Connect with us

Uncategorized

โปรแกรมบอล ทีเด็ดบอลชุด บ้านผลบอล วาปบอล เปิดตัวคุณครูคนใหม่ของนักเตะเปแอสเช

Published

on

โปรแกรมบอล ทีเด็ดบอลชุด บ้านผลบอล วาปบอล เปิดตัวคุณครูคนใหม่ของนักเตะเปแอสเช

โปรแกรมบอล ทีเด็ดบอลชุด บ้านผลบอล วาปบอล เปิดตัวคุณครูคนใหม่ของนักเตะเปแอสเช

คุณครูคนใหม่ของนักเตะเปแอสเช

หลังประกาศแต่งตั้งวาปบอล เมาริชิโอ้ โปเซ็ตติโน่ เป็นเฮดโค้ชคนใหม่อย่างเป็นทางการในคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ก็ถึเวลาที่ โปเช็ตติโน่ บ้านผลบอลจะต้องขึ้นนั่งเก้าอี้ตัวใหม่ของเขาที่เปแอสเช

มันเป็นเช้าวันอาทิตย์ที่อากาศเย็นยะเยือก และเป็นวันที่ โธมัส ทูเดล กับทีมงานได้กำหนดไว้ให้เป็นวันกลับมารายงานตัวของนักเตะปารีเชียงหลังพักเบรกสั้น ๆ ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสต่อปีใหม่ ซึ่งไปๆ มาๆ กลายเป็นว่าผู้เล่นเปแอสเชไม่ได้เจอหน้ ทูเดล กับสตาฟฟโค้ชชุดเก่าอีก ทีเด็ดบอลชุดในวันเสาร์มีรายงานว่า เนย์มาร์กลับจากริโอ เดอ จาเนโร แล้ว เป็นอันว่า โปเช็ตติโน่ และทีมงาน น่จะได้เจอทุกคนครบถ้วย

แน่นอนว่าก่อนการฝึกซ้อมรับเกมที่จะตามมาอีกมากมาย วันแรกของ โปเช็ตติโน่ ต้องเริ่มต้นด้วยการแนะนำตัวเขากับลูกทีม นอกจากจะมี เลโอนาร์โด้ ผู้อำนวยการกีฬาของสโมสรอยู่ที่ก็อง เคส ลอช ศูนย์ฝักซ้อมของเปแอสเชแล้วที่นั่นยังมี นาสเซอร์ อัล-เคไลฟ ประธานสโมสรอยู่ด้วย

อดีตผู้จัดการทีมท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์มาถึงก็อง เดส์ ลอช ตั้งแต่ราว ๆ 10 โมงเช้าและแน่นอนว่าเขารู้ทางมาก็อง เดส้ ลอช ซึ่งตั้งอยู่ในย่านแซงต์-แชร์กแมง-อ็อง-เลย์ ทางตะวันตกของกรุงปารีสดี สนามซ้อมของสโมสรยังไม่ได้ย้ายไปไหนในยามที่ศูนย์ฝึกแห่งอนาคตยังไม่แล้วเสร็จที่ต่างออกไปมีเพียงงานก่อสร้างรางรถรางแถวถนนเพรชิด็องต์ เคนเนดี้ ที่แยกร้านอาหารคาโชเดอออร์ ที่เขาคุ้นเคยสมัยเป็นผู้เล่นปารีเชียงเท่านั้น

แต่ด้วยระยะเวลาที่ห่างถึง 17 ปีระหว่างที่เขาจากไปและกลับมา หลายสิ่งหลายอย่างในสถานที่นั้นย่อมไม่เหมือนเดิม เฉพาะอย่างยิ่งนับจากที่กลุ่มทุน QI เข้ามาเทกโอเวอร์สโมสร และปรับปรุงรวมถึงยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆโปรแกรมบอล ทั้งที่ปาร์ก เดส์ แพร็งช้ กับก็อง เคส ลอชบรรยากาศโดยรอบจึงแตกต่างไปจากที่เขาเคยเห็นคุณภาพใหญ่ในสนามช้อมดีขึ้น สถานที่ดูโอ่อ่าขึ้นห้องแต่งตัวเปลี่ยนที่ และอื่นๆ อีกหลายจุด

โปเช็ตติโน่ มาพร้อมทีมงานคู่ใจของเขาใครที่เป็นแฟนคลับกักไก่แห่งลอนดอนคงท่องชื่อต่างๆ ไก้ขึ้นใจ กุนซือวัย 48 มาพร้อมรอยยิ้มดูเหมือนคุณครูคนใหม่ที่หน้าชั้นเรียนในวันเปิดเทอมวันแรก แถมเพิ่งย้ำยโรงเรียนมาด้วย แต่เขาใช้เวลาไม่นานก็เริ่มต้นคลาสใหม่ของเขาได้

ในช่วงสาย "พอช" ได้เจอกับ เลโอนาร์โด้ อีกครั้งหลังพบกันหนแรกในวันเสาร์ที่มีการประกาศข่าวอย่างเป็นทางการ นอกจาก "เลโอ"ยังมีเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ หรือทีมงานในสตาฟฟ์โค้ชของสโมสร ที่เป็นลูกจ้างของสโมสร ไม่เกี่ยวกับทูเคิ่ล เขาได้รับแจ้งว่าคุณหมอ จานลูก้า สปีเนลลี่โค้ชผู้รักษาประตู จะอยู่กับสโมสรต่อไป เช่นเดียวกับ นิโกล่าส์ มาแยร์ ฟิตเนส โค้ช ทีมชุดใหญ่และ ซูมาน่า กามาร อดีตกองหลังเปแอสเชว้ย 41 ผู้เคยค้าแข้งกับทีมต่าง ๆ มากมายก่อนมาอยู่เปแอสเชในปี 2007 จนแขวนสตัดในปี 2015 ซูมาน่า กามาร่า บ้านผลบอลจะไม่ได้อยู่ในทีมสตาฟฟ์โค้ชชุดใหม่ แต่จะยังคงเป็นคนของสโมสร รอทางเปแอสชูหาตำแหน่งงานให้

การแนะนำตัวกันและกัน พูดคุยกันระหว่างสตาฟฟ์โคชกับเจ้าหน้าที่ของสโมสรกินเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง แล้วผู้เล่นคนแรกก็มารายงานตัวในช่วงเที่ยงถึงเที่ยงครึ่ง ทว่า ราฟินญ่า อยู่ได้ไม่นานนัก กองกลางชาวบราซิเลียน วัย 27 กลับออกไปตั้งแต่ก่อนบ่ายสองโมงเนื่องจากผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก ระหว่างนั้นมีผู้เล่นเปแอสเซทยอยกันมารายงานตัวซึ่งเกือบทั้งหมดมาก่อนเวลา 14.45 น. ที่ระบุไว้ มีเพียง เกย์ลอร์ นาวาส นายทวารชาวคอสตาริกันเท่านั้นที่มาสายไป 5 นาที

บรรยากาศในวันแรก ๆ ที่พบกันและโดยเฉพาะอย่างยิ่งวันแรกสุดย่อมอบอวลไปด้วยมิตรภาพ ผู้เล่นทุกคนถูกเรียกเข้าห้องประชุมที่ซึ่งนาสเซอร์ อัล-เคไลฟ กับ เลโอนาร์โด้ รออยู่

ท่านประธานเปแอสเชเริ่มต้นด้วยการอวยชัยให้พรปีใหม่กับนักเตะก่อนที่จะแนะนำโค้ชคนใหม่ให้ทุกคนรู้จักอย่างเป็นทางการ ผู้เล่นส่วนใหญ่ได้ทราบข่าวการเด้ง โธมัส ทูเดล ผ่านสื่อเหมือนคนส่วนใหญ่ เพราะในคืนวันพุธที่ 23 ธันวาคม 2020 หลังจบเกมกับสตราส์บูร์ก (4-0) นักเตะได้รับการปล่อยตัวให้ไปพักเบรกช่วงเทศกาลแล้ว ในช่วงไล่เลี่ยกับเวลาเที่ยงคืนของคืนดังกล่าว บางคนอยู่ระหว่างกลับบ้าน ไปสนามบินก่อนได้เบรกกิ้งนิวส์ จากสื่อต่างๆ ว่ากุนชื่อชาวเยอรมันถูกปลดชะแล้ว ค่ำคืนนั้นไม่มีใครแสดงปฏิกิริยาใด ๆ ทางโชเชียล มีเดีย และจนถึงวันแต่งตั้ง โปเช็ตติโน่ก็เพิ่งมีนักตะเปแอสเชออกมาขอบคุณ ทูเคลไม่กี่คน

นาสเซอร์ อัล-เคไลฟี่ จึงได้ใช้โอกาสนื้อธิบายถึงเหตุผลที่นำมาสู่การตัดสินใจแยกทางกับ ทูเคิ่ล ของสมสร รวมถึงการตัดสินใจเลือกเมาริชิโอ้ โปเช็ตติโน่ เขายังได้ใช้ช่วงเวลานี้ในการย้ำเตือนให้ทุกคนตระหนัก ว่าเป้าหมายของสโมสรยังคงไม่เปลี่ยนแปลง และความทะเยอ-ทะยานต่างๆ ของสโมสรยังคงเหมือนเดิม คำว่า"เหมือนเดิม" ในที่นี้หมายถึงยัง "สูงเหมือนเดิม" และไม่เฉพาะแต่เรื่องฟุตบอลในประเทศเท่านั้น จากนั้นได้เวลาที่เทคนิเชียนลูกหนังชาวอาร์เจนไตน์ กล่าวเปิดตัวต่อลูกทีมคนใหม่ ต่อห้องแต่งตัวใหม่ของเขาที่ร่ำลือกันว่าควบคุมได้ยากบางคนออกมาบอกกับผู้สื่อข่าวแบบไม่เปิดเผยตัวว่า"เป็นคำพูดที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและความทะเยอทะยาน"

ก่อนเวลา 16.45 น. เล็กน้อยทีเด็ดบอลชุด โปเช็ตติโน่ ได้ไปเดินสำรวจสภาพหญ้าของสนามช้อมสนามต่างๆ ภายในก็อง เดส์ ลอช งานใหม่ของเขาเริ่มต้นขึ้นจริงจังแล้ว และเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ไม่ใช่เพราะมีสายตาของท่านประธานกับผอ. กีฬา ของสโมสรจ้องดูอยู่ แต่เพราะเขาเป็นคนเอาจริงเอาจัง

เซบาสเตียโน่ โปเซ็ตติโน่ บุตรชายคนโต วัย 25 ซึ่งเคยทำงานที่สเปอร์สด้วยกันเละจบด้นวิทยาศาสตร์การกีฬาจากมหาวิทยาลัยปารีส์-ชาเกลย ของฝรั่งเศส ซึ่งมาอยู่ในทีมสตาฟฟ์โค้ชและเป็นฟิตเนส โค้ช คนใหม่ของเปแอสเช มารายงานความเป็นไปให้พ่อผู้เป็นนายใหญ่ทราบสั้นๆ จากนั้นเชสชั้นแรกของการฝึกซ้อมก็เริ่มต้นขึ้นโดยมีผู้เล่น 16 คนด้วยกันระหว่างที่ เซบาสเตียโน่ ให้คำสั่งเป็นภาษาฝรั่งเศสพ่อของเขาก็คอยสังเกตการณ์ว่านักเตะแต่ละคนเป็นอย่างไรบ้าง เซบาสเตียโน่ ตะโกนว่า "อย่าเปิดบอลแรงเกินไปนัก" ก่อนจะชมนักเตะว่า "เยี่ยมมาก เยี่ยมมาก เยี่ยมมาก" โปรแกรมบอลเมื่อเห็นพวกผู้เล่นทำได้ตามที่ต้องการ

ส่วน เมาริชิโอ้ ซึ่งสังเกตความเคลื่อนไหวอยู่นั้น ไม่รอช้าที่จะออกคำสั่งเมื่อถึงตอนซ้อมการสปีดฝีเท้าโดยมีการจับเวลาอยู่ 2 ช่วง ช่วงละ 15 วินาที ในการออกตัวและ 15 วินาทีในการเข้าตัดบอล นิโกล่าส์ มาแยร์ กำกับการทำงานของทุกคนอยู่ด้วยในระหว่างที่ซ้อมกันอยู่นั้น พวกผู้เล่นยังมีการเย้าแหย่และพูดคุยถึงช่วงพักหนาวของพวกเขา ที่สุดแล้ว โปเช็ตติโน่ ผู้พ่อตะโกนขึ้นว่า "หยุดพูดได้แล้วพวกนาย !" ก่อนที่จะลดโทนเสียงลงและถามทุกคนขึ้นมาลอย ๆ ว่า "เหนื่อยรึเปล่า ?"

จะเหนื่อยหรือไม่ในวันเปิดเทอมสองก็ไม่ทราบ แต่พวกนักเตะยังได้ซ้อมต่ออีกราว 20 นาที่ด้วยแบบฝึกหัดชุดต่างๆ เสียของ โปเช็ตติโน่ ผู้พ่อดังขึ้นไม่หยุด แต่บรรยากาศเป็นไปอย่างผ่อนคลาย...45 วาปบอลนาที่แรกในการคุมทีมซ้อมของ เมาริชิโอ้ โปเช็ตติโ จบลงแล้ว แต่กว่าที่เขากับผู้ช่วยทั้งหมดจะออกจากก็อง เดส์ ลอช ป่เข้ไป 2 ทุ่ม พวกเขาต้องเตรียมงานรับเช้วันจันทร์ ที่ทุกอย่างจะเริ่มตันขึ้นอย่างเต็มตัว เช่นเดียวกับยุคสมัยของโปเช็ตติโน่ ภาดกุนชื่อเปแอสเช..บ้านผลบอล

หน้า18

KING POWER

ไม่เคยกลัว

ถ้า 3 คะแนนถูกกระชากให้เหลือแค่แต้มเดียว นักเตะเลสเตอร์ ซิตี้คงนอนไม่หลับไปหลายคืนทุกอย่างอยู่ในมืออยู่แล้วเมื่อสกอร์ยังนำ 2-0 ตอนเข้าสู่ 10 นาที่สุดท้าย ควบคุมสถานการณ์ได้และพร้อมจะลงโทษ นิวคาสเชิล ยูไนเต็ด เจ้าถิ่นด้วยประตูที่ 3 ด้วยซ้ำถ้าทะเล่อทะล่าบุกโดยไม่ระวัง

มันคือเกมที่เลสเตอร์แสดงให้เห็นถึงการเติบโต พวกเขากลายเป็นทีมที่ได้ลุ้นความสำเร็จมากกว่าสาลิกาดง ทั้งด้วยคุณภาพของเกม คุณภาพของผู้เล่นและแคแรกเตอร์ที่แสดงให้เห็น

ความจริงแล้วเยือนเซนต์ เจมส์ พาร์ค ไม่เคยเป็นงานง่ายไม่ว่าจะกับทีมใดก็ตาม ฤดูกาลนี้เอฟเวอร์ตันกับลิเวอร์พูล 2 ทีมจากเมอร์ซี่ย์ไชด์พบกับความผิดหวังที่นี่มาแล้วทั้งคู่ หงส์แดงหลุดเสมอ ทอฟพี่สีน้ำเงินถึงขั้นแพ้เลย แต่กระนั้นในภาพรวมของทีมนิคาสเลก็ไม่ได้นยำเกรงอะไร สตีฟ บรูช ผู้จัดการทีมก็ไม่ใช่คนที่ได้ชื่อว่าเขี้ยวลากดินสร้างความแตกต่างมากเท่าไหร่

เลสเตอร์ ชิตี้ของ เบรนแดน รีอดเจอร์ส คือทีมลุ้นแชมป์ ฤดูกาลก่อนก็พูดได้อย่างนั้นอย่างน้อยก็จนถึงครึ่งฤดูกาล ก่อนจะถูกลิเวอร์พูลที่พกคีกรีแชมป์โลกกลับมาจากกาตาร์บุกโขยกพังพาบดาคิง เพาเวอร์สเตเดี้ยม ทีเด็ดบอลชุดขณะที่ฤดูกาลนี้ก็ยังพูดได้อย่างนั้นแม้เส้นทางจะยังอีกยาวไกล

ขุมกำลังของบีร็อดเริ่มกลับมาลงตัวขึ้นเรื่อย ๆ นักเตะเจ็บไม่มีเพิ่ม นักเตะหายเจ็บหยอยกลับสู่สนามเกมนี้ ดักลาร์ โชยุนชู ปราการเหล็กทีมชาติตุรกี่คัมแบ็กเพิ่มอีกคนหลังถูกเปลี่ยนตัวลงสนามแทน เจมส์ แมดดิสัน ก่อนหมดเวลา 11 นาที

ก่อนหน้านี้ ทิโมธี กาสตาญ ก็หายเจ็บวิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ ก็หายเจ็บ เจมส์ แมดดิสัน ก็หายเจ็บล่าสุด ริคาร์โด้ เปเรยร่า ก็กำลังจะหายเจ็บกลับมาคืนสนามอีกคน

กลายเป็นเลสเตอร์สวนทางกับฤดูกาลก่อนตรงที่ครั้งนั้นพวกเขาเต็มทีมตั้งแต่แรก ก่อนที่ขุนพลของทีมจะทยอยกันเจ็บไปที่ละคนสองคนในช่วงครึ่งซีชั่นหลังทั้ง เปเรยร่า แมดดิสัน และ เบน ชิลเวลล์ บ้านผลบอลแต่ฤดูกาลนี้ทีมเริ่มต้นด้วยขุมกำลังที่ไม่เต็มร้อย ชิลเวลล์ย้ายไปเชลซี แมดดิสันไม่สมบู๊รณ์วาปบอล เปเรยร่ายังเจ็บ โชยุนซูก็ม่าเจ็บอีก เช่นเดียวกับ กาสตาญ ที่เปิดตัวด้วยฟอร์มไฉไล

ร็อคเจอร์สจัดตัวได้ถูกใจแฟน ๆ ด้วยทีมที่ดีที่สุดในเวลานี้ แคสเปอร์ ชไมเคีล เฝ้าเสา เวสลี่ย์ โฟฟาน่า กับ อีแวนส์ ยืนเชนเตอร์แบ็กคู่กัน เจมส์จัสติน แบ็กขวา กาสตาญ เป็นแบ็กซ้าย ยูริ ตีเลอมันส์กับ เอ็นดิดี้ เล่นคู่มิดฟิลด์ตัวกลาง ส่วนเกมรุก แมดดิสันฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ และ มาร์ค อัลไบรท์ตัน อยู่ด้านหลังเจมี่ วาร์ด

มันคือทีมที่สมดุลเอาเรื่อง ผสมผสานระหว่างนักเตะตัวหลักมีประสบการณ์ และผู้เล่นคาวรุ่งที่สดและห้าวไม่กลัวใครฝั่งนิวคาสเชิ่ลเอง บรซซี่ก็วางขุมกำลังน่าสนใจ ตัวจัดๆ ในเกมโต้ลงครบทั้ง โชลินตอน มิเกล อัลมิรอน และ คัลลั่ม วิลสัน กองหนตัวเป้า มีพี่น้องลองสตาฟฟ์ยืนคู่กันตรงกลางทั้ง ฌอน และ แม็ทธิวส่วนแนวรับวางไว้ 5 คน แม็ตต์ ริทซึ่ วิงแบ็กซ้ายเดอันเดร เยดลิน วิงแบ็กขวา

เซนเตอร์แบ็ก 3 คนมี ฟาเบียร์ แชร์ เกมตรงกลางขนาบซ้าย-ขวาด้วย โปรแกรมบอลเดียแรน คล้าร์ก กับเฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ และจอมหนึบ คาร์ล ดาร์โลว์ฮีโร่จากนัดก่อนที่เสมอลิเวอร์พูลเป็นผู้รักษาประตู

ความแน่นอนเป็นของเลสเตอร์ที่เคลื่อนบอลและเคลื่อนเกมเข้าหา ต่อบอลเข้าทำด้วยความมั่นใจ ทั้งยังมีลูกดุดัน มีการแสดงออกทางภาษากายให้เห็นถึงความกระหายที่จะเป็นผู้ชนะ อย่างที่ เคอร์ติส เดวิสอดีตกองหลังคาร์บี้ เคาน์ตี้ที่เคยเล่นกับเลสเตอร์ในสัญญายืมตัวสั้นๆ เมื่อ 10 ปีก่อน และทำหน้าที่นักวิเคราะห์ของ เรดิโอ 5 ในเกมนี้กล่าวชุมว่า เลสเตอร์แสดงให้เห็นถึงบุคลิกที่โดดเด่นในการเป็นผู้ชนะอย่างที่เคยทำในเกมชนะสเปอร์ส และแมนเชสเตอร์ ชิตี้พวกเขาคือทีมที่พร้อมไล่ล่าทุกแต้ม และต้องชื่นชมร็อดเจอร์ส่ที่สามารถปลุกเร้าให้นักเตะเชื่อว่าตัวเองสามารถสู้ไปด้วยกันบนเส้นทางสู่เกียรติยศได้

ก็ถ้ารุ่นพี่ของพวกเขายังสามารถเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาล 2015/ 16 ได้ แล้วทำไมพวกเขาจะสร้างวีรกรรมอย่างนั้นให้เกิดขึ้นบ้างไม่ได้

   เจมี่ วาร์ดี้ เปลี่ยนจากคนยิงมาเป็นคนเปิดในเกมนี้ แมดดิสันก็เปลี่ยนจากคนเปิดมาเป็นคนชัดประตูขึ้นนำให้ทีมเช่นกัน มันเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญเพราะครึ่งแรกเสมอกัน 0-0 โดยความกังวลน่าจะอยู่ที่พวกเขาซึ่งบุกมากกว่าแต่ทำประตูไม่ได้ ดังนั้นเมื่อแมคดิสันส่งบอลเข้ไปสู่กันตข่ายหลังเตะครึ่งหลังไป 10 นาทีขุนผลจิ้งจอกสีน้ำเงินจึงเสมือนยกภูเขาออกจากอกประตูฝัง 2-0 ของตีเลอมันส์ ก็มาจากการประสานงานที่ยอดเยี่ยมรู้ไจกำซิ่งสั้นเร็วก่อนที่ อัลไบรท์ตันจะไหลให้ ตีเลอมันส์ วิ่งเข้ามายิงจังหวะเดียวแบบไม่จับส่งบอลพุ่งเสียบเสหมดจดจนปัญหาที่ดารโลว์จะป้องกันได้แล้วชัยชนะนัดนี้ยังนับเป็นโชคดีของเลสเตอร์ชิตี้อีกด้วยตรงที่วการเสียสมาธิของพวกเขานั้นไม่ถูกเจ้าถิ่นลงโทษหนักกว่านี้

เพียงแค่ความเลินเล่อวางใจเสี้ยววินาที แอนดื้แคร่โรลล์ ก็ส่งบอลผ่านมือ แคสเปอร์ ชไมเคิล เข้าไปเป็น 1-2 ดึงสถานการณ์ให้กลับไปตึงเครียดอีกครั้ง ยังดีที่ทุกคนพอจะตั้งหลักกันได้ ขณะที่นิวคาสเชิลเองก็ไม่ดีพอที่จะฉกฉวยโมเมนตัมนั้นให้เป็นประโยชน์แก่ตัวเองจบเกมเลสเตอร์จึควา 3 คะแนนสำคัญพร้อมบทเรียนเรื่องการปิดเกมให้ได้ตอกย้ำอยู่ในหัว

การชิงชัยที่เข้มขันในฤดูกาลนี้ก็ยังเป็นตัวแปรสำคัญให้กับการแย่งแชมปลีกได้เช่นกัน ถึงตอนนี้ช่องว่างระหว่างจ่าฝูงกับทีมอันดับ 10 ของตารางไม่ห่างกันมากอย่างฤดูกาลก่อนที่ลิเวอร์พูลทิ้งอันดับ 10 ถึง 27 คะแนน หลังเตะกันผ่านไป 16 นัด

ฤดูกาลนี้ตะกันมาถึงเกมที่ 16 แต้มระหว่างหงส์แดงจ่าฝูงกับอันดับ 10 คือเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ห่างกันเพียง 7 คะแนนเท่านั้นนั่นคือความใกล้เคียงกันที่มากกว่าเดิมและโอกาสที่เปิดกว้างขึ้นกว่าเดิมเช่นกัน แม้สถิติจะบอกว่าทีมเล็กๆ นอกเหนือจากกลุ่มบิ๊กชิกช์จะได้เป็นแชมปพรีเมียร์ลีกนั้นยากย็นเหลือเกิน เพราะนับตั้งแต่แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เมื่อปี 1995 เป็นต้นมา ก็มีเพียงเลสเตอร์ ชิตี้ ทีมเดียวที่เคยปาดยักษ์ใหญ่ทั้ง 6 ตกกระป้องคว้าแชมป์ไปครอง

เป้าหมายของร็อคเจอร์สนั้นยังคงชัดเจนเบื้องต้นคือพาทีไปตะสโมสรยุโรปให้ได้อย่างสม่ำเสมอฤดูกาลที่แล้วพวกเขาทำได้แม้จะหลุดวงโคจรท็อปโฟร์ในช่วงท้ายฤดูกาลทั้ง ๆ ที่ก่อนซีชั่นจะถูกแช่แข็ง 3 เดือนทีมยังรั้งอันดับที่ 3 แต่สุดท้ายก็คว้าสิทธิ์ไปเตะยูโรปาลีก และตีตั๋วเข้ารอบอกเอาต์สบาย ๆ ด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม

เลสเตอร์ ซิตี้ไม่ใช่ทีมงินถุงเงินถังซื้อนักเตะระดับ 70 ล้าน 80 ล้าน หรือ 90 ล้านปอนด์ได้อย่างไม่ต้องคิดมาก เพราะฉะนั้นสปีริตในทีม ความกลมเกลียวมีเป้าหมายเดียวกัน ความเชื่อมั่นในตัวเองและผู้จัดการทีมบ้านผลบอล รวมทั้งความแตกฉานในการกำหนดแท็กติกที่เหมาะสมคือสิ่งสำคัญมาก

ภายใต้การทำทีมของ เบรนแดน ร็อคเจอร์ส เลสเตอร์ ชิตี้ยังไปได้ดีอย่างน่าสนใจ พวกเขาดีและเติบโตขึ้นกว่าฤดูกาลก่อนเสียอีกทีเด็ดบอลชุด บุคลิกของความเป็นผู้ท้าทายชัดเจนมาก ไม่มีความเกรงกลัวอะไรเลย

หลังเตะเอฟเอ คัพ กับสโต๊ค ซิตี้แล้ว คิงเพาเวอร์ สเตเดี้ยมจะได้ต้อนรับผู้มาเยือน 2 เกมซอนคือ เซาธ์แฮมป์ตัน กับเชลซี ถามว่าน่ากลัวไหม ก็น่ากลัวแน่ แต่เชื่อเถิดว่ากองทัพจิ้งจอกสีน้ำเงินน่ะไม่มีกลัวใครหรอก

หน้า19

เต็งหนึ่งและผู้ท้าชิงตัวจริง

แมนฯ ซิตี้ วาปบอลและนาทีนี้อยู่ในอันดับที่ 5 ของตารางพรีเมียร์ลีก ตามหลังจ่ฝูงและแชมป์เก่าอย่างลิเวอร์พูล 4 แต้ม (ก่อนหงส์แดงทำศึกกับ เชาธ-แฮมป์ต้น เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา) แต่ในตารางตัวเต็งแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ของบ่อนพนันแบบถูกกฎหมายในเมืองหลวงแห่งลูกหนัง ทีมเรือใบสีฟ้ากลับขึ้นมาเป็น "เต็งหนึ่ง" แบบเดี่ยว ๆ อีกครั้งถามว่าทำไม???

คำตอบคือฟอร์มการเล่นอันเปล่งปลั่งอย่างน่าสยดสยองในการศึกครั้งล่สุดที่บุกอัด เชลซี ถึงถิ่นนี่เเหละ

เพราะสิ่งที่ผู้เล่นทีมปลาฉลามสำแดงออกมาให้เห็น มันเข้าขั้น "โคตรทีมไร้เทียมทาน"โปรแกรมบอล เหมือนที่เคยแสดงให้เห็นเมื่อ 2-3 ฤดูกาลก่อนย้อนกลับไปในฤดูกาล 2017-18 และ 2018-19 แมนฯ ซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัยติดต่อกัน โดยสะสมได้ทั้งหมดถึง 198 แต้มรูปแบบการเล่นของแมนฯ ซิตี้ จากขุมกบาลอันโสนเลี่ยนเตียนโล่งของ เป็ป กวาร์ดิโอล่า มีความสมบูรณ์แบบมากนะครับในสายตาของท่านผู้ชมทางบ้านอย่างผม

เฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2018-19 ที่ควบตะบึงไปข้างหนด้วยความเร็วแรงแบบทะลุสั้นตีนพลางกะชวกชัยถึง 18 จาก 19 เกมสุดท้ายของซีชั่น แถมชนะถึง 14 นัดติดต่อกัน ก่อนเฉือนลิเวอร์พูลเข้าเส้นชัยแบบหวุดหวิดเพียงแค่ปลายจมูกเกมรุกดุดันและกะชวกไส้ แถมอุดมด้วยประสิทธิภาพดีนักแล

ขณะที่เกมรับใช้ปรัชญาการเล่นเกมรุก คือเกมรับที่ดีที่สุด บวกด้วยเชนเตอร์แบ็กที่มีความแข็งแกร่งอย่าง แว็งช็องต์ ก็องป่านี กับ เอมเมอริค ลาปอร์กตกล่าวคือ พวกเขาอาศัยการครองบอลที่มากกว่าคู่แข่ง เพื่อลดโอกาสเสียประตูของตนเองให้น้อยลงไปในตัว

คิดง่ายๆ ตามหลักคณิตศาสตร์นะครับในเมื่อว่าคุณครองบอลเฉลี่ยถึง 70 % เกือบ ทุกนัด หมายความว่าคู่แข่งของคุณมีโอกาสครองบอลแค่ 30 % เท่านั้น ดังฉะนั้น โอกาสที่คุณจะเสียประตูก็อยู่ใน 30 % ที่คู่แข่งได้ครองบอล

นอกจากนี้ กุนชื่อชาวกาตาลันยังติดตั้งรูปแบบการเล่นที่พากย์อังกฤษว่า "เพรสซิ่ง" ให้ลูกทีมของตัวเองด้วย ซึ่งแตกต่างจาก "เฮฟวี่ เมทัล ฟุตบอล"ของลิเวอร์พูลเล็กน้อย ตรที่เมื่อตัดบอลได้หรือแย่งบอลได้ พวกเขาจะต่อบอลกันก่อนสัก 5-6 จังหวะ โดยจะยังไม่จู่โจมแบบสายฟ้าฟาด

เหตุผลคือมากจโจมเร็วเกินไป ความแน่นอนก็จะลดน้อยตามลงไปด้วย- โอกาสเสียบอลก็จะมีมากขึ้น มิช้ำยังใช้วิธีตัดไฟแต่ต้นลมอีกต่างหากพลันที่เสียการครอบครองบอล ผู้เล่นของแมนฯ ชิตี้ จะรุมเข้าแย่งบอลคืน โดยสังเกตได้ว่าใครเป็นคนทำบอลเสียคนนั้นต้องเป็นคนแรกที่พยายามแย่งบอลคืนมาให้ได้ ต่อเมื่อเห็นท่าไม่ดีก็จะตัดฟาวล์ ด้วยการเสียบหนัก ๆ และอัดคว่ทันที คือยอมเสียฟรีคิกในแดนคู่แข่ง หรือเสียฟริดิกตรงกลางสนามดีกว่าโดนโต้กลับเร็ว เนื่องจากการบุกเปิดพื้นที่ว่างในแดนตัวเองมากมาย

มันเป็นช่วงเวลาประมาณ 2 ปีที่ฟอร์มการเล่นของแมนฯ ชิตี้ มีความกระฉูดแตกที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนังจนท่านผู้ชมทางบ้านอย่างผมมอบสมญาให้พวกเขาว่า...โคตรทีมไร้เทียมทานแต่เหมือนพลุที่พุ่งขึ้นไประเบิดตูมตามบนท้องฟ้า

ฤดูกาลที่แล้วจึงเป็นช่วง "ร่วงหล่น" ของแมนฯ ซิตี้หลายนัดที่ฟอร์มการเล่นหลุดลุ่ยจนเสียหลักพุ่งกระแทกดวามปราชัยอย่างน่าเกลียดน่ากลัวตัวละ 3 บาท

เกมรับที่ปราศจากผู้บัญชาการอย่างทีเด็ดบอลชุด แว็งช็องต์ ก็องปานี ขณะที่ เอมเมอริค ลาปอร์กต์ ถูกอาการบาดเจ็บลักพาตัวไปหลายนัด กลายเป็นจุดอ่อนทำให้ทีมเสียประตูง่ายๆ แบบไม่มีเหตุผล และไม่ต้องการความเข้าใจใด ๆ ทั้งสิ้น

หลังประสบความเร็จอย่างยิ่งยวด - แรงจูงใจ ความหื่นกระหายในความสำเร็จก็ลดน้อยลงไปตามธรรมชาติ

ฟอร์มการเล่นของนักเตะหลายคนก็ตกลงไปด้วย ยกตัวอย่าง แบร์นาร์โด้ ชิลวา ที่โดดเด่นมากในฤดูกาล , 2018-19 ขณะผู้เล่นตัวหลักหลายคนเหมือนผ่านพ้นจุดสูงสุดในการดำเนินอาชีพ อาทิ กุน อเกวโร่,แฟร์นั้นดินโญ่ และ ดาบิด ชิลบา ที่อายุมากขึ้นเรื่อย ๆ

จาก 100 แต้มในฤดูกาล 2017-18 และจาก 98 แต้มในฤดูกาล 2018-19 ฤดูกาลที่แล้ว ทีมสีฟ้าแห่งแมนเชสตอร์สะสมได้แค่ 81 แต้มเท่านั้นฤดูกาลนี้แมนฯ ซิตี้ เริ่มต้นฤดูกาลช้ากว่าทีมอื่น โดยไม่มีช่วงปรีซีชั่นจนต้องใช้เวลาในช่วงแรกของฤดูกาลไม่ต่างจากเกมอุ่นเครื่อง เพื่อเตรียมความพร้อม

จุดอ่อนของแมนฯ ชิตี้ ที่มองเห็นอย่างคมชัดในระบบฟูลเอชดีวาปบอล คือประสิทธิภาพในเกมรุกพวกเขายังครองบอลมากกว่าคู่แข่งเหมือนเดิม ปัญหาคือจังหวะจบที่หนักไปทางยิงทิ้งกับยิงขว้างจุดอ่อนในเกมรับก็ยังไม่หมดไปโดยสิ้นเชิง 2 เกมที่พลาดก่พ่ายแพ้ในฤดูกาลนี้มาจากการเล่นเกมรับแบบรถบัสของคู่แข่งแล้วจู่โจมแบบลอบฆ่า

เกมที่แพ้เลสเตอร์ 2-5 แบบคาบ้าน เจ้าของสนามเอติฮัด สตเดี้ยม ถูกความเร็วแบบนรกแตกของเจมี่ วาร์ดี้ เล่นงานเสียจนอ่วยอรทัยเกมที่แพ้สเปอร์ส 0-2 ก็ถูกวิธีการเล่นแบบ"พาร์ค เดอะ ฟัดกลิ้ง บัส" ของ โชเช่ มูรินโญ่ หลอกหลอน แถมกุนซือจอมอหังการยังสัพยอกแบบแสบสันรูตูดให้อีกว่าให้ทีมที่ครองบอลกว่า 70 9 อย่างแมนฯ ชิตี้ เอาบอลกลับบ้านไป ส่วนผมเอา 3 แต้ม

ผ่านไป 8 นัดในพรีเมียร์ลีกบ้านผลบอล เรือสำเภาเศรษฐีพุ่งประสานงากับรถบัสจนอับปางไป 2 นัด แถมหลุดเสมอไปอีก 3 นัด สะสมได้แค่ 12 แต้มสาบานให้ฟ้าผ่าหัวหมาตายว่า ณ จุดนั้นผมมองไม่เห็นความเป็น "เต็งหนึ่ง" จากแมนๆ ซิตี้ เลยแม้แต่น้อย

เพียงแต่ในระหว่างนั้น เปป กวาร์ดิโอล่าก็ค่อย ๆ แก้ไขจุดบกพร่องของทีมตัวเองไปเรื่อย ๆจุดแรกคือเกมรับ ซึ่งในที่สุดก็ค้นพบคู่เชน-เตอร์แบ็กที่ลงตัวที่สุดว่าเป็นการจับคู่กันระหว่าง รูเบนดิอาส กับ จอห์น สโตนส์

กองหลังชาวโปรตุเกสลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไปแล้ว 13 นัด เสียไปแค่ 7 ประตู ขณะที่ในสายตาของผม - จอห์น สโตนส์ เป็นกองหลังประเภทเชิงสูงคนหนึ่ง อ่านเกมดี และมีความเร็ว ข้อเสียคือชอบ "โชว์เหนือ" แล้วมักจะตกม้าคอหักตาย ด้วยมั่นใจในตัวเองผิดๆ

ต่อเมื่ออายุมากขึ้น ประสบการณ์มากขึ้นปราการหลังทีมชาติอังกฤษวัย 26 กะรัตผู้นี้ก็มีความเยือกเย็นมากขึ้นพลางยึดตำแหน่งตัวหลักได้สำเร็จอีกครั้งจอห์น สโตนส์ ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไปแล้ว 7 นัด เสียไปแค่ 2 ประตูเท่านั้น

วิธีคิดของวาปบอลเป็ป กวาร์ดิโอล่า ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน โดยลดผยองและดื้อดึงลงแล้วใส่ความยืดหยุ่นเข้ามามากขึ้น

บางนัดจึงวางแผนให้ลูกทีมเล่นแบบเน้นผลการแข่งขันมากขึ้น ไม่ใช่ตะนี้ตะบันบุกแบบไม่ลืมหลืมตาตัวอย่างชัดเจนคือเกมที่เสมอกับ ลิเวอร์พูลและ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่แสดงเจตนาออกมาว่าพอใจในผลเสมอ

ส่วนการศึกครั้งล่สุดที่บุกอัดเชลซีแบบไม่เกรงใจแมนฯ ชิตี้ปราศจากผู้เล่นสำคัญที่เป็นตัวหลักหลายคน ไม่ว่าจะเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งอย่างเอแดร์ซอน

กองหลังอย่าง ไคล์ วอล์คเกอร์ กับ เอมเมอริคลาป๊อร์กต์ รวมถึง นาธาน อาเกกองหน้าก็ไม่มี กาเบรียล เชซุส กับ เฟร์รานตอร์เรส ขณะที่ ริยาด มาห์เรช กับ กุน อเกวโร่ วางตูดอยู่บนม้านั่งสำรอง

ตามผังการเล่นที่ขึ้นมาในตอนแรกเข้าใจว่าราฮีม โปรแกรมบอลสเตอร์ลิง คงถูกขยับเข้ไปเป็นกองหน้าตัวเป้าต่อเมื่อเห็นตำแหนของแต่ละคนบนฟลอร์หญ้า ปรากฏว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ใช้ เดวิน เดอ บรอยน์ ในตำแหน่งหน้าเป้า...ซะอย่างนั้น

ตำแหน่งหน้าเป้าก็จริง แต่เล่นจริงๆ เหมือน "กองหน้าตัวปลอม" ที่ได้รับอิสระเสรีเหนือสิ่งอื่นใดชะมากกว่า ซึ่ง เดวิน เดอ บรอยน์ ทำหน้ที่ได้อย่างยอดเยี่ยมดีนักแลเลยทีเดียวเชียวในบทบาทหัวหอกตัวเป้า เขาสามารถเก็บบอลครองบอล พักบอล และเข้าชาร์จ เหมือนกองหน้าตัวเป้าโดยทั่วไป

ทันใดถอยลงมาล้วงลูกแล้วสร้างสรรค์เกมตรงกลางในบทบาทของผู้เล่นหมายเลข 10 พลางโยกออกซ้ายแล้วย้ายไปขวาตามสถานการณ์ สอดประสานกับเพื่อนร่วมทีมและทดแทนตำแหน่งกันอย่างลงตัว

หลังปล่อยให้เชลซีเป็นฝ่ายบุกอยู่ประมาณ 10 นาที เมื่อตั้งตัวได้แมนๆ ซิตี้ ก็ครองเกมแบบเบ็ดเสร็จพลางสาธิตวิธีการเล่นลิงชิงบอลระดับสูงจนคู่แข่งหาบอลกันไม่เจอ ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่วิ่งหัวซุกหัวซุนไล่บอล สิ่งที่เห็นคือจังหวะเข้าทำที่เกิดจากการต่อบอลทำซิ่งอันรวดเร็วและแม่นยา แถมมากด้วยทีมเวิร์กแล้วหาจังหวะจบด้วยการยิงเป็นระยะ ก่อนสะเดิบดาร์กซ์เจ้าถิ่นรวดเดียว 3 ดอกเน้นๆ

ถือเป็นครึ่งแรกที่ไฉไลเป็นบมากที่สุดของแมนฯ ชิตี้ ในฤดูกาลนี้ เมื่อนำห่างถึง 3-0 ในครึ่งแรก พวกเขาก็ลงมาในครึ่งหลังด้วยการเล่นแบบปิดเกม และรักษาสกอร์มากกว่าเอาประตูเพิ่ม ปล่อยให้เชลซีได้ครองบอลบุกบ้างอันเป็น 2 ครึ่งที่เห็นการเล่นที่เป็นระบบ และความยืดหยุ่นของทีมสีฟ้าแห่งแมนเชสเตอร์อย่างชัดเจนมาก

แมนฯ ซิตี้ชนะในพรีเมียร์ลีก 3 เกมติดต่อกันและไม่แพ้มา 7 นัดนับตั้งแต่ประสบอุบัติเหตุที่ท็อดแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม โดยยิงได้ 14 เสียแค่ 2 ตัวเลขดีขึ้นทั้งในเกมรุกและเกมรับจนขยับขึ้นเป็น "เต็งหนึ่ง"อีกครั้ง

ขอบอกว่านี่แหละ "ผู้ท้าชิงตัวจริง" ของลิเวอร์พูล ที่ต้องยอมรับว่ามีความสมน้ำสมเนื้อมากกว่าแมนฯ ยูไนเต็ดวาปบอล

หน้า22 - หน้า23

ยังไงดีแฟร้งค์!!

แซวกะเพื่อนที่โตมาด้วยกันในวัยประถมว่า "โธ่ ใครก็ชนะ เชลซี ชั่วโมงนี้ได้ มันชื่อไอ้กิ่ว กุลชาติ เสริมสมบูรณ์ คู่มิดฟิลด์ตัวกลางของผมสมัยร่วมกันสร้างความยิ่งใหญ่ นำเหรียญแชมปกี่ฬาสีตอน ม.3 มาเชยชม

ไม่ใช่สีม่วงที่ใครคนนี้เอ่ยถึงบ่อย ๆ เกียรติยศสูงสุดในชีวิตการค้าแข้งนะครับหากตอนม ต้น โรงเรียนราชวินิตบางแก้วแพรวเพริศพริ้ง ทั้งชายหญิงงามศีลธรรมน้อมนจิตใจ, นั้นเราเล่นให้ "สีเห คณะผดุงเอกลักษณ์ บ้านผลบอลหรืองัยเนี่ย นานโขแล้วจำไม่ค่อยได้ ที่จำได้แม่นคือ มันนิสัยไม่ค่อยดีนัก

มันแย่งเสื้อเบอร์ 7 ไปใส่ ส่วนผมเป็นพวกประนีประนอมน่าจะใส่เบอร์สิบสองด้วยชมั้ง แต่ว่าเป็นตัวจริงนะทีเด็ดบอลชุด เพราะว่าเป็นบอลคลาสสิก ขาดไม่ได้ฮีโร่ของผมตอนเด็กก็คือ เคนนี่ ดัลกลิชส่วนไอ้กิ่วก็จะเป็น ไบรอัน รีอบสัน จากแมนเซสเตอร์ ยูไนเต็ด ดังนั้นแน่นอนว่า ทุกวันนี้เรามีเรื่องกัด,หยอกกันทุกวันในโลกเฟชบุ๊ก

ช่วงนี้ความประพฤติมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่กระหน่ำมาตลอดตั้งแต่ ลิเวอร์พูลทีมรักของผมสะดุดเกมเวสต์บรอมวิช แล้วมาเสียแต้มที่นิวคาสเชิลประจวบเหมาะกะที่แมนฯยูๆ ของมันก็เก็บสามแต้มเรื่อย ๆ แบบบางทีก็ให้รู้สึกขัดเคืองนะสำหรับแฟนตรงข้าม "มาได้งะ" อย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด ยิงแฉลบผู้เล่นวูล์ฟส์ ช่วงทดเจ็บ แล้ว ปอล ป็อกบา ก็มาเรียกจุดโทษได้ในเกมกะแอสตัน วิลล่าซึ่งทั้งสองเกมต้องบอกเลยว่า ดู่แข่งไม่ได้เป็นรองหรอก

ไอ้กิ่ว ได้จังหวะโพสต์ทันที บอกว่าเปิดเอ๋ยช่วยแก้แค้นให้แล้วนะ อะไรทำนองนี้ _--- เจ็บใจฮะ ฮ่า!เจ็บใจแต่ทำอะไไม่ได้ เพราะชั่วโมงนี้ของเขาแรงจริงๆ

เจอร์เก้น คล็อปป์ บอกก่อนยกทัพไปเยือนเชาร์แฮมป์ตัน ซึ่งคาดว่า ติอาโก้ อัลกันตาร่าน่าจะลงเป็นตัวจริงได้แล้ว ว่าที่ผ่านมาฤดูกาลนี้ ทีมของเขาเยี่ยมแล้ว และการต่อสู้ในฤดูกาลนี้มันจะยากกว่าปีก่อน

แมนฯ ยูฯ ขึ้นมาเป็นรองจ่าฝูง ขณะเลสเตอร์, ท็อตแน่ม และแมนเชสเตอร์ ชิตี้ ต่างเก็บชัยชนะไล่ขึ้นมากดดัน ในขณะ เอฟเวอร์ตัน ก็ยังคงมีฤดูกาลที่ดีอยู่นะ ถ้าจะว่าไป --- นี่คือ ความสนุกของการดูพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้มันอาจจะไม่ใช่กับแฟนลิเวอร์พูลบางท่านก็ได้ !!

บางท่าน อาจกังวลว่า ถ้าไม่มีเซนเตอร์แบ็กใหม่, ลิเวอร์พูลจะป้องกันแชมป์ไม่ได้แน่ ยิ่งแมนๆชิตี้ ชนะที่เดอะ บริดจ์ ทั้งที่สภาพทีมไม่สมบูรณ์ โดนโควิดเล่นงานทำให้ต้องหายไปหลายคน

บางท่านเสียดายมากกะการ วาปบอลหลุดไปสี่แต้มเอาแค่สองเกมก่อนหนนี้ เวสต์บรอมวิช ซึ่งสองเกมต่อมาโดนถล่มเละเทะหมด, และ นิวคาสซิ่ล ซึ่งห่างชั้นกันมาก

ถ้าคนที่ดูบอลมานานและเข้าใจ จะรู้ว่า นี่ก็เป็นธรรมชาติของมันนะ ใครเป็นแชมป์, ฤดูกาลต่อมาเล่นยากขึ้น คู่แข่งจะให้อย่างน้อย 110 % เจอทีมคุณเพิ่มความตั้งใจมากกว่าทีมอื่น นักตะบางคนมองว่านี่คือโอกาสโชว์ตัวกะโลกลูกหนัง ทีมที่เคยเล่นเกมรุกกะคุณเปลี่ยนมาเป็นเล่นรับเฉย ขนาดแมนเชสเตอร์ ซิตี้เล่นในบ้านตัวเองโดนลิเวอร์พลกด 30 นาทีแรก ไม่มีเชิงว่าจะต่อกรได้เลย แล้วพอมาครึ่งหลังก็ไม่เอากันพึงพอใจแล้วกับหนึ่งแต้ม --- นี่ไม่ใช่ แมนฯ ชิตี้ ที่คุณเคยรู้จักแน่นอน!

เรือใบนี่ เกมหลังๆ เห็นมั้ย ท้ายเกมเล่นปิดแล้ว เล่นเอาผลให้ผลก็มี นั่นเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับพวกเขาในการพยายามขึ้นมาแข่งกับ ลิเวอร์พูล,ซึ่งผมเคยบอกเสมอว่า ยังไง ลิวอร์พูลก็ต้องมองว่าเรือใบเป็น คู่ปรับเบอร์ 1 เสมอ ตราบใดที่แต้มไม่ขาดคุณไว้วางใจอะไรไม่ได้ และสถานการณ์ล่สุด เหมือนเราจะได้เห็นความสูสี การเบียดจนถึงท้ายสุดของตารางพรีเมียร์ลีกกันอีกครั้ง --- แต่ในรูปแบบใหม่นะ บางที่ทีมแชมป้อาจจะจบแถว "แปดสิบแต้ม"ไม่ใช่แถวร้อยแต้ม ที่ทั้งสองทีมนี้เชตมาตรฐานใหม่เวอร์วังกัน

ผมแซวไอ้กิ่ว ซึ่งสุดท้ายมันจะเชียร์ผีก็ต้องบอกว่าเป็น "เพื่อนรัก" ในชีวิตของผมคนนึงเพียงแต่ว่า ถ้าความประพฤติไม่ดีขึ้น จากเคยชวนมันมาดูบอลอังกฤษแล้วจะหาตั๋วแมนฯ ยูฯ ให้จะเปลี่ยนไปหาตั๋วฟแล่ม, ตั๋วเวสต์แฮม ที่ง่ายๆ ให้แทน "มึงเป็นผี แล้วเห็นแมนฯ ซิตี้ ได้แชมป์ขึ้นมาไล่ด้านบน มึงจะไปดีใจทำไม!"แฟนแมนฯ ยูฯ ในอังกฤษไม่มีทางทำแน่ครับ แค่คิดก็ผิดแล้ว แต่เข้าใจล่ะ ในบ้านเราคงคิดอีกแบบ ใครเป็นแชมป์ก็ได้ยกเว้น ลิเวอร์พูล ที่ถือว่าเป็นคู่กัดเก่าก่อน

เห็นข้อความในบรรทัดแรกไหมครับ "โธ่ใครก็ชนะเชลซีชั่วโมงนี้ได้" การพ่ายแพ้สี่ในหกเกมพรีเมียร์ลีก แพ้ให้ เอฟเวอร์ตัน, วูล์ฟส์, อาร์เชน่อล (ในช่วงปืนลงไปคุยกะโชนล่างด้วย) และมาแมนฯ ชิตี้เป็นอะไรที่เพิ่มความกดดันให้แก่กุนชื่อหนุ่ม แฟรงค์แลมพาร์ด แน่นอน

ผมไม่กล้ามั่นใจว่า การลงทุนไปเกิน 200 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์ แล้วแฟรงค์ พยายามบอกว่า ทีมกำลังอยู่ในช่วงสร้างต้องใช้เวลาหน่อยและยังไม่พร้อมลุ้นแชมป์เหมือนที่ใครมองก่อนออกสตาร์ตซีชั่นหรือเมื่อได้ "เอดูอาร์ เมนดี้" มาเฝ้าเสา ประเดิมพรีเมียร์ลีกหลายเกมด้วยคลีนชีต โปรแกรมบอลยิงผ่านยากมาก,นาทีนี้ อย่าให้เชดดดด --- เสี่ยหมี จะคล้อยตามแค่ไหน?

สิ่งที่ตอกย้ำคือ เชลซีในยุคโรมัน กุนซือคนปัจจุบันมี % ในการเก็บแต้มพรีเมียร์ลีกต่าสุด !! สูงสุดเป็นคนที่คุมทีมสั้น ๆ "อัฟราม แกรนทำ" คุม 32 นัด ชนะ 69 % ได้ 2.31 แต้มต่อเกมรองลงมาแน่นอน น้ามู คุม 212 นัด ชนะ 66 % ได้ 2.19 แต้มต่อเกม

ตามมาด้วย อันโตนิโอ คอนเต้ 76 นัด คุมทีมชนะ 67 % ได้ 2.14 แต้มต่อเกม (จากนั้นก็ไล่เลียงมา พี่แจ้, เอล บอสส์, สโคลารี่, กุส ฮิดดิ้งค์, เมาริชิโอ ซาร์รี, โรแบรโต้ ดิ มัตเตโอ, รานิเอรี่, อันเดร วิลลาช-โบอาชคนหลังนี่มองว่าแย่นะ คุมไป 27 นัด ชนะ 48 % เก็บ 1.70 แต้ม ข้อมูลนี้มาจาก เคลี่ มิร์เรอร์)

แฟรงค์ อยู่ลำดับสิบสอง คุมเกมพรีเมียร์ลีกมา 55 นัด พาทีมชนะ 49.1 % ได้แค่ 1.67 แต้มต่อเกม ** เปรียบเทียบกันนี่ ดูแต้มต่อเกมเป็นหลักฮะผมเชื่อว่าแฟนสิงห์บลูส์หนุนหลัง "แฟรงค์ แลมพาร์ด" เต็มที่แหละ เพราะมีความผูกพันกันยาวนาน และเสี่ยหมีก็อจจะยังไม่กระทำอะไรในตอนนี้ เพราะต้องคิดด้วยว่า คนนี้มันขวัญใจแฟนแถมถ้าดู การวนลูปกลับมายิ้มชื่นอีกครั้งของโอเล่ ที่แมนฯ ยูไนเต็ด แล้วก็ยังห่างจากพื้นที่ท็อปโฟร์เพียง"สามคะแนน" ฤดูกาลนี้ มันตัดแต้มกันเพลินล่ะเพียงแต่ เพียงแต่ว่า

แฟรงค์ต้องหาทีมที่ลงตัวให้ได้ก่อน เพื่อแก้ปัญหาที่เราเห็นมา การแพ้คะทีมที่มีคุณภาพ แต่ไม่ใช่ทีมลุ้นแชมป์ (ยกเว้นแมนฯ ซิตี้ นัดล่าสุด)ด้วยช้า บ่งบอกว่า คุณต้องหาทางแก้ไขโดยด่วนบางที่มันอาจจะเป็นปัญหาเดิมๆ "ติโมแวร์เนอร์" ความสุข, ความฮือฮาในช่วงซัมเมอร์ที่ไปคว้ามาสู่เดอะ บริดจ์ ไม่ใช่ไปอยู่กะลิเวอร์พูลยิงไม่ได้

จริงๆ ต้องเหมารวมเลยนะ แฟนสิงห์บลูส์น่าจะอึดอัดกับสองสตาร์เยอรมันมากขึ้น "ไค ฮาแวร์ทซ์"ย้ายเข้ามาแพงกว่าเยอะด้วยเป็นอีกครั้งที่โดนมองข้ามเป็นตัวเปลี่ยนคนที่สามลงมาเล่นท้ายเกม เกมมันขาดไปแล้ว, ซึ่งจริงๆ มันก็ขาดตั้งแต่กลางครึ่งแรก แถมน่าจะโดนบวกเพิ่มเป็นห้าลูกด้วยซ้ำาฮาแวร์ทซ์ วาปบอลโดนตั้งคำถามว่า ตำแหน่งดีที่สุดกะเชลชี ควรอยู่ตรงไหน? และอาจลามปามมาถึง แวร์เนอร์ ด้วย

ผมว่ามันไม่ใช่ปัญหามากนักหรอกทีเด็ดบอลชุด แวร์เนอร์จะเล่นตรงไหน สำคัญกว่าคือตอนนี้ "ฟอร์มตก"มันไม่ใช่เกมกับแมนฯ ชิตี้ ซึ่งสองศูนย์หนตัวเป้าโอลิวิเยร์ ชิรูด์ และ แกมมื่ อบราฮัม ต่างนั่งดูเกมยาวที่ข้างสนาม (บางทีนี่เป็นคำถามเหมือนกัน คุณให้สำรองได้ แต่ถ้โดนแล้ว เล่นในบ้าน สองคนนี้ไม่ลองเลือกสักคนมาลองอะไรดูบ้างเหรอ)แวร์เนอร์เล่นซ้ายก็ไม่ยิง เล่นตัวเป้าก็ไม่ยิงก็รู้สึกสงสารเหมือนกัน

เขาไม่ใช่นักเตะชุนชั้นธรรมดาหรอก หากสิ่งที่เห็นตอนนี้ ไม่ perform, คะแนนความสามารถหรือดูถูกความสามารถใน เคลี่ มิร์เรอร์ ให้แค่ 4 เอง (เต็มสิบ) แย่พอกะ คริสเตียน พูลิซิช ที่ช่วงหลังแฟรงค์ใช้งนต่อเนื่อง คนอื่นของเชลซีในชุดตัวจริงได้ 5 คะแนนหมด ก็ไม่ดีกว่ากันเห่ไหร่ นั่นแสดงว่าแย่กันเป็นทีม และก็เป็นสิ่งที่ผมแชวกับเพื่อนว่า "โธ่ ใครก็ชนะเชลซีชั่วโมงนี้"

อาการหนักเหมือนกันครับแฟรงค์ แต่คุณจะเติบโตในเส้นทางผู้จัดการทีม คุณก็ต้องมีช่วงเวลาแบบนี้สำหรับการทดสอบตัวเอง บ้านผลบอลข้อดีคือ คุณไม่ได้อยู่กับทีมขี้เหร่ นี่คุณมีอาวุธให้เลือกใช้แบบน่าอิจฉามากกว่า

เพียงแต่ตอนนี้ คุณต้องหาทีมที่ "เล่นเพื่อผล, เล่นเพื่อคุณ" ได้บางทีหนึ่งในนั้นเป็น คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ตัวสำรองที่ลงมายิงตีไข่แตกช่วงทดเจ็บนะ เด็กปั้นของคุณเองที่ บาเยิร์น มิวนิค เคยพยายามติดต่อซื้อแล้วคุณปฏิเสธนี่แหละ

ผมรู้สึกว่าในโอกาสน้อยครั้งที่ได้ลงเล่น การเข้ามาของบิ๊กเนมทั้งหลายช่วยกระตุ้นให้หมอนี่มันพยายามผลิตฟอร์มที่ดีเมื่อมีโอกาสนะ (ได้คะแนน 6เหมือนตัวสำรองอีกคน บิลลี่ กิลมอร์ ที่ลงมาพร้อมกัน)

มีตัวดี ๆ เยอะ ไม่ใช่ส่งลงเล่นเพราะ "ชื่อเสียง" มาก่อน หรือไม่ใช่ว่า งั้นเราก็หมุนกันเล่นสิสิ่งสำคัญที่สุดในยามยาก, แฟรงค์ต้องหาทีมที่ลงตัว กู้สถานการณ์ได้ก่อน ซึ่งแน่นอน เป็นโจทย์ยากอยู่เหมือนกันนะ

หน้า24 - หน้า25

ไร้ทางสู้

อารมณ์เบื่อหน่าย, ผิดหวัง และเริ่มหมดความอดทนน่าจะเกิดขึ้นกับแฟนเชลซี หลายคนในตอนนี้ หลังจาก 6 นัดหลังสุดเกมลีกพวกเขาชนะได้เพียงแค่นัดเดียวร่วงไปอยู่อันดับ 8 ในตารางคะแนน แน่นอนคนที่ต้องรับผิดชอบคนแรกหนีไม่ พ้นแฟรงค์ แลมพาร์ด ซึ่งตอนนี้อนาคตเริ่มไม่แน่นอนแล้ว

ก่อนเกมแฟนเจ้าถิ่นมีความหวังเล็ก ๆ เมื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีปัญหาของผู้เล่นที่ติดเชื้อ

โควิด-19 หลายราย ทำให้เกมนี้ส่ง แช็คสเตฟเฟ่น นายด่านวัย 25 ปี ลงเฝ้าเสาในลีกเป็นเกมแรก ส่วนแนวรุกวาง ราฮีม สเตอร์ลิงหน้าเป้า และใช้ เดวิน เดอ บรอยน์ และแบร์นาร์โด้ ซิลวา ปั้นเกม

ขณะที่เชลซียังใช้แผน 4-3-3 ปรับทัพวางสามแนวรุกเป็น ฮาคิม ซิเย็ค ที่หายเจ็บกลับมาสตาร์ตตัวจริงร่วมกับ ติโม แวร์เนอร์ และ คริสเตียน พูลิซิช เริ่มมา 15 นาทีแรก ทีมเยือนส่งสัญญาณเตือนก่อน เมื่อเดวิน เดอ บรอยน์ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปชัดด้วยขวาบอลพุ่งถากเสานิดเดียว

แต่แล้วอีกสองนาทีถัดมา "เรือใบสีฟ้า"ได้ประตูนำ 1-0 ทันที จากความยอดเยี่ยมของ อิลคาย กุนโดกัน ที่รับบอลจาก ฟิลโฟเด้น ก่อนพลิกหนี ติอาโก้ ซิลวา แล้วชัดด้วยขวาติดปลายมือเมนดี้ โปรแกรมบอลเบียดเสาเข้าไปอย่างสวยงาม หลังจากนั้นไม่นานอีกสามนาทีต่อมา

ทีมเยือนมานำห่างเป็น 2-0 อย่างรวดเร็วจากความผิดพลาดของแนวรับเจ้าถิ่นที่เคลียร์กันไม่ดี เดวิน เดอ บรอยน์ ได้บอลแล้วปาดมาเสาแรกให้ ฟิล โฟเด้น ตวัดยิงด้วยซ้ายไม่จับเบียดเสาแรกเข้าไป รูปเกมของเชลซีต้องบอกว่ามั่วไปหมด แดนกลางตั้งเกมไม่ได้, จ่ายบอลเสียง่าย รวมทั้งแนวรับโดนโจมตีอย่างต่อเนื่อง

กระทั่งนาที 35 ต้องมาสังเวยประตูที่สามจากจังหวะ ราฮีม สเตอร์ลิง ควบจากแดนตัวเองเข้าไปดวลเดี่ยวกับ เอดูอาร์ เมนดี้ก่อนจะล็อกหนีแล้วหาจังหวะปั่นด้วยขวาบอลพุ่งไปชนเสาก่อนจะกระดอนมาเข้าทางของเดอ บรอยน์ ตามมาซ้ำเข้าไปไม่เหลือให้แมนฯ ซิตี้ บุกมานำขาด 3-0

กลับมาเล่นในครึ่งหลังผ่านไปหนึ่งชั่วโมง "เรือใบสีฟ้า" ครองเกมเหนือกว่าเจ้าถิ่นทุกอย่างทั้งโอกาสยิงถึง 15 ครั้ง เข้ากรอบ 6 ส่วนเชลซีมีโอกาสแค่ 5 ครั้ง และเข้ากรอบแค่หนเดียว เชื่อว่าหากมีแฟนบอลเข้ามาในสนามต้องมีเสียงโห่แทรกเข้ามาแน่นอน เพราะทีม "สิงห์บลูส์" เหมือนไม่ได้เล่นในบ้านตัวเอง

แมนฯ ซิตี้ ต่อบอลกันสบายใจด้วยความแม่นยำ เล่นเอานักเตะเจ้าถิ่นหาบอลกันไม่เจอ หลายคนส่งสัญญาณทางร่างกายเหมือนท้อแท้และเริ่มถอดใจด้วย เช่นเดียวกันแลมพาร์ดที่แสดงออกมาในการเปลี่ยนตัวโดยส่ง คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย และ บิลลี่กิลมอร์ ลงแทน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และฮาคิม ซิเย็ค 2 ตัวหลัก

แม้ช่วงทดเจ็บจะมาได้ประตูตีไข่แตกจาก คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย แต่ก็ไม่ช่วยปกปิดความห่วยบรมของพวกเขาในเกมนี้ ทีเด็ดบอลชุดจบเกมแมนฯ ชิตี้ บุกมาชนะ เชลชี 3-1 เรียกได้ว่าแพ้หมดรูปทั้งแท็กติกและจิตใจ แยกทีละประเด็นๆ เริ่มจากแผงมิดฟิลด์ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลางที่น่จะไว้วางใจได้มากที่สุดแต่ก็ไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้

นอกจากเสียบอลหลายครั้งเขายังโดนโรดรี้บ้านผลบอล และ อิลคาย กุนโดกัน เล่นงานจนปั่นป่วนรวมถึง มาเตโอ โควาซิช และ เมสัน เมาน์ท ที่ต่อกันไม่ติด และพาบอลขึ้นไปข้างหน้าไม่ได้เลย ผิดกับ ฟิล โฟเด้น และเดวิน เดอ บรอยน์ ที่วิ่งสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งในแผงมิดฟิลด์และแดนหน้ำได้อย่างเต็มที่ในการปั้นบอลให้ ราฮีม สเตอร์ลิง

ประเด็นต่อมาแนวรุกของเชลซี ที่มีปัญหาเรื่องการจบสกอร์ โดยเฉพาะ ติโม แวร์เนอร์ ที่ยิงไม่ได้มา 12 เกมติดต่อกันแล้วหัวหอกทีมชาติยอรมัน กลายเป็นนักเตะที่ขาดความมั่นใจในการทำประตูทั้งๆ ที่เกมนี้เขาได้ลงยืนหน้าเป้าตั้งแต่เริ่มเกม รวมถึงคู่แข่งต้องใช้นายทวารอย่าง แช็ค 

สเตฟเฟ่น ซึ่งเพิ่งจะได้ลงเฝ้าเสาเปิดตัวในเกมพรีเมียร์ลีก

แต่แวร์เนอร์กลับไม่สามารถสร้างความกดดันอะไรได้เลย และยิ่งเมื่อมาเจอ แมนฯ ชิตี้ ที่มีเกมรับที่เหนียวแน่นมาก ๆ เพราะพวกเขาเสียไปแค่ 13 ประตู น้อยที่สุดในลีกเวลานี้โดยเกมนี้ทีมเยือนแทบไม่เจอความยากลบากจากเกมบุกของเชลซี แม้จะขาด ไคล์ วอล์คเกอร์ กองหลังคนสำคัญ ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19

นอกจากนี้ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่าขนาดเกมนี้ไม่มีนักเตะสไตล์เบอร์ 9 หรือ "หน้าเป้า" อยู่ในทีมยังกดเชลซีได้เกือบทั้งเกมลองคิดดูหาก อเกวโร่ กับ เชซุส ฟิตสมบูรณ์สกอร์น่าจะออกมาขาดลอยกว่านี้ ทำให้หลังเกมมีแต่สถิติแย่ ออกมาจากฝั่งของเจ้าถิ่นไม่ว่าจะเป็น เอดูอาร์ เมนดี้ หลังจากเก็บได้ 8 ครั้ง จาก 11 นัด ตอนนี้เขาเก็บคลีนชีตได้เพียงแค่ครั้งเดียวจาก 7 นัด หลังสุด

ขณะเดียวกัน นับตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมเป็นต้นมา มีเพียงเวสต์บรอมวิช (5 นัด) และเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (6 นัด)เท่านั้นที่แพ้เกมพรีเมียร์ลีกมากกว่าเชลซี (4 นัด) และหากเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันเมื่อฤดูกาลที่แล้ว 17 นัดพวกเขาเก็บได้ 29 แต้ม แต่มาซีชั่นนี้หลังผ่าน 17 เกม เก็บได้เพียง 26 คะแนน อยู่อันดับ 8

ทั้งๆ ที่ฤดูกาลที่แล้วแทบไม่ได้เสริมทัพเลยด้วย มาชัมเมอร์ปีนี้ใช้เงินร่วม 200 กว่าล้านปอนด์ ทำให้มีข่าวจาก The athletic สื่อที่มีข้อมูลเชิงลึกและความแม่นยาสูงได้แย้ม ๆ ว่า เก้าอี้ของ แฟรงค์ แลมพาร์ด กำลังอยู่ภายใต้ความกดดันอย่างหนัก และเชลซีได้เริ่มวางแผนและมองถึงทางเลือกอื่นบ้างแล้ว

แม้หลังเกม กุนชื่อชาวอังกฤษยืนยันว่าไม่กังวลเรื่องข่าวโดนปลด และขอมีสมาธิกับงานเท่านั้น "ผมจะไม่คุยกับคนข้างบนหรือบอร์ดบริหาร" แลมพาร์ด กล่าว "ผมตอบเรื่องสัญญาของผมไม่ได้ เราเจอช่วงที่มีผลการแข่งขันไม่ดี ผมพูดได้ในฐานะโค้ชเห่านั้น"แลมพาร์ด กล่าวโปรแกรมบอล

"ผมไม่กังวลเรื่องนั้น (โดนปลด) ผมแค่พูดกับทีมหลังจบเกม ว่าผมคาดหวังอะไรเพื่อให้เราผ่านพ้นช่วงที่ยากลำบากนี้ ผมรู้ว่ามันไม่ง่าย เมื่อเดือนที่แล้วคนยังพูดเรื่องเมื่อไหร่ผมจะต่อสัญญาอยู่เลย ความกดดันมีมาเรื่อย ๆ งานของผมคือทำหน้ที่ของตัวเองต่อไป และเลือกนักเตะลงสนาม"

2 เกมต่อไปงานของเชลซีต้องบอกว่าไม่หนักทีเด็ดบอลชุด เมื่อจะพบมอร์แคมป์ ในเกมเอฟเอ คัพ วันอาทิตย์หน้า ต่อด้วยเกมลีกพบฟูแล่ม หากสองนัดนี้ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้ แม้จะเป็นอดีตตำนานสโมสรที่มีแต่คนรัก แต่บางทีแฟนบอลอาจจะช่วยกันเซฟเก้าอี้ตัวนี้ไม่ไหวแล้ว..

Continue Reading