Connect with us

Uncategorized

บอลวันนี้ ผลบอล วอลเลย์บอลวันนี้ มาดริด ถ้า‘แลมพ์ส’ไป…ใครจะมา?

Published

on

บอลวันนี้ ผลบอล วอลเลย์บอลวันนี้ มาดริด ถ้า‘แลมพ์ส’ไป…ใครจะมา?

บอลวันนี้ ผลบอล วอลเลย์บอลวันนี้ มาดริด ถ้า‘แลมพ์ส’ไป…ใครจะมา?

ชั่วโมงนี้สถานการณ์ของ แฟรงค์แลมพาร์ด นายใหญ่ เชลซี ดูจะหนาวๆร้อน ๆ กว่าใครเพื่อน หลังจากถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งกุนชื่อคนต่อไปในพรีเมียร์ลีกที่จะโดนไล่ออกจากตำแหน่ง หลังจาก "สิงห์บลูส์"พ่ายคาบ้านต่อ แมนฯ ซิตี้ 1-3 ในเกมนัดล่าสุดเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาจากผลดังกล่าว ส่งผลให้ "สิงโต-น้ำเงินคราม" มีผลงานอย่างย่าแย่จากสถิติเก็บชัยได้เพียงหนึ่งนัดจาก 6 เกมหลังสุดในลีกหล่นมารั้งที่ 8 ของตาราง ทำให้ตอนนี้เก้าอี้ของ แลมพาร์ด เริ่มสั่นคลอนอย่างหนัก จนมีข่าวเชื่อมโยงกับกุนชื่อชื่อดังหลายราย และนี่คือ 5 ขงเบ๊งที่เหมาะเข้ามากู้วิกฤตของทีมในเวลานี้

  1. ลูเซียง ฟาฟร์

กุนซือชาวสวิส ถูก โบรุสเชีย ดอร์ทมุนด์ปลดออกจากตำแหน่งเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมาหลังพาทีมออกสตาร์ตฤดูกาลอย่างน่าผิดหวังโดยตลอดการคุมทีมในเมืองเบียร์ ฟาฟร์เคยพา "เสือเหลือง" คว้าแชมป์ชูเปอร์คัพ ในปี2019 เท่านั้นอย่างไรก็ตาม แม้เขาจะไม่ได้เป็นกุนซือที่พาทีมประสบความสำเร็จได้มากเท่ากับผู้จัดการทีมรายอื่น ๆ แต่เขาน่าจะคุ้นเคยกับนักเตะเยอรมันเป็นอย่างดี และอาจจะทำให้ทั้ง ติโม แวร์เนอร์ และ ได ฮาแวร์ทซ์ เรียกฟอร์มเก่งออกมาได้ นอกจากนี้กุนชื่อวัย63 ปียังเคยร่วมงานกับ คริสเตียน พูลิซิชมาแล้วด้วยสมัยที่ปีกชาวสหรัฐฯ ยังอยู่กับทีม"เสือเหลือง"

  1. มัสชิมิลิอาโน่ อัลเลกรี

นายใหญ่ชาวอิตาเลียนเป็นอีกหนึ่งกุนซือฝีมือดีที่ยังคงว่างงานอยู่ในตอนนี้ นับตั้งแต่แยกทางกับ ยูเวนตุส เมื่อช่วงกลางปี2019 ซึ่งเจ้าตัวประสบความสำเร็จอย่างมากในฐานะกุนชื่อ "ม้ลาย" โดยพาทีมคว้าแชมปเซเรีย อา มาครองได้ถึง 5 สมัย นอกจากนี้ยังคว้าแชมป์ โคปปา อิตาเลีย 4 สมัย และชูเปอร์โคปปา อิตาเลียน่า 2 สมัยด้วยแน่นอนด้วยประสบการณ์ที่โชกโชนของกุนชื่อวัย 53 ปี ทำให้เขาเหมาะที่เข้ามากอบกู้วิกฤตของทีม "สิงห์บลูส์" ในตอนนี้แล้วและมีโอกสที่จะพาทีมมีแชมป์ติดไม้ติดมือสัก

หนึ่งรายการ

  1. ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์วอลเลย์บอลวันนี้

ชื่อของ นาเกลส์มันน์ กลายเป็นหนึ่งในกุนซือที่ตกเป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ ของหลายทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปไปแล้ว หลังจากพาแอร์เบ ไลป์ซิก ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นจนกลายเป็นคู่ต่อกรลุ้นแย่งแชมปีกับ บาเยิร์นมิวนิค ในซีชั่นนี่อย่างเต็มตัวด้วยการรั้งรองจ่าฝูง ทั้งที่นักเตะในทีมเต็มไปด้วยแข้งดาวรุ่งมากมายนอกจากนี้ยังเป็นกุนชื่อที่ขึ้นชื่อเรื่องการเล่นเกมรุกที่สวยงาม ซึ่งน่จะมาตอบโจทย์ชลซี ที่เต็มไปด้วยสตาร์ดังมากมายที่หากอยู่ภายใต้การคุมบังเหียนของนายใหญ่วัย 33 ปีก็ดูน่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อยเลยทีเดียว

  1. โธมัส ทูเคิ่ลผลบอล

นายใหญ่ชาวเยอรมันเพิ่งจะถูก ปารีสแชงต์-แชร์กแมง ตะเพิดออกจากตำแหน่งเมื่อช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา ทั้งที่พาทีมทำผลงานได้ยอดเยี่ยม และเคยพายอดทีมแห่งลีก เอิงผงาดเข้าชิงชนะเลิศ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีชั่นที่แล้วโดยมีรายงานด้วยว่า เชลซี ก็กำลังพิจารณาที่จะดึงทูเลเข้ามารับกุมบังเหียนเช่นกัน หากมีการปลดแลมพาร์ดออกจากตำแหน่ง และตัว ทูเดลเอง ก็สนใจที่จะคุมทัพ"สิงโตน้ำเงินคราม" เช่นกันหากได้รับข้อเสนออย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจะได้ร่วมงานกับดาวเตะทีมชาติเยอรมนีทั้ง ติโมแวร์เนอร์, ไค ฮแวร์ทซ์ และ อันโตนิโอรือดิเกอร์ โดยก่อนหน้านี้เมื่อปี 2017 ยอด

โค้ชจากแดนไส้กรอกรายนี้ ก็เคยมีข่าวว่า ถกเชลชี เล็งตัวไว้เช่นกันตอนอำลา โบรุสเชียดอร์ทมุนด์

  1. เบรนแดน รือดเจอร์สมาดริด

หลังจากกำลังพา เลสเตอร์ ชิตี้ ทำผลงานยยดเยี่ยมทำให้กุนซือชาวไอริชมีชื่อโผล่เข้ามาเป็นตัวเต็งผู้จัดการทีมคนใหม่ของเชลชี ตามอัตราต่อรองของ เบ็ดแฟร์ บ่อนรับพนันถูกกฎหมายสัญชาติอังกฤษที่ราคา 3/1(แทง 1 จ่าย 3 ไม่รวมทุน)แน่นอนว่าด้วยความที่ ร็อคเจอร์ส มประสบการณ์คุมทีมในพรีเมียร์ลีกที่โชกโชนอยู่แล้วทำให้เขาแทบไม่ต้องปรับตัวมากนัก และยังเคยทำงานเป็นโค้ชยาวชนต่อด้วยทีสำรองให้กับ เชลซี สมัยที่ โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นนายใหญ่ ทำให้เขาน่าจะรู้จักสโมสรเป็นอย่างดี

Tottenham Updateบอลวันนี้ 

ในที่สุดท็อตแนมก็กลับมามีผลการแข่งขันที่น่าพอใจในลีกอีกครั้ง โดยเป็นการคว้าชัยนัดแรกในรอบ 4 เกม หลังระเบิดฟอร์มถล่มลีดส์ ยูไนเต็ด ทีมน้องใหม่หน้าเก่าไปขาดลอย 3-0 จากประตูของ แฮร์รี่

เดน, ชน ฮึง-มิน และ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ถือเป็น 3 แต้มที่ล้ำค่ามาก เพราะเป็นการเรียกความมั่นใจกลับมา ก่อนลงสนามในอีกเกมสำคัญอย่างรอบตัดเชือก ลีก คัพ แมจะพบกับทีมจากเดอะ แชมเป้ยนชิพ อย่างเบรนท์ฟอร์ด ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมายังไง ก็เชื่อว่าไม่ใช่งานง่ายสหรับพวกเขาอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามถึงตรงนี้ ตลาดซื้อขายนักเตะกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนทั้งแดเนียล เลวี่ และ โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ต้องพยายามหาของดีราคาถูกเข้ามาเสริม เพื่อปรับปรุงและอัปเกรดขุมกำลังไว้เพื่อลุยต่อในช่วงที่เหลือของซีชั่นและก็หนีไม่พ้นกับบรรดาข่าวลือตามหนสื่อต่างๆ ที่มีออกมาให้เสพไม่เว้น

แต่ละวัน ซึ่งแน่นอนว่าโอกาสและความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น ก็มีความแตกต่างกันไปอย่างปฏิเสธไม่ได้ด้วยนั่นเองช่วงนี้ก็มีตัวละครหน้าใหม่สลับกันมาอยู่ในสปอตไลต์ เริ่มจาก โอซาน คาบัดกองหลังทีมชาติตุรกีของชาลเก้ ซึ่งเป็นข่าวจาก"สกาย สปอร์ต" ของเมืองเบียร์คือนอกจากสเปอร์สแล้ว ก็ยังมีทั้งลิเวอร์พูล และ แมนฯ ยูไนเต็ด 2 ทีมดังของลีก ที่แอบเหล่ๆ อยู่ด้วยเช่นกันแม้ว่าทีมราชันสีน้ำเงินจะมีผลงานที่น่าผิดหวัง ลงไปคลุกฝุ่นเป็นบ๊วยของตารางบนเดสลีกาตอนนี้ แต่กองหลังหนุ่มวัย 20 ก็ถือว่าเป็น 1 ในแนวรับคลื่นลูกใหม่ของวงการลูกหนังยุโรป ที่มีผลงานส่วนตัวที่น่จับตามองไม่งั้นคงไม่มีทีมดังร่วมชาติอย่างผีแดง-หงส์แดง รวมไปถึงปีศาจแดง-ดำจากอิตาลี รุมให้ความสนใจอย่างนี้แน่ไก่เดือยทองจึงถือว่าเป็นทีมล่าสุดที่ร่วมมะรุมมะตุ้มรุมรักแนวรับรายนี้ ข่าวกับคาบัดนั้นถือว่าสอดคล้องกับสิ่งที่น้ามูแก

เปรยๆ มาก่อนหน้านี้ว่าอยากได้ "กองหลัง"คนใหม่ แต่ก็รู้ดีว่าในสภาวการณ์แบบนี้ คงเป็นเรื่องยากเหมือนกันที่จะมีดีลต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายที่สำคัญแม้เอาเข้าจริง ก็คงไม่ลืมกันว่าเพิ่งสอย โจ โรดอนกองหลังทีมชาติเวลส์มาจากสวอนชี เมื่อตุลาคมที่ผ่านมาสำหรับประวัติคร่าว ๆ ของคาบัด เขาเป็นเด็กฝึกหัดของทีมดังในบ้านเกิดอย่างกาลาตาชาราย ก่อนพุ่งขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่เมื่อซีชั่น 2018-19 และก็ได้ย้ายมาค้าแข้งในเมืองเบียร์กับสตุ๊ตการ์ทกระทั่งชาลเกทุ่ม 15 ล้านยูโรกระชากมาเสริมเกมรับเมื่อปี 2019 โดยลงสนามไปแล้ว 34 เกม ยิงได้ 3 ประตู พร้อมทั้งติดทีมชาติชุดใหญ่ของตุรกีไปแล้ว 7 เกมด้วยกัน

 

อีกคนที่กลับมาเป็นข่าวแบบค่อนข้างแรงก็คือไอ้หนู "ไคล์ โจเซฟ" กองหน้าสกอตติชวัยแค่ 19 ของวีแกน แอธเลติก ซึ่งอยู่ลีก วัน ตอนนี้ ว่ากันว่าท็อตแน่มเคยยื่นข้อเสนอหยั่งเชิง เพื่อดึงหนูน้อยรายนี้มาร่วมทีมแล้วครั้งนึงเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ด้วยข้อเสนอประมาณ 1.5 แสนปอนด์ แต่ก็โดนตอกหน้า

หงายกลับมาทีมแมวมองของสโมสรค่อนข้างให้ความสนใจดาวเตะดีกรีทีมชาติสกอตแลนด์ชุด

ยู-21 รายนี้ไม่น้อยและพร้อมที่จะกลับไปเจรจากับเดอะ ลาติกส์อีกครั้งอย่างที่รู้กันว่า ตอนนีวีแกน กำลังมีปัญหาทางด้านการเงินอย่างรุนแรง มีหนี้สินท่วมท้น จึงจำเป็นที่จะต้องปล่อยนักเตะสำคัญๆ ออกไป เพื่อพยุงสถานะของสโมสรเอาไว้นั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าโจเซฟ คือ 1 ในนั้น โดยหัวหอกวัย 19 ทำไปแล้ว 4 ประตูจาก 11 เกมลีกในซีชั่นนี้ผลบอล

แต่เคสแบบนี้มันก็ชัดเจนว่า เป็นการซื้อเพื่ออนาคตมากกว่า เพราะต่อให้ได้ตัวมาจริง ก็คงไม่ได้มาอยู่ในทีมชุดใหญ่แบบทันทีทันใดอยู่แล้ว ปิดท้ายที่อีกเป้าหมายเดิม ซึ่งเคยมข่าวมาก่อนหน้านี้นานแล้วเช่นกัน สาหรับเคสของ แม็กซ์ อารอนส์ แบ็กขวาร่างเล็กของนอริช ชิตี้สเปอร์สมีข่าวกับดาวเตะนกขมิ้น

ตั้งแต่ซัมเมอร์ก่อน แต่สุดท้ายก็ไปลงเอยกับแม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ แบ็กไอริชของวูล์ฟแฮมปีตันแต่ครั้งนี้ก็เป็นไปได้ที่พวกเขาอาจจะจริงจังมากขึ้น เพราะยังไงซะก็ต้องหาตัวแทนของ แชร์ชโอริเยร์ แข้งไอวอรี่โคสต์ที่อนาคตยังไม่แน่ไม่นอน แต่แนวโน้มสูงมากที่จะย้ายออกไปจริงๆ อย่างที่บอกว่า อารอนส์คือเป้า

หมายหลักของน้มในตำแหน่งแบ็กขวาคนใหม่แต่ไม่สมารถให้ค่าเสียหายตามที่เดอะ คานารี่ส์

เรียกร้องมาได้นั่นเอง ทำให้ต้องแคล้วคลาดกันไปแต่ครั้งนี้หรือไม่ก็ชัมเมอร์หน้า เชื่อเหลือเกินว่าแบ็กฉบับกระเป้ารายนี้ จะเป็น 1ในเป้าหมายการเสริมทัพที่จริงๆ จัง ๆ กับการมีแบ็กอัพในตำแหน่งแบ็กขวา เพราะนี่น่าจะเป็นซีชั่นสุดท้ายของโอริเยร์ในสีเสื้อไก่เดือยทองและทั้งหมดนี่ก็เป็น "Transfer round-up" แบบคร่าว ๆในช่วงออกสตาร์ตของตลาดหน้หนาวที่หยิบมาฝากกัน แต่ไม่ต้องห่วง ยังไงเดี๋ยวมีตัวละครใหม่ ๆ โผล่มาเข้าฉากเรื่อยๆ แน่นอนฮะผลบอล

ตามหลัง 8 ครั้งกับ 8 คำถาม

เกมชนะไมนซ์ 5-2 นั้น บาเยิร์นตามหลังเป็นครั้งที่ 8 ติดต่อกัน และไร้พ่ายอีกหน สถิติใหม่บุนเดสลีกา การไล่ล่าตีตื้นขึ้นมา 8 หนกับ 8 คำถามซึ่ง บิลด์ ถามมา-ตอบไปให้เรียบร้อย

มาดริด 1. ถ้าคิดเฉพาะจบครึ่งแรกบาเยิร์นจะอยู่ตรงไหนของอันดับตาราง?

คิดรวมทั้ง 14 นัดอยู่อันดับสี่ ตามหลังจ่าฝูงเลเวอร์คูเช่น 8 แต้ม ถ้าคิดเฉพาะแปดนัดท้าย บาเยิร์นอยู่แค่อันดับ 13 แน่นอนถ้าคิดเฉพาะครึ่งหลังอยู่อันดับหนึ่ง

  1. การตามหลัง ส่งผลกับบริษัท

รับพนันตามกฎหมายแช่นใดบ้าง?แพงขึ้น ผู้แทนของทิปีโก้บอกว่า"ชัยชนะของทีมเต็งส่วนใหญ่ส่งผลแย่ต่อบริษัทรับพนั้น และยิ่งทีมเต็งพลิกเกมตามหลังกลับมาได้อีกยิ่งแพง อัตราในการตามหลังมีเสน่ห์กว่า

อย่างชัดเจนและการได้ผลตอบแทนในการเลือกทีมเต็งส่วนใหญ่สูงกว่า เกมบาเยิร์นเจอไมนช์จบ

ครึ่งแรกอัตราที่บาเยิร์นจะกลับมาชนะอยู่ที่ 2.80และมีลูกค้าจำนวนมากเลือกการกลับมาได้ของบาเยิร์นจริงๆ"เดียร์ค พาว์ลเช่น ผู้รู้วัย 61 ปีกล่าวว่า "มองโดยทั่วไปเกิดขึ้นยากมากที่บาเยิร์นจะตามหลัง ผมตาโตกับอัตราเมื่อสุดสัปดาห์ ประตูต่อไปของกลัดบัคอยู่ที่ 2.3 ตรงกับความน่าจะเป็นราว 39 เปอร์เซ็นต์ แต่มันเป็นอัตราที่ยุติธรรมดี ไม่ว่า 8 นัดหรืออะไรก็ตามที เกม8 นัดนี้ไม่ได้ส่งผลต่อความน่าจะเป็น ไม่ส่งผลทางคณิตศาสตร์ บางที่ตลาดมีปฏิกิริยาและเปลี่ยนแปลงอัตรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออัตรา

การทำประตูแรกของบาเยิร์น (ปัจจุบัน 1.65 )ที่จะสูงขึ้น"

บอลวันนี้ 3. บาเยิร์นมีภารกรรมเยอะที่สุดหรือเปล่า?

ใช่แล้ว การลงเตะในชูเปอร์คัพของ ยูฟ่า และเดเอฟแอล ด้วยทำให้มีเกมอย่างเป็นทางการแล้ว 23 นัด มากที่สุดในบรรดาสโมสรเยอรมัน แต่การได้เป็นแชมปกลุ่มเข้ารอบต่อไปชปล. แต่หัววันทำให้บาเยิร์นสามารถพักสตาร์ได้สองหน การเลื่อนเกมเดเอฟเบ โพคาล เจอคีลออกไปทำให้ได้พักช่วงคริสต์มาสนานกว่า

  1. บาเยิร์นจะคว้าผู้เล่นใหม่ในเดือนมกราคมไหม?

อันที่จริงเบรกการซื้อเอาไว้ แต่ ฮันซี่ฟลิค พูดถึงผู้เล่นใหม่หลังเกมเจอไมนซ์ว่า"เรื่องแบบนี้ เราหารือกันภายในเสมอ" เบื้องหลังคือ ฟลิคยังไม่พอใจในตัวผู้เล่นใหม่อย่างชาร์, ชูโป-โมติง และโรกา ถ้ามีใครย้ายออกไป(มาร์ติเนซ, เชียร์กเช่) ประเด็นนี้จะกลับมาร้อนแรงได้

  1. แชมป์ลีกที่อื่นเป็นอย่างไรบ้าง?

ทุกทีมเหนื่อยหนัก ลิเวอร์พูลเป็นจ่าฝูงแต่ต้องออกแรงเยอะเหมือนบาเยิร์น มาดริดแค่รองจ่าฝูงต่อจากแอตเลติโก ยูเวแค่อันดับห้าปารีสอันดับสาม

  1. สถิติการตามหลังและไล่ตีตื้นขึ้นมาได้เป็นอย่างไรบ้าง?

ยังไม่มีสโมสรใดที่ไล่ตามกลับมาได้หลังตามหลังแปดนัดติดต่อกัน ที่ผ่านมาสูงสุดในเยอรมันเพียงหนัดติดต่อกัน

  1. อะไรคือเคล็ดลับของฟลิคในช่วงพักครึ่งเวลา?วอลเลย์บอลวันนี้

น้อยครั้งมากที่เขาส่งเสียงดัง แต่คราวนี้เขากล่าวทางสกายทีวีว่า "ผมสามารถส่งเสียงดังได้ คนเราเรียนรู้จากเวลาที่ผ่านไปแต่ละปี มันเป็นพัฒนาการส่วนหนึ่ของผม ที่ต้องพูดให้ชัดเจนว่า อะไรเป็นอะไร" ไอเดียระดับท็อปคือเขาส่งซือเล่และโกเร็ทช์กลงสนาม ถอยคิมมิชไปยืนแบ็กขวา ที่กลายเป็นจุดเปลี่ยน

  1. บาเยิร์นมีปัญหาในเกมรับไหม?ชัดเจนมาก มานูเอล นอยเออร์ ไม่เคยเสีย 21 ประตู ที่เยอะเช่นนี้หลังผ่านไป14 นัด (สูงสุดที่ผ่านมา 18 ประตูในซีชั่น2018/19) ในซีชั่นทริปเปิลแชมป์ แผงรับตัวหลักคือ ปาวาร์-บัวเต็ง-อลาบา-เดวิสตอนนี้มีปัญหาบางประการ บาดเจ็บ (เดวิส),ความฟิต (ซือเล่), ความวุ่นวายการย้ายทีม(อลาบา), ฟอร์มแกว่ง (บัวเต็ง), วิกฤติฟอร์มตก(ปาวาร์)

ใครก็ได้ช่วยพี่แฟร้งค์ด้ว!!!บอลวันนี้

โทษฐานที่ผลงานของเชลซี และนาทีนี้มันช่างน่าละเหี่ยใจดีนักแล แฟรงค์ แลมพาร์ด จึงขึ้นแท่นยื่นหนึ่ง

ถึง 2 สถานะด้วยกันสถานะแรกคือกลายเป็นผู้จัดการทีมของเชลซีที่มีค่เฉลี่ยเก็บแต้มต่อนัดได้น้อยที่สุดในยุคของ โรมันอบราโมวิช แค่ 1.67 แต้มสถานะต่อไปเป็นผลที่ตามมาจากสถานะแรก เขาจึงได้รับเกียรติจกบรรดาบ่อนพนันทั้งที่อังกฤษและระยองยกให้เป็น "เต็งหนึ่ง" ของผู้จัดการทีมที่มีโอกาสถูกปลดออกจากตำแหน่งมากที่สุดในอัตรา 11-10ผลงานของพลพรรคสิงห์บลูส์ในพรีเมียร์ลีก 6นัดล่าสุดมันตำบอนมากนะครับ เพราะเสียหลักพุ่งชนความพ่ายแพ้ไปถึง 4 นัด โดยเก็บชัยชนะได้เพียงแค่นัดเดียวเท่านั้นคำถามคือ "พี่แฟรงค์" จะวางตูดอยู่บนเก้าอี้กุนชื่อได้อีกนานสักเท่าไหร่ เพราะรู้กันทั้งบางอยู่แล้วว่า เชลชีนี้เป็นทีมจอมเชือดหน่วยเหนือของสโมสรแห่นี้สามารถควักมีดคม ๆออกมามาปาดคอหอยผู้จัดการทีมของตัวเองได้อย่างเลือดเย็นและไม่สะทุกสะท้านต่อให้เคยมีความดีความชอบขนาดไหนก็ไม่ได้รับการยกเว้นชนาดกุนชื่อผู้เป็นสถาบันแห่งความสเร็จอย่างโชเซ่ มูรินโญ่ คนเดียวยังเคยโดนเชือดแบบไร้เยื่อใยถึงครั้ง 2 คราวอลเลย์บอลวันนี้

คาร์โล อันเชลอตติ เคยเสกให้เชลซีสร้างประวัติ-ศาสตร์สโมสรด้วยการคว้า "ดับเบิลแชมป์" เป็นสุมัยแรกก็ยังเอาตัวไม่รอด โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ หนึ่งเดียวในพงศาวดารที่ช่วยให้เชลซีคว้าแชมปีด้วยใหญ่ยุโรปสมความตั้งใจ แต่โทรฟี่หูยานก็ช่วยเชฟตูดของเขาไม่ได้เวลา 2 ฤดูกาล อันโตนิโอ คอนเต้ ช่วยให้เชลซคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างยิ่งใหญ่ ตามด้วยเอฟเอ คัพสุดท้ายโดนถีบออกจากสแตมฟอร์ด บริดจ์ ชะอย่างนั้นขอโทษ...นี่คือพวกที่ประสบความสำเร็จในรูปแบบของถ้วยรางวัลนะครับ ส่วนพวกที่มาแล้ววีดแชมป์ก็ไม่จำเป็นต้องคิดมาก เพราะอย่างไรก็ถูกเชือด...เชือดนิ่ม ๆอย่างไรก็ตามผลบอล

ดูเหมือน "พี่แฟรงค์" จะได้รับสิทธิพิเศษอยู่2-3 โทษฐานด้วยกันประการแรกคือ ก่อนจะยอมทิ้งคาร์บี้เพื่อเข้ารับตำแหน่งกุนซือของทีมเก่า รายงานข่าวกล่าวว่าตัวเขายื่นเงื่อนไขต่อเบื้องบนของเชลซีว่าขอเวลาทำงาน 2 ปี โดยห้ามไล่ออกในระหว่างนี้มิเช่นนั้น...กูไม่เซ็น!!!อันนี้จริงหรือเปล่า ผมก็ยืนยันไม่ได้เหมือนกันนะครับ แต่ที่แน่ๆ คือกมารทองที่เลี้ยงเอาไว้ มันมากระซิบที่ข้างหูผมแบบนี้ประการต่อมาคือ แฟรงค์ แลมพาร์ด ไม่ต่างจาก "ลูกหม้อ" ของเชล แม้จะไม่ได้ถือกำเนิดจากหยดอสุจิของสิงห์น้ำเงินโดยตรงก็ตาม แต่จัดเป็นคาวเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของสโมสรฟุตบอลเชลซีที่ประสบความสำเร็จมาแล้วทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก, แชมปีเอฟเอ คัพ,แชมปีลีก คัพ, แชมปยูโรปา ลีก และแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รวมถึงตำแหน่งขวัญใจของแฟนบอลอีกหนึ่งประการคือผลงานของเขาเมื่อซีชั่นที่แล้วนี่แหละ

มาดริด ต้องไม่ลืมว่าลูกชายของ แฟรงค์ แลมพาร์ดซีเนียร์ เข้มารับงานในขณะที่เชลชีถูกลงโทษแบนห้ามซื้อตัวผู้เล่นจนทำได้แค่กระชากผู้เล่นที่ปล่อยให้ทีมอื่นยืมตัวไปกลับมาช่วย แต่สามารถพุ่งเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 4 ของตารางพรีเมียร์ลีก แถมผ่านเข้าชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพแม้จะไม่มีเกียรติยศแบบเป็นรูปธรรมให้ลูบคลำแต่ถือเป็นความดีความชอบในระดับหนึ่ง ซึ่งไม่ต่างจาก"เกราะป้องกัน" ที่ช่วยให้เขายังมีลมหายใจในตำแหน่งเจ้านายใหญ่แห่งสแตมฟอร์ด บริดจ์ย้อนเวลากลับไปตอนก่อนเปิดฤดูกาลหลังพ้นโทษแบน หมชื้อตัวผู้เล่นมาเสริมทัพโคตรมหาเศรษฐีอย่าง "เสี่ยหมี" เหมือนคนไม่ได้ขี้มา 2อาทิตย์ ว่าแล้วก็อนุมัติเงินก้อนใหญ่ เพื่อเอาไปฟาดหัวผู้เล่นใหม่วอดวายไปประมาณ 222 ล้านปอนด์สถานะของเชลซีจึงเปลี่ยนไปจากทีมที่ขอแค่ติด"ท็อปโฟร์" ในฤดูกาลที่แล้วกลายเป็นทีมที่ควรได้ลุ้นแชมป์หรือควรจะได้แชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ทันทีการมีผู้เล่นดีๆ ล้นทีม บางทีก็ไม่ต่างจากดาบ 2 คม เพราะขุมพลังที่สมบูรณ์มากขึ้นมาพร้อมความคาดหวังและความกดดันที่มากขึ้นเช่นกันเชลซีเปิดตัวในช่วงแรกของฤดูกาลนี้อย่างไม่ค่อยไฉไลสักเท่าไหร่พวกเขาถูกพลพรรดหงส์แดงบุกมาเหยียบจมูกถึงถิ่น ตั้งแต่เกมที่ 2 ของฤดูกาลตามมาด้วยการถูกทีมท้ายตารางอย่างเวสต์บรอมฯ นำห่างถึง 3-0 กว่าจะไล่ตีเสมอได้สำเร็จ ตาแทบถลนออกนอกเบ้าผลบอล

 

การศึกกับเซาธ์แฮมป์ตันในบน พวกเขาอุตส่าห์นำห่าง 2-0 จบเกมดันเสมอกัน 3-3ณ ขณะนั้น สังเกตได้ว่าปัญหาของเชลชีอยู่ที่เกมรับพวกเขาเป็นทีมที่เสียประตูง่าย โดย 5 นัดแรกของชีชั่นโดนกะซวกไปถึง 9 ดอก ส่วนหนึ่งเกิดจากความเฟอะฟะของนายทวารอย่าง "เคปา"หลังเกมที่ถูก "นักบุญ" บุกกระทุ้งไป 3 ดอกสังเกตได้ว่า แฟรงค์ แลมพาร์ด พยายามแก้ไขเกมรับ ทั้งการเปลี่ยนผู้รักษประตูคนใหม่ และปรับเปลี่ยนวิธีการเล่นให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้นไม่ใช่การหลับหูหลับตาบุกแหลกแบบมุทะลุดุดันเพียงอย่างเดียวสิ่งที่ทำเป็นอันดับแรก คือหยุดเลือดที่ทะลักออกมาเป็นลิ่มๆ ให้ได้เสียก่อน แล้วก็ทำสำเร็จเสียด้วย เมื่อเชลชีบุกไปยันเสมอแมนฯ ยูไนเต็ด 0-0 ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดด้วยวิธีการเล่นแบบเพลย์เซฟเพื่อขอแบ่งแต้มหลังจากนั้น พวกเขาชนะติดต่อกันอีก 3 นัด โดยเสียแค่ประตูเดียว (ชนะเบิร์นลี่ย์ 3-0, ชนะเชฟฯ ยูไนเต็ด4-1 และชนะนิวคาสเชิล 2-0) เกมต่อมาแม้นจะทำอะไรสเปอร์สไม่ได้เหมือนช่นเคย แต่อย่างน้อยก็ไม่เสียประตู ก่อนอัคลีดส์ ยูไนเต็ด 3-1

บอลวันนี้ สรุปว่า 6 เกมที่พบกับแมนฯ ยูไนเต็ด, เบิร์นลี่ย์,ชฟฯ ยูในเต็ด, นิวคาสเชิล, สเปอร์ส และลีดส์ ยูไนเต็ดพวกเขาเสียแค่ 2 ประตูเท่นั้นเอง อันพอจะอนุมานได้ว่า"พี่แฟรงค์" สามารถหยุดเลือดที่ไหลออกมาจากแผลของตัวเองได้สำเร็จเมื่อเกมมีความเหนียวแน่นและแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น เกมรุกก็ทำงานด้วยการถล่มตาข่ายได้อย่างต่อเนื่องพลางขยับขึ้นไปแสยะยิ้มสยดสยองอยู่บนหัวตารางจนถึงขนาดเจอร์เก้น คล็อปป่ ต้องออกโรงม่ายกย่องว่าสำหรับเขา เชลซีคือ "เต็งหนึ่ง" ที่จะคว้าแชมปีพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้บัดดล! มรสุมลูกที่ 2 ก็พุ่งเข้าชนและวิ่งเข้าใส่เชลซีแบบไม่ทันตั้งตัวพวกเขาแพ้เอฟเวอร์ตัน 0-1 ตามมาด้วยการแพ้วูล์ฟส์ 1-2 แม้จะแก้ตัวด้วยการขย่มเวสต์แฮม 3-0 แตเกมต่อมาดันถูกอาร์เชน่อลอัดกลิ้งไม่เป็นท่า 3-1 ก่อนทำได้แค่เสมอแอสตัน วิลล่ 1-1 ในบ้าน แล้วถูกแมนๆ ชิตี้ บกมาสาธิตวิธีการเล่นลิงชิงบอลอยู่ดีๆ เกมรุกก็ฝืดเคือง ขณะเกมรับกลับไปเหมือนเดิมอีกแล้วคือเสียประตูง่าย แถมท่านผู้ชมทางบ้านอย่างผมยังพบว่าพวกเขากำลัง "ติดบ่วง" ตัวผู้เล่นใหม่ของตัวเองอีกต่างหาก

ผมหมายถึง ติโม แวร์เนอร์ กับ ได ฮาแวร์ทชที่เหมือนจะไม่เข้าพวกในฐานะศูนย์หน้าตัวเป้า ผลงานของ ติโมแวร์เนอร์ ด้อยกว่าตัวสำรองอย่าง แทมมี่ อบราฮัม กับโอลิวิเยร์ ชิรูด์ เสียอีกเมื่อปรับตแหน่งออกไปเล่นทางริมเส้น มันไปเบียดบังคาวเตะคนอื่นที่มีความเชี่ยวชาญในตำแหน่งนี้มากกว่าอย่าง คริสเตียน พูลิซิชเจ้าหนูมหัศจรรย์จากบุนเดสลีกาอย่าง ไคฮาแวร์ทซ์ ก็เช่นกัน ที่นอกจากจะปรับตัวไม่ได้และโชว์ฟอร์มไม่ออก ตำแหน่การเล่นที่เหมาะสมอยู่ตรงไหนก็มองเห็นไม่ชัดเจนนัก ทั้งตัวริมเส้นทางซ้าย ทางขวา หน้าต่า หรือหนึ่งใน 3 มิดฟิลด์ตัวกลางของระบบ 4-3-3นั่นทำให้ผมนึกถึงตอนที่ โรมัน อบราโมวิช

เอาฟ้อนธนบัตรไปห่อตัวดาวถล่มประตูตีนพระกาฬอย่าง อังเครเชฟเชนโก้ หรือ เฟร์นานโด ตอร์เรส มาให้ผู้เป็นกุนชื่อใช้แล้ว ปรากฏว่ามันไม่เวิร์กสุดท้ายกลับกลายเป็นผู้จัดการทีมที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งซะอย่างนั้นแล้วแบบนี้ แฟรงค์ แลมพาร์ด จะรอดหรือเปล่า???มาดริด

คำตอบนจะขึ้นอยู่กับมุมมองของเบื้องบนโดยมีโรมัน อบราโมวิช นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะนั่นแหละครับเชลชีไม่ได้มีปัญหาตัวผู้เล่นบาดเจ็บอะไรมากมายเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับทีมอื่น ส่งผลให้ผู้เป็นกุนชื่อ

สามารถจัดทีมที่ดีที่สุดได้แบบเต็มอัตราศึก ยกตัวอย่างนัดล่าสุดที่พ่ายแมนฯ ซิตี้ คถิ่นที่ขาด รีซ เจมส์ แค่เพียงคนเดียวดังฉะนั้น ถ้าพวกเขา โดยเฉพาะคนที่วางตูดอยู่ตรงหัวโต๊ะมองว่า แฟรงค์ แลมพาร์ด ยังไม่ใช่...คนที่ใช่ หรืออยู่ต่อไปก็คงไม่นำพาซึ่งความสำเร็จ หรือมองว่ามีกุนซือคนอื่นที่น่าจะสวมบทบาทนี้ได้ดีกว่ากุนชื่อที่ลูกทีมเรียกสั้นๆ ว่า "แลมพ์ส" ก็คงถูกสำเร็จโทษในเวลาไม่นานนับจากนี้เหมือนที่ อันเดร วิลลาช-โบอาช หรือ หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ เคยโดนนั่นแหละแต่หากพวกเขามองผู้จัดการทีมคนปัจจุบันของตัวเองเหมือนที่เบื้องบนของแมนฯ ยูไนเต็ด มอง โอเล่กุนนาร์ โชลชา แล้วทำจมูกบานเข้า-บานออกบางที แฟรงค์ แลมพาร์ด อาจอยู่ในตำแหน่งต่อไป อย่างน้อยๆ จนจบฤดูกาลเพียงแต่วัฒนธรรมองค์กรของเชลซีที่มี "เสี่ยหมี"เป็นประธานวิธีประสบความสเร็จอย่างรวดเร็วและได้ผลที่สุด คือเปลี่ยนผู้จัดการทีมไปเรื่อยๆ

บอลวันนี้ เมื่อ ‘ชาลเก้’ จะตามรอยดาร์บี้!!

17 มกราคม 2020 คือ วันสุดท้ายที่ชาลเก้ 04 ได้สัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่า "ชัยชนะ" ในเกมลีก โดยวันนั้นพวกเขาเปดรัง เฟลตินส์-อารีน่าเอาชนะ โบรุสเชีย มึนชนกลัดบัค 2-0 จากผลงานของ ซูอัต แชร์ดาร์ และ มิชเอล เกรกอริกส์ช โดยผลงานในเกมนั้นทำให้ ชาลเก้ ไม่แพ้ใครในลีก 4เกมติดต่อกันด้วยน่าเหลือเชื่อสุดๆ ที่นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาทีมระดับ ชาลก กลับไม่ชนะใครในลีกได้อีกเลยจนถ้า

นับถึงตอนนี้ก็มากถึง 30 เกมติดต่อกันเข้าไปแล้วหรือถ้าคิดเป็นจำนวนวันก็กำลังจะครบ 1 ปีเต็ม เริ่ม

จากการแพ้ บาเยิร์น แบบยับเยิน 0-5 เมื่อวันที่ 25มกราคม ปี 2020 จนมาถึงนัดล่าสุดที่พวกเขาพ่าย

แฮร์รา เบอร์ลิน 0-3 เมื่อวันที่ 2 มกราคม ที่ผ่านมาแม้จะเปลี่ยนกุนซือจาก เดวิด วากเนอร์ มาเป็น มานูเอลบอยม และจาก บอย์ม มาเป็น คริสเตียน กรอสส์มันก็ยังไม่สมารถทำให้ทีมเก็บ 3. แต้มในลีกได้สักที

แต่กรณีของ กรอสส์ อาจจะต้องรอดูกันยาวๆ ก่อนเพราะเขาเพิ่งได้คุมทีมไปแค่นัดเดียวเท่านั้นอย่างไรก็ตาม ชาลเก้ ก็ยังไม่ได้เป็นแชมปสำหรับชาร์ตทีมที่ไรชัยชนะในลีกติดต่อกันยาวนานที่สุดหากนับเฉพาะ 5 ลีกใหญ่ของทวีปยุโรปในศตวรรษที่ 21 เพราะตอนนี้เจ้าของบัลลังก์ดังกล่าวยังเป็นของดาร์บี้ เคาน์ตี้ อยู่ จากการที่พวกเขาเคยไม่ชนะในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2007-08 เป็นจำนวน...32 นัดติดต่อกัน

มาดริด"แกะเขาเหล็ก" ลงเล่นฤดูกาล 2007-08ด้วยความฮึกเหิมสุดขีด หลังจาก 1 ชีชั่นก่อนหน้านั้น

พวกเขาได้อันดับ 3 ใน ฟุตบอล ลีก แชมเปี๊ยนชิพ(เทียบเท่า เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ในปัจจุบัน) ก่อนที่

จะกระเสือกกระสนในรอบเพลย์ออฟจนขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดได้ โดยในรอบรองชนะเลิศของรอบเพลย์ออฟพวกเขาต้องไปตัดสินผู้ชนะกับ เชาร์แฮมป์ตัน ในช่วงดวลจุดโทษ ส่วนในนัดชิงชนะเลิศก็เฉือน เวสต์บรอมวิชอัลเบี้ยน ไปแบบหวุดหวิด 1-0มันถือเป็นการกลับสู่ พรีเมียร์ลีก ครั้งแรกของ ดาร์บี้ หลังตกชั้นไปตั้งแต่ตอนจบซีชั่น 2001-02ซึ่งบอร์ดบริหารของ ดาร์บี้ ก็สนับสนุน ปีเตอร์ก๊าดส์บี้ ผู้จัดการทีมในตอนนั้นด้วยการเอานักเตะอย่างโรเบิร์ต เอิร์นชอว์ มาร่วมทัพด้วยค่าตัว 3.5 ล้านปอนด์ในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล ซึ่งนั่นถือเป็นค่าตัวที่สูงพอตัวในยุคสมัยนั้น และเป็นค่าตัวที่แพงสำาหรับทีมน้องใหม่อย่างพวกเขา แถมในอีก 2 เดือนให้หลังดาร์บี้ ยังควักเงิน 2.25 ล้านปอนด์ เพื่อเอา เคนนี่มิลเลอร์ มาจาก เซลติก ด้วยวอลเลย์บอลวันนี้

ตอนแรก ดาร์บี้ ก็ทำท่ว่าจะมาดี เพราะถึงแม้จะเสมอ พอร์ทสมัร 2-2 ในนัดเปดฤดูกาล และแพ้อีก 4 เกมรวด แต่ในนัดที่ 6 ของซีชั่นพวกเขาก็สามารถเปิดรัง ไพรด์ พาร์ค เอาชนะ นิวคาสเซิ่ลยูไนเต็ด ได้ 1-0 จากประตูชัยของ มิลเลอร์ ในนาทีที่ 39 ตอนนั้นแฟนบอล ดาร์บี้ หวังว่ามันจะเป็นตัวจุดชนวนให้ทีมเริ่มเก็บชัยชนะได้เรื่อย ๆน่าเสียดายที่ความฝันอันสวยงามนั้นไม่เกิดขึ้น หลังจากนั้นในลีกอีก 32 นัด ดาร์บี้ ไม่เคยชนะอีกเลย แบ่งเป็นเสมอ 7 เกมกับแพ้ 25 หน ซึ่งในจำนวนนั้นพวกเขาเคยแพ้ อาร์เซนอล ที่บ้านของอีกฝ่าย 0-5 กับแพ้ "ไอปนใหญ่" คารัง 2-6 ด้วยส่วนนัดอื่นๆ ที่ ดาร์บี้ เคยเสียประตูในลีกเยอะต่อ1 เกม มีอย่างเช่น วันที่แพ้ เวสต์แฮม 0-5, พ่ายแมนเชสตอร์ ยูไนเต็ด 1-4, ออกไปโดน เชลซียใส่ 6-1, แพ้ แอสตัน วิลล่า แบบย่อยยับ 0-6ต่อหน้าแฟบอลราว 33,036 ชีวิตที่อุตส่าห์เข้ามาให้กำลังใจทีมใน ไพรด์ พาร์ค และเกมปิดท้ายชีชั่นที่แพ้เร้ดดิ้ง คาบ้าน 0-4อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้หลายคนก็คงเดาออกว่าสุดท้ายแล้วในฤดูกาลนั้น ดาร์บี้ ก็ต้องตกชั้นจาก พรีเมียร์ลีก ทั้งที่เพิ่งกลับมาเล่นในลีกสูงสุดได้แบบสดๆ ร้อนๆ แถมพวกเขายังต้องกลับไปเล่นแชมเปี้ยนชิ ในสภาพที่เป็นบ๊วยของตารางคะแนนจากการเก็บได้เพียง 11 แต้มด้วย โดยพวกเขารู้ชะตากรรมว่าตกชั้นแน่นอนตั้งแต่ตอนจบเกมลีกนัดที่ 32ของซีชั่นที่เปิดบ้านเสมอกับ ฟูแล่ม 2-2 เมื่อวันที่ 29มีนาคม ปี 2008ผลบอล

ที่จริงผู้บริหารของ ดาร์บี้ ก็พยายามกอบกู้สถานการณ์ของทีมแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการแยกทางกับก๊คส์บี้ ตั้งแต่เดือนตุลาคม แล้วเอา อดัม เพียร์สันมารับงานในช่วงเดือนมกราคม รวมถึงการเซ็นสัญญา

กับนักเตะแบบ ร็อบบี้ ซาเวจ, แดนนี่ มิลล์ส และรอย แคร์โรลล์ ในตลาดช่วงหน้าหนาว แต่สุดท้ายมัน

ก็ไม่สามารถช่วยทีมได้ทั้งนี้ ชาลเก้ เหลืออีกเพียง 3 นัดก็จะทำลายสถิติที่ว่าของ ดาร์บี้ ลงได้ โดย 3 เกมลีกต่อจากนี้ของพวกเขาคือการเปิดบ้านเจอ ฮอฟเฟ่นไฮม์วันที่ 9 มกราคม, ไปเยือน ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ตวันที่ 17 มกราคม และเฝ้าบ้านเจอ เอฟเซ โคโลญจน์วันที่ 20 มกราคุมแน่นอน "ราชัสีน้ำเงิน" คงไม่อยากเป็นเจ้าของสถิตินี้ แต่ถ้าพวกเขายังเล่นกันได้แย่แล้วล่ะก็ การทำลายสถิติที่ว่านี้ก็ไม่ใช่เรื่อไกลเกินเอื้อมเลย

มาดริด เมื่อ ‘เทรนท์’ ไม่เป็นคนเดิม

การที่ ลิเวอร์พูล ออกไปแพ้ เซาธ์แฮมปัตัน 0-1 ที่สนาม เซนต์ แมรี่ส์ เมื่อวันจันทร์ที่มกราคม ที่ผ่านมา ถือเป็นผลการแข่งขันที่ทำให้หลายคนพูดถึงอย่างมาก เพราะมันไม่ใช่แค่การที่"หงส์แดง" แพ้แบบพลิกล็อกเท่านั้น แต่มันยังเป็นการเปิดโอกาสให้บรรดาทีมที่ไล่หลังพวกเขามาต่างก็มีลุ้นแซงทีมของกุนชื่อ เจอร์เก้น คล็อปป็ ขึ้นไปเป็นจ่ฝูงด้วย ยกตัวอย่างเช่น แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด คู่อริตลอดกาลของพวกเขา ที่ตอนนี้มี 33คะแนนเท่ากัน แต่ฝั่ง "ปีศาจแดง" ลงเล่นน้อยกว่า1 เกมแน่นอน มันสามารถแย้งได้ว่า ส่วนหนึ่งที่ทำให้ ลิเวอร์พูล แพ้ตั้งแต่นัดแรกของปี 2021 เป็นเพราะการตัดสินที่ผิดพลาดของ อันเดร มาร์ริเนอร์ผู้ตัดสินในเกมนี้ และทีมงานของเขาที่ไม่ยอมเป้าลูกจุดโทษให้ทีมเยือนในบางจังหวะ แต่ส่วนหนึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าเกมนี้นักเตะหลายคนของ ลิเวอร์พูลเล่นได้แย่ แม้แต่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังยอมรับถึงเรื่องนั้นเลยหนึ่งในคนที่โดนตำหนิมากที่สุดคงจะหนีม่พ้น เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวา

ชาวอังกฤษ เพราะเขาไม่สามารถตัดบอลที่ เจมส์วอร์ด-เพราส์ เปิดลูกฟรีคิกมาให้ แดนนี่ อิงส์ ได

จนนำไปสู่ประตูเดียวที่เกิดขึ้นในเกมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งที่จริงหลายคนคิดกันมาตั้งแต่หลายเดือน

ก่อนหนนี้แล้วว่า ฤดูกาลนี้ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ฟอร์มตกลงจากชีชั่นก่อน ๆ ที่เขาเคยทำผลงานได้สุดยอดจนถึงขั้นถึงขั้นได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในแบ็กขวาที่ดีที่สุดของโลก และวันนี้เราก็มีตัวเลข

ผลงานจาก fbref สื่อด้านบันทึกสถิติรายหนึ่งที่อาจจะช่วยยืนยันถึงเรื่องนั้นได้

- เกมรับบอลวันนี้

แม้จะไม่ใช่จุดขายของ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แต่ก่อนหนนี้เขาก็ไม่ได้ถึงขั้นเป็นบ่อใน

ด้านเกมรับ อย่างฤดูกาลที่แล้วก็ยังช่วยตัดบอลแบบไม่ต้องพุ่งเสียบได้ถึง 34 ครั้ง และสกัดโดนบอล 58

หน จนทำให้ยอดรวมระหว่างการตัดบอลได้กับการพุ่งเสียบโดนบอลของเขาอยู่ที่ 92 หน สูงกว่าฤดูกาล2018-19 ที่ทำได้ 90 ครั้งซะอีกอย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ อเล็กซาน-เดอร์-อาร์โนลด์ มียอดรวมการตัดบอลกับการพุ่งเสียบโดนบอลเพียงแค่ 27 ครั้งเท่านั้น แบ่งเป็นการสกัดโดนบอล 20 หน และการตัดบอลแบบไม่ต้องพุ่งเสียบ 7 ครั้ง ส่วนการเคลียร์บอลพ้นพื้นที่อันตรายยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะชีชั่นนี้เขาเพิ่งทำอย่างนั้นได้แค่17 ครั้ง ทั้งที่ฤดูกาลก่อนทำได้ตั้ง 92 หน

-การผ่านบอล

ถ้าพูดถึง อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์สิ่งแรกที่จะผุดขึ้นมาในหัวของหลายคนคือการที่เขาเป็นคนที่ผ่านบอลได้แม่นยสด ๆ จนถึงขั้นเคยถูกยกให้เป็น "เพลย์เมกเกอร์จากแบ็กขวา" การที่เขาเคยทำไปถึง 12 แอสซิสต์ในศึก พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2018-19 และ 13 แอสซิสต์เมื่อซีชั่น 2019-20 เป็นสิ่งที่ตอกย้ำถึงเรื่องนั้นได้ดีกว่าอะไรทั้งหมดถึงกระนั้น จนถึงตอนนี้ พรีเมียร์ลีก กำาลังจะเตะกันถึงครึ่ฤดูกาลแล้ว แต่ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เพิ่งทำได้เพียง 2 แอสชิสต์เท่านั้น ซึ่งส่วนหนึ่งที่ทำให้ตัวเลขมันดร็อปลงอย่างน่าใจหายเป็นเพราะเขาวางบอลได้ไม่ดีเหมือนเก่า อย่างซีชั่นนี้ก็เพิ่งมีจังหวะผ่านบอลที่เป็นจังหวะสำคัญเพียง 21 ครั้ง ทั้งที่ซีชั่นก่อนทำได้ถึง 85 หนนอกจากนี้ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ยังมีจังหวะผ่านบอลเข้าไปในพื้นที่สุดท้ายของคู่แข่งได้เพียง 76 ครั้งในชีชั่นนี้ เทียบกับฤดูกาลก่อนที่ทำไป200 หนแล้วถือว่าต่างกันแบบฟ้ากับเหว แถมฤดูกาล2020-21 เขายังครอสบอลเข้ากรอบเขตโทษได้อย่างแม่นยาแค่ 10 ครั้ง ตรงกันข้มกับซีชั่นก่อนที่ทำได้ถึง 30 หนผลบอล

-การสร้างโอกาส

เมื่อผ่านบอลได้แม่นยาน้อยลง การสร้างโอกาสทำประตูให้กับเพื่อนร่วมทีมก็ย่อมหดลงตามไปด้วย ในซีชั่นนี้ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์มีส่วนร่วมในการขึ้นเกมที่นำไปสู่การทำให้ทีมมีจังหวะลุ้นประตูเพียง 38 ครั้ง คิดเป็นค่าเฉลี่ย 3 หนต่อเกม ต่างกับซีชั่นก่อนที่เขามีส่วนร่วมกับจังหวะลุ้นประตูของทีมถึง 152 หน คิดเป็นค่าเฉลี่ย 4.31ครั้งต่อนัดหรือถ้าเจาะลึกไปที่การมีส่วนร่วมกับการขึ้นเกมที่ทำให้ทีมได้ประตูในท้ายที่สุดแล้วล่ะก็ ตัวเลขด้านนี้ของลูกหม้อจาก ลิเวอร์พูล ก็ย่าแย่ลงเช่นกันเพราะในซีชั่นนี้เขามีผลงานด้านนั้นที่เฉลี่ย 0.32 ครั้งต่อเกม ขณะที่ฤดูกาลก่อนมีตัวเลขตรงนี้สูงถึง 0.68ลูกต่อนัดเลยทีเดียว

สื่อกระทิงจุดพลุไวนัลคุมซบบาร์ซ่าชัวร์ๆ

ลิเวอร์พูล คงต้องแยกทางกับ จอร์จินโยไวนัลดุม มิดฟิลด์ตัวหลัก หลังจบฤดูกาล 2020-21ค่อนข้างแน่เสียแล้ว เมื่อสนักข่าวดังจากสเปนฟันธงว่า ไวนัลดุม ปฏิเสธสัญญาฉบับใหม่ที่ต้นสังกัดมอบให้เพื่อเตรียมพร้อมเป็นนักเตะไร้ค่ตัว ก่อนโผซบบาร์เซโลน่า ในซีชั่นหน้าต่อไปแล้วโตโดฟิดาเผส ระบุว่ากองกลางดัตช์แมนมีสัญญาใจกับ โรนัลด์ คูมัน กุนซือ "บาร์ช่า" เพื่อนร่วมชาติอยู่ก่อนแล้ว เพราะเป็นถึงขุนพลคู่ใจกันมาเมื่อครั้ง ดูมัน คุมทีมชาติฮอลแลนด์ นั่นเอง"อดีตผู้เล่น นิวคาสเซิล เล่นเกมลีกทุก

นัดฤดูกาลนี้ และคงจะเป็นนักเตะสำคัญของค่าย แอนฟิลด์ แต่สโมสรกลับล้มเหลวในการทำข้อตกลงกับ

ไวนัลดุม ให้อยู่โยงด้วยกันหลังจบฤดูกาลนี้ เพราะแม้แต่ข้อเสนอล่าสุดก็ถูกปัดไปแล้ว จนบทสรุปน่าจะออกมาเป็นแยกย้ยกันไปในที่สุด" สื่อดังแดนกระทิงคุรายงานมาดริด

สื่อตุรกียันโอซิลโผชบเฟเนร์บาห์เช่!

เอ็นทีวีสโป สถานีโทรทัศน์ของตุรกีรายงานข่าวเมื่อวันพุธที่ 6 มกราคม ที่ผ่านมาว่า เมชุตโอซิล อดีตกองกลางทีมชาติยอรมันตัดสินใจอำลาอาร์เชนอลไปอยู่กับ เฟเนร์บาห์เช่ โดยจะเช็นสัญญากับทีมดังแดนไก่งวงจนถึงช่วงซัมเมอร์ปี 2024ก่อนหน้านี้ไม่ถึง 24 ชั่วโมงเพิ่งมีข่าวออกมาว่า ดีซี ยูไนเต็ด สโมสรใน เมเจอร์ลีก (เอ็มแอลเอส) สหรัฐอเมริก ได้ยื่นข้อเสนอคว้ดาวเตะวัย 32ปีไปเสริมทัพ แต่สุดท้ายกลายเป็น เฟนร์บาห์เซ่ ที่จะได้ลายเซ็นไปครอบครองโอซิลย้ายจาก เรอัล มาดริด มาอยู่กับ "ปืนใหญ่" เมื่อปี 2013 โดยช่วงแรกเป็นกำลังสำคัญของสโมสร และได้แชมปี เอฟเอ คัพ 3 สมัย จนได้สัญญาที่รับค่าเหนื่อยสูงถึง 350,000 ปอนด์ (ประมาณ 14ล้านบาท) ต่อสัปดาห์เมื่อเดือนมกราคม ปี 2018อย่างไรก็ตาม หลังต่อสัญญาไปแล้วนั้นกองกลางเชื้อสายตรกีเริ่มฟอร์มตกไปเรื่อยๆ จนทำให้

หลุดตัวจริงทั้งในยุคของ อูไน เอเมรี่ ต่อด้วยสมัยของมิเกล อาร์เตต้ ส่งผลให้อาร์เซนอลพร้อมโละทิ้งใน

ช่วงเปิดตลาดหน้ำหนาวเดือนมกราคมนี้บอลวันนี้

แฉเรือบีบบรอยน์ลดค่าแรงรอเช้งเมสซี่

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรดังของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้ เดวิน เดอบรอยน์ มิดฟิลด์คนสำคัญของทีมโดยที่ให้ค่าเหนื่อยน้อยกว่าที่เขาได้รับอยู่ในปัจจุบัน ตามรายงานของคิ แอธเลติก สื่อกีฬาที่มีความน่าเชื่อถือสูงเดอ บรอยน์ เหลือสัญญากับทีมถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2023 ซึ่งก่อนหนนี้ แมนฯ ชิตี้ ก็ยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้กับเขาเพื่อหวังที่จะให้เจ้าตัวอยู่ช่วยทีมไปอีกนาน แต่แข้งวัย 29 ปีก็ปฏิเสธสัญญาฉบับนั้นไปจนทำให้มีการตั้งประเด็นกันว่าเขาอาจจะย้ยออกจากทีมทั้งนี้ปัจจุบันดาวเตะชาวเบลเยียมฟันค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 280,000 ปอนด์ (ประมาณ 11.2ล้านบาท) ซึ่งล่าสุด แมนฯ ซิตี้ ก็ยื่นสัญญาฉบับใหม่ที่มีระยะเวลา 5 ปีให้ไปพิจารณา แต่กลับให้ค่าเหนื่อยน้อยกว่าที่ได้รับในตอนนี้ทำให้ "เคดีบี" โมโหสุดๆโดยหนึ่งในสาเหตุหลักที่ "เรือใบสีฟ้า" ทำอย่างนั้นก็เพราะยังคิดที่จะเอา ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าบาร์เชโลน่มาร่วมทัพในช่วงชัมเมอร์นี้ และต้องการเก็บเงินเอาไว้สำหรับเรื่องนั้นนั่นเอง

ผลบอล ม้าลายวุ่น!กวาดราโด้ติดโควิดอีกราย

ยูเวนตุส ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวทีกัลโช่ เชเรีย อา อิตาลี แถลงการณ์ยืนยัน เมื่อวันอังคารที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมาว่า ฮวน กวาดราโด้แบ็กขวาตัวเก่งของทีม มีผลการตรวจหาเชื้อไวรัส"โควิด-19" ออกมาเป็นบวกเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา อเล็กซ์ ซานโดรแบ็กซ้ายชาวบราชิเลียน ถูกตรวจพบว่า ติดเชื้อไวรัส"โควิด-19" และในวันอังคาร กวาดราโด้ ก็กลายเป็นแข้ง "ม้าลาย" อีกรายที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสมรณะ แต่ไม่ได้มีการแสดงอาการป่วยออกมา

ราชันกังวลต้องแบกรับค่าเหนื่อย"เบล"

สโมสร เรอัล มาดริด กำลังมีความกังวลใจว่าเมื่อจบฤดูกาล 2020-21 จะต้องเป็นภาระดูแล แก

เร็ธ เบล อีกรอบ เนื่องจากภาพรวมผลงานและสภาพความฟิตปีกสัญชาติเวลส์สอบตกระหว่างไปเล่นแบบ

ยืมตัวกับ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์รายงานจาก "เดียริโอ อาส' ว่า เบล เจ็บช้ชากลสุดตั้งแต่ปลายร.คบริเวณน่อง ส่งผลให้เฮดโค้ช โชเช่ มูรินโญ่ พร้อมด้วยปธ.สโมสร แดเนี่ยลเลวี่ หารือเรื่องอนาคตดาวเตะวัย 32 ปี จนอาจไม่ใช้ออปชั่นซื้อขาดซัมเมอร์หน้าส่งผลให้ "ราชันชุดขาว" ที่ยังประสบปัญหาสภาพคล่องการเงินเพราะผลกระทบจากการระบาดของโคโรน่ไวรัสต้องก่ายหน้ผาก จากสัญญาที่เหลือถึง มิ.ย. 2022 ค่จ้างตลอดปี 14.3 ล้านยูโร(ราว 13 ล้านปอนด์)ภาพรวมผลงาน เบล ในเครื่องแบบ สเปอร์สคำรบสอง ลงสนาม 11 นัดทุกรายการทำได้แค่สามประตูบอลวันนี้

ไก่สั่งปรับเงิน3แข้งแหกกฎล็อกดาวน์

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จัดการเชือดไก่ให้ลิงดูด้วยการ

สั่งปรับเงิน เอริค ลาเมล่า, โจวานี่ โล เซลโซ่ และเซร์คิโอ เรกีลอน หลังจากนักเตะทั้ง 3 คนแหกกฎ

ล็อกดาวน์จัดงานปาร์ตี้ ทั้งๆ ที่เกิดเหตุเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์กำลังระบาดอย่างหนักในเมืองผู้ดี

นักเตะทั้งสามคนได้อยู่ร่วมงานปาร์ตี้คริสต์มาสที่บ้านของ โล เชลโช่ โดยงานนี้ยังมี มานูเอล

ลันชินี่ กองกลางสตาร์ดังจาก "ขุนค้อน" วสต์แฮมยูไนเต็ด และบรรดาสมาชิกของแต่ละครอบครัว ซึ่ง

การกระทำดังกล่าวถือเป็นการแหกกฎของรัฐบาลที่หมไม่ให้มีการชุมนุมกันเพราะอาจจะทำให้เกิดการ

แพร่กระจายของเชื้อไวรัสมรณะมากยิ่งขึ้นสำหรับการกระทำดังกล่าวทำให้ สเปอร์สได้ตัดสินใจลงโทษ 3 นักเตะด้วยการปรับเงิน แตเรื่องยังไม่จบแค่นั้นเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำวการติดต่อไปยังทัพ "ไกเดือยทอง" และเวสต์แฮม เพื่อที่จะให้ทำการชี้แจงเกี่ยวกับการกระทำของนักเตะในสโมสรของพวกเขา

แถลงการณ์ของ สเปอร์ส ระบุว่านี่เป็นเรื่องที่นผิดหวังมาก ๆ ที่นักเตะของสโมสรทำเรื่องไม่เหมาะสมแบบนี้ "เราผิดหวังมากๆ และขอประณามอย่างรุนแรงสำหรับภาพนี้ที่แสดงให้เห็นว่ามีนักเตะของเขากับครอบครัว และเพื่อน ๆ ของพวกเขาอยู่ที่งานคริสต์มาส""โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรารู้ว่ามีการเสียสละ

อย่างมากจากทุก ๆ คนในประเทศ ที่ต้องพยายามใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยในช่วงเทศกาลแบบนี้ กฎมีดวาม

ชัดเจน ไม่มีข้อยกเว้น และเราได้ย้ำเตือนนักเตะกับสตาฟฟ์เรื่องระเบียบการต่าง ๆ พวกเขาต้องมีความ

รับผิดชอบ และเป็นตัวอย่างที่ดี สำหรับเรื่องนี้เราจะจัดการกันเป็นการภายใน" แถลงการณ์ฉบับเดิม ระบุ

มาดริด ปักกิ่งเปิดตัวบีลิชคุมทัพลุยลึกจีน

สลาเวน บีลิช อดีตโค้ช เวสต์บรอมวิชอัลเบียน ที่เพิ่งโดนไล่ออก ได้งานใหม่เป็นที่เรียบร้อย

แล้ว หลังตอบรับคุมทีม ปักกิ่ง กั๋วอัน ในลีกสูงสุดเมืองจีนปักกิ่ง กั๋วอัน ทีมดังไชนีสชูเปอร์ลีกประกาศแต่งตั้ง บีสิช เป็นเฮดโค้ชคนใหม่ โดยเซ็นสัญญาระยะเวลาสองปี หรืออยู่คุมทีมในดินแดนมังกรไปจนจบฤดูกาลช่วงปลายปี 2022การเลือก บีลิช มาคุมทีมในช่วงปิดฤดูกาลเป็นผลมาจากการที่ ปักกิ่ง กั๋วอัน มีมติไม่ต่อสัญญาฉบับใหม่กับ บรูโน่ เชนชิโอ ที่พาทีมจบอันดับสามไชนีสซูเปอร์ลีก และเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลที่ผ่านมาสำหรับ บีลิช เพิ่งตกงานได้ไม่ถึงเดือนหลังจากถูก เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ไล่ออกจากตำแหน่ง เป็นคนแรกในบรรดา 20 ทีมพรีเมียร์ลีกซีชั่นนี้ด้วย ทั้งที่โค้ชชาวโครแอตเป็นคนพา เดอะแบ๊กกี้ส์ เลื่อนชั้นจากแชมเป้ยนชิพเมื่อซีชั่นก่อนผลบอล

โอเอชลูเวินซิวอดีตดาวเตะเลสเตอร์ร่วมทัพ

โอเอช ลูเวิน สโมสรดังในศึก จูปแลร์โปรลีก เบลเยียม ประกาศยืนยัน เมื่อวันอังคารที่ 5มกราคม ที่ผ่านมาว่า ได้ทำการคว้าตัว แอนดี้ คิงอดีตกองกลางคาวดังของ เลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรชั้นนำในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาร่วมทีมเรียบร้อย โดยเซ็นสัญญาร่วมงานกันจนกระทั้งจบฤดูกาลนี้ดาวเตะชาวเวลส์วัย 32 ปี โยกร่วมกวนโอเอช ลูเวิน แบบไร้ค่าตัว หลังจากที่หมดสัญญากับเลสเตอร์ หลังจบฤดูกาลที่แล้ว โดย คิง ลงเล่นให้"จิ้งจอกสยาม" ไปทั้งสิ้น 379 นัด ทำได้ 62 ประตูนับตั้งแต่ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2006 และเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ของสโมสร ที่ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก เมื่อฤดูกาล 2015/16 ด้วย ซึ่งหลังจากนั้นเคยถูกปล่อยให้ สวอนชี ซิตี้ (2018), ดาร์บี้เค้าน์ตี้ (2019), เรนเจอร์ส (2019) และ ฮัดเคอร์สฟิลด์ ทาวน์ (2020) ยืมใช้งาน

คอสต้าลงซ้อมที่บราซิลรอทีมใหม่ผลบอล

ดีเอโก้ คอสต้า อดีตกองหน้า แอตเล-ติโก มาดริด เดินทางกลับไปฝึกซ้อมที่ประเทศบราซิลระหว่างรอพิจารณาข้อเสนอใหม่ดีเอโก้ คอสต้า เดินทางกลับประเทศบราซิลและกำลังฝึกซ้อมกับ ลาการโต้ เอฟซี เพื่อรักษาสภาพความฟิต ในขณะที่เขากำลังรอพิจารณาข้อเสนอสหรับเส้นทางใหม่ในอาชีพค้าแข้งของเขาตามรายงานจากอาสเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาคอสต้า ยกเลิกสัญญาที่เหลืออีก 6 เดือนกับ แอตเลติโก มาดริด ก่อนเดินทางกลับเมืองกาแฟ แต่เขาจะรักษาระดับความฟิตของตนเองด้วยการฝึกซ้อมกับ ลาการโต้ เอฟซี พร้อมรอพิจารณาข้อเสนอใหม่นับตั้งแต่กลายเป็นฟรีเอเจนต์ดาวยิงวัย 32 ปี อัพโหลดรูปถ่ายของเขากับสิ่งอำนวยความสะดวกของสโมสรและการกลับประเทศบราชิลยังเปดโอกาสให้เขาใช้เวลากับเพื่อนฝูงและครอบครัวมากขึ้น พร้อมพิจรณาข้อเสนอในเวลาเดียวกันคอสต้า ยังต้องการค้าแข้งในยุโรปต่อไปและมีรายงานเพิ่มเติมว่ากองหน้าวัย 32 ปีหวังกลับมาเล่นพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง หลังเคยอยู่กับ เชลซี ในช่วงปี 2014-2014

วอลเลย์บอลวันนี้ มูไม่ยักปลื้มฟอร์มไก่จิกเบรนท์ฟอร์ด

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม ท็อตแน่มฮ็อตสเปอร์ สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษไม่พอใจกับฟอร์มการเล่นของลูกทีมเท่าไหร่นักในเกมคาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ ที่ทีมของตนเปิดรังท็อตแน่ม อ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม เอาชนะ เบรนท์-ฟอร์ด 2-0 เมื่อวันอังคารที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมาด้วยความที่คู่แข่งมาจาก เคอะ แชมเปี้ยนชิพทำให้หลายคนคิดว่า สเปอร์ส น่าจะเก็บชัยชนะได้ไม่ยาก แถมยังขึ้นนำได้ตั้งแต่นาทีที่ 12 จาก มุสซ่าชิสโซโก้ แต่กว่าจะมาได้ลูกที่ 2 จาก ซน ฮึง-มินก็ต้องรอจนถึงนาทีที่ 70 เลยทีเดียว

มูรินโญ่ เผยว่า "ในแง่เกมรับแล้วเราเล่นได้ดี เราคุมเกมได้ตลอดทั้งเกม ตอนที่ได้ครองบอลเราก็ทำได้ 2 ประตู แต่เราควรจะยิให้ได้มากกว่านี้ผมไม่พอใจกับฟอร์มเท่าไหร่ ผมคิดว่าเราต้องเล่นให้ดีกว่านี้ บางครั้งเราตัดสินใจได้แย่ บางครั้งก็เป็นความผิดพลาดด้านเทคนิค""ขณะเดียวกัน ก็มีหลายครั้งที่เราเอาบอล

มาครองได้ แตจ่ายบอลกลับหลังได้ไม่ดีพอ เราต้องเล่นกันให้ดีกว่านี้ แต่เราก็ให้ความเคารพอย่างมากต่อคู่แข่งของเรา, ต่อเกมนี้, ต่อความรับผิดชอบ, ต่อเป้าหมาย วันนี้เราทำงานได้เสร็จสิ้น เราเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้แล้ว" "จ่ามู" ระบุ

ดายเออร์เผยไก่กะต๊ากชิงถ้วยคาราบาวบอลวันนี้

ด้าน เอริก ดายเออร์ กองหลังและกองกลาง สเปอร์ส กล่าวว่า "เรามีความสุขมาก ๆ ที่เข้ารอบชิงชนะเลิศหลังจากเกมที่ยากในการดวลกับทีมทดีมาก ๆ เบรนท์ฟอร์ด เก่งกาจเท่ากับบรรดาทีมในพรีเมียร์ลีกเลยทีเดียว""ทุกๆ เกมเป็นเกมที่ยาก ต้องยกเครดิตให้เบรนท์ฟอร์ด พวกเขาเป็นทีมที่มีการจัดการดีมาก ๆเรารู้ว่าถ้าเราทำได้ถูกต้องเราก็จะมีสภาพจิตใจแห่งผู้ชนะ""ผมรู้สึกว่ามันล้ำหน้าทันที (จังหวะทำประตูของ เบรนท์ฟอร์ด) แต่ผมไม่รู้ว่ามันใกล้เคียงแค่ไหน ถ้เทคโนโลยีถูกต้องจากนั้นก็คงไม่ต้องพูดอะไรเกี่ยวกับมัน""เราพยายามต่อสู้ในทุก ๆ รายการ นี่คือโอกาสแรกในการเข้ารอบชิงชนะเลิศของเรา และเราทำได้" ดาวเตะสารพัดประโยชน์ระบุ

ซิสโซโก้โวไก่จองถ้วยเรือหรือผีใครก็ได้!มาดริด

ขณะที่ ซิสโซโก้ บอกเลยว่า ไม่สนใจว่าจะดวลกับใครในรอบชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 25เมษายนนี้ ไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือแมนเชสเตอร์ ชิตี้ ก็ตาม เพราะเป้าหมายคือการคว้าแชมป์เท่านั้น

ซิสโซโก้ ที่โขกประตูแรกในนัดนี้ กล่าวว่า"พวกเราทุกคนมีความสุขมาก ๆ มันนานมากแล้ว และเราก็รอคอยช่วงเวลาแบบนี้" "เราเล่นเกมที่ยอดเยี่ยมในการดวลกับทีมที่ยอดเยี่ยม แต่เราสมควรชนะ ตอนนี้เรากำลังจะได้ไปเล่นที่เวมบลีย์ และจะเป็นดวลกันระหว่าง แมน-เชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้"

"เราจะพร้อม ไม่สำคัญว่าเราจะดวลกับใครพร้อมสำหรับเกม และหวังว่าเราจะคว้าแชมป์มาครองมันเป็นเรื่องที่ดีที่ทำประตูได้ตั้งแต่ต้นเกม ผมคิดว่าเราคุมเกมและเราทำประตูที่สองในครึ่งหลัง และเราสมควรได้รับมัน แฟนบอลทุกคนจะมีความสุข ตอนนี้มาเตรียมพร้อมกับเกมต่อไปในวันอาทิตย์กันเถอะ"

เมื่อถามถึงจังหวะปฏิเสธประตูของเบรนท์ฟอร์ด เนื่องจาก วีเออาร์ ฟันธงว่าล้ำาหนไปแล้วนั้น มิดฟิลด์ "ไก่เดือยทอง" กล่าวว่า "ผมมั่นใจว่ามันล้หน้ำ เพราะผมเห็น (ไอแวน โทนี่ย์) อยู่หลังผม ดังนั้นผมมั่นใจว่าล้ำหน้า และ วีเออาร์ แสดงให้เห็นอีกครั้ง มาสนุกกับมัน และไปเล่นรอบชิงชนะเลิศกันดีกว่า"

Continue Reading