Connect with us

ดูบอลสด

บ้านผลบอล ดูบอลสด ผลบอล ลิเวอร์พูล และภารกิจอันใหญ่หลวงของ ‘โชลชา’

Published

on

ภารกิจอันใหญ่หลวงของ ‘โชลชา’

บ้านผลบอล ดูบอลสด ผลบอล ลิเวอร์พูล และภารกิจอันใหญ่หลวงของ ‘โชลชา’

ถึงแม้สกอร์จะฉิวเฉียด แต่ในที่สุดโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ก็ไม่ทำให้แฟนบอลต้องผิดหวัง หลังจากที่ล่าสุดพาทีมบุกไปชนะเบิร์นลี่ย์ 1-0 ถึงสนามเทิร์ฟ มัวร์ เมื่อวันอังคารที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา จนทำให้ทีมขึ้นเป็นจ่าฝูงของตารางคะแนนได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีแน่นอน เหล่าสาวกแมนฯ ยูไนเต็ด ส่วนใหญ่คงยังไม่มองไกลถึงเรื่องที่ว่าพวกเขามีโอกาสเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ที่จะได้แชมป์ลีกในฤดูกาลนี้มาครองหรอก เพราะมันยังเหลือเกมให้เล่นอีกหลายนัด และ "ปีศาจแดง" ก็ยังมีจุดที่ต้องแก้ไขอีกหลายจุด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่เป็นพัฒนาการที่ดีเกินกว่าที่หลายคนคาดกันเอาไว้ผลงานในตอนนี้ทำให้แฟนบอลแมนฯยูไนเต็ดบางคนหวังว่า สุดท้ายแล้วโซลชาจะสามารถนำความสำเร็จมาสู่ทีมได้ อย่างน้อยถ้าไม่ใช่ในฤดูกาลนี้ก็เป็นในชีชั้นหน้ และมันจะเป็นการยกระดับให้กับโชลชาเองด้วย หลังจากที่เขาเคยนทีมสรองของแมนฯ ยูไนเต็ดประสบความสำเร็จมาแล้วลิเวอร์พูล

ย้อนความกันก่อนว่า โซลชาเคยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกุนซือทีมสำรองของแมนฯ ยูไนเต็ดในช่วงซัมเมอร์ปี 2008 ก่อนที่เขาจะไปเริ่มเอาดีด้านการเป็นกุนซือระดับทีมชุดใหญ่กับโมลด์ ทีมในบ้านเกิดของตัวเองในปี2011 โดยที่โซลชาถือเป็นกุนซือทีมสารองแบบเต็มตัวคนแรกของแมนเชสเตอร์

ยูไนเต็ดในรอบราว 2 ปีด้วย เพราะก่อนหน้านั้นแมนฯ ยูไนเต็ดใช้งานไบรอัน แม็คแคลร์ กับ จิมมี่ ไรอัน เป็นกุนชื่อขัดตาทัพไม่กี่เดือนหลังจากได้รับตำแหน่งนั้นโซลชาก็ต้องนำทีมลงเล่นรายการ แลงคาเซียร์

ซีเนียร์ คัพ นัดชิงชนะเลิศ โดยรายการดังกล่าวเป็นรายการที่ทีมในเทศมณฑลแลงคาเชียร์จะลงมาชิงชัยกัน ซึ่งบรรดาสโมสรใหญ่ ๆ ในย่านนั้นจะส่งทีมสรองของพวกเขามาลงเล่นเพื่อให้เด็ก ๆ หาประสบการณ์ไปในตัวทั้งนี้ นัดชิงชนะเลิศประจำปี 2008 ถือเป็นนัดแห่งศักดิ์ศรี เพราะมันเป็นการดวลกันของทีมแมนๆ ยูไนเต็ด รุ่นอายุเกิน 21 ปี กับทีมเยาวชนของ... .อรพูล ซึ่งตอนแรกเกมทำท่าว่าจะจบ90 นาทีด้วยการเสมอกัน 2-2 แล้ว ก่อนที่แมนฯยูไนเต็ดจะมาได้ประตูชัยจาก แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ในช่วง 3 นาทีสุดท้ายของเกม

ขุนพลของโชลชาในยุคนั้นนอกจากดริงค์วอเตอร์แล้วนั้น คนที่แฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะพอคุ้นหูอยู่บ้างก็มีอย่างเช่น ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์,รอน โรเบิร์ต-ซีเลอร์ และ โรดริโก้ พอสเซบอนเป็นต้น ซึ่งนั่นก็ทำให้แมนฯ ยูไนเต็ดได้แชมป์แลงคาเชียร์ ซีเนียร์ คัพ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี1969 เลยทีเดียวความสำเร็จของโซลชา กับทีมสารองของแมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เพราะในปีต่อมาเขาก็นำทีมคว้าแชมป์ แมนเชสเตอร์ ซีเนียร์ คัพไปเชยชมได้ จากการนำทีมเด็กของแมนฯ ยูไนเต็ด ทุบโบลตัน วันเดอ-เรอร์ส ในนัดชิงชนะเลิศ 1-0แมนเชสเตอร์ ซีเนียร์ คัพก็คล้ายกับ แลงคาเชียร์ ซีเนียร์ คัพดูบอลสด

นั่นคือมันเป็นรายการระดับท้องถิ่นเพียงแต่รอบนี้จะจำกัดวงมาแคบกว่า เพราะเตะกันเฉพาะทีมในย่านเกรกเตอร์ แมนเชสเตอร์ ซึ่งขุนพลที่นความสำเร็จนั้นมาให้โชลชามีบางคนที่ติดสอยห้อยตามมาจากชุดชนะลิเวอร์พูล ในนัดชิงคำของแลงคาเชียร์ ซีเนียร์ คัพ อย่างเช่น ดริงค์วอเตอร์, พอสเซบอน โดยพอรวมพลังกับดาวรุ่งในตอนนั้นคนอื่น ๆอย่างเช่น แดนนี่ เวลเบ็ด, เฟเดริโก้มาเคด้า และ โซรัน โทชิช แล้ว

นั้น มันก็ทำให้ทีมเด็กของโชลชาในตอนนั้นแข็งแกร่งพอตัวพอถึงฤดูกาล 2009-10โซลชาก็ต้องนำทีมสำรองของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดลงเล่นในลีกระดับทีมสำรองหรือ พรีเมียร์ รีเซิร์ฟ ลีก โดยตอน

นั้นมีการแบ่งเป็นลีกสหรับทีมตอนเหนือกับทีมทางตอนใต้ โดยที่จะเอาแช่มปีของแต่ละฝั่งมาดวลกันในนัดชิงชนะเลิศอีกทีทั้งนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดลงเล่นในกลุ่มลีกทางตอนเหนือ ซึ่งทีมของโชลชาก็

ทำผลงานได้อย่างสุดยอดด้วยการเป็นแชมป์ของกลุ่มจากการได้ 41 แต้ม ในการลงเล่น 18 นัด

เอาชนะแมนเชสเตอร์ ชิตี้ ที่เป็นอันดับ 2 ไปได้ 6คะแนน ทำให้พวกเขาได้เข้าไปเล่นนัดหาแชมป์ของ

ประเทศ โดยคู่แข่งที่รออยู่คือ แอสตัน วิลล่า ที่ถึงขั้นเก็บแต้มได้มากกว่าทีมสารองของอาร์เซนอลถึง

5 คะแนนในนัดชิงคำนั้นถือว่าเตะกันอย่างดุเดือดก่อนที่สกอร์ในช่วงเวลาปกติจะจบลงที่การเสมอกัน

3-3 โดยที่ตอนนั้นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทำท่าว่าจะชนะ3-2 ตั้งแต่ช่วงเวลาปกติแล้ว แต่มาโดน เดียแรน

คล้าร์ก ตีเสมอให้กับวิลล่าในช่วง 8 นาที่สุดท้ายการเจ้กันทำให้มันต้องตัดสินผู้ชนะด้วยการดวลเป้า ซึ่งสุดท้ายทีมของโชลชาก็แม่นกว่าเมื่อชนะในช่วงดวลจุดโทษไป 3-2 และนั่นก็เป็นความสำเร็จแบบมีแชมปอย่างเป็นรูปธรรมครั้งสุดท้ายของโชลชา กับแมนฯ ยูไนเต็ดมาจนถึงตอนนี้ตอนนั้นโซลชาก็หนีบพวกที่เคยทำให้เขาได้แชมป์ในรายการก่อนๆ มาลงเล่นนัดชิงชนะเลิศของลีกทีมสรองเหมือนกัน อย่างเช่น มาเคด้าและ พอสเซบอน ขณะเดียวกันก็ได้นักเตะอย่างเบน ฟอสเตอร์, ราฟาเอล ดา ซิลวา และ มาเม่

บิรัม ดิยุฟ ลงช่วยทีมด้วย แถมวันที่เตะกับวิลล่าเขายังมีตัวสารองที่ชื่อ ปอล ป็อกบา อีกต่างหาก

ก็ไม่รู้ว่า แฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ด จะได้เห็นโซลชา กับป็อกบา ได้แชมป์ร่วมกันเหมือนครั้งนั้นหรือเปล่า

แข้งปืนสุดปังในยุค ‘อาร์เตต้า’ผลบอล

อาร์เซนอล ภายใต้การกุมบังเหียนของมิเกล อาร์เตต้า มีทั้งช่วงที่ผลงานดีและย่ำแย่สุดโดยอดีตกัปตันทีมปืนใหญ่เข้ามาแทนที่ อูไนเอเมรี่ ช่วงเดือนธันวาคมปี 2019 ซึ่งเป้าหมายแรกของ อาร์เตต้า คือการนกีมกลับมาติดท็อปไฟว์เช่นเดิมอาร์เซน่อล ต้องการก้าวผ่านยุคสมัยของ อาร์แชน เวนเกอร์ อดีตกุนซือที่สร้างชื่อไว้มากมาย และกำลังเริ่มต้นวันใหม่กับ มิเกล อาร์เตต้าการสร้างทีมของนายใหญ่ชาวสแปนิช ที่ผ่านมายังไม่ได้ใช้เม็ดเงินมากมายนักเมื่อเทียบกับคู่ปรับตลอดกาลอย่าง เชลซี ที่ละลายทรัพย์เสริมแกร่งไปมากกว่า 200 ล้านยูโรแนวทางลักษณะนี้ทำให้เหล่า "เดอะกันเนอร์ส" ได้เห็นเหล่ดาวรุ่งขึ้นมาโลดแล่นในทีมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผลงานจะไม่ได้น่าประทับใเท่าที่ควร แต่ช่วง 1 ปีที่ผ่านมาของอาร์เชน่อล ในมือของ อาร์เตต้า มีผู้เล่นโดดเด่นและน่าจับตามองถึง 5 คนเลยทีเดียว จะเป็นใครบ้างเราไปดูกัน...

1.โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ดูบอลสด

การกลับมาของ เอลเนนี่หลังจากถูกปล่อยยืมตัวให้เบซิคตัส เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจสำหรับแฟนปืนในฤดูกาลนี้แข้งชาวอียิปต์วัย 28 ปีเป็นเพียงตัวรองของ อาร์เซน่อล มาโดยตลอด และดูเหมือนทีมกำลังจะปล่อยเขาในช่วงตลาดฤดูร้อนอย่างไรก็ตามเนื่องจากไม่มีทีมไหนยื่นซื้อ เอลเนนีจึงต้องต่อสู้เพื่ออนาคตของตัวเองกับสโมสรต่อไป เจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้อย่างดีเยี่ยมในเกมที่ อาร์เซนอล เก็บชัยชนะเหนือ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 1-0 ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดเมื่อเดือนพฤศจิกายนทั้งประสิทธิภาพและความมั่นใจ ส่งผลต่อบทบาทของเอลเนนี่ในพื้นที่แดนกลางที่มากขึ้น สิ่งเหล่านี้ทำให้ทีมไม่สามารถจะปล่อยตัวเขาออกไปได้

2.ร็อบ โฮลดิ้ง

ผู้เล่นอีกคนที่ทาผลงานได้เหนือความคาดหมายสหรับเดอะกันเนอร์สในฤดูกาลนี้ เนื่องจาก โชคราติส และ มุสตาฟี่ ไม่เป็นที่โปรดปรานของ อาร์เตต้า อีกทั้ง ดาวิด ลุยซ์, ป่าโบล มารี และ คัลลั่ม แชมเบอร์ส ที่ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บ ทำให้แข้งชาวอังกฤษได้รับโอกาสยืนคู่กับ กาเบรียล มากัลเญส กองหลังชาวบราซิเลียน ที่เพิ่งย้ายร่วมมาทัพฤดูกาลนี้และสร้างความประทับใจอย่างมากจากฟอร์มการเล่นที่มีประสิทธิภาพส่งผลให้ทีมขยายสัญญาโฮลดิ้ง ออกไปจนถึงปี 2024 เป็นที่เรียบร้อย แม้ว่าจะไม่ใช่ผู้เล่น 11 ตัวจริงในทุกเกม แต่เซนเตอร์แบ็กเลือดผู้ดีรายนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าเขาคู่ควรจะอยู่กับทีมต่อไป

3.เอมิล สมิธ โรว์ ลิเวอร์พูล

เด็กสร้างปืนใหญ่วัย 20 ปี เพิ่งได้รับโอกาสลงเล่นกับทีมไม่นานก็ได้สร้างความตื่นตา

ตื่นใจให้กับอาร์เซน่อลไม่น้อยจากฟอร์มการเล่นที่ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา หลังจากที่ เมชุต โอซิลถูกลอยแพไม่ได้ลงสนามตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่แล้ว ส่งผลให้ทีมขาดไอเดียในเกมรุกอย่างมากและเริ่มกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับ อาร์เตต้าท่ามกลางข่าวลือหนาหูว่าปืนใหญ่จะเสริมกลางตัวทำเกมเพื่อแก้ปัญหานี้ แต่นายใหญ่อาร์เซน่อล เลือกที่มอบโอกาสให้ เอมิล สมิธ โรว์ซึ่งเขาก็ทำมันได้อย่างดีเยี่ยมในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยความสร้งสรรค์ในการทำเกม และการครองบอลที่มีประสิทธิภาพ น่าจะทำให้เจ้าหนูเพลย์เมกเกอร์ชาวอังกฤษ ได้รับโอกาสมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลนี้ เพื่อช่วยทีมกลับสู่พื้นที่ท็อปโฟร์อีกครั้งบ้านผลบอล

4.อเล็กซองค์ ลากาแซตต์ บ้านผลบอล

มีข่าวลือถึงการปักป้ายขายหัวหอกชาวฝรั่งเศสรายนี้หลังจบซีชั่น เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา แต่จากผลงานเขาคือผู้เล่นอีกคนที่ทำได้ดี และนายใหญ่ชาวสแปนิชก็ยังคงวางใจที่จะส่งลงสนามลากาแซตต์ ต้องพยายามหนักเพื่อฟอร์มที่ความคงเส้นคงวาภายใต้การทำทีมของ อูไน เอเมรี่ และตอนนี้เจ้ตัวได้พิสูจนให้เห็นแล้วว่าเขาสมบูรณ์แบบมากกว่าเมื่ออยู่ในมือบอสคนใหม่เมื่อคราวที่ทีมเกิดปัญหารุกฝืดกองหน้าเลือดน้ำหอมก็ลงมาพาบอลขึ้นหน้าออกปีกและมักยิงประตูสำคัญได้บ่อยครั้ง อีกทั้ง ปีแอร์เอเมอริค โอบาเมย็อง หัวหอกกัปตันทีม ก็ทำผลงานได้ไม่ค่อยจะดีนักถึงจะยังไม่แน่นอนสำหรับอนาคตข้างหน้า แต่ลากาแชตต์ในฤดูกาลนี้ยังคงทุ่มเทอย่างหนักเพื่ออาร์เซน่อล และเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นคีย์แมนคนสำคัญของทีม

5.บูกาโย่ ซาก้า

ช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาหลังจากปีกดาวรุ่งชาวอังกฤษ ขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่อย่างเต็มตัวได้กลายเป็นเรื่องราวที่ดีของอาร์เซน่อลบูกาโย่ ซาก้า โดดเด่นจากการลงเล่นในศึกยูโรปา ลีก ภายใต้การคุมทัพของ อูไน เอเมรี่ แต่กลับกลายเป็นผู้เล่นที่ทีมขาดไม่ได้เลยในยุคของ มิเกล อาร์เตต้าช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หนูน้อย ซาก้า ยังคงแสดงให้เห็นถึงความสามารถของเขาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ทั้งในตำแหน่งปีกและกลางตัวสร้างสรรค์เกม ซึ่ง อาร์เซน่อลก็ได้จัดการจับต่อสัญญาระยะยาวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา อีกทั้งเจ้าตัวยังถูก แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนชื่อทีมชาติอังกฤษเรียกติดธงร่วมทัพลุยศึกฟุตบอลยูโรปลายปีนี้

แชมป์แรกของโปเช็ตติโน่ลิเวอร์พูล

ในที่สุดเปแอสเชก็สามารถคว้าถ้วย โทรฟี่ เดส์ ชองปียงส์ ใบที่ 10 ได้สาเร็จจากชัยชนะเหนือโอลิมปก มาร์กเชย เมื่อคืนวันพุธในสกอร์เพียง 2-1 แม้มันจะไม่ใช่โทรฟี่ที่ยิ่งใหญ่อะไร แต่มันก็หมายถึงชัยชนะ

และเป็นโทรฟี่แรกในชีวิตการคุมทีมของเมาริชิโอ้ โปเช็ตติโน่ กับทีมงานของเขา ซึ่งเกิดขึ้นหลังกุนชื่ออาร์เจนไตน์ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการที่มเปแอสเชคนใหม่เพียง 12 วันชัยชนะของเปแอสเชไม่ใช่เรื่องน่าแปลกหากดูตามขุมกำลัง ดังที่เห็นกันอยู่ว่าบรรดาดาวดังของทีมปารีเชียงกลับมากันสนาน นำโดย เนย์มาร์กับ เมาโร อีการ์ดี้ ประตู 1-0 ในครึ่งแรกจากอีการ์ดี้ กับจุดโทษที่ เนย์มาร์ ชัดเข้าไปไม่พลาดเป้าในช่วงท้ายเกม ทำให้ประตูตีไข่แตกของ ดิมิทรี่ป่าเยต ก่อนหมดเวลา 1 นาทีไร้ความหมาย และแน่นอนว่าหลังชัยชนะกับความปราชัยมีควันหลงตามมาอีกหลายกรณีแต่เหนือสิ่งอื่นใด โปเช็ตติโน่ และทีมงานของเขาที่ร่วมหัวจมท้ายกันมานานย่อมจดจไปตลอดชีวิตว่าโทรพี่แรกที่พวกเขาได้ชเกิดขึ้นที่นี่ ณ โบลลาร์กต์-เดอเลอลิส แห่งล็องสท่ามกลางบรรยากาศอันเหน็บหนาวและไร้แฟนบอล...

11 วันก่อนหนนั้น โปเช็ตติโน่ เพิ่งได้รับการเปิดตัวเป็นเฮดโค้ชเปแอสเชคนใหม่ แทนที่ โรมัส ทูเคิ่ล ในวันเสาร์ที่ 2 ม.ค. 21 จากนั้นในวันรุ่งขึ้นจึงได้เจอลูกทีมชุดใหม่ของเขา กุนซือวัย 48 เพิ่งคุมทีมใหม่ของเขาเป็นนัดที่ 3 และมันก็เป็นเกมชิงถ้วยโทรเฟ่ เดส์ ชองปิยงส์ ที่เลื่อนมาจากต้นฤดูกาลซะแล้ว แต่ระยะเวลาสั้นยาวยังไม่สำคัญเท่าขุมกำลังที่มีซึ่งสองเกมแรก "พอช" ยังขาดของอยู่มาก และบทจะกลับมาก็เหมือนแห่กันมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะทั้ง เนย์มาร์, เพรสแนล คิมเปมเบ้, เลอันโดร ปเรเคส กับ ดานีโล่ เปไรร่าถ้วยโทรเฟ่ เดส์ ชองปียงส์ ใบที่ 10 ในประวัติศาสตร์ของสโมสร ถือเป็นใบที่ 8 ติดต่อกันที่เปแอสเชทำได้นับจากปี 2013 เป็นต้นมา แต่ในความรู้สึกของนักตะกับกองเชียร์เปแอสเชตอนมันเหมือนการแก้แค้นความพ่ายแพ้ต่อโอแอ็มคาปาร์ก เดส์ แพร็งช์ เมื่อต้นฤดูกาลชะมากกว่าในเกมลีก เอิง วันที่ 13 กันยายน 2020 ที่มาร์กเชยชนะเพียง 1-0 นั้น มีเหตุการณ์เกิดขึ้นและตามมาอีกมากมาย เฉพาะในเกม การที่ผู้ตัดสินแจกใบแดงไป 5 ใบก็คงไม่ต้องอริบยอะไรมากว่ามันอื้อฉาวแค่ไหนดูบอลสด

โปเช็ตติโน่ ได้กองหน้าร่วมชาติ เมาโร อีการ์ดี้ กลับมาประจำการเป็นตัวจริงในตแหน่งหัวหอกตัวเป้าทันเวลาพอดีหลังกลับมาจนจังหวะให้เข้าที่ได้ตั้งแต่ครึ่งหลังเกมที่แล้วกับแบรสต์ (3-0) ดาวเตะอาร์เจนไตน์ยังทำได้ดีกว่าที่คาดด้วยซ้ำ และยิงให้ทีมขึ้นนำได้ในนาทีที่ 39 จากการเปิดบอลของเพื่อนร่วมชาติ อังเคล ดิ มาเรีย อดีตกองหนอินเตอร์หาโอกาสโหม่งบอลขณะมี อัลบาโร่ กอนซาเลซ กับ ฮิโรกิ ซากาอิ ตามประกบ สตีฟ ม็องด็องด้า สกัดลูกโขกของเขาไว้ได้แต่บอลกลิ้งไปชนเสา ม็องด็องด้า ลุกขึ้นตามไปเก็บงานของเขาทว่า อีการ์ดี้ โฉบมาซ้ำส่งบอลตุงตาข่ายจนได้ผลบอล

จากนั้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรกลูกยิงอย่างแรงจากเทซ้ายของเขาเกือบทำให้ทีมขึ้นนำเป็น 2-0 แล้วเขาก็ต้องรออีก 40 นาที่กว่าจะเป็นผู้พลิกสถานการณ์ให้ทีมได้อีกครั้ง อีการ์ดี้ถูก โยอันน์ เปอเล่ ผู้รักษาประตูมาร์กเชยที่ลงมาแทน ม็องด็องด้า ตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง ทำฟาวล์ในจังหวะเข้าทำประตู ผู้ตัดสินด VAR แล้วก็ยิ่งไม่ลังเล ให้เปแอสเชได้จุดโทษซึ่ง เนย์มาร์ ที่ลงมาแทน ดิ มาเรีย ตั้งแต่นาทีที่ 65 ไม่พลาดงานของเขา (น. 85) เปแอสเชนำห่างเป็น 2-0 ขณะเหลือเวลาอีกเพียง 5 นาทีตลอดเกมเปแอสเชยังมีนักเตะอาร์เจนไตน์อีกคนที่เล่นได้โดดเด่นคือ เลอันโดร ปาเรเคส ที่เพิ่งหายจ็บกลับมาเช่นกัน มันเป็นเกมที่เขาเล่นได้เหนือกว่า มาร์โก แวร์รัตติ ที่เหมือนยืนผิดที่ผิดทางอยู่หลายครั้ง อาจเพราะ โปเช็ตติโน่ ให้เขายืนสูงกว่าเดิมแล้วทำให้จังหวะในเกมของเขาเพี้ยนไป แวร์รัตติ รวมถึง อันเดร์ เอร์เรร่า จึงแทบไม่มีอิทธิพลต่อเคม งานนี้สามประสานอาร์เจนไตน์ ปาเรเดส-ดิ มาเรีย-อีการ์ดี้ ขับเคลื่อนทีมได้ดี เห็นที่จะเข้าสู่ยุคอาร์เจนไตน์ คอนเนคชั่น เมื่อดูถึงตัวผู้เป็นเฮดโค้ชด้วยเป็นแน่แม้เต่ คีลิยัน เอ็มบั้ปเป้ ก็ยังงียบต่อเนื่องโดยเฉพาะในครึ่งแรก มีผลงานอยู่เพียงปิดบอลให้ อีการ์ดื้ ยิงไปชนเสา ในปี 2021 นี้ เอ็มบั๊ปเป้ ยังคงวิ่งไล่ล่าประตูแรกของเขาอยู่ดูบอลสด

ในครึ่งแรกโอแอ็มแทบเล่นไม่ได้ จะมีก็แต่ อัลบาโร่ กอนซาเลซ ที่พยุงทีมไว้อย่างแข็งขัน ลูกทีมของ อังเดร วิลลาช-โบอาช ไม่มีโอกาสทำประตูจะแจ้งเลยแม้แต่ครั้งเดียว กว่าจะมาตื่นในครึ่งหลังด้วยการปรับแท็กติกของ AVB ก็เกือบแพ้เกมศูนย์ ดิมิทรี่ ปาเยต กลับมาประจำการทางฝั่งซ้าย แต่เป็นจากทางกราบขวาที่เขายิงประตูตีไข่แตกให้กับทีมจากการเปิดอย่างสุดสวยของ ฟลอริย็อง โตแว็ง (น.89) เวลาเหลือน้อยเกินกว่าที่มาร์กเซยจะล่รประตูตีเสมอคืนได้ทันทำให้เกมจบลงโดยที่เปแอสเชแบกถ้วยใบนี้กลับปารีสอีกครั้งเกมนี้นอกเหนือไปจากนักเตะทั้งสองฝ่ายที่เราคุ้นหน้า โอแอ็มยังมี ปอล ลีโรล่า แบ็กขวาชาวสแปนิชที่เป็นนักเตะใหม่มาจากฟิออเรนติน่า การยืมตัวเขาจากทีมมวงมหากาฬเพิ่เป็นทางการก่อนเกมแค่วันเดียว แต่ AVB ก็ใส่ชื่อของเขาไว้ในทีมและส่งเขาลงสนามในนาทีที่ 66 แทนที่ ยูโตะ นากาโตโมะ และเขาก็ทำผลงานได้ดีทีเดียว ถ้จะมีอะไรให้เสียดายเห็นจะเป็นที่มาร์กเชยไม่มีศูนย์หนตัวเป้าเป็นเบอร์ 9 ขนานแท้แบบที่เปแอสเชมี เมาโร อีการ์ดี้ ก็เท่านั้นลิเวอร์พูล

จบจากงานนี้คู่อริสำคัญของวงการฟุตบอลฝรั่งเศสก็มีโอกาสล้างตากันอีกที และมันจะมาถึงตันเดือนหนนี้แล้ว เป็นการพบกันในลีกเอิง นัดเยือน ที่เปแอสเชจะล่องใต้ไปยังสตัด วโลโดรม ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 21 ถึงตอนนั้นโอแอ็มจะเอาคืนได้หรือไม่ค่อยล้อกันอีกทีหลังพาเปแอสเชซูโทรพี่ใบแรกในชีวิตการเป็นโค้ช โปเช็ตติโน่ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า "ปารีส์สมควรได้ชัยชนะครั้งนี้ เราทำเกมที่ดี...ผมอยากขอบคุณพวกผู้เล่น, เลโอนาร์โด้ (ผู้อำนวยการกีฬา), นาสเชอร์ (อัล-เคไลฟ์ประธานสโมสร) ผมยังนึกถึง โธมัส ทูเคลกับสตาฟฟ์ของเขาที่ทำให้เราได้เล่นเกมนี้...เราก้าวหน้าขึ้นในทุกด้านที่เราต้องการใส่ความคิดของเราลงไป เรามีกลุ่มผู้เล่นที่ฉลาดมาก มีความสามารถในการปรับตัวอย่างยิ่ง เรามีความสุขมาก...ผมหวังว่าเราจะได้แชมป์อื่น ๆ อีกแต่ถึงอย่างไรแชมป์แรกก็จะพิเศษเสมอ ผู้เล่นในทีมแสดงให้เห็นถึงความเติบโตเต็มที่อย่างมาก พวกเขาเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง...การได้แชมป์กับสตาฟฟ์ชุดนี้ทำให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกอย่างมากมันยากที่จะอธิบายออกมาเป็นถ้อยคำโดยเฉพาะเมื่อนี่คือสโมสรที่เคยทำให้ผมเป็นคนที่ดีขึ้น เป็นผู้เล่นที่ดีขึ้น"ผลบอล

มาใหม่ ๆ อะไรๆ ก็สดใสไปหมดโดยเฉพาะเมื่อบทเริ่มต้นเป็นไปในทางบวก แต่อยู่ ๆ ไปก็ไม่แน่เหมือนกันว่าสัญญาปีครึ่งนี่จะได้ใช้ออปชั่นต่อสัญญาอีกหนึ่งปีหรือไม่ จะเป็นโค้ชมือดี มีชื่อเสียงมาจากไหนก็อยู่แถวนั้นได้ไม่ยืด และงานลำดับต่อไปของ "พอช" ก็อยู่ที่การพาทีมขึ้นมาเป็นจ่าฝูงแทนโอลิมปิก ลียงเสียก่อน ยิ่งถ้ามันเกิดขึ้นได้ก่อนการกลับมาของศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ยิ่งดีที่สุด แล้วอนาคตของเขาที่ปารีสจะยาวหรือสั้นค่อยไปวัดกันจากแชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งเต็มที่ก็เคยได้แค่รองแชมป์เท่านั้นกันอีกครั้ง !

‘หัวหอกเลือดอินทรีเหล็ก’บ้านผลบอล

เนื่องจากทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" ไม่มีเกมการแข่งในช่วงกลางสัปดาห์ เลยทำาให้เราต้องหาประเด็นที่นสนใจมาถ่ายทอดให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้รับทราบกัน โดยตัวของผมคิดว่าตอนนี้คงหนีไม่พ้นกับประเด็นของ ติโม แวร์เนอร์ ที่กลับมายิงได้อีกครั้ง เป็นประเด็นที่หลายคนสงสัยว่า หลังจากที่เขากลับมายิงได้อีกครั้งแล้วในเกม เอฟเอ คัพ ที่พบกับ มอร์แคมบ์หลังจากที่ปืนฝืดมาแล้ว 12 นัดในทุกรายการที่ได้ลงสนามทำการแข่งขัน งั้นวันนี้เราจะพูดถึงประวัติความเป็นมาของหัวหอกความใหม่ของทัพ "สิงห์บลูส์" และทัพอินทรีเหล็กกันก่อนอื่นเราจะมาทำความรู้จัก ติโม แวร์เนอร์ กันก่อน ติโม แวร์เนอร์ เกิดเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 1996 เขาเริ่มหลงใหลในกีฬาฟุตบอลตั้งแต่วัยเด็ก ด้วยเหตุผลที่ว่ามีคุณพ่อเป็นนักฟุตบอลจึงทำให้เขาได้เข้าไปคลุกคลีอยู่ในสนามซ้อมตั้งแต่มีอายุเพียงไม่กี่ขวบ ก่อนที่ในเวลาต่อมา แวร์เนอร์ จะผ่านการทดสอบฝีเท้าและเข้าไปเป็นยาวชนของอะคาเดมี่สโมสร สตุ๊ตการ์ท

เขาเริ่มฝึกฝนฝีเท้าซึ่งมีความฝันว่าต้องการจะก้าวขึ้นไปป็นศูนย์หน้าที่เก่งที่สุดในประเทศเยอรมัน โดยมีไอดอลคือ มาริโอ โกเมช นั่นเอง แวร์เนอร์เริ่มมีผลงานไปสะดุดตาทางสตาฟฟ์โค้ชในทีม จนถูกผลักดันให้ก้าวขึ้นมาเล่นอยู่ในทีมเยาวชนชุด ยู-17 ก่อนที่จะถล่มประตูเป็นว่าเล่น ด้วยการทำไปถึง 32 ประตู และอีก 6 แอสซิสต์หลังจากนั้นในวัย 16 ปี ติโม แวร์เนอร์ ได้ถูกดันขึ้นสู่ทีมชุด ยู-19 ซึ่งเขาก็ยังคงทำผลงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมแบบต่อเนื่อง โดยสามารถทำไปทั้งสิ้น 25 ประตู กับอีก 6 แอสซิสต์ จนกระทั่งในซีชั่นต่อมาเขาได้ถูกดึงขึ้นมาเล่นอยู่บนทีมชุดใหญ่ของสโมสร สตัตการ์ทในทันที นั่นจึงทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่มีอายุน้อยที่สุดของทีม สตุ๊ดการ์ท ที่ได้ลงเล่นในเกมอย่างเป็นทางการด้วยวัยเพียง 17 ปี 4 เดือนดูบอลสด

แวร์เนอร์ลงสนามเป็นครั้งแรกในศึก บุนเดส ลีกา เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2013 โดยเป็นเกมที่พบกับเลเวอร์คูเช่น และต่อมาในวันที่ 22 กันยายน 2013 เขาสามารถเบิกสกอร์แรกบนลีกสูงสุดของประเทศเยอรมันได้สำเร็จ ในเกมที่เจอกับ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต และหลังจากนั้นวันที่ 10 พฤศจิกายน แวร์เนอร์ ก็ได้มีส่วนช่วยให้ทีมเอาชนะ ไฟร์บวร์ก ไปได้ 3-1 จากการทำประตูช่วง 2-0 และ 3-1 นั่นจึงทำให้ ติโม แวร์เนอร์ กลายเป็นคาวเตะที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของลีกสูงสุดหรือ บุนเดสลีกา ที่สามารถทำได้ถึงสองประตูในเกมเดียวกันได้จนกระทั่งในฤดูกาล 2015-2016 สโมสรสตุ๊ตการ์ท ถึงจุดตกต่ำและต้องตกชั้นไปเล่นในลีกรองทำให้ตัวของ ติโม แวร์เนอร์ เริ่มเป็นที่สนใจและได้รับข้อเสนอจากทีมยักษ์ใหญ่อย่างมากมาย ก่อนที่ในเวลาต่อมาเขาจะต้องสินใจย้ายไปด้แข้งกับสโมสร แอร์เบ ไลป์ชิกซึ่งตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่เขได้ก้าวขึ้นมาค้าแข้งอยู่กับทีมชุดใหญ่ของ สตุ๊ตการ์ท เขาสามารถทำประตูไปได้ทั้งสิ้น 13 ประตู จากการลงสนามไป 95 เถมวันที่ 11 มิถุนายน 2016 ติโม แวร์เนอร์ ได้บรรลุข้อตกลงกับทางสโมสร แอร์เบ ไลปีชิค โดยเซ็นสัญญากับทางสโมสรไปทั้งสิ้น 4 ปี และรับค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 10 ล้ำนยูโร หรือประมาณ 388 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสถิติการย้ายที่มีค่ตัวสูงที่สุดเป็นประวัติศาสตรของสโมสรเลยทีเดียวลิเวอร์พูล

เขาก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของ แอร์เบ ไลป์ชิกในทันทีก่อนที่จะเริ่มถล่มประตูคู่แข่งอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นดาวซัลวสูงสุดประจำทีมในทุกซีชั่นมาโดยตลอดจนทำให้หลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปเริ่มให้ความสนใจที่จะดึงตัวดาวยิงอนาคตไกลอย่าง ติโม แวร์เนอร์ มาไปเสริมแกร่ง โดยเฉพาะกับทางสโมสร ลิเวอร์พูล ที่ได้มีข่าวกับตัวนักเตะรายนี้มาโดยตลอดแต่เจ้าตัวกลับไม่ออกมาตอบโต้กับข่าวดังกล่าวเลยแม้แต่นิดเดียว กลับมุ่งหน้าโชว์ผลงานด้วยการทำประตูให้กับทีมอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นรองดาวซัลโวของ บุนเดสลีกา ด้วย 28 ประตู โดยเป็นรองเพียงแค่โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่ทำไปได้ 34 ประตูนั่นเองด้วยฟอร์มการเล่นและผลงานที่ดูร้อนแรงเป็นอย่างมากของ ติโม แวร์เนอร์ จึงทำให้ ลิเวอร์พูลเริ่มให้ความสนใจที่จะทำการยื่นข้อเสนอให้กับแข้งรายนี้ได้พิจารณา แต่เจ้าตัวกลับปฏิเสธที่จะย้ายไปค้าแข้งในถิ่นแอนฟิลด์ และเลือกที่จะย้ยไปเล่นให้กับสโมสร เชลชีคู่แข่งร่วมลีกของ ลิเวอร์พูล เพราะแวร์เนอร์มีความชื่นชอบในวิธีและสไตล์การเล่นของทัพ สิงห์บลูส์ บวกกับมความต้องการที่จะร่วมงานกับผู้จัดการทีมระดับตำนานของสโมสรเชลซี อย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ดดิโม แวร์เนอร์ ตกลงย้ายจาก แอร์เบ ไลป์ชิคมาอยู่กับเชลซีเมื่อเดือน มิถุนายน ปี 2020 โดยตบเท้าเข้าร่วมกับเพื่อนใหม่ในฤดูกาล 2020/21 ในฐานะหนึ่งในกองหน้าที่อันตรายที่สุดของฟุตบอลยุโรปผลบอล

เขาเซ็นสัญญามาอยู่กับสิงห์บลูส์ตอนอายุ 24 ปี ก่อนหน้านี้เจ้าตัวมีอชีพการค้าแข้งที่ประสบความสำเร็จในบทบาทกองหน้ากับไลป์ชิก โดยอาศัยควาในการวิ่งตัดแนวรับเพื่อหาโอกาส และยังมีความเจนจัดยามหันหลังให้กับประตูด้วย อย่างไรก็แล้วแต่ เขามักถูกโยกไปยืนเป็นปีกอยู่บ่อย ๆ สมัยเริ่มเล่นฟุตบอลรวมทั้งในการรับใช้ทีมชาติเยอรมนี นอกจากนี้ยังมีความสามารถลงไปล้วงบอลจากแผงมิดฟิลด์และเริ่มตั้งเกมบุกให้ทีมในช่วงไม่กี่เดือนก่อนย้ายมาเล่นในถิ่นลอนดอนตะวันตกฤดูกาลสุดท้ายของแวร์เนอร์ในเวทีบุนเดสลีกาถือเป็นปีที่เขามีความเฉียบคมมากที่สุดหลังกดไป 34 ประตูจากการลงสนาม 45 นัดรวมทุกรายการและทำไปอีก 13 แอสชิสต์ ซีชั่นดังกล่าวถือเป็นปีที่ 4 ของเจ้าตัวกับไลป์ชิก โดยมีสถิติการยิงประตูเฉลี่ยราว ๆ 20 ลูกต่อฤดูกาล แต่ไม่เคยคว้าถ้วยรางวัลก่อนโยกมาเล่นที่อังกฤษดูบอลสด

อย่างไรก็ตาม แวร์เนอร์ เคยได้เหรียญรางวัลในการรับใช้ทีมชาติเยอรมนี โดยผนึกกำลังกับ โทนี่รูดิเกอร์ พา "อินทรีเหล็ก" คว้าแชมปคอนเฟเดอเรชั่นส์คัพ ในปี 2017 เขาคว้ารางวัลรองเท้าทองคำจากการเป็นดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์ด้วยเช่นกันแวร์เนอร์ และ รูดิเกอร์ เคยเป็นเพื่อนร่วมทีมสมัยค้าแข้งกับสตัตการ์ทที่บ้านเกิด ซึ่งจุดเริ่มต้นอาชีพของทั้งสองคนอยู่ที่นี่ แวร์เนอร์ทำสถิติเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นให้สโมสรและทำประตูได้ ถือเป็นหนึ่งในหลาย ๆ สถิติที่เขาทำไว้กับสตัตการ์ทและบุนเดสลีกาในวัยเด็กแวร์เนอร์กลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญแม้มีอายุน้อยก่อนอำลาสโมสรเพื่อย้ายไปค้ำแข้งให้กับไลป์ชิก ที่เพิ่งเลื่อนชั้นหลังจากสตุ๊ดการ์ทรวงลงจากบุนเดสลีกา เขาสถาปนาตัวเองกลายเป็นคีย์แมนของสโมสรใหม่ทันที และไต่เต้ากลายเป็นยอดดาวยิงของประเทศเยอรมนีและวงการฟุตบอลยุโรปได้อย่างรวดเร็ว

ผลงานของ แวร์เนอร์ กับไลปีชิคในระหว่างนั้นทำให้เขากลายเป็นขาประจำของพลพรรค "ดี มานชาฟต์" โดยเป็นส่วนหนึ่งในขุมกำลังที่ติดทีมชาติไปแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเชียแวร์เนอร์ได้ลเล่นในนามทีมชาติเป็นครั้งแรกด้วยการมีชื่อติดอยู่ในทีมชุดลุยศึกยูโร ยู-17 เมื่อปี 2012 ก่อนที่ในปี 2017 เขาถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่ ภายใต้การคุมทีมของ โยอาคิม เลิฟ ในเกมนัดอุ่นเครื่องกับทีมชาติอังกฤษ และ อาเชอร์ไบจานแวร์เนอร์สามารถทำได้ 2 ประตูในเกมที่พบกับทีมชาติแคเมอรูน ในรายการ คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2017 และสมารถช่วยให้ทีมชาติเยอรมันแชมปีรายการนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ พร้อมทั้งรับรางวัลรองเท้าทางคำจากผลงานที่ยอดเยี่ยมลิเวอร์พูล

เมื่อรู้ถึงประวัติและผลงานที่ผ่านมาของแวร์เนอร์แล้ว เราก็จะมาพูดถึงการวิเคราะห์สถิติผลงานของ ติโม แวร์เนอร์ ในช่วงระหว่างการดแข้งที่ผ่านมาของเขาเป็นยังไงกันบ้าง โดยเมื่อเทียบสถิติการลงเล่นใน บุนเดสลีกาเยอรมัน ของแวร์เนอร์ในฤดูกาล 2019 โอกาสยิงประตู 0.86 ประตูต่อเกม การจบสกอร์ 53.4% แต่สถิติการลงเล่นในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020 สถิติการยิงประตูเขาอยู่ที่ 0.25 ประตูต่อเกม การจบสกอร์ 37.59 แม้ว่าผลงานที่ผ่านมากับทัพ "สิงห์บูลส์" จะดูไปได้ไม่ดีเท่าไรนัก แม้เทียบกับความคาดหวังของแฟนบอลที่หวังว่าเข้าจะมาถล่มประตูใส่คู่แข่ง เมื่อสมัยที่ค้าแข้งให้กับไลป์ชิก แต่สิ่งนั้นก็คงต้องใช้เวลในการปรับตัว และเรียนรู้จากความผิดพลาดที่ผ่านของตัวเขาเองบ้านผลบอล

สำหรับประตูที่เขาทำได้ทั้งหมด 9 ประตูแบ่งเป็น ยิงประตูใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 ประตู 1 แอสซิสต์, พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 4 ประตู 5 แอสซิสต์, คาราบาว คัพ 1 ประตู เอฟเอ คัพ 1 ประตูโดยในคืนวันเสาร์นี้ เชลซี มีโปรแกรมออกไปเยือน ฟูแล่ม คู่แข่งร่วมเมืองที่ถิ่น คราเวน คอตเทจต้องมาช่วงกันเอาใจช่วงให้ หัวหอกอนาคตไกลของทีมอย่างติโม แวร์เนอร์ กลับมายิงอย่างต่อเนื่องอีกครั้งให้ได้

ลิเวอร์พูล ลิตเติ้ลโจ โชว์ออฟ

ฟูแล่มไม่บ่นแล้วนะ!

ก่อนเกมระหว่าง ท็อตแน่ม - ฟูแล่ม ไปอ่านบทสัมภาษณ์ของ โชเซ่ มูรินโญ่ มันก็ชวนพยักหน้าคล้อยตามหลายอย่างเลยนะประเด็นแรก ที่ผมเคยพูดเมื่อวานพอดี:น้ามูบอกว่าตอนพรีซีชั่น เขาได้รับการบอกว่า ถ้าคุณมีผู้เล่นใช้งนได้ 14 คน คุณต้องเล่น ซึ่งเขาก็โอเคนะพร้อมที่จะปฏิบัติตามเพื่อให้ฤดูกาลนี้มันจบได้ตามกำหนด ไม่มีปัญหาแต่กฎนั้น ด้วยเหตุผลบางอย่างก็เปลี่ยนไป! ได้เห็นเกมพรีเมียร์ลีกหลายแมตช์เลื่อนแข่งเพราะผลกระทบจากโคโนไวรัส ที่ตรวจเจอในสโมสรซึ่งสเปอร์ส ก็มีผลกระทบที่ตัวเองไม่ได้เป็นต้นเหตุเพิ่มมากขึ้น ซึ่งน้มก็บอกว่า ตอนนี้ต้องการ "ผู้นำ" มาตัดสินเรื่องนี้ให้เด็ดขาดสิ และถ้าทุกคนเห็นแก่ตัวเองมาก ๆ ไว้ก่อนนะ มันจะส่งผลกระทบกับพรีเมียร์ลีกจากนั้นเขาก็ตั้งคำถามถึง สกอตต์ พาร์เกอร์ลูกน้องเก่าแม้จะมีโอกาสเป็นตัวประกอบสั้น ๆ ที่เชลซีเพราะว่าแดนกลางสิงห์บลูส์ตอนนั้นแข็งจัด ออกมากล่าวว่า ไม่ค่อยจะยุติธรรมนักที่ฟูแล่มได้รับการยืนยันให้เกมเยือนสเปอร์สที่เลื่อนมาเพียงเช้าวันจันทร์ (แต่น่าจะมีสัญญาณมาตั้งแต่ค่ำวันเสาร์แล้วมั้ง) นักเตะหลายคนของเขาต้องกักตัวอยู่บ้าน 10 วัน รีบเอากลับมาลงเล่นเดี๋ยวก็เสี่ยงบาดเจ็บกันน้ามูแกพูดตอบกลับว่า : ถ้าผมไม่ผิดนับจากเริ่มฤดูกาลมาเราเล่นมากกว่าฟูแล่ม 11 นัดพวกเขามี วันอาทิตย์ วันจันทร์ และวันอังคาร ให้เตรียมตัว เดี๋ยวดูทีมฟูแล่ม ดูตัวจริงของพวกเขาบนม้านั่งสำรอง และผู้เล่นที่ไม่มีส่วนกับเกม จากนั้นเราสมารถรู้สึกเสียใจด้วยกับพวกเขา หรือจากนั้นเราสามารถคิดว่าพวกเขาไม่ควรต่อว่าอะไร

(พรีเมียร์ลีกบอกว่า ได้แจ้งฟูแล่มตั้งแต่วันเสาร์แล้ว ถึงความเป็นไปได้มากที่ต้องเล่นกับ ท็อตแน่ม ในคืนวันพุธที่ผ่านมา แทนเกม แอสตัน วิลล่า - ท็อตแน่ม ที่ต้องเลื่อน เพราะทัพวิลล่ามีปัญหาจากเรื่องโควิด)ในที่สุดแล้ว ผมดูว่า ฟูแล่มจัดทีมแข็งมาเยือนท็อตแน่มได้นะ เพราะเกมเอฟเอคัพไปเยือนคิวพี่อาร์ เพื่อนบ้านใกล้ๆ ฝั่งเวสต์ลอนดอน นั้นเปลี่ยนทัพถึงเจ็ดราย นี่เกมเป็นแรกที่เล่นหลังจากบ็อกซิ่ง เดย์ ด้วย สภาพร่างกายก็น่าจะสดอยู่ผมจับตาดูไปที่สามผู้เล่นที่พาร์เกอร์ได้กลับมาใช้งาน ผู้รักษาประตู อัลฟงส์ อาเรโอล่า ที่เป็นตัวสำรองอยู่ในทัพชุดแชมป์โลกของฝรั่งเศสที่แดนหมีขาวด้วย ตอนต้นซีชั่น โอ้ย รู้สึกเห็นใจเลย ในช่วงที่ชาวกระท่อมยังดูอ่อนปวกเปียก ตัวยืมจากเปแอสเชนี่ภาระหนักทุกเกม ซึ่งสุดท้ายมักจบลงด้วยความพ่ายแพ้ ชอกช้ำกันหล่ะ หากเกมกับท็อตแน่มก็ยืนยันว่า นี่เป็นอีกจุดแข็งของชาวกระท่อมเค้ามิดฟิลด์ อ็องเดร-ฟรองค์ อ็องกีสซามิดฟิลด์ทีมชาติแคเมอรูน เห็นรูปร่าง เห็นการเล่นแล้วพี่ว่าถ้าเกิดชีชั่นนี้ ฟูแล่มพยุงตัวให้อยู่รอดไม่ได้ น้องก็ขายออกในทีมอื่นพรีเมียร์ลีกหล่ะดูบอลสด

ตัวรุกจี้ดจัด อเดโมล่า ลุคแมน แตกต่างจากสองคนข้างบนเพราะเป็นแค่ตัวสำรอง หากเป็นตัวเลือกแรกที่พาร์เกอร์ส่งลงมา เพื่อลุ้นตามตีเสมอ หลังจาก แฮร์รี่ เคน โหม่งให้ท็อตแน่มนำอย่างสมควรตั้งแต่กลางครึ่งแรก --- และ ลุคแมน เป็นตัวสำคัญเปิดบอลจากสุดเส้นหลังด้านซ้าย พื้นที่ที่เขาชอบคุกคามไปให้ อิวาน คาวาเลยโร่ โหม่งเสียบเสาซะสวยเชียว แบ่งแต้มได้แน่นอนครับ ฟูแล่มไม่ได้จัดทัพขี้เหร่มาเยือน ไม่ใช่แบบแอสตัน วิลล่า ที่ใช้ชุดเด็กยู-23 ผสมยู-18 ผลบอลในเกมเอฟเอคัพ เล่นกับลิเวอร์พูลเมื่อวันศุกร์และได้ผลแบบนี้ พาร์เกอร์ก็ไม่ควรจะบ่นอะไรอีกสำคัญกว่านั้น พาร์เกอร์ และเพื่อนผู้จัดการทีมทั้หลายในลีกก็ควรจะปรับความคิดหน่อย,ปรับความคิดให้เหมือนทีมูรินโญ่พูดไว้ข้างต้องพยายามให้ลีกมันเดินหน้ ไม่ใช่เพิ่ม "เกมเลื่อน" กัน โดยคำนึงถึงตัวเองเป็นที่ตั้งก่อน

คำถามจากน้ำมู ก่อนเกมฟูแล่มยังน่าสนใจเป็นการเตือนสติไปยังสโมสรต่างๆ ด้วย;

คุณต้องการให้ซีชั่นนี้บหรือเปล่า?

คุณต้องการให้ฟุตบอลดำเนินต่อไปหรือไม่?

เราต้องการจะเป็นเพียงประเทศเดียวใน

ยุโรปที่ปราศจากฟุตบอลหรือไม่?

เราต้องการสิ้นสุดซีชั่นกับ แชมเปี้ยนส์, กับแชมป์บอลถ้วย, กับทีมตกชั้น, กับทีมไปเล่นยุโรปหรือไม่? เหล่านั้นคือประเด็นหลัก พวกคุณนักข่าวฟุตบอลต้องการทำงานต่อหรือเปล่า? (ต้องมี แต่เป็นความจริง 55) เราต้องการเงินเดือนกันไหม? ใช่หรือไม่อะไรที่เราต้องการ?

ฟังแบบนี้ไปก่อนถึงแม้เอาอะไรแน่กับน้ามูไม่ได้ เพราะถ้าท็อตแน่ม อาจต้องยกเลิกบ้างด้วยปัญหาภายในทีมตัวเอง เหตุผลก็อาจเป็นอีกอย่าง และตอนนี้เขามีข้ออ้างจากทีมอื่นมาอ้างได้เพียบเลย ซึ่งทีมที่จะโดนเลือกอ้างถึงน่จะเป็น "แมนฯ ชิตี้" (ขอพรีเมียร์ลีกเลื่อนเกมโดยไม่ได้ปรึกษาเอฟเวอร์ตันเพียงไม่มีชั่วโมงก่อนเกม) เพราะนั่นมีผลต่อการลุ้นเเชมป์ไม่เห็นรายชื่อ อเล็กชานเดอร์ มิโตรวิช (ซึ่งแหกมาตรการโควิด ไปฉลองปลายปีกะ ลูก้า มิลิ-โยเวติช นักเตะคริสตัล พาเลซ คนบ้านเดียวกัน)แต่หมอนี่มันไม่ใช่ศูนย์หนหวังพึ่งพึงในฤดูกาลนี้ ยิงจุดโทษยังไม่เข้า ก็ชวนให้คิดว่า ถ้หากน้ามูไม่มีเคสของนักเตะตัวเอง เซร์คิโอ เรกีญอน (โยนลูกจากฝั่งชายโค้งเข้าหา เคน เป็นประตูแรกในเกมกะฟูแล่มนี้,เฉียบขาดมาก) เอริค ลาเมล่า (เปลี่ยนตัวลงมาเล่นสิบห้นาทีสุดท้าย) และ โล เซลโซ่ (ไม่มีชื่อในเกมนี้) อาจได้เหน็บคืนพาร์เกอร์ นั่นงัย นักเตะคุณทำผิดกฎ มันถึงได้เกิดปัญหาน้ามูมีชะงักอยู่เหมือนกัน เรื่องเรียกร้องให้มี "ผู้นำ"นี่ผมก็อยากเห็นพรีเมียร์ลีกแสดงตัวนะครับดูบอลสดนี่ก็ยังเหมือนเดิม ให้สโมสรไปจัดการนักเตะกันเอง พูดไปบ้างแล้ว ขัดขืนมาตรการโควิตให้แยกกันอยู่ มีภาพลงโชเชียล มีใครจับผิดได้ ก็ต้องสั่งลงโทษหมมาซ้อมก่อนเลย 10 วันก็ได้ แล้วก็ต้องลงโทษแบนลงเล่นกี่เกมตามมา

มีอีกอันนึงก็ตลกดี และผมเฝ้าดูในเกมกลางสัปดาห์นี้ เมื่อพรีเมียร์ลีก บอกนักเตะว่าห้ามกอดกันหลังจากยิงประตูได้ หลังจากพวกรัฐมนตรี,รัฐบาลเค้ากดดันมาอ่ะนะก็เห็นกอดกันทุก หรือแทบทุกสนามเลยอ่ะนะ

เรื่องนี้ มีทั้งเข้าใจ และไม่เข้าใจ ตีอยู่ในหัวมั่วไปหมดไม่ค่อยแน่ใจว่า การหลีกเลี่ยงการฉลองประตูสวมกอด หรืออะไรอะไร จะช่วยได้ก็พวกเขาก็ซ้อมอยู่ด้วยกัน ที่สนามช้อมใครจะมาจับตาดูใกล้ชิดกันแค่ไหน พวกเดียวกันทั้งนั้น ที่โดนจับตาก็คือสนามแข่งขันที่มีการถ่ายทอดสดนี่แหละ มีตากล้องภาพนิ่งเข้าสนามด้วยเวลาเล่นลูกเตะมุมในกรอบเขตโทษ เวลาแมน-มาร์กกิ้งกะคู่แข่ง มันสัมผัสตัวกันตลอดแหละฮะแต่ก็เข้าใจได้ว่าอย่างน้อย มันเป็นการสื่อสารในเชิงสัญลักษณ์ พยายามลดการจับตามองจากสังคมบ้าง

บิลลี่ ชาร์ป ยิงจุดโทษเข้า ผู้เล่นเชฟฟิลด์เข้าไปรุมล้อมเพราะนี่มันเป็นประตูสำคัญที่อาจจะทำให้พวกเขาได้ชัยชนะเป็นดแรกของซีชั่นหลังจากเตะมามากถึง 17 นัด หยุดความเลวร้าย และมีอะไรที่ปลดเปลื้อง, มีความหวังขึ้นมาบ้าง

ลูกวอลเลย์ของ ปอล ป็อกบา ไปแฉลบเป็นประตูที่ส่ให้แมนเชสเตอร์ ยูในเต็ด ขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูง ครั้งแรกในห้วงเวลาเนิ่นนานอะไรแบบนี้ มันเข้าใจได้ว่า ทำไมนักเตะถึงต้องฉลองกัน แล้วจะทำอย่างไร พรีเมียร์ลีกสั่งแบนนักเตะแมนฯ ยูฯ ที่เข้ไปฉลองกับป็อกบาให้หมดเลยมั้ย ห้ามลงเล่นเกมต่อไปไม่รู้เจอใคร ฮ่า!ก็เข้าใจหล่ะ มันเป็นไปไม่ได้แต่จะเอาอย่างไรให้มันเข้มกว่านี้หล่ะ ปล่อยให้สโมสรจัดการกันเอง ก็ฉลองต่อไปสิครับ นักเตะทำผิดกฎโควิด โค้ชก็ให้สัมภาษณ์ว่าขอโทษ แต่เดี๋ยวเราจะจัดการภายใน

มันตั้งแต่กฎเปลี่ยนตัวผู้เล่นสำรองต้องให้มีการโหวตผ่าน 14 เสียงจาก 20 สโมสรพรีเมียร์ลีกถึงจะยอมคงเปลี่ยนได้ 5 คนกันแล้ว ที่พรีเมียร์ลึกไม่แสดงบทบาทผู้นำออกมาฉะนั้นการจะหา "ผู้นำ" แบบที่มูรินโญ่ ต้องการ เกี่ยวกับการห้ามเลื่อนเกมนะ ต้องพยายามให้เตะตามโปรแกรมไป แต่ละทีมน่าจะหาผู้เล่น 14 คนได้อยู่แล้ว เพราะไอ้ที่แข่งกันมาเนี่ย ถ้ามีแค่ตรวจเป็นบวกสักคน สองคนในทีม ถ้าจะเอาจริง ๆ นะ คุณก็ต้องให้กักตัวทั้งทีม 10 วัน มาตลอดหล่ะเพราะมันซ้อมอยู่ด้วยกัน ใกล้ชิดกันอยู่แล้ว ทำแบบนั้นลีกมันก็เดินหน้าไม่ได้ มันต้องหลับตามองไม่เห็นกันบ้าง --- ก็ยังไม่เห็นภาพผู้นำนั้น นาทีนี้บ้านผลบอล

ลิเวอร์พูล โอกาสแชมป์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

โทษฐานที่นำเป็นจ่าฝูง แถมไม่ใช่จ่าฝูงแบบเหมือนที่ผ่านมาในยุคหลังความยิ่งใหญ่ชะด้วย แต่เป็นถึงจ่าฝูงในเดือนมกราคมที่อากาศเย็นยะเยือก จึงเริ่มมีคนพูดถึงการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ของแมน" ยูไนเต็ด มากขึ้นเรื่อย ๆก่อนอื่นทำความเข้าไก้นสักเล็กน้อยนะครับว่าก่อนหน้านี้ พลพรรคปีศาจแดงเคยขึ้นนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกมาแล้ว 2 ครั้ง นับตั้งแต่ เชอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อำลาตำแหน่งพ่อใหญ่แห่งโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อ 2013 ครั้งแรกเกิดขึ้นในช่วงต้นฤดูกาล 2017-18 เมื่อลูกทีมของ โชเช่ มูรินโญ่ เปดฉากอย่างเร้ใจด้วยการกะชวกชัย 3 เกมติดต่อกัน

แมนฯ ยูไนเต็ดถล่มเวสต์แฮม 4-0 ในนัดเปิด ฤดูกาล ตามมาด้วยการบุกอัดสวอนชี 4-0 และเชือดเลสเตอร์ 2-0 ก่อนความเร็วแรงแบบทะลุนรกจะถูกหยุด เมื่อทำได้แค่เสมอสโต๊ค 2-2 ที่บ้านหม้อ 4 นัดแรกของฤดูกาล ช่นะ 3 เสมอ 1 ได้ 12 เสีย 2 สะสม 10 แต้มขุนพลปีศาจแดงจากชุดนั้นหลงเหลือมาถึงชุดปัจจุบัน 6 คน คือ ดาบิด เด เคอา, เอริก ไบยี่, ปอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช, มาร์คัส แรชฟอร์ด และอ็องโตนี่ มารกชิยาล (ไม่นับตัวสำรองอย่าง มวน มาต้า หรือเจสชี่ ลินการ์ด นะครับ)หลังจากนั้นก็ถูกแมนฯ ชิตี้ แซงแล้วไม่เคยเผยอหน้าขึ้นเป็นจ่าฝูงอีกเลยจนกระทั่ง..นัดเปิดฤดูกาล 2019-20 ที่กระหน่เชลชี 4-0 ซึ่งคงจะใช้คำว่า "จ่าฝูง" ได้อย่างไม่ค่อยเต็มปากเต็มคำสักเท่าไหร่ เพราะทีมอื่นยังแข่งกันไม่ครบ แถมเป็นแค่นัดแรกและนัดเดียวของซีชั่นผิดกับฤดูกาลนี้ที่ลูกทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ทะยานขึ้นอันดับ 1 ของตารางในเดือนมกราคมอย่างสมภาคภูมิ หลังผ่านไป 17 นัด ซึ่งแมนฯ ยูไนเต็ด ทำสถิติไม่แพ้ติดต่อกัน 11 นัด และชนะมากที่สุด (11 นัด) รวมถึงยังไม่แพ้นอกบ้าน (ชนะ 7 เสมอ 1)ว่าแล้วก็พอจะมีเหตุผลอยู่ประมาณ 2-3 ข้อที่บอกว่าทำไมพวกเขาอาจจะใฝ่ฝันถึงตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้กับเขาได้บ้างอันดับแรกคือปรากฎการณ์ของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส !!!นับตั้งแต่ดาวเตะค่ตัว 47 ล้านปอนด์ผู้นี้ลงเล่นเป็นเกมแรกจนถึงเกมลสุด เขาลงเล่นเฉพาะในพรีเมียร์ลีกไปแล้วทั้งหมด 30 นัด โดยทำได้ 19 ประตู กับอีก 14แอสชิสต์ลิเวอร์พูล

30 เกมที่มี บรูโน่ แฟร์นันด์ส อยู่ในสนามแมนฯ ยูไนเต็ดชนะ 20 นัด เสมอ 7 นัด และแพ้แค่ 3 นัดสะสมได้ 67 คะแนน ซึ่งมากกว่าคะแนนที่ลิเวอร์พูลกับแมนฯซิตี้ สะสมได้ในพรีเมียร์ลีก 30 นัดล่าสุดพูดง่ายๆ ว่าถนับแต้มเฉพาะในเกมที่ บรูโน่ แฟร์นันดส ลงสนาม แมนฯ ยูไนเต็ดจะนำเป็นจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีกนั่นแหละนอกจกนี้ยักมายถึงคะแนนเฉลี่ยที่แมนๆ ยูในเต็ดจะได้รับต่อ 1 นัด เวลาดาวเคะผู้นี้ลงสนามคือ 2.23 คะแนน หากยึดค่าเฉลี่ยนี้เป็นเกณฑ์แล้วคำนวณตามหลักคณิตศาสตร์ หมายความว่าอีก 21 นัดที่เหลือของฤดูกาล หาก "บรูโน่" ได้ลงเล่นทุกนัด แมนฯ ยูไนเต็ดจะสะสมได้อีกประมาณ 46 คะแนน บวกกับของเดิมที่มีอยู่ในตอนนี้ 36 คะแนน รวมเป็น 82 คะแนน

อืมมมมมม...นะ 82 คะแนน หากเทียบกับคะแนนของแชมป์ใน 4 ฤดูกาลที่ผ่านมา ขอบอกว่าไม่เพียงพอต่อการเป็นแชมป์นะครับ

คะแนนของแชมป์พรีเมียร์ลีกในรอบ 5 ฤดูกาลล่าสุด

ฤดูกาล 2019-20 ลิเวอร์พูล 99 คะแนน

ฤดูกาล 2018-19 แมนฯ ซิตี้ 98 คะแนน

ฤดูกาล 2017-18 แมนฯ ชิตี้ 100 คะแนน

ฤดูกาล 2016-17 เชลชี 93 คะแนนดูบอลสด

ฤดูกาล 2015-16 เลสเตอร์ 81 คะแนน

แต่หรับฤดูกาลนี้ที่อุดมด้วยความบ้าบอคอแตกแบบไม่ปกติ บางที่มันอาจจะเพียงพอ...ก็..เป็น..ได้บรูโน่ แฟร์นันด์ส จึงเป็นคีย์แมนคนสำคัญที่ไม่ได้รับอนุญาตให้หายไปในทุกกรณี เพราะถ้าแมนฯ ยูไนเต็ดไม่มีดาวเตะผู้นี้ก็จบเหตุผลต่อมาคือฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูลไม่สยดสยองเหมือนเดิมไม่ว่าจะด้วยเหตุผลของการเป็นแชมปีเก่าที่ทำให้แรงจูงใจลดน้อยลงไป หรือเพราะการขาดหายไปของผู้เล่นสำคัญ - ที่แน่ๆ คือ ลิวอร์พูลไม่แข็งแกร่งเหมือนเก่ามิเท่านั้น แมนฯ ซิตี้ที่เป็น "เต็งหนึ่ง" ก็ดันออกตัวอย่างต้วมเตี๊ยมไปหน่อยจนต่อให้ทีมสีแดงในเมืองเดียวกันนาหน้าไปก่อนการทำแต้มหล่นหายไปของลิเวอร์พูล และการทำตัวไม่สมกับเป็นเต็งหนึ่งของแมนฯ ชิตี้ ในช่วงแรกของฤดูกาล รวมถึงคู่ขับเคี่ยวทีมอื่นอย่างสเปอร์ส, เชลชี และอาร์เชน่อล ที่ไม่ค่อยมีมาตรฐานและความสมาเสมอสักเห่ไหร่ถือเป็นโอกาสดีของแมนฯ ยูไนเต็ด ที่จะคิดการณีใหญ่ในฤดูกาลนี้เลย

เพราะโอกาสแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นบ่อย ๆ ส่วนเหตุผลข้อสุดทยอาจไม่ใช่เหตุผลทางวิทยาศาสตร์สักเท่าไหร่คือครั้งสุดท้ยที่แมนฯ ยูไนเต็ด น้ำเป็นจ่าฝูงในเดือนมกราคม เกิดขึ้นเมื่อฤดูกาล 2012-13 ซึ่งนั่นคือครั้งสุดท้ายที่พวกเขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จอย่างไรก็ตามมันยังมีอีกเพียบเหตุผลที่บอกว่าทำไมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่เหมาะสมกับตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ เส้นทางยังเหลืออีกยาวไกลกว่าครึ่งฤดูกาล อย่าลืมว่าสเปอร์สกับเชลชีก็เคยนำเป็นจ่ฝูงมาเหมือนกัน แล้วดูอันดับในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกของพวกเขาในตอนนี้สิมาตรฐานของแมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้สูงส่งไปกว่าลิเวอร์พูลกับแมนๆ ชิตี้ นี่คือความจริงที่ต้องยอมรับผลบอล

เช่นเดียวกับความสามารถ ประสบการณ์ และบารมีของ โอเล่ กุนพาร์ โชลชา ที่ยังเป็นรอง เจอร์เก้น คล็อปป์ กับ เป กวาร์ดิโอล่า รวมถึ โชเซ่ มูรินโญ่ และ คาร์โล อันเชลอตติ อยู่พอสมควรที่สำคัญคือผลงานในการเจอกับทีมระดับพญายักษ์อันมักเป็นดัชนีบ่งชี้ตำแหน่งแชมป์ในเกือบทุกฤดูกาลกล่าวคือแชมป์พรีเมียร์ลีกต้องมีผลงานที่ไฉไลที่สุดเวลาเจอกับทีมในพิกัดเดียวกันกับตัวเองหมายความว่าแชมป์ "มินิลีก" ในการเจอกันเองระหว่างทีมระดับ "บิ๊กซิกซ์" ด้วยกันนี่แหละ คือแชมป์พรีเมียร์ลีกแล้วดูผลงานของแมนฯ ยูในเต็ด ในฤดูกาลนี้ชีครับคุณลิเวอร์พูล

แพ้ สเปอร์ส 1-6 คาบ้าน

แพ้ อาร์เชนอล 0-1 คาบ้าน

เสมอ เชลซี 0-0 ในบ้าน

เสมอ แมนๆ ชิตี้ 0-0 ในบ้าน

4 นัดที่ผ่านมาเพิ่งเก็บได้แค่ 2 แต้มในบ้านตัวเองทั้ง 4 นัด โดยทำได้แค่ประตูเดียว แถมวันอาทิตย์นี้ต้องบุกไปทำศึกแดงเดือดที่แอนฟิลด์เห็นไหมครับว่าโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในโลกแห่งความจริง มันไม่ง่ายเหมือนนอนหลับตาแล้วจินตนาการเอาเรียนตามตรงว่าในฐานะผู้มีจิตศรัทธาในปีศาจแดงที่ห่างเหินความสำเร็มานานจนเกิดอาการโหยหา ผมแอบหวังลึกๆ อยู่เหมือนกัน ประมาณว่เผื่อฟลูกอะไรทำนองนั้นมากกว่าพลางเจียมเนื้อเจียมตัวว่า แมนฯ ยูไนเต็ด โดยปัจจุบันยังมีจุดบกพร่องอีกมากมาย แถมยังไม่ได้พร้อมด้วยตัวของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบโอกาสที่เปิดกว้างขึ้นมาล่อตาล่อใจ ส่วนหนึ่งเกิดจากความต่ำกว่ามาตรฐานของคู่แข่งจึงข่อว่ากันแบบนัดต่อนัดดีกว่า อย่าเพิ่งไปตั้งความหวังมากในตอนนี้แต่สิ่งที่มองเห็นซัดเจนคือการทำทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้นเรื่อยๆความผิดพลาดที่ผ่านมา คือบทเรียนให้นำไปปรับปรุงและแก้ไข เพื่อที่จะไม่ผิดพลาดเหมือนเดิมอีกอย่างน้อยรูปแบบการเล่นของ "ปีศาจแดง" ในมือของกุนชื่อไวกิ้งก็มีความเป็น "ปีศาจแดง" ขนานแท้และตั้งเดิมที่โดนใจเด็กผีมากกว่าตอนที่ เดวิด มอยส้, หลุยส์ฟาน กัล และ โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นผู้จัดการทีมนอกจากนี้หากสังเกตให้ดีๆ คุณจะพบว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พยายามที่จะเจริญรอยตามพระอาจารย์ของตัวเองอย่าง "เฟอร์กี้" คือวางรากฐานของทีม เพื่อความสำเร็จในระยะยาวในขุมกำลังชุดป้จจุบันของแมนๆ ยูไนเต็ด มีเด็กที่จบจากโรงเรียนลูกกรอกคะนองบรรจุอยู่อย่าง ดีน เฮนเดอร์สัน, อักเซล ตวนเซเบ้, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ เมสัน กรีนวู้ด บวกกับผู้เล่นอายุน้อย ๆ อย่าง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาลและ แดเนียล เจมส์นักเตะบางคนที่ซื้อมาใหม่อย่าง อารอน วานบิสซาก้า, ฟากุนโด้ เปเยสตรี และ อาหมัด ดิยัลโล่ก็จัดอยู่ในประเภทดาวรุ่งที่ถือเป็นการซื้ออนาคตมากกว่าซื้อปัจจุบันดูบอลสด

ต่อเมื่อดูจากวิกฤตการณ์ที่ผ่าน ๆ มานับตั้งแต่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา วางตูดอยู่บนตำแหน่งพ่อใหญ่แห่งโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มันแสดงให้เห็นว่าเบื้องบนยังเชื่อมั่นในตัวผู้จัดการทีมคนนี้ที่แม้บารมีจะไม่บรม แต่ความจงรักภักดีสูงรักทีมจริง ไม่ใช่ผู้จัดการทีมรับจ้างทั่วไปทำงานเพื่อค้าจ้างเท่านั้น โดยพร้อมที่จะมอบอาวุธให้เขาอย่างครบมือมากขึ้นฉะนั้น & ฉะนี้ในความมืดมิดของอเวจีมหานรกยังพอมองเห็นรอยยิ้มอย่างมีเลศนัยของท่านซาตาน

‘ธีราทร บุญมาทัน’ แข้งไทยที่ประสบความสำเร็จสุดๆ ในเจลีก2ปีหลังสุด

เป็นนักฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จสุด ๆ ในช่วงสองปีหลัง สำหรับ รีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายทีมชาติไทยของโยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ที่ยังคงรักษาฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมไว้ได้ตลอดทั้งในฟุตบอลเจลีก และ เอเอฟซี แชมเป้ยนส์ ลีก สร้างประวัติศาสตร์หลายๆ อย่างให้กับวงการฟุตบอลไทยและถูกยกย่องว่าตอนนี้คือแบ็กซ้ายเบอร์ต้น ๆ ของเอเชียไปแล้วตั้งแต่ ธีราทร บุญมาทัน มาอยู่กับมารินอสมีแค่ช่วงแรกเท่านั้นที่ต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างหนักจนบางครั้งต้องหลุดไปเป็นตัวสำรอง หรือบางเกมไม่มีชื่อเลยแต่ทว่าด้วยความใจสู้ของธีราทร หลังจากปรับตัวได้เรียบร้อย เขาก็ยึดตัวจริงทางฝั่งแบ็กซ้ายของมารินอสยาวๆ โดยในฤดูกาล 2019 ลงเล่นไปทั้งหมด 25 นัดทำไป 3 ประตู กับ 4 แอสซิสต์ ผ่านบอลสำเร็จ 82 % สกัดคู่แข่ง 103 ครั้ง และทำประตูในเกมนัดตัดสินแชมป์กับ เอฟซี โตเกียว ได้อีกด้วย ผงาดคว้าแชมป์เจลีกยิ่งใหญ่และเป็นนักตะไทยคนแรกที่ทำได้สร้างรอยยิ้มให้กับแฟนบอลชาวไทยบ้านผลบอล

นอกจากนี้ ธีราทรยังถูกรับเลือกให้เป็น 11 ผู้เล่นยอดเยี่ยมของเจลีก ในฤดูกาล 2019 จากสื่อชื่อดังของประเทศญี่ปุ่นหลายๆ สื่อ อาทิ Soccer Digest รวมไปถึงยังถูกพูดถึงอีกว่า รีราทรคือการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมของมารินอสในฤดูกาล 2019 ก่อนที่มารินอสจะซื้อขาดธีราทรจากเอสซีจี เมืองทอง มาร่วมทีมถาวร และในฤดูกาล 2020 รีราทรก็ยังคงสานต่อฟอร์มการเล่นได้อย่างต่อเนื่อง จนเป็นนักเตะที่ อันเก เฮดโค้ชมารินอสชื่นชอบอย่างมากตลอดทั้งฤดูกาลที่ผ่านมา รีราทรยังคงเป็นตัวหลักโดยลงสนามไปถึง 27 เกม ทำไปทั้งสิ้น 4 แอสซิสต์รวมไปถึงยังพามารินอสผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีม สุดท้ายเป็นครั้งแรกในเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ถึงแม้ว่ามารินอสจะจบฤดูกาลด้วยมือเปล่า แต่ฟอร์มการเล่นของธีราทรยังคงอยู่ในมาตรฐานที่ดีมาก ๆ และติดทีมยอดเยี่ยมเจลีกในสัปดาห์ที่ 22 อีกด้วย และเป็น MVP นัดที่มารินอสเอาชนะ ชนบุก ในเอเอฟซี แชมเบี้ยนส์ ลีก รวมถึงประตูที่ทำได้ในเกมดังกล่าวนั้นก็เป็นประตูที่สวยสุดประจำทัวร์นาเมนต์อีกด้วยดูบอลสด

นอกจากนี้ รีราทรยังถูกรับเลือกเป็น 11 นักเตะยอดเยี่ยมของเอเชีย ร่วมกับ ทาคูมิ มินามิโนะแนวรุกทีมชาติญี่ปุ่นของสโมสรลิเวอร์พูล ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และ ชน ฮึง-มิน กองหน้ดาวยิงทีมชาติเกาหลีใต้ของสโมสรก็อตแน่ม อ็อตสเปอร์ จากการจัดของสหพันธ์ประวัติศาสตร์และสถิติฟุตบอลระหว่างประเทศ (IFFHS) ของประเทศเยอรมนี เรียกได้ว่าสุดยอดจริงสำหรับ รีราทร บุญมาทันและในเจลีก ฤดูกาล 2021 โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ก็ออกมาประกาศแล้วว่า รีราทรยังคงเป็นตัวหลักของที่มเช่นเดิม พร้อมกับเป้าหมายใหม่คือการกลับมาคว้าแชมป์เจลีกให้ได้อีกครั้ง และพามารินอสกลับไปลุยเอเอฟซี ผลบอลแชมป์เปี้ยนส์ ลีก เรียกได้ว่าความมุ่งมั่นของธีราทร บุญมาทัน ยังคงเต็มเปี่ยมเพื่อจะประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเจลีก ฤดูกาล 2021 แฟนบอลก็ติดตามกันได้ที่ Siamsport รับรองได้เห็นฟอร์มการ เล่นของธีรทรเต็มๆ แน่

Continue Reading