวนาสุดท้าย นั่นก็ถือว่าเต็มเกมได้เหมือนกัน เสียดายเหมือนกันเกือบโหม่งลูกหยอด OX เป็นอีกครั้งที่ ทำประตูชัยเกมที่ลิเวอร์พูลชนะแบบหวุดหวิดแค่ลูกเดียว, แต่สำคัญอีกครั้งเห็นผู้บรรยาย รวมทั้ง เจมี่ คาร์ราเกอร์ที่รวมคอมเมนต์ที่มเก่าเมื่อไหร่ มักจะมีคำพูดอะไรมารำคาญหู ไม่อยากบอกเลยว่า "คุณไม่บอกให้ทีมเก่าทำโน่นทำนี่ นักตะคนนั้นคนเล่นแบบนั้นเยอะไปนักหรอกแหม แหม" ต่างชมการเชฟลูกสำคัญลูกนี้ของนายทวาร แซม จอห์นสตัน อืม ชมก็ได้ หากถ้าเป็นประตูระดับพรีเมียร์ลีกก็ควรเชฟกันได้ไฮไลท์ฟุตบอล ไม่ถึงกะเป็นลูกมหัศจรรย์เกมแบบนี้ให้นึกถึงการขาดมิดฟิลด์เลี้ยงกินตัว, ทะลุทะลวงเข้ากดดันแบบ นาบี เกอิต้า ซึ่งเป็นอีกเกมที่ร่างกายไม่ไหว ไม่มีชื่อแม้กระทั่งตัวสรองอะไรกันอีกเนี่ย เก่งนะ แต่เจ็บบ่อยเกมทีเซลเฮิร์สท์ พาร์ค ยังเห็นฟอร์มที่ดีมีส่วนในหลายประตู ไม่ต้องเป็นคนแอสซิสต์ หากมีส่วนในก่อนหน้า ที่บางที คนเราอาจไม่มองกันจำนวนแอสซิสต์จากเจ็ดคนที่แตกต่างในเกมพาเลซ ควรเพิ่มเป็น "แปด" ให้เครดิต เกต้า ถ้าต้นครึ่งหลัง ทาคูมิ มินามิโนะ ขยับตัววิ่งตรงแนวหลังคู่แข่งได้สวย ไปแปหลุดเสาไป

คล็อปป์อาจพูดหลังเกม ถึงไม่เคยเจอะเจอทีมเล่นแบบกองหลังหกคน + ขยับขึ้นมายืนอยู่ข้างหน้าอีกสี่คนรับเต็มพิกัดในครึ่งแรกเสียประตูแล้วก็ยังเล่นแบบนี้อยู่ ไม่คิดจะพยายามขึ้นมายิง อันนั้นก็มีสิทธิ์จะมอง จะพูดถึงได้ส่วนบิ๊กแซมวางแท็กติกแบบนี้ก็สมควรเข้าใจพวกเขาไม่มีอาวุธที่จะเล่นแบบอื่นเลยสิ่งที่แซมดิดก็คือรับไว้ก่อน และพยายามอยู่ในเกมถ้าเปิดเกมแรกในครึ่งแรก พาเลซก็เป็นตัวอย่างที่ดีย้อนไปเพียงสัปดาห์เดียว และดิ อีเกิลส์เล่นชะดีเชียวนะ ปรากฎครึ่งแรกโดนไปสามลูกทำให้ไม่ต้องมีใครรู้ว่า เกมนั้น "จบแล้ว"การยกมือขอเปลี่ยนตัวออกของ โฌแอล มาติป น่าจะเป็นอาการกล้ามเนื้อตรงสะโพกเป็นเหมือนเกอิต้า เล่นนิด, เจ็บยาวกว่าอะไรกันนักเนี่ย อันนี้ก็คงต้องบอกว่า มีผลมากเหมือนกัน

ทีมยิงไม่ได้ เชนตอร์แบกตาเก๋าเจ็บ ซึ่งความสูงของเขาต้องโยงมาพูดถึงเมื่อเห็น เชมี อจายี่เชนเตอร์แบ็กขึ้นมาโหม่งลูกตีเสมอ ปกติยิงใครเขาไม่เป็นนี่ เวสต์บรอมที่ไม่มีอะไรในการเข้าทำก็อาศัยจังหวะจากลูกเตะมุมแบบนี้แหละ ซึ่งก็มีแค่สามครั้งในเกมนี้นะ แต่มันเกิดผลที่งดงามในที่สุดสุดท้ายเหมือนที่คล็อปป้พูดหลังเกม "not the end of the end" ข่าวแมนยูวันนี้ก็ยังนาเป็นจ่าฝูงอยู่ เดี๋ยวก็มีเกมเยือนนิวคาสเซิ่ลมาให้แก้ตัวคืนวันพุธนี้ บางที ติอาโก้ อัลกันตาร่า ที่เรียกความฟิตแบบไม่เร่งรัดใช้งาน หวังรอการคัมแบ็กเกมนี้ นาทีทีมอาจจะต้องการมากกว่าเดิมเพราะเดี๋ยวก็ต้องเจอการตั้งรับเหนียวแน่นไว้ก่อนของสาลิกาดง ที่ผมย้ำว่ามันไม่ผิดอะไร คุณต้องการเซนส์บอลแบบ ติอาโก้ ในการจ่ายบอลเปิดช่องให้ ใช่ไหม

เหยื่ออันโอชะของ ‘เมสซี่’

หลังจากเพิ่งทาบสถิติการทำประตูให้กับทีม ทีมเดียวได้เยอะที่สุดตลอดกาลของ เปเล่ ไปในเกมที่เสมอกับบาเลนเซียเมื่อวันเสาร์ที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา ลิโอเนล เมสชี่ ดาวยิงบาร์เซโลน่า ก็ไม่ปล่อยให้คนรอนานนักสำหรับการบันทึกชื่อของเขาเป็นเจ้าของสถิติแบบเดี่ยว ๆ เพราะล่าสุดเขาทำประตูได้ในเกมที่ตันสังกัดชนะเรอัล บายาโดลิด 3-0 จนทำให้เขาเป็นเบอร์ 1 แต่เพียงผู้เดียวจากการทำประตูให้บาร์เซโลน่าไปแล้ว 644 ลูกทั้งนี้ แน่นอนว่า 3 รายการที่เมสซี่ทำประตูได้มากที่สุดจนมีส่วนช่วยให้เขาทำสถิติในครั้งนี้ได้คือ ลา ลีกา, โกปา เดล เรย์ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เพราะมันเป็น 3 รายการที่เขาได้ลงเล่นมากที่สุด โดยที่เขาทำประตูใน3 รายการนั้นไป 451 ประตู, 53 ลูก และ 118 ลูก ตามลำดับ ซึ่งวันนี้เราจะมาดูกันว่าในแต่ละรายการนั้นทีมไหนที่เสียประตูให้กับเมสซี่มากที่สุด พร้อมกับมีเกร็ดเล็กๆ น้อย ๆ ด้วย

โกปา เดล เรย์

ตลอดอาชีพการเล่นของเมสซี่ เขาลงเล่นในเกมโคปา เดล เรย์ไปทั้งหมด 75 นัดพร้อมกับทำได้ 53 ประตู ซึ่งในจำนวนนั้นแอธเลติก บิลเบา กับ เคตาเฟ คือทีมที่เสียประตูให้กับเมสซี่มากที่สุด ด้วยจำนวน 6 ลูกโดยในรายของบิลเบา เมสซี่ยิงได้เยอะขนาดนั้นทั้งที่เจอกับอีกฝ่ายในรายการนี้เพียงแค่ 9 นัดเท่านั้น ส่วนของเคตาเฟ เมสซี่สมารถยิงได้เยอะทั้งที่เจอกับทีมดังกล่าวในโคปา เดล เรย์เพียงแค่ 3 เกม

ทั้งนี้ 3 เกมที่เมสซี่เจอกับเคตาเพ่ในศึกโกปา เดล เรย์ เขาช่วยให้ทีมเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด ประกอบด้วยรอบรองชนะเลิศนัดแรกของฤดูกาล 2006-07 ที่เขาทำไป 2 ลูกจนทำให้บาร์เซโลน่าชนะ 5-2 และการทำอีก 2 ประตู ในทั้ง 2 เกมของรอบ 16 ทีมสุดท้ายประจำฤดูกาล 2013-14 โดยผลการแข่งขันใน 2 นัดนั้นจบลงที่ชัยชนะ 4-0 กับ 2-0 ของทัพ "อาซูลกราน่า"ส่วนการเจอกับบิลเบาในถ้วยโกปาเดล เรย์นั้น เมสซี่แพ้ไป 2 เกมจากทั้งหมด 9 นัด แต่ 2 เกมที่ว่าก็เพิ่งเกิดขึ้นในการเจอกัน 3 นัดหลังสุด ประกอบด้วยรอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรกของฤดูกาล 2016-17 ที่บาร์เซโลน่าแพ้ 1-2 และรอมก่อนรองชนะเลิศของซีซั่นก่อนที่บาร์เซโลนพ่ายไป 0-1 โดยเกมที่แพ้ 1 -2 ในซีชั่น 2016-17 วาปบอลนั้น เขาทำประตูได้ด้วย

แชมเบี้ยนส์ ลีก

แม้ว่าเชลซีจะเป็นทีมที่เมสซี่เคยเผชิญหน้าด้วยเยอะที่สุดในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีกแต่ทีมที่เมสซี่ทำประตูใส่ได้มากที่สุดไม่ใช่ "สิงโตน้ำเงินคราม" ทว่าเป็นเพื่อนร่วมกรุงลอนดอนอย่าง อาร์เซน่อล ต่างหาก เพราะว่า "ไอ้ปืนใหญ่" เสียประตูให้กับเมสซี่ในรายการนี้ไปถึง 9 ลูกไฮไลท์ฟุตบอล ทั้งที่เมสซี่ได้เจอกับอาร์เชน่อลในศึกชิงถ้วยใบใหญ่ของยุโรปเพียงแค่ 6 นัดเท่านั้นนอกจากนี้ เมสซี่ก็แพ้ให้กับอาร์เซน่อลในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก เพียงแค่หนเดียวด้วยนั่นคือเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ประจำฤดูกาล 2010-11 ที่อาร์เซนอลชนะไป 2-1โดยวันนั้นเมสซี่ทำประตูไม่ได้ โดยทำได้เพียงผ่านบอลให้ ดาบิด บีย่า ทำประตูเท่านั้น ขณะเดียวกัน หากย้อนไปถึงเกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดสอง ในฤดูกาล 2009-10 นั้น เมสซี่ก็เคยโชว์ฟอร์มโหดด้วยการเหมาคนเดียวตั้ง 4 ประตูจนช่วยให้บาร์เซโลน่าเอาชนะอาร์เชน่อล 4-1 มาแล้วสำหรับอันดับ 2 นั้นมีอยู่ 2 ทีมได้แก่ เอซี มิลาน กับ เซลติก ที่เมสซี่ทำได้ทั้งหมด 8 ประตูในการเจอกับ 2 ทีมนั้น โดยเขาได้เจอกับ 2 ทีมดังกล่าวเป็นจำนวน 8 เกมกับ 6 นัด ตามลดับ โดยที่เมสซี่เอาชนะมิลานในถ้วยนี้ได้ 4 เกม ส่วนกับเซลติก เขาได้รับชัยชนะไป 5 ครั้ง

ลา ลีกา

หลายคนอาจจะคิดว่าทีมในลา ลีกาที่เสียประตูให้เมสซี่เยอะที่สุดเป็นทีมในระดับล่างๆ แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นเลย เพราะเหยื่อที่เมสซี่โปรดปรานมากที่สุดในลีกคือ เซบีย่าหลังจากเขาทำได้ถึง 29 ประตูในการเจอกับทีมดังจากแคว้นอันดาลูเชีย 28 นัด ราคาบอลไหลแถมเมสซี่ยังแพ้ให้เซบียในลีกแค่นัดเดียว รวมถึงชนะไปตั้ง 20 เกมด้วยสำหรับอันดับ 2 ก็ยังเป็นทีมชั้นนำอยู่ เพราะนั่นคือ แอต.มาตริด หลังจากที่"ตราหมี" เสียประตูให้เมสชื่ไปทั้งหมด 26 ลูกจาก 29 เกม โดยที่เมสซี่เอาชนะทีมดังกล่าวได้ 18 หน ส่วนอันดับ 3 คือบาเลนเชีย หลังจากที่เมสส่งบอลเข้าไปนอนในก้นตาข่ายของทัพ "ไอ้ค้างคาว" ได้ 25 หนจากการเจอกัน 28 รอบ โดยที่เมสซี่ก็ชนะบาเลนเซียในลีกได้ 14 ครั้งหลายคนอาจจะอยากรู้ว่า เรอัล มาดริดเสียประตูในลีกให้เมสซี่ไปแล้วกี่ลูก คำตอบก็คือ 18 ประตู โดยดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ได้ดวลกับมาคริดในลึกไปแล้วทั้งหมด 28 หนซึ่ง "ราชันชุดขาว" คือทีมที่เสียประตูในลีกให้เมสซี่มากที่สุดเป็นอันดับ 10

ไฮไลท์ฟุตบอล

ชี้ทีเด็ดบอล “จอตู้”

ไบรท์ตัน - อาร์เซน่อล

พรีเมียร์ลีก

ถ่ายทอดสด : TPF HD 1 เวลา : 01.00 น.

เรตติ้งเซียน : อาร์เซนอลต่อป.ป. ลบ 10-9

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

ไบรท์ตัน

27/12/20 เสมอ เวสต์แฮม 2-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

20/12/20 เสมอ เชฟฯ ยูฯ 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

16/12/20 เสมอ ฟูแล่ม 0-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

13/12/20 แพ้ เลสเตอร์ 0-3 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

07/12/20 แพ้ เชาร์แฮมป์ตัน 1-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

วาปบอล อาร์เซน่อล

26/12/20 ชนะ เชลชี 3-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

22/12/20 แพ้ แมนฯ ชิตี้ 1-4 (เหย้า) ลีก คัพ

19/12/20 แพ้ เอฟเวอร์ตัน 1-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

16/12/20 เสมอ ชาร์แฮมป์ตัน 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

13/12/20 แพ้ เบิร์นลี่ย์ 0-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

"ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เชน่อลกำลังคึกหลังจากหลุดมาหลายนัด ล่สุดเปิดบ้านอัดเชลชี 3-1 แต่ไปเยือน "นางนวล" ไบรท์ตันที่เสมอคู่แข่ง 3 นัดหลังถือว่าไม่ง่ายเหมือนกัน เจ้าถิ่นก็เริ่มมั่นใจขึ้นเรื่อย ๆ แถมสถิติเจอกันระยะหลังๆ สู้ได้ไม่เป็นรองแถมทำได้ดีกว่าด้วยช้ำ เกมในบ้านน่ายืนระยะสู้กับทีมเยือนได้สนุกสูสีมีลุ้นยันเสมอได้เลย

พิพากษา : รองไบรท์ตัน 

เซาร์แฮมป์ตัน - เวสต์แฮม

พรีเมียร์ลีกข่าวแมนยู

ถ่ายทอดสุด : TPF HD 3 เวลา : 01.00 น.

เรตติงเซียน : เชาร์แฮมป์ตันต่อป.ป. ลบ 10-9

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

เซาธ์แฮมป์ตันราคาบอลไหล

26/12/20 เสมอ ฟูแล่ม 0-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

19/12/20 แพ้ แมนๆ ชิตี้ 0-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

16/12/20 เสมอ อาร์เชนอล 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

13/12/20 ชนะ เชฟฯ ยูฯ 3-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

07/12/20 ชนะ ไบรท์ตัน 2-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

เวสต์แฮม

27/12/20 เสมอ ไบรท์ตัน 2-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

21/12/20 แพ้ เชลซี 0-3 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

16/12/20 เสมอ พาเลซ 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

11/12/20 ชนะ ลีดส์ 2-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

05/12/20 แพ้ แมนฯ ยูฯ 1-3 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

"นักบุญ" เชาร์แฮมป์ตันกำลังมาดีเกาะกลุ่มบุนของตารางอย่างเหนียวแน่น 5 เกมหลังชนะ 2 เสมอ 2 แพ้หนเดียวต่อซิตี้เล่นในเชนต์ แมรี่ส์สั่งลาท้ายปีพร้อมจัดหนักจัดเต็ม ขณะที่ "ขุนค้อน" เวสต์แฮมดูดีกว่าเรื่องสถิติเจอกันที่ฟาดเรียบมาตลอด แต่ฟอร์มชั่วโมงนี้ก็ไม่ได้เหนือกว่า เกมรับเสียง่ายดูแล้วเบียดเสียดสีไปมาซื้อใแข้งเจ้าถิ่นเชื่อว่าจะเปิดก๊อกสองฮึดเบียดชนะได้แบบสนุกตื่นเต้น

พิพากษา : ต่อเซาธ์แฮมป์ต้น 

เวสต์บรอมวิช - ลีดส์ ยูไนเติด

พรีเมียร์ลีก

ถ่ายทอดสด : TPF HD 4 เวลา : 01.00 น.

เรตติ้งเซียน : ลีคส์ต่อครึ่งลูก ลบ 5-4

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

เวสต์บรอมวิชวาปบอล

27/12/20 เสมอ ลิเวอร์พูล 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

20/12/20 แพ้ แอสตัน วิลล่า 0-3 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

15/12/20 เสมอ แมนฯ ชิตี้ 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

12/12/20 แพ้ นิวคาสเชิล 1-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

06/12/20 แพ้ คริสตัล พาเลซ 1-5 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

ลีดส์ ยูไนเต็ด

27/12/20 ชนะ เบิร์นลี่ย์ 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

20/12/20 แพ้ แมนฯ ยูฯ 2-6 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

16/12/20 ชนะ นิวคาสเชิ่ล 5-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

11/12/20 แพ้ เวสต์แฮม 1-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

05/12/20 แพ้ เชลซี 1-3 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

"เดอะ แบ็กกี้ส์" เวสต์บรอมวิชเพิ่งทำบิ๊กเซอร์ไพรส์บุกไปไล่ตีเสมอลิเวอร์พูล 1-1 เมื่อวันก่อนแม้ยังรั้งรองบ๊วยแต่ทำให้พวกเขาเล่นด้วยความคึกคักฮึกเหิมมากกว่าเดิม ในเดอะ ฮอว์ธอร์นส์ เกมนี้ แซมอัลลาร์ไดช่ สั่งเด็กเน้นเกมรุกบุกเต็มตัวเพื่อคว้า 3 แต้มเจอ "ยูงทอง" ลีคส์ ยูไนเต็ด ที่เพิ่งเฉือนเบิร์นลี่ย์ 1-0 แม้อันดับตารางคะแนนเป็นรองแต่เชื่อว่าเจ้าถิ่นสู้ได้สนุกแน่ มีลูกตื๊อลูกขยันช่วยลุ้นแบ่งแต้มได้เช่นกัน

พิพากษา : รองเวสต์บรอมวิช

บารเซโลน่า - เออิบาร์

ลา ลีกาไฮไลท์ฟุตบอล

ถ่ายทอดสด : BEIN SPORTS 1 เวลา : 01.15 น.

เรตติ้งเชียน : บาร์เชโลนต่อลูกควบลูกครึ่ง

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

บาร์เซโลน่าไฮไลท์ฟุตบอล

23/12/20 ชนะ เรอัล บายาโดลิด 3-0 (เยือน) ลา ลีกา

19/12/20 เสมอ บาเลนเชีย 2-2 (เหย้า) ลา ลีกา

17/12/20 ชนะ เรอัล โชเซียดาด 2- 1 (เหย้า) ลา ลีกา

14/12/20 ชนะ เลบันเต้ 1-0 (เยือน) ลา ลีกา

09/12/20 แพ้ ยูเวนตุส 0-3 (เหย้า) ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

เออิบาร์

23/12/20 แพ้ อลาเบส 1-2 (เหย้า) ลา ลีกา

20/12/20 แพ้ เรอัล มาตริด 1-3 (เหย้า) ลา ลีก

18/12/20 ชนะ ราซิ่ง ริโอมา 2-0 (เยือน) โกปา เดล เรย์

13/12/20 เสมอ เรอัล โซเซียดาด 1-1 (เหย้า) ลา ลีกา

08/12/20 เสมอ บาเลนเซีย 0-0 (เหย้า) ลา ลีกา

บาร์เซโลน่าเหนือกว่าบานเบอะทั้งชื่อชั้นเกรดบอล และสภาพแวดล้อมเล่นในคัมปี นู แต่ภาพของ "เจ้าบุญทุ่ม" ชีชั่นนี้ยังขาดความคงเส้นคงวาที่สำคัญชนะคู่แข่งไม่ขาด นานๆ ทีจะไล่อัดเขากระจุยกระจาย เออิบาร์เป็นรองเยอะก็จริงแต่ได้หยุดพักช่วงคริสต์มาสนมีแรงมาสู้กับเจ้าถิ่นได้สนุกสูสีมีลุ้นยันเสมอหากแพ้เต็มที่ก็ไม่น่าเกิน 1 เม็ด

พิพากษา : รองเออิบาร์ 

วาปบอล

แมนฯ ยูไนเต็ต - วูล์ฟแฮมป์ตัน

พรีเมียร์ลีก

ถ่ายทอดสด : TPF HD 1 เวลา : 03.00 น.

เรตติ้งเซียน : แมนฯ ยูไนเต็ดต่อหนึ่งลูก ลบ 10-9

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

แมนฯ ยูไนเต็ด

26/12/20 เสมอ เลสเตอร์ 2-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

23/12/20 ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0 (เยือน) ลีก คัพ

20/12/20 ชนะ ลีดส์ 6-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

17/12/20 ชนะ เชฟฯ ยูฯ 3-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

12/12/20 เสมอ แมนฯ ซิตี้ 0-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

วูล์ฟแฮมป์ตัน

27/12/20 เสมอ สเปอร์ส 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

21/12/20 แพ้ เบิร์นลี่ย์ 1 -2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

15/12/20 ชนะ เชลชี 2-1 (เหย้ำ) พรีเมียร์ลีก

12/12/20 แพ้ วิลล่า 0-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

06/12/20 แพ้ ลิเวอร์พูล 0-4 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

ข่าวแมนยู

แม้จะมีสะดุดให้เห็น แต่ภาพรวมของ "ผีแดง"แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังถือเป็นทีมขวัญใจมหาชนนักลุ้นนักเชียร์มาต่อเนื่อง ล่าสุดเสมอเลสเตอร์ 2-2 เกมนี้กลับมาเล่นในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โอเล่ กุนนาร์ โชลชา ไม่มีปัญหานักเตะพร้อมส่งตัวเป้งๆ ลงครบ เจอ "หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตันที่เพิ่งเสมอสเปอร์ส 1-1 ถือว่าหนักเหมือนกันแต่เกมรุกเจ้าถิ่นชั่วโมงนี้กำลังฮอตฮิตยิงเยอะสุด 30 เม็ดเป็นรองแค่ลิเวอร์พลทีมเดียว ตันๆ อาจดูคู่ที่ สูสี แต่บดบี้ไปมาเชื่อว่าผีแดงจะฮึดชนะได้อย่างน้อย 1 เม็ด

พิพากษา : ต่อแมนฯ ยูไนเต็ด 

ราคาบอลไหล

เลบันเต้ - เรอัล เบติส

ลา ลีกา

ถ่ายทอดสด : BEIN SPORTS 2 เวลา : 03.30 น.

เรตติ้งเซียน : เลบันเต้ต่อป.ป. ลบ 5-4

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

เลบันเต้

22/12/20 เสมอ อ้วยส์ก้า 1-1 (เยือน) ลา ลีกา

19/12/20 ชนะ โชเซียดาด 2-1 (เหย้า) ลา ลีกา

17/12/20 ชนะ มูร์เชีย 5-0 (เยือน) โกปา

14/12/20 แพ้ บาร์เซโลน่า 0-1 (เยือน) ลา ลีกา

05/12/20 ชนะ เคตาเฟ้ 3-0 (เหย้า) ลา ลีกา

เรอัล เบติส

23/12/20 ชนะ กาดิช 1-0 (เหย้า) ลา ลีกา

20/12/20 แพ้ กรานาด 0-2 (เยือน) ลา ลีกา

18/12/20 ชนะ มูเซีย 2-0 (เยือน) โกปา

13/12/20 เสมอ บียาร์เรอัล 1-1 (เหย้า) ลา ลีกา

06/12/20 ชนะ โอชาชูน่า 2-0 (เยือน) ลา ลีกา

อันดับตรางคะแนนเป็นรอง แต่เล่นในบ้านตัวเองเชื่อว่าเลบันเต้นยืนระยะได้ตลอดรอดฝั่งมีลูกยืดให้เห็น เกมในบ้าน 2 นัด หลังอัดเดตาเฟ 3-0 ตามด้วยเฉือนโชเชียดาด 2-1 เรียกว่าสู้ทุกลูกทุกดอก เล่นกล้าแลก-กล้าลุย เปิดเกมรุกบุกหนักๆ ก็น่าฮึดเบียดชนะได้ตามคาด

พิพากษา : ต่อเลบันเต้ วาปบอล

ปรีวิวฟูตบอลแชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ

วันอังคารที่ 29 ธันวาคม 2563

ฮัดเดอร์สฟิลด์ - แบล็คเบิร์น

สนาม : จอห์น สมิธส์ สเตเดี้ยม

กุนชื่อ การ์ลอส กอร์เบราน พาเดอะเทอร์เรียร์ส ชนะหนเดียวจาก 4 เกมลีกหลัง (เสมอ 1 แพ้ 2) ล่าสุด ออกไปพ่ายบาร์นสลี่ย์ 1-2ไฮไลท์ฟุตบอล วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคุมที่ผ่านมาเกมนี้ต้องชั่งใจจะส่ง เบน ฮาเมอร์ ที่หายเจ็บโคนขาหนีบลงเฝ้าเสาหรือวางใจ ไรอัน โชฟิลด์ เหมือนเดิมส่วน โชเอล เปเรยร่า (หัวไหล่), ทอมมี่ เอลฟิค (หัวเข่), ริชาร์ด สเตียร์แมน (กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง), จอช โคโรน่า (กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง), แดเนียล วอร์ด (กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง), คริสตอฟ ซินด์เลอร์ (หัวเข่า) และ ดีแรน ฟิลลิปส์(หัวเข่า) ยังพักฟื้นร่างกายกุนซือ โทนี่ โมว์เบรย์ นำทัพกุหลาบไฟคว้าชัยหนเดียวจาก 6 เกมลีกหลัง (เสมอ 2 แพ้ 3)ล่าสุดเปิดบนเสมอเชฟฯ เว้นส์เดย์ 1-1 วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมาเกมนี้ใส่ชื่อ แบร็คลี่ย์ แด็ด อยู่ในโผรอบ 1 ปีจากเจ็บหัวเข่ารุนแรงเช่นเดียวกับ เบน บรเรตันกับ ดาเนียล อยาล่า สลัดอาการหัวเข่าและโคนขาหนีบเดี้ยงตามลดับ ลูอิส ทราวิส (หัวเข่า) รอเซ็กฟิต ทว่าสกอตต์ วอร์ตัน (ข้อเท้), โจ แรนกิ้น-คอสเตลโล่(กล้ามเนื้อต้นขาต้านหลัง), เอลเลียตต์ เบนเน็ตต์(ข้อเท้า), ไทเลอร์ แม็คลอยร์ (กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง), เดอร์ริค วิลเลี่ยมส์ (ต้นขา) ยังเดี้ยง แบรรี่ ดักลาส (กล้ามเนื้อบั้นท้าย) ฟิตเต็มร้อยข่าวแมนยู

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ฮัดเดอร์สฟิลด์ (4-3-3) : ไรอัน โชฟิลด์ - ปีป้า อาวีลา, ราร์มานี่ เอ็ดมอนด์ส-ครีน, นาบิล ชาร์, แฮรรี่ ทอฟโฟโล่ - คาเรล เอติง, โจนาธานอ็อกก์, ลูอิส โอไบรอัน - ไอแช็ค เอ็มเบนช่า, เฟร-

เชอร์ แคมป์เบลล์, จูเนียร์ บาคน่า

แบล็คเบิร์น (4-3-3) : โธมัส คามินสกี้ - ไรอัน เอ็นยัมเป, ดาร์ราห์ เลนิแฮน, ดาเนียล อยาล่า,

แบร์รี่ ดักลาส - ลูอิส โฮลท์นี้, แบร็คลี่ย จอห์นสัน, โจ ร็อธเวลล์ - ฮาวย์ เอลเลียตต์, 

อดัม อาร์มสตรอง, แซม กัลลาเกอร์ราคาบอลไหล

สโต๊ค - ฟอเรสต์

สนาม : เบท 365 สเตเดี้ยม

กุนซือ ไมเคิ่ล โอนีลล์ นำขุนพลช่างปั้นหม้อคว้าชัยหนเดี๋ยวจาก 6 เกมหลังรวมทุกรายการ(เสมอ 3 แพ้ 2) ล่าสุดออกไปเสมอโดเวนทรี 0-0 วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมาเกมนี้ขาด อดัม เดวิส (เอ็นหัวเข่า),แองกัส กันน์, นิกิ มาเอ็นป่า, ไทเรส แคมป์เบลล์(หัวเข่า), แชม คลกาส (หัวเข่า), โจ อัลเลน (เอ็นร้อยหวาย), ทอมมี่ สมิธ (โคนขาหนีบ), จอห์น โอบี มิเกล ซึ่งยังเดี้ยง สตีเว่น เฟล็กเชอร์ (หัวเข่า),จอร์แดน ธอมป์สัน (ศีรษะ), ติโบลต์ แฟร์ลินเด้น(เอ็นไขว้หน้าหัวเข่า), ไรอัน ชอว์ครอสส์ (หัวเข่า),เนธาน ดอลลินส์ (กล้มเนื้อต้นขาด้านหลัง) หายเดี้ยงแล้ว แดนนี่ แบ็ตร์ รอเซ็กฟิตกุนซือ คริส ฮิวจ์ตัน นำขุนพลเจ้าป่าไร้พ่ายตลอด 3 เกมลีกหลัง (ชนะ 1 เสมอ 2) ล่าสุดเปิดบ้านเสมอเบอร์มิงแฮม ๑-0 วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมาเกมนี้มีข่าวดี โทเบียส ฟิเกเรโด้ ฟิตกลับคุมแนวรับร่วมกับ โจ วอร์เรลล์ ส่วน สกอตต์ แม็คเคนน่า รอเช็ก ฟาอัด บาชิรู เพิ่งหายเจ็บกล้ามเนื้อต้นด้านหลังแล้วไม่น่าพร้อมเช่นกัน แจ็ค โคลแบ็ก กับลุคฟรีแมน (โคนขาหนีบ) ยังอยู่ในช่วงพักฟื้นร่างกาย

Continue Reading