Connect with us

ดูบอลสด

วาปบอล คลิปบอล บอลสด ข่าวแมนยู ขอเกิดใหม่ในยุค “ทูเคิล”

Published

on

วาปบอล คลิปบอล บอลสด ข่าวแมนยู ขอเกิดใหม่ในยุค "ทูเคิล"

วาปบอล คลิปบอล บอลสด ข่าวแมนยู ขอเกิดใหม่ในยุค "ทูเคิล"

วาปบอล ขอเกิดใหม่ในยุค ‘ทูเคิ่ล’

เชลซีภายใต้การคุมทีมของอดีตกุนซื่อแฟรงค์ แลมพาร์ด ในฤดูกาลนี้เป็นปีที่ประสบปัญหามากมายแม้จะใช้เงินเสริมทัพทะลุ 200 ล้านปอนด์เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่ก็มีหลายแข้งที่ไม่สามารถแจ้งเกิดได้เช่นเดียวกับแข้งเก่ในทีมหลายๆ คนที่โชว์ฟอร์มไม่ออกจนต้องตกเป็นตัวสารองไปโดยปริยาย

กระนั้นก็ดีหลังจากเชลซี่มีการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งกุนชื่อขึ้นอีกครั้งหลังจากสั่งเค้งแลมพาร์ดพ้นตำแหน่ง ซึ่งก็เป็น โธมัส ทูเดล อดีตกุนซือปารีสแชงต์-แชร์กแมง ได้รับการแต่งตั้งเข้ามาเป็นนายใหญ่คนใหม่แห่งถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ เรียบร้อยแล้ว

แน่นอนว่าการเปลี่ยนในตำแหน่งกุนชื่อนั้นแผนการเล่น และการจัดตัวผู้เล่นจะมีการเปลี่ยนไปไม่มากก็น้อย และนี่คือ 5 นักเตะที่มีโอกาสกลับมาเฉิดฉายภายใต้การคุมทีมของทูเคล

1.คริสเตียน พูลิซิชคลิปบอล

ย้อนไปในซีชั่นที่แล้วปีกทีมชาติสหรัฐฯ ทำผลงานได้อย่างสุดยอดหลังเพิ่งย้ายจากโบรุสเชีย ดอร์ทมุนด์มาเล่นในพรึเมียร์ลีกเป็นปีแรก โดยทำได้ 11 ประตูกับ 10 แอสซิสต์จกการลงเล่น 34 เกมรวมทุกรายการ ซึ่งเป็นสถิติที่ยอดเยี่ยมเลยที่เดียว

อย่างไรก็ตามฤดูกาลนี้ดาวเตะวัย 22 ปี ต้องประสบปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวน และเมื่อกลับมาลงสนามอย่างต่อเนื่องเขาก็ไม่สมารถเรียกฟอร์มเก่งออกมาได้ โดยเพิ่งทำได้เพียง 2 ประตูจากการลงเล่น 17 เกมรวมทุกรายการในชีชั่นนี้เท่านั้น

แต่ถึงกระนั้นการมาของทูเดลที่มีคู่มือการใช้งานพูลิชิชหลังเคยร่วมงานกันสมัยอยู่ในถ้าเสือเหลืองมาแล้วทำให้กุนซือชวเยอมันอาจดึงฟอร์มเก่งของนักเตะกลับมาได้อีกครั้ง

2.ติโม แวร์เนอร์

จนถึงตอนนี้ดาวยิงชาวเยอรมันทำประตูไม่ได้มา 11 เกมติดต่อกันเข้ไปแล้วหากนับเฉพาะในพรีเมียร์ลีก แถมเกมล่าสุดในศึกเอฟเอ คัพ ที่ทีมเอาชนะ ลูตันทาวน์ 3-1 เจ้าตัวก็มาชัดจุดโทษพลาดทำให้ความมั่นใจของอดีตแข้ง แอร์เบ ไลป์ชิก ในตอนนี้ดูจะย่าแย่เป็นอย่างมาก

การมาของแวร์เนอร์นั้นถือว่าเข้ามาสร้างความปวดหัวให้กับ แฟรงค์ แลมพาร์ด ในการจัดทัพไม่น้อยเพราะตัวเลือกในแนวรุกค่อนข้างเยอะ ซึ่งทำให้ช่วงที่ผ่านมาอดีตกุนซือชาวอังกฤษสลับให้เขายืนทั้งในบทบาทกองหน้าและจ่ายบอลพลาดอยู่บ่อยครั้งนี่เป็นปีแรกของเขาแต่ดูหมือนว่าบางครั้งเขาจะไม่เป็นทุกข์เป็นร้อนอะไร, บางทีเชลซีอาจไร้ผู้นำที่จะมาคอยกระตุ้นนักเตะ แน่นอนมันอาจไม่ใช่การพูดคุยที่ดีเสมอไปเมื่อคุณทำผลงานได้ไม่ดีแต่มันจำเป็นต้องเกิดขึ้น, เขาแค่ต้องการใครสักคนที่จะบอกเขาได้ว่าคุณต้องมีคุณสมบัติที่จำเป็นอย่างไรในการเล่นพรีเมียร์ลีก"ข่าวแมนยู

ด้วยความที่ฮแวร์ทซ์ยังอยู่ในวัยเพียง 21 ปีทำให้เขาอาจจำเป็นต้องหาใครกคนที่พร้อมให้คำแนะนำเขา ซึ่งทูเคิ่ลน่าจะตอบโจทย์ดังกล่าวรวมถึงการวางระบบและแท็กติกการเล่นที่เปลี่ยนไปอาจทำให้เขากลับมาคืนฟอร์มโหดได้อีกครั้ง

4.อันโตนิโอ รือดิเกอร์

ปราการหลังชาวเยอรมันเคยเป็นแกนหลักให้เชลซีในช่วงสองปีแรกนับตั้งแต่ย้ายมาจาก โรม่า แต่หลังจาก แฟรงค์ แลมพาร์ด เข้ามากุมบังเหียนตั้งแต่ฤดูกาลก่อนนั้นก็ทำให้โอกาสลงเล่นของเขาน้อยลงไปเรื่อย ๆ จนในซีชั่นนี้กลายเป็นตัวสรองไปโดยปริยายจากสถิติลงเล่นเพียง 4 เกมในพรีเมียร์ลีกเท่านั้น อย่างไรก็ดีการมาของ ทูเคิ่ลอาจทำให้คาวเตะวัย 27 ปีกลับได้มีโอกาสลงสอดแทรกเป็นตัวจริงลงเล่นมากขึ้นกว่าเดิมบอลสด

5.คัลลั่ม อัดสัน โอดอย

การมาของบรรดาแข้งใหม่ทั้ง ติโม แวร์เนอร์, ไค ฮแวร์ทซ์ และ ฮาคิม ซิเย็ค ทำให้ปีกชาวอังกฤษมีโอกาสลงเล่นน้อยลงกว่าเดิม อย่างไรก็ตามเมื่อเขาถูกส่งลงเล่นเป็นตัวสรองนั้นเจ้าตัวก็ทำผลงานได้นประทับใจโดยเฉพาะการกระชากลากเลื้อยริมเส้นที่ปั่นป่วนแนวรับคู่แข่งได้เป็นอย่างดี โดยทำไปแล้ว 2 ประตูกับ 1 แอสซิสต์จากการลงเล่น 10 เกมในพรีเมียร์ลีกแบ่งเป็นตัวสำรอง 7 เกม

ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับฟอร์มการเล่นของบรรดาแข้งสตาร์ในตำแหน่งเดียวกันหากยังไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งออกมาได้ทำให้โอกาสที่โอคอยจะได้ลงมาวาดลวดลายมากขึ้น "ผมพยายามอย่างหนักในการช้อมทุก ๆ วันทุ่มเทแบบ 110 % ทั้งยามฝึกหรือแข่งเกมมันไม่สำคัญหรอกว่าโอกาสจะมาถึงเมื่อไหร่ ผมก็เพียงพยายามทำมันต่อไปทำให้สุดความสามารถและหาทางมีส่วนร่วมกับทีมทั้งพังประตูหรือแอสซิสต์ ก็หวังว่าจากนี้โอกาสจะมามากขึ้น"คลิปบอล

"มือบอลอยู่ในการครอบครองก็จะสร้งสรรค์ให้มากสุดเท่าที่ทำได้ ผมชอบมองเกมล่วงหน้, อ่านการเข้าทำแบบโอเพ่นเพลย์ และเปลี่ยนบอลให้ไว ทั้งชอบเผากองหลังคู่แข่งและสร้างสรรค์โอกาสให้ตัวเองด้วย"นี่คือบทสัมภาษณ์ของโอดอยที่เคยออกมาเปิดใจกับโอกาสลงสนามค่อนข้างจำกัดในฤดูกาลนี้ ซึ่งมันแสดงให้เห็นถึงทัศนคติที่ยอดเยี่ยมของเจ้าตัว

ลิตเติ้ลโจ โชว์ออฟวาปบอล

ขอเป็นเเมวมองให้คล็อปป์

อากาศตอนเริ่มต้นหกโมงเย็นที่อังกฤษ ระบุว่า 5 องศาเชลเชียส แต่สำหรับใครคนนี้ที่นั่งอยู่แถวหลังสุด, ที่เดิมบริเวณจัดสรรให้ "นักข่าวที่ได้ตัวจากทางพรีเมียร์ลีก" บนเมนสแตนด์ ณ เซลเฮิร์สท์ พาร์ค---ใช้ความรู้สึกตัวเอง+ เห็นสายฝนที่กระหน่ารุนแรงแล้วควรจะใช้คำว่า Zero มากกว่า (หิมะตกในลอนดอนซะสวยงามเชียวเมื่อวันอาทิตย์, แค่วันเดียวแล้วหายไป แตฝนตกเนี่ย มีทุกวันต่อจากนั้นเป็นสัปดาห์)

หากพอเกมคาร์บี้เล็ก ๆ ของกรุงลอนดอน ที่ไม่รู้สึกมีประวัติความขัดแย้งใดๆ คริสตัล พาเลซ -เวสต์แฮม เปิดฉากขึ้นมาด้วยความสนุก เราก็ปล่อยให้ความหนาวเย็นเป็นเรื่องหยิม ๆ ไปและได้ดูบอลในสนามแบบนี้ ก็ดีกว่า ต้องนั่งดูโทรทัศน์อยู่แต่บ้านละฮะไม่มีทีท่าว่า นักเรียนจะกลับไปโรงเรียนในเร็ววันนี้

และก็ไม่มีทีท่ว่า แฟนลูกหนังอังกฤษจะได้กลับเข้าไปชมเกมอีกเช่นกัน หรือถ้าจะพูดแบบแย่ๆ จากการประเมินด้วยตัวเองนะ ลืมไปได้เลยในซีชั่นนี้ ถ้าเกิดผ่านอีสเตอร์ แล้วมีฟลุกได้เข้าไปดูช่วงเม.ย.-พ.ค. การขับเคี่ยวช่วงปลายซีชั่น อันนั้นให้ถือว่า "สวรรค์ท่านประทานพรลงมา"ข่าวแมนยู

ไม่นึกเลยว่า หลังจากเสมอกัน 1-1 ที่ลอนดอนสเตเดี้ยม กลางเดือนธันวาคม ผ่านมาถึงวันนี้ ฟอร์มการเล่นจะช่างแตกต่างอย่างไม่น่าเชื่อนี่เป็นการเจอกันของทีมที่ฟอร์มช่วงหลังแตกต่างกันมาก ไม่นเชื่อว่า พาเลชจะชนะเป็นแค่เกมเดียวจาก 9 นัดหลัง และไอ้ที่ชนะนะ เป็นเพราะเล่นกับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่นาทีนี้ห่งจากพื้นที่ปลอดภัยสิบสองแต้มเข้าไปแล้ว ส่วนเวสต์แฮมผู้มาเยือน ซึ่งคู่นี้เพียงย้อนไปกลางธันวาคม เสมอกัน 1-1 ที่ลอนดอน สเตเดี้ยม ชนะหนัดติดทุกรายการ ซึ่งรวมทั้งแมตช้วันขึ้นปีใหม่ ไปกำราบเอฟเวอร์ตัน ถึงกูดิสัน พาร์คตอนนั่งรถไฟจากสถานีสายเซาเทิร์น จากสถานี แคลปแฮม จังชั่น มุ่งหนผ่านวันด์สเวิร์ธ คอมมอน(มีร้านอาหารมิเชอลีน อยู่ข้างสถานี ชื่อ Chez Bruce), บาแลม, สเตรทรัม คอมมอน, นอร์บิวรี่, ธอร์นสตันเพียงแค่ 19 นาที ก็จะมาถึงป้าย Selhurst ที่ฤดูกาลนี้มาบ่อย ก็สนามไหนในลอนดอนให้ตั๋วก็เอาทั้งนั้นอะครับ คู่เล็กคูใหญ่ดูไว้ก่อน เขาจำกัดที่นักข่าวเพียงแค่ยี่สิบห้าคน

ได้ดูลิเวอร์พูลกะตาตัวเองยังคงเป็นเพียงนัดเดียวก็ที่นี่, สัปดาห์นี้ ขอไปหมดเลยหงส์เข้ากรุง ไปท็อตแน่มนี่คงไม่ได้ ส่วนการเยือนขุนค้อน ยังแอบหวังลึก ๆ แต่แหม! สถานะของ เดวิด มอยส์ ทีม กลายเป็น "อันดับสี่" หลังจากแมตซ์คืนวันอังคารที่ผ่านมา ความน่าสนใจของเกมวันอาทิตย์นี้นจะมากขึ้นกว่าเดิมอีกยอมรับนะว่า มีจิตอกุศลนิดนึงนะ เห็นวิลฟรีด ชาฮา + ชีกู กูยาเต้ สองตัวสำคัญแดนหน้าแดนหลังพาเลช ไม่ได้มีส่วนร่วมในเกมเยือนแมนฯ ชิตี้ ทีพังพินาศกลับไป ไม่เหมือนสถิติในการเยือนเมืองนั้นครั้งก่อน มักจะทำได้ดีไม่ว่ไปเยือนรังสีแดง หรือสีฟ้า อาจจะพอแบ่งแต้มกะ เวสต์แฮม ได, ขอแค่นั้นพอบอลสด

ก็คิดในมุมแฟนหงส์ ขุนค้อนนั้นจี้แชมปีเก่าอยู่เพียงสองแต้ม ชนะได้นี่ขึ้นมายึดที่สี่เลยนะ ซึ่งสุดท้ายมันก็เป็นเช่นนั้น โดยที่ไม่ติดใจอะไรด้วย, สมควรจริง และสกอร์ 3-2 ที่ดูว่าสูสีนะ ไม่ใช่ความจริงที่เห็นในเกมนี้เวสต์แฮมสร้างโอกาสแบบจะจะได้เยอะ เอาแค่ศูนย์หน้า "มิชาอิล อันโตนิโอ" คุกคามไดน่กลัวมากอย่าไปมองว่านเสียดายว่า ควรจะยิงประตูได้สักลูกหนึ่งมันควรจะแฮตทริกด้วยช้ำ

การตะบันไปชนเสา จากหน้าเขต และในเขตการได้โอกาสระยะใกล้เมื่อ ชาอิด เบนราห์มา หน้าต่ำ/เพลย์เมกเกอร์ ควรจะเรียกอะไรดี แต่เอาเถอะ การยืมตัวจากเบรนท์ฟอร์ด ทีมลีกล่างที่อยู่ในลอนดอนฝั่งตะวันตกนี่ต้องบอกว่า "ตาถึง" ปั้นให้

ชาฮาเริ่มต้นคุกคามได้ดีนะ ยังไม่ถึงสามนาทีดีก็ส่งบอลเรียดพุ่งเสียบเสาขวามือของคีปเปอร์ ต่อบอลกันมาหลายคนก่อนสุดท้ายเขาจะประสานกับ คริสเตียน เบน เตเก้ ที่บิ๊กแชมอยากได้ไปกู้เวสต์บรอมหน่อยเห็นฟอร์มนัดนี้ ซึ่งก็ไม่มีความดีความชอบในการง้างไก หรือโหม่งคุกคามได้ผลในเขตโทษคู่แข่ง พาเลชจะเปลี่ยนใจมั้ย? ไม่ใช่ว่า จอร์แดน อายิว หรือ มิชี่ บัตชอายี่ ที่ลงยิงตีตื้นท้ายสุดของเกม จะผลิตสกอร์ดีกว่านะ ห่วยเหมือนกันทั้งนั้นล่ะครับ !!คลิปบอล

แต่ถ้ามันสามารถรับทรัพย์ได้แบบโอเคหน่อยในยามชีชั่นโควิดแบบนี้ ก็ปล่อยเบนเตเค้ ไปเหอะ เลือกใช้อีกสองตัวที่เหลือที่นัดนี้ลงมาเป็นตัวสำรองทั้งคู่ไม่น่าจะยื่นหอกให้คู่แข่งนะ เพราะถึงแม้ฟอร์มระยะหลังพาเลชจะเลวร้ายยังงัย จากสิบเกมหลังสุดในทุกรายการ ชนะเพียงแค่เกมเดียว (นั่นก็คือการคว่าเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ทีมที่อยู่ห่างจากพื้นที่เชฟตี้ตั้ง 12 คะแนน) ชีวิตของเบนเตเค้ หลังจากแอสตัน วิลล่า ไปอยู่ที่ไหนก็งั้น ๆ อาจจะให้เรื่องสรีระ กองหลังทุกทีมเหนื่อย แต่ไม่ใช่คนที่จะให้ประตูเป็นกอบเป็นกำได้นี่

แล้วพาเลชก็ไปคว้าศูนย์หน้า ฌอง-ฟิลิปป์มาเตต้า ในสัญญายืมตัว 18 เดือนจากสโมสรไมนชรอเคลียร์เรื่องวีซ่ก่อนจะประเดิมรับใช้อินทรีผงาดได้, ไม่รู้ว่าดีขนาดไหนอ่ะนะ หากไอ้ที่มีอยู่นะ มันก็งั้นๆ ละมีความหวั่นใจในเรื่องการเก็บแต้ม แต่ก็ยังไม่ถึงกับต้องการสะสมบุญในช่วงต้นซีชั่น มาถึงตอนนี้อาจกังวลมากนะ หนทางสบายใจก็คงต้องพึ่งประตูของ วีลฟรีดชาฮาวาปบอล

ที่ยิงลูกที่เก้าในฤดูกาลนี้ต่อไปอีกนั่นแหละต้นครึ่งหลัง บอลจาก เอเบเรซี่ เอเซ่ น่าจะจบด้วยลูกตีเสมอ 2-2 และอาจทำให้เกมกลับมาเบียดกันมากกว่านี้ ชาฮาที่หลุดไปเผชิญกับลูคัส ฟาเบียนสกี้ดันยิงไปผ่านชะ น่เสียดายมากจังหวะนี้ ผมถึเริ่มรู้สึกว่าที่หน้าม้านั่งสารองพาเลชวันนี้เงียบจัง ปกติจะโหวกเหวกโวยวาย ได้ยินเสียงผู้ช่วยปู่รอย, เรย์ เลวิงตัน ทั้งเกม อ้อ ติดโควิด ต้องกักตัวไป

ชาฮานี่ มี 2 ร่าง ในตัวของเขานะร่างแรกคือ การเล่นที่เป็นประโยชน์ เป็นตัวจบเป็นตัวที่คุกคามคู่แข่งได้เสมอหากอีกร่างนึง เหมือนตอนปลายครึ่งแรกพูดมาก, เล่นนอกเกม การมีปัญหากับแบ็กขวาคู่แข่งวลาดิเมียร์ ดูฟาล มีการตอบโต้กะผู้ตัดสิน สจ๊วร์ตแอตเวลล์ ไม่เห่ไหร่ ก็วิ่งเข้าไปอัดคู่แข่งชะ ** ผมงงเลยนะ ทำไมไม่โดนใบเหลือง ล่อเป้ามากเพื่อนต้องตะโกน "วิล, คัมม่อน!" เมื่อเห็นพูดกับผู้ตัดสินมากไปแล้ว

หรือเรียก "วิล" ให้สนใจกะเกม เบี่ยงเบนไปทางอื่น, พยายามเรียกให้ดึงอำรมณ์กลับมา เพราะหัวเสียไป ก็เป็นผลร้ายกับทีมเปล่าเปล่านี่แหล่ะ มันทำให้ผมคิดว่า หมอนี่มันเก่งกับทีมระดับพาเลช ระดับกลางค่อนมาล่างของพรีเมียร์ลีกพอไม่พฒนาสูงไปกว่านี้ ผิดกันกับ แจ๊ค กรีลิช ของแอสตัน วิลล่า ฤดูกาลนี้ฉายแสงเหนือกว่ากัน ชัมเมอร์นี้นสนใจผีจะทุ่มมั้ย? หรือทีมใหญ่แห่งอื่น ใครจะจีบบ้าง?บอลสด

ผมทักไลน์คุยกะ "ไก่ป่า" ทีมงานสยามกีฬาที่แม้เป็นซีชั่นโควิด ก็ยังมีนักข่าวประจำในลอนดอนถึงสองคนด้วยกัน (สู้โว้ย! ใครสู้ไวรัสสู้เลย , ผมหลบ) "เวสต์แอม ทำไมมันเล่นมั่นใจกันยังวะ แบบนี้หงส์เหนื่อยว่ะ จะขัดขวางลูกกลางอากาศยังงัยเนี่ย"แฟนทอฟฟี่ ไม่รู้แกล้งให้กำลังใจหรือเปล่านะประโยคแรกที่ไลน์กลับมา "เดี๋ยว มาติป กลับมาแล้วพี่"ไม่รู้ตอนมันพิมพ์นี่ยิ้มไปด้วยหรือเปล่านะ ไอ้นี่ไว้ใจไม่ค่อยได้เหมือนกัน!

ประโยคต่อมา ไก่ป้า เขียนว่า " Soucek คือเฟลไลนี่คนใหม่ของมอยส์นะครับ ค้อนชุดนี้เหมือนเอฟตอนมอยส์คุม" พยายามจะทำตัวเป็น "แมวมอง" ไหนสอดส่องหน่อยสิว่า ถ้ต้องเจอกับ เวสต์แฮม วันอาทิตย์นี้มีอะไรน่าจะเตือน เจอร์เก้น คล็อปป์ ให้เตรียมพร้อมรับมือบ้าง

สรุปอันแรกนะ "ลำบากแน่นอน !""คลิปบอล

1.ความมั่นใจที่แตกต่าง, ทีมที่ลงตัว VS ทีมที่มีแต่ปัญหาให้แก้

การเดินออกจากเชลเฮิร์สท์ พาร์ค หนก่อนย้อนไปสิบสามเดือนที่แล้ว เป็นเกมที่ตรงกับบ๊อกซิ่ง เดย์ (26 ธ.ค.) เวสต์แฮมตกอยู่ในสภาพย่าแย่ เป็นแคนดิเดตที่จะตกชั้น

เป็นช่วงที่ผู้เล่นขุนค้อนสร้างแต่ปัญหา มิชาอิล อันโตนิโอ เอารถลัมบอร์กินี่ไปชน ส่วน มาร์ค โนเบิลตัวกำ ต้องโดนแยกจากกองหลังตัวสำรอญ อันเจโล่ อ็อกบอนนี่ ก่อนสองวันหลังจากเกมที่พบกับความพ่ายแพ้อีกนัด กุนชื่อ มานูเอล เปเยกรีนี่ ต้องจาลากเมื่อนำทีมชนะได้แค่ 2 นัด จากสิบสี่เกม

ผลงานปัจจุบันเหรอ มอยสพาทีมชนะหกนัดติดต่อกันทุกรายการ, สี่นัดติดในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ ธันวาคุมปี 2018 นั่นฟังดูแล้ว ก็ยังไม่เท่กับจะบอกว่า การขึ้นไปยืน "ที่สี่ ในพรีเมียร์ลีก" นั้น เป็นตำแหน่งสูงสุดของเวสต์แฮม เมื่อถึงช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล ในศตวรรษนี้เลยทีเดียว

การได้ 35 แต้ม จากยี่สิบเกมแรกนี่ มากที่สุดแล้ว ถ้าจะย้อนไปเทียบอะไรแบบนี้ก็คือการเก็บได้ 41 แต้มในฤดูกาล 1985-86 บนเส้นทางที่สุดท้ายพวกเขาจบที่สามอันดับสูงสุดในลีกสูงสุดอังกฤษของพวกเค้า (ฟังแบบนี้แล้วนึกถึงแฟนเวสต์แฮม ที่ชอบประท้วง, ส่งเสียงดังมาก เมื่อผลงานไม่ดี คุณจะเอาอะไรกันนักนะ ความสำเร็จดีหน่อยก็แค่ เอฟเอคัพ ครั้งสุดท้ายเป็นแชมป์กันก็ปี 1980 โน่น)ข่าวแมนยู

ผมไม่รู้ว่า การลงมาเยือนลอนดอนนัดแรกของสัปดาห์นี้ ในคืนวันพฤหัสฯ ลิวอร์พูลจะคืนชัยชนะบ้างหรือยัง หรือจะบวกเพิ่มปัญหาเข้าไปอีกแต่สำหรับเวสต์แฮม พวกเขาพร้อมเต็มที่แน่นอน นอกจากความมั่นใจ, ทีมที่ลงตัว แล้วก็มีเวลาในการพักฟื้นร่างกายที่เพียงพอ

นัดแรกที่เจอกันที่แอนฟิลด์เมื่อตุลาคม ลิเวอร์พูลชนะหวุดหวิด ได้ ดีโอโก้ โชต้า เป็นฮีโร่เปลี่ยนลงมายิงปลายเกม ในขณะขุนค้อนไปมีตัวทีเด็ดปัจจุบัน มิชาอิล อันโตนิโอ หรือ เบนราห์มา (หมอนี่เปลี่ยนลงปลายเกมแล้ว)วาปบอล

2) "ลูกกลางอากาศ" จุดแข็งการเข้าทำเวสต์แฮม, จุดอ่อน การตั้งรับลิเวอร์พูล

ผมมองขุนค้อนชุคลสุดนี่เล่นแบบ 4-2-3-1 ที่เล่นกันได้สนุกมาก เป็นขุนค้อนที่เล่นบอลไม่นเบื่อ ไม่เหมือนในอดีตที่คุ้นเคยหัวใจตรงกลางสนามอย่าง เดแคลน ไรซ์ ที่เด่นในเกมรับ, โทมัส ชูเช็ค ที่มีทีเด็ดในการเข้าเล่นงานคู่แข่งด้วยลูกกลางอากาศ ไม่มีผู้เล่นพรีเมียร์ลีกคนไหนโหม่งทำประตูได้มากกว่า 5 ลูก ที่มิดฟิลด์ค่าตัว 13.5 ล้านปอนด์ (เท่านั้น) ทำได้ในปีที่ผ่านมา

ข่าวแมนยู

ผมไม่สนการที่ขุนค้อนต้องการเสริมทีมในช่วงนี่ด้วยการไปยืมคนไร้ค่าของผีแดง เจสซี่ ลินการ์ด จะมาเพราะดูมีวีแว่วว่าจะลุ้นพื้นที่ยุโรปกับเขาได้ แต่ก่อนจะขยับมันติดกฎ ยืมผู้เล่นในประเทศครบโควต้า 2 ตัวอยู่ ในรายของ ซาอิด เบนรามาห์ (ยืมจากเบรนท์ฟอร์ด) และเซ็นเตอร์แบ็ก คร็ก ดอว์สัน (ยืมจากวัตเฟิร์ด, และโหม่งประตูที่สามในเกมนี้) --- นั่นทำให้ เวสต์แฮม จะเปลี่ยนเบนราม่าห์ ให้เป็นการซื้อขาดเสียก่อน เอาเงิน 26 ล้านปอนต์ไปแลก ซึ่งดูความสำคัญของเขากับขุนค้อนปัจจุบันดำเนินการได้เลย

แต่กำลังสนแค่ว่า ลิวอร์พูลจะเอาตัวรอดได้ยังงัยเนี่ยเหมือนหลาย ๆ อย่างมันเป็นใจให้ทีมของเจอร์เก้น จะต้องหลุดแต้มอีกนัดหนึ่งชะละมากกว่า, นี่เป็นความรู้สึกขนาด คนที่มักจะมองอะไรในแง่บวกให้กับกุนซื่อเยอรมัน นะนี่นะ

ผู้เล่นหมายเลข 6 ของพญาหงส์

อันดับแรกอยากให้ทุกท่านดูผลการแข่งขันของลิเวอร์พูลในเกมที่ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ลงเล่นเป็นตัวจริงก่อนบอลสด

เสมอ เอฟเวอร์ตัน 2-2

แพ้ เชาร์แฮมปีตัน 0-1

เสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด O-O

แพ้ เบิร์นลี่ย์ 0-1

แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-3

คลิปบอล

สรุปลงตัวจริง 5 นัด เสมอ 2 นัด แพ้ 3 นัดโดยไม่ชนะเลยกนัด แถมทีมยิงได้แค่ 4 ประตูในช่วงที่ลิเวอร์พูลลงเล่น โดยไม่มี ติอาโก้อัลกันตาร่า (ในทุกรายการ) พวกเขามีค่าเฉลี่ยการยิงประตูต่อนัดอยู่ที่ 2.5 ประตู ต่อเมื่อดาวเตะวัยสามหมิบผู้นี้ลงสนาม - ค่ำเฉลี่ยในการยิงประตูต่อเกมของหงส์แดงลดลงเหลือแค่ 0.7 ประตูเท่านั้นนอกจากนี้ ตอนไม่มีติอาโก้ลงตัวจริง - ลิเวอร์พูลเอาชนะคู่แข่งได้ถึง 61.5 % ผิดกับที่มีติอาโก้อยู่ในสนามเปอร์เซ็นต์ชนะคู่แข่งเหลือแค่ 16.7 % อืมมมมมม....นะ

ถ้าคุณเป็นคนงมงายพอ ๆ กับเชื่อเรื่องโชคลางมากกว่ามองความจริง คุณอาจจะบอกว่านี่มัน "ตัวชวย" ชัด ๆ เพราะลงเป็นตัวจริงแล้วทีมตัวเองมีสถิติที่ย่าแย่บางทีมันอาจเป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญที่เขาหายเจ็บกลับมาลงสนามในช่วงที่ทีมกำลังมีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บระนาว และฟอร์มตกอยู่พอดี เพราะเมื่อมีติอาโก้ ลิเวอร์พูลมีค่าเฉลี่ยในจบสกอร์ต่อเกมอยู่ที่ 18.7 ครั้ง ขณะที่ไม่ได้ลงสนาม โอกาสจบสกอร์อยู่ที่ 14.9 ครั้งก่อนเช่นเดียวกับการครองบอล เมื่อติอาโก้ลงตัวจริงลิเวอร์พูลมีค่าเฉลี่ยในการครองบอลเพิ่มขึ้นเป็น 65.7 %6 ส่วนตอนไม่มีติอาโก้ ครองบอลอยู่ที่ 64.7 % อย่างไรก็ตามวาปบอล

ผู้เชี่ยวชาญลูกหนังระดับแกรนด์ กูรู บางท่านก็ตั้งข้อสังเกตได้อย่างน่าสนใจอดีตดาวเตะหงส์แดงอย่าง ดีทมาร์ ฮามันน์ ซึ่งเล่นในตำแหน่งเดียวกันหล่นทรรศนะว่าตอนที่มิดฟิลด์ทีมชาติสเปนอยู่ในสนาม การขับเคลื่อนเกมรุกของลิเวอร์พูลช้าลงอย่างเห็นได้ชัด แถมประสิทธิภาพในการทำลายตาข่ายลดลงอีกต่างหากขณะที่ "โค้ชตุ้ม" รังสิวุฒิ ที่ทำรายการไลฟ์วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกกับผมทุกสุดสัปดาห์ทางเพจ siamsport ให้ความเห็นว่า "ติอาโก้" ชะลอเกมของลิเวอร์พูลให้ช้ลงจริง ๆ พร้อมกับเปรียบเทียบว่าตอนจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ลเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางบอลจะพุ่งไปโจมตีพื้นที่สุดท้ายที่ศัพท์ฟุตบอลเรียกว่า "แดนสาม" อย่างรวดเร็ว และโดยตรงมากกว่าท่านผู้ชมทางบ้านอย่างผมเลยพยายามสังเกตดูบ้างก่อนจะพบว่าในศึกแดงเดือด ฉบับเอฟเอ คัพดาวเตะผู้นี้แทบไม่ได้แทงทะลุช่องหรือวางบอลยาวเข้าไปในกรอบเขตโทษเลยนะครับ จังหวะการรุกแบบเฮฟวี่ เมทัล ของลิเวอร์พูลถูกทำให้ชอฟต์ลงเป็นเพียงแค่บัลลาด ร็อก จริงๆ นะครับจากที่เคยเร็วแรงแบบทะลุนรก โดยไม่อาศัยการต่อบอลให้มากจังหวะ พอมีติอาโก้อยู่ในสนาม จังหวะการต่อบอลกันไป ต่อบอลกันมาของนักเตะหงส์แดงกลับสูงขึ้น ซะอย่างนั้น!!!

ตำแหน่งการเล่นของ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ภาษาโค้ชเรียกว่า "ผู้เล่นเบอร์ 6" อันหมายถึงมิดฟิลด์ตัวรับนั่นแหละเพียงแต่ดาวเตะผู้นี้เป็นมิดฟิลด์ตัวรับในอีกประเภทหนึ่งซึ่งแตกต่างจากสมัยก่อนเวลานึกถึงมิดฟิลด์ตัวรับ เราจะนึกถึงผู้เล่นที่มากด้วยพลังงานที่ขยัน ทุ่มเท มีวินัย และสู้สุดใจขาดดิ้นโดยไม่จำเป็นต้องมีทักษะและเทคนิคการเล่นที่สูงส่งอะไรเช่นเดียวกับที่ไม่จำเป็นต้องฉลาดหลักสำคัญคือการเล่นอย่างมีวินัยตามแผนการและตามคำสั่งของผู้เป็นกุนชื่อ เปรียบไปก็เหมือน "เด็กยกเปียโน" หรือ "ลูกหาบ" นั่นแหละบอลสด

ประหนึ่งชนชั้น 2 ของทีมที่ใช้แรงงานมากกว่าใช้สมอง ผู้เล่นในตำแหน่งนี้จึงไม่จำเป็นต้องมีลีลาการเล่นหวือหวาบนความโดดูเด่นเป็นสง่าอะไร แต่กลับมีความสำคัญต่อทีมอย่างยิ่งยวด เนื่องเพราะ "นักเปียโนเอก" คงไม่ยกเปียโนทั้งหลังขึ้นไปวางบนเวทีคอนเสิร์ตเองแน่ๆหน้าที่หลักคือทำลายจังหวะในเกมรุกของคู่แข่ง

ต่อเมื่อตัดบอลได้หรือแย่งบอลได้ก็จะจ่ายให้ตัวทำเกมใกล้ ๆ มากกว่าการสร้างสรรค์เกมด้วยตัวเองเพราะไม่มีทักษะทางด้านนี้กาลครั้งหนึ่งในพรีเมียร์ลีกมีมิดฟิลด์ตัวรับอยู่ 2 คนที่ครบเครื่องต้มยำ ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดแล้วกะชวกพริกขี้หนูอีก 300 เม็ด ลงไปในหม้อทองแดงยมบาลวาปบอล

รอย คีน กับ ปาทริค วิเอร่าทั้งคู่เล่นเกมรับหนักแน่นในจังหวะโลหะหนักเสียบสกัดบอลแม่นยาดีนักแล และเข้าปะทะหนักหน่วงแบบขี้ไม่แตกไม่แจกทีวีสี ขณะเดียวกับที่ครองบอลได้เชื่อมเกมได้ และจ่ายบอลเองได้ แถมยังขึ้นไปตะบันประตูได้อีกต่างหาก

ใครมีมิดฟิลด์ตัวรับประเภทนี้อยู่ในทีมก็ถือว่าโชคดีเหมือนแมนฯ ยูไนเต็ด กับ อาร์เชนอล ที่มี รอย คีน กับ ปาทริค วิเอร่า อยู่ในทีมแล้วแก่งแย่ง แข่งขัน ห้าหั่นเชือดเฉือน และช่วงชิงความสำเร็จกันอย่างเมามันเอ็นโกโล่ ก็องเต้ ตอนเลื้อยตูดไปอยู่กับเชลชีก็พัฒนาตัวเองมาจากตัวรับแบบเพียว ๆ ก่อนจะช่วยทำเกมรุกได้ด้วย เพราะจ่ายบอลได้ ไปกับบอลได้ และขึ้นไปยิงประตูได้

ไอ้ที่เลสเตอร์สถาปนาตัวเองเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเทพนิยาย กุญแจสำคัญประการหนึ่งก็เพราะพวกเขามีมิดฟิลด์ตัวรับอย่าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ นี่แหละครับประโยชน์ของมิดฟิลด์ตัวรับผู้นี้สะท้อนออกมาอย่างเป็นรูปธรรมด้วยคว้าแชมปพรีเมียร์ลีก 2 ฤดูกาลติดต่อกันทั้งเลสเตอร์ และ เชลชีเมื่อฟุตบอลพัฒนาข้างหน้าไปอย่างไม่ยั้งหยุดก็เกิดมิดฟิลด์ตัวรับสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมาอีก

ด้วยลดความดิบเถื่อนลงไปแล้วใส่ความคลาสสิกมากขึ้น โดยเล่นเหมือนเป็น "ควอตอร์แบ็ค" ในกีฬาอเมริกัน ฟุตบอลคลิปบอล

คนแรกที่ชาวบ้านมักจะนึกถึงเมื่อพูดถึงผู้เล่นในตาแหน่งนี้ คือ อันเดรีย ปีร์โล่มีการบัญญัติศัพท์ใหม่ให้มิดฟิลด์ตัวรับประเภทนี้ว่าเป็นตัว "โฮลด์บอล" บ้าง หรือเรียกให้ดูดีมีชาติตระกูลยิ่งขึ้นว่า "ดีพ ลายอิ้ง เพลย์เมกเกอร์"วิธีการเล่นเปลี่ยนไปจากการบดบี้เข้าหาบอลอย่างบคลั่งด้วยพละกำลังเป็นการอ่านเกม-บีบพื้นที่ แล้วดักจังหวะตัดบอลหรืแย่งบอล นอกจากนี้ ยังต้องถอยตัวลงไปรับบอลจากกองหลัง เพื่อกำหนดจังหวะการแจกจ่ายบอลว่าจะสั้นหรือยาว-จะช้หรือเร็ว

ถ้ามองหานักเตะประเภทนี้ในพรีเมียร์ลีกที่ใกล้ๆตัวหน่อยก็ ไมเคิ่ล คาร์ริค หรือ สตีเว่น เจอร์ราร์ดตอนอยู่กับลิเวอร์พูลในยุคปลาย "พี่เจิด" เป็นผู้เล่นอเนกประสงค์ที่เล่นได้หลายตำแหน่ง ทั้งแบ็กขวา ปีกขวา แตอาชีพหลักคือมิดฟิลด์ตัวกลาง ก่อนถูกขยับขึ้นไปเล่นเป็น "หน้าต่ำ" ในยุคที่ราฟาเอล เบนิเตซ เป็นกุนชื่อ เพื่อสนับสนุนหัวหอกตีนพระกาฬอย่าง เฟร์นานโด ตอร์เรสข่าวแมนยู

เมื่อเข้าสู่วัยใบไม้ร่วง กาลเวลา พละกำลัง ไม่ทะลักจุดแตกเหมือนเดิม เบรนแดน ร็อคเจอร์ส จึงปรับบทบาทให้ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ใหม่ในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับที่เรียกว่า "ดีพ ลายอิ้ง เพลย์เมกเกอร์" นี่แหละเกือบช่วยให้ลิวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลึก แต่ก็เพราะการ สตีวี่ เจิด สวมบทบาทนี้ได้อย่างยอดเยี่ยมจนเล่นตำแหน่งนี้นี่แหละทำให้พลพรรดหงส์แดงทำโทรพึ่แชมป์พรีเมียร์ลึกในฤดูกาล 2013-14 กระเด็นหลุดจากอุ้งมือเช่นกัน ส่วนเรื่องราวมันเป็นมาอย่างไร ผมว่าอย่าไปกล่าวถึงมันเลยนะครับ

ยุคปลายอาชีพค้าแข้งของ พอล สโคลส์ กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็รับหน้ที่นี้เช่นกัน ทั้งที่ไอ้หัวแดงไม่มีทักษะการเข้สกัดบอลของมิดฟิลด์ตัวรับเลยสักนิดเดียว สิ่งที่เห็นคือพุ่งเข้าเสียบทะลุดารกษ์จนโดนใบเหลืองและใบแดงเป็นประจำจกการเล่นเกมรับที่โฉ่งฉ่างทว่าจุดประสงค์ของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คือถอยพอล สโคลส์ ลงมาต่ำ เพื่อใช้ประโยชน์จากการวางบอลยาวจากแนวลึกนี่แหละ

กลับมาที่ ติอาโก้ อัลกันตาร่า อีกครั้งตอนที่ลิเวอร์พูลคว้าตัวมาด้วยค่าตัวแค่ 20 ล้านปอนด์ เข้าใจว่า เจอร์เก้น คล็อปปี คงไม่ต้องการให้เขาเล่นเป็นตัวรับโดยตรง แต่เพราะการบาดเจ็บของกองหลังอย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ และ โจ โกเมซ ทำให้มิดฟิลด์ตัวรับพันธุ์แท้อย่าง ฟาบินโญ่ ต้องถอยลงไปเล่นสวมตำแหน่งเชนเตอร์แบ็กจำเป็นวาปบอล

ลองจินตนาการถึงลิเวอร์พูลที่มีตัวเลือกแบบเต็มๆ สามารถส่งลงใครลงไปก็ได้นะครับแดนกลาง 3 ตัวของหงส์แดงในระบบ 4-3-3 น่าจะประกอบด้วย ฟาบินโญ่ เป็นผู้เล่นหมายเลบ 6 โดยมีหมายเลข 8 ขนาบข้าง 2 คนอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สันและ ติอาโก้ อัลกันตาร่า

เมื่อต้องสวมตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับแทนที่ฟาบินโญ่ เราจะเห็นว่าเขายืนปักหลักอยู่หน้าแผงแบ็กโฟร์เพื่อเชื่อมเกมจากแดนหล้ไปแดนหน โดยอาศัยขั้นตอนในต่อบอลตรงกลางอย่างมากจังหวะขึ้น ด้วยสไตล์การเล่นของเจ้าตัวที่นิ่มนวล และคลาสสิกความรวดเร็ในการจู่โจมคู่แข่งของลิเวอร์พูลจึงลดลงไปจริงๆ ตามที่มีกวรวิเคราะห์กันนั่นแหละคำถามคือแล้วจะต้องทำอย่างไรตัดติอาโก้ออกไปเป็นตัวสำรอง?

แทนแล้วเปลี่ยนให้เขาไปเล่นในตำแหน่งหมายเลข 8 ?? หรือให้ จอร์จินโญ่ ไวนัลดุม มาสวมบทตัวรับหรือเปลี่ยนระบบการเล่นเป็น 4-2-3-1 ให้เหมือนทีมเก่าของเขาอย่าง บาเยิร์น มิวนิด??? จุดนี้ขึ้นอยู่กับผู้จัดการทีมอย่าง เจอร์เก้นคล็อปป์บอลสด

กำกับหนังอย่างเดียวเท่านั้น แต่มีหน้าที่ทำให้นักแสดงผู้จัดการทีมก็เหมือนผู้กำกับหนังที่ไม่ใช่แค่เล่นได้อย่างสมบทบาท มันถึงมีคำว่า "ผู้กำกับการแสดง" ด้วยเดี๋ยวกุนซือระดับโลกอย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ จะพบวิธีใช้งาน ติอโก้ อัลกันตาร่า ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดเองครับ-มองห่วง

อย่าลืมว่าเขาเพิ่งลงเล่นให้ลิเวอร์พูลได้ไม่ถึง 10 นัด มิหน่ยังต้องปรับตัวให้เข้ากับทีมใหม่ และปรับจังหวะให้เข้ากับสมรภูมิแข้งใหม่อย่างพรีเมียร์ลีกที่มีความรวดเร็วและหนักหน่วงกว่าบุนเดสลีกา

ขอบอกว่าผมนี่แหละแฟนคลับของ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ตอนลงเล่นให้บาเยิร์น มิวนิค ในรอบน็อกเอาต์ยูฟ่า แชมปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้ว - ตามดูฟอร์มไอ้หมอนี่ทุกนัด พบว่าเล่นดีและมีประโยชน์อย่างวิเศษ แถมดูแล้วเพลินตาดีนักแลหากปรับตัวและปรับจังหวะให้เข้ากับทีมใหม่และลีกใหม่ได้เมื่อไหร่ บอกได้เลยครับว่า...ซิบหาย!!!

เมื่อมรสุมถล่มแอนฟิลด์…

3 เกมจากทุกรายการคือจนวนนัดที่ลิเวอร์พูลสามารถก็บชัยชนะได้จากการลงเล่น 11 นัดหลังสุด โดยในส่วนที่เหลือแบ่งเป็นการแพ้ 3 เกมกับเสมออีก 5 หน ถ้าเจาะลึกลงไปอีกก็จะพบว่าในจำนวนนี้เป็นการชนะในลีกเพียงแค่ 2 เกมจากเกมพรีเมียร์ลีก 8 นัดคลิปบอล

ใช่นี่ไม่ใช่ ลิเวอร์พูล ที่โชว์ฟอร์มได้น่าหวาดกลัวในช่วงหลายฤดูกาลก่อนที่ถึงขนาดก้าวไปเป็นทั้งแชมป์ยุโรปและแชมปีลีกของอังกฤษได้จริงอยู่ว่ามันมีหลายปัจจัยที่ทำให้พวกเขามีผลงานแบบนี้อย่างเช่นการที่แกนหลักหลายคนได้รับบาดเจ็บและฟอร์มตก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่เป็นช่วงเวลาที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลคงเครียดพอตัววาปบอล

ถึงกระนั้น นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่คล็อปป์เผชิญกับช่วงที่ลิเวอร์พูลมีผลงานแย่ติดๆ กันแบบนี้ก่อนที่จะก้าวข้ามมันมาได้ และวันนี้เราจะไปย้อนดูกันว่ามีครั้งไหนบ้างที่ "หงส์แดง" ของเขาเคยเข้าขึ้นอาการน่าเป็นห่วง แต่ยังสามารถปลุกให้ทีมกลับมาได้อีกครั้ง

ข่าวแมนยู : เมษายน 16-พฤษภาคม 16

แม้จะเพิ่งเข้ามาคุมทีมในช่วงเดือนตุลาคมปี 2015 แต่ คล็อปป์ ก็สามารถนำทีมไปได้ไกลจนถึงนัดชิงชนะเลิศของศึก ยูฟา ยูโรปา ลีก และในรายการ ลีก คัพ แม้ว่าจะชวดแชมป์ในศึก ลีก คัพ ในปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2016 แต่มันก็ไม่ถูกมองว่าเบ็นความล้มเหลวที่รุนแรงอะไรมากนัก

อย่างไรก็ตาม ในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล 2015-16 ลิวอร์พูล ที่เคยเล่นได้ร้อนแรงกลับมาเครื่องสะดุดชนะเพียงแค่ 2 เกมจาก 11 นัดสุดท้ายของซีชั่นดังกล่าว และที่สำคัญคือหนึ่งในนัดที่พวกเขาไม่ชนะนั้นได้แก่เกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก นัดชิงดำกับเชบียจนทำให้คล็อปป์ต้องชวดแชมปแบบน่าเสียดาย

ถึงกระนั้น พอเริ่มฤดูกาลใหม่คล็อปป์ก็พาทีมทำผลงานได้สุดยอดด้วยการแพ้แค่ 1 นัดจาก 17 เกมแรกของซีชั่น 2016-17 โดยเกมเดียวที่แพ้ก็คือเกมลีกที่ปราชัยต่อเบิร์นลี่ย์ 0-2

: มกราคม 17-กุมภาพันธ์ 17

คล็อปป์เริ่มปี 2017 ด้วยการพาทีมเสมอชันเดอร์แลนด์ 2-2 ในลีก แน่นอนว่ามันทำให้สาวกลิเวอร์พูลเสียดายอยู่บ้างเมื่อพิจารณาถึงการที่ 1 นัดก่อนหน้านั้นพวกเขาเพิ่งปราบ แมนเชสเตอร์ ชิตี้ ในลีกได้หมาด ๆ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้พวกเขารู้สึกแย่มากนักวาปบอล

น่าเศร้าที่แท้จริงแล้วเกมเจ้ากับ "แมวดำ" คือลางแห่งหายนะ เพราะนั่นคือจุดเริ่มต้นของการชนะเพียง 2 เกมจาก 12 นัดติดต่อกันในทุกรายการของลิเวอร์พูล โดยในช่วงเวลาเดียวกันนั้นพวกเขาเคยไม่ชนะใคร 5 นัดติดต่อกันด้วยไม่ว่าจะเป็นการแพ้ สวอนชี 2-3 ในเกมลีก, ปราชัยต่อ เชาร์แฮมป์ตัน 0-1 ในลีก, แพ้ วูล์ฟส์ 1-2 ในเอฟเอ คัพ, เสมอ เชลชี 1-1 ในลีก และพ่าย ฮัลลั ง-2 ในเกมลีก

เกมแพ้เลสเตอร์ในลีก 1-3 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถือเป็นจุดสิ้นสุดของช่วงเวลาอันขมขื่นเพราะหลังจกจบเกมนั้นไปแล้วลิเวอร์พูลไม่แพ้ใคร 7 นัด ติดต่อกันในทุกรายการแบ่งเป็นชนะ 5 เกมกับเสมอ 2 หน

: กันยายน 17-ตุลาคม 17

หลังจากออกสตาร์ตฤดูกาล 2017-18 ได้อย่างสวยหรูด้วยการไม่แพ้ใครเลยใน 5 นัดแรกของชีชั่นลิเวอร์พูลก็มาสะดุดด้วยการแพ้ แมนฯ ซิตี้ ในลีก 0-5 และเกมนั้นก็เป็นเหมือนการทำให้พวกเขาเครื่องสะดุด เพราะในอีก 9 เกมต่อมาทีมของคล็อปปสะกดคำว่าชนะเป็นอีกเพียง 2 ครั้งคลิปบอล

ช่วงเวลาอันน่าเคร้า 10 นัดติดต่อกันของทีมสิ้นสุดไปพร้อมกับการแพ้สเปอร์สในลีก 1-4 เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ทำให้สรุปแล้วในช่วง 10 นัดดังกล่าวพวกเขาแพ้ไปทั้งหมด 3 ครั้ง กับเสมออีก 5 นัด ซึ่งหลังจากนั้นลิเวอร์พลก็ไม่แพ้ใครอีกเลยถึง 18 นัด ติดต่อกันก่อนจะต้องมาพบกับความปราชัยอีกครั้งด้วยฝีมือของสวอนซีในเกมลีก

บอลสด : กุมกาพันธ์ 20-กรกฎาคม 20

ดูจากระยะเวลาของเดือนแล้วอาจจะน่าตกใจ แต่ชี้แจงก่อนว่าส่วนหนึ่มันเป็นเพราะลีกยุโรปเคยพักไปนานจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้จนวนเกมไม่ได้เยอะระดับแตะหลัก 20 นัดแต่อย่างใด

ความเลวร้ายดังกล่าวเริ่มจากการแพ้แอต.มาดริด 0-1 ในเกม ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก โดยสุดท้ายแล้วมันก็ทำให้ลิเวอร์พูลแพ้ไปโดยรวมถึง 5 นัดจาก 9 เกมในทุกรายการ (นับรวมเกมที่แพ้ แอต มาดริด 2-3 ในช่วงต่อเวลาพิเศษของเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีม สุดท้าย นัดสอง) ขณะเดียวกันในช่วงนั้นพวกเขาก็ชนะแค่ 3 นัด

แน่นอนเกมสุดท้ายของช่วงเวลาอันเลวร้ายที่เป็นการแพ้ แมนฯ ชิตี้ 0-4 เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมอาจจะไม่ใช่เรื่องที่รยแรงอะไร เพราะตอนนั้นลิเวอร์พูลการันตีแชมปีลีกไปแล้ว แต่มันก็เป็นสกอร์ที่ทำให้คล็อปป์ผิดหวังในระดับหนึ่ง และเขาก็ทำให้ทีมแก้ตัวได้ด้วยการชนะ แอสตัน วิลล่า 2-0 จนทำให้ลิเวอร์พูลเปิดฤดูกาลด้วยการแพ้แค่นัดเดียวในช่วง 6 เกมสุดท้ายของซีชั่น 2019-20วาปบอล

อนาคตของฟลิค

แม้ยังมีสัญญาอนาคตของเทรนเนอร์เสือใต้ยังไม่แน่นอน ความตึงเครียดกับ ฮาซานซาลิฮามิดชิช ในเรื่องการซื้อ-ขายผู้เล่น ยิ่งไปกว่านั้นสิ้นปีนี้ คาร์ล-ไฮนช รุมมนิกเก้ คู่สนทนาคนสำคัญที่สุดจะวางมือ และกับเคเอฟเบนั้น ฮันซี่ ฟลิค เป็นตัวเลือกที่ร้อนแรงในตำแหน่งทายาทของโยกี้ เลิฟ

ฮันซี่ ฟลิค มีเส้นทางอันคุ้นเคยเหมือนเดิมเสมอ เมื่อไปพบปะกับผู้บริหารที่สำนักงานใหญ่ถนนเซเบเนอร์ เดินออกมาจากลิฟต์ที่พาเขาไปยังชั้นสองเดินตามโถงยาวทางซ้ายที่ปูด้วยพรมแดงไปไม่กี่ก้าวถึงประตูทางซ้าย จากนั้นเข้ไปนั่งยังโซฟาแสนสบายในห้องทำงานของ คาร์ล-ไฮนช์ รุมเมนิกเก้ ชีอีโอเสือใต้เป็นคู่สนทนาที่สำคัญที่สุดของเทรนเนอร์ฟลิคทั้งคู่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างสม่ำเสมอ

อย่างเมื่อวันพุธที่ 18 พฤศจิกายน 2020 ที่เขาไปปรากฏกายที่ห้องทำงานของคิงคัลเล่ หลังจากที่นิตยสารสปอร์ตบิลด์พาดหัวข่าว "ฟลิคจะไปรับไม้ต่อจากเลิฟไหม?" ซีอีโอเสือใต้พูดคุยในประเด็นนี้กับเทรนเนอร์ของเขาอย่างระมัดระวัง เปิดใจ ฟลิคบอกกับรุมเมนิกเก้ว่า อย่าได้กังวลไปเลย อย่างไรก็ตามเทรนเนอร์เสือใต้พูดถึงการไม่ผูกมัดเอาไว้ด้วยสปอร์ตบิลด์ รายงานว่า แม้มีสัญญากับ

บาเยิร์นถึง 2023 แต่ใช่ว่าจะเป็นของตาย ด้วยเหตุผลหลายประการด้วยกัน รุมเมนิกเก้เองก็เป็นหนึ่งในนั้นเขาเป็นคนที่ฟลิคให้ความไว้วางใจมากที่สุดในสโมสรสิ้นปีนี้รุมเมนิกเกจะอำลาตำแหน่งซีอีโอ ทำให้ฟลิคเสียคู่สนทนาคนสำคัญที่สุดและคนที่รับฟังความคิดเห็น ตลอดจนความกังวลของเขา ในตอนนี้ฟลิคให้ความสำคัญต่อการที่ผู้เล่นมีภาระกรรมสูงเป็นหลักเรื่องที่ฟลิคได้ถกกับคิงคัลเล่บ่อยๆ นอกจากนั้นหน้าตาของขนาดทีมก็เป็นสิ่งที่ฟลิคครุ่นคิดบอลสด

ว่ากันว่า อนาคตของ เยโรม บัวเต็ง มีการชี้ขาดไปแล้ว จะไม่มีการต่อสัญญาที่จะหมดลงเมื่อจบซีซั่นนี้ อย่างไรก็ตาม ฟลิคมอบความไว้วางใจในตัวนักเตะแชมป์โลก 2014 พูดคุยกันเป็นการส่วนตัวส่งเสียงสนับสนุนเต็มที่ ตอนนี้มันจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่รุมเมนิกเก้แง้มประตูสำหรับการพูดคุยกับบัวเต็งเอาไว้คิงคัลเล่ บอกว่า "เยโรมมีบทบาทที่ดีด้วยเหตุนี้เราต้องนำเรื่องนี้มาพูดคุยกับเขา" ฟลิคคงยินดีมากที่ได้ยินเช่นนี้

โดยทั่วไปมีสิ่งที่ฟลิคไม่รู้และทำให้ครุ่นคิดสภาพการทำงานของเขาในยุคหลังจากรุมเมนิกเก้วางมือไปจะเป็นเช่นใด? ความตึงเครียดระหว่างบอร์ดกีฬา ฮาซานชาลิฮามิดชิช กับ ฟลิค ยังเป็นประเด็นในสโมสรต่อไป แผนการปั้นขนาดทีมอยู่ในมือของชาลิฮามิดชิชเต็มที่ การที่ตอนนี้ผู้ล่นใหม่ที่เข้ามาแปดคนทำได้เพียงเป็นตัวสำรอง ทำให้ถกเถียงกันหนัก ทีมงานเทรนเนอร์ประเมินขนาดทีมปัจจุบันว่าอ่อนกว่าปีที่คว้าทริปเปิลแชมป์ ทีมก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกันข่าวแมนยู

ขณะที่ในสายตาของผู้กุมอำนาจเรื่องกีฬามองขนาดทีมต่างไป มันเป็นหน้ที่ของเทรนเนอร์ในการทำให้ผู้เล่นใหม่ขึ้นมาอยู่ในระดับที่ต้องการของบาเยิร์น มันเป็นหน้ำที่ของฟลิคในการปลูกฝังให้ผู้เล่นใหม่เข้าใจสไตล์การเล่นของทริปเปิลแชมป์อูลี่ เฮอเนส ผู้มีบทบาทสำคัญในการดึงตัวฟลิคมาเป็นผู้ช่วยเทรนเนอร์ของ นิโก้ โดวัช ในปี 2019 ปัจจุบันไม่ได้ทำงานเป็นกิจวัตรประจำวันให้สโมสรอีกแล้ว บอร์ดกำกับดูแลคนนี้ มีความใกล้ชิดกับซาลิฮามิดชิชอย่างมาก พูดคุยกันใกล้ชิดมากกว่าฟลิค ทั้งในเรื่องขนาดทีมด้วย

ในเดือนมีนาคมปีกลาย กรรมการบริหารคนใหม่ โอลิเวอร์ คาห์น ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างฟลิคกับชาลิฮามิดชิช ตอนนั้นทั้งสองฝ่ายเคลียร์ใจกันได้ แต่ตอนนี้คาหนกำลังยุ่งอยู่กับโครงการ Bayern Ahead ของเขา ที่มองไปยังอนาคตของสโมสร ด้วยเหตุนี้จึไม่ได้ใกล้ชิดกับเทรนเนอร์และทีมมากนัก ยิ่งมีกติกาเข้มงวดในยุคโควิด คาห์นหลีกเลี่ยงการไปยังอาคารของผู้เล่นฟลิคยังสนุกสนานในการทำงานกับทีม ไม่มีความคิดว่าประสบความสำเร็จสูงสุดแล้วด้วยการคว้าทริปเปลแชมป์กับบาเยิร์น อย่างไรก็ตามเป็นที่รู้กันดีว่าเทรนเนอร์ฟลิคมีการตัดสินใจอันแน่วแน่ ถ้าเห็นว่าไม่สามารถนำไอเดียไปสู่การปฏิบัติได้ 100 เปอร์เซ็นต์ไม่ว่าจะเป็นผู้ช่วยเทรนเนอร์ของ โยกี้ เลิฟในปี 2014, ผู้อำนวยการกีฬาเดเอฟเบ, กรรมการผู้จัดการฮอฟฟนไฮม์ ฟลิค ฉีกสัญญาทิ้งเพื่อมองหาความททายใหม่เสมอ เงื่อนไขในการทำงาน และการสนับสนุนปรัชญาของเขาอย่างเต็มที่ มีความสำคัญคว้าสัญญาในกระดาษ เรื่องนี้ผู้บริหารเดเอฟเบรู้ซึ้งแก่ใจเป็นอย่างดีบอลสด

ฟลิค ยังคงมีการติดต่อกับเคเอฟเบอย่างใกล้ชิด ที่นั่นมี โอลิเวอร์ เบียร์โฮฟ และ อันเดรียสค็อปเค่ ที่เขารู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดี ฉลองแชมป์โลก 2014 ด้วยกัน แต่ฟลิคไม่เฝ้ารอว่า สักวันผู้ช่วยอย่างเขาจะรับหน้ำที่ต่อจากเลิฟเสียทีผู้บริหารเดเอฟเบรู้ดีว่า ฟลิค ยังอยากทำหน้าที่นี้ ข่ววงในบอกว่า เป็นเพราะฟลิครู้ดีว่าเดเอฟบจะมีอะไรให้เขา กรณีที่เลิฟตัดสินใจว่าหน้ร้อนนี้ ทัวร์นาเมนต์ยูโรจะเป็นงานชิ้นสุดท้ายของเขาหรือว่า เขาโดนบีบให้ออกไปหลังมีผลงานแย่ในยูโรเดเอฟบจะไปเคาะประตูบ้านถามฟลิคแน่นอน

แต่เคเอฟเบไม่ได้เป็นรายเดียวที่พร้อมจะยื่นข้อเสนอล่อใจฟลิค เพราะยังมีสโมสรดังจากพรีเมียร์ลีกอยู่อีก ฟลิคจับตาพัฒนาการรายรอบบาเยิร์นจนถึงจบซีซั่นเป็นการโฟกัสเต็มที่กับทีม ช่วงแรกที่มึนเช่นฟลิคพนักอยู่แถบแฮร์ลัดกิ่ง มาตอนนี้ย้ายไปยัง กรีนวาลด์ ที่ใหญ่โตโอโถงกว่า ไกลจากสานักงานใหญ่บาเยิร์นถนนเซเบเนอร์มากขึ้นแต่ใกล้กับรุมเมนิกเก้ผู้มีบ้านในละแวกเดียวกัน มากขึ้น

กาสเปรินื่อวยพรหลังย้ายทีมวาปบอล

ความขัดแย้งระหว่าง จาน ปีเอโร กาสเปรินี่ กับ อาเลฮานโดร ปาปู โกเมช ลงเอยด้วยการย้ายไปค้าแข้งกับ เซบีย่า ของมิดฟิลด์ชาวอาร์เจนไตน์จาน ปีเอโร กาสเปรินี่ เทรนเนอร์ อตาลันต้า กล่าวยกย่อง อาเลฮานโดร ปาปู โกเมช ว่ามอบสิ่งต่าง ๆมากมายให้ทีมดังเมืองแบร์กาโม่ พร้อมอวยพรให้มิดฟิลด์ชาวอาร์เจนไตน์โชคดีสำหรับการย้ายไปค้ำแข้งกับ เซบีย่า ตามรายงานจาก สกาย สปอร์ต อิตาเลีย' เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

กาสเปรินี่ มีความขัดแย้งกับ ปาปู โกเมชจนท้ายที่สุด อตาลันต้า ตัดปัญหาด้วยการปล่อยมิดฟิลด์วัย 32 ปีย้ายไปด้แข้งในลีกเมืองกระทิงกับทีมเซบีย่าโน่ 'เขาให้อะไรมากมายกับ อตาลันต้า,กาสเปรินี่ กล่าวถึง ปาปู โกเมช 'เขาช่วยให้เราเติบโตจริงๆ'

ผมเชื่อว่าตอนนี้ทีมอยู่ในตำแหน่งที่จะเดินหน้าด้วยลำแข้งของตัวเองและเติบโตต่อไปได้ผมทำได้แค่หวังให้เขาโชคดีที่สุด เขาย้ายไปร่วมทีมที่แข็งแกร่งที่เล่นในแชมเปี้ยนส์ลีก'มันเป็นย่างก้าวที่ดีสำหรับเขา เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม ผมขอให้เขาโชคดี' กาสเปรินี่ กล่าว

เลาตาโร่ไกลยีดสัญญากับงูใหญ่

อินเตอร์ มิลาน ตกเป็นข่าวว่าใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงในการต่อสัญญาใหม่กับ เลาตาโร่ มาร์ติเนช กองหน้าทีมชาติอาร์เจนตินาไปจนถึงเดือนมิถุนายน ปี 2024 แล้วดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์ย้ายจาก ราซิ่ง คลับมายัง ใหญ่ ในเดือนกรกฎาคม ปี 2018 ด้วยค่าตัว 25 ล้านยูโร และนับจากนั้นเขาก็กลายเป็นนักเตะคนสำคัญในถิ่นจูเช็ปเป้ เมอัชช่าคลิปบอล

หัวหอกวัย 23 ปี ยิงไป 9 ประตู จาก 19 นัดในเชเรีย อา ฤดูกาลนี้ โดยช่วยให้ อินเตอร์ จบอันดับ 2 ในซีชั่นก่อน เมื่อยิงไป 14 ลูก จาก 35 เกมตามรายงานจากอิตาลีเปิดเผยว่าทั้งสโมสรและนักเตะไกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงในการต่อสัญญาฉบับใหม่กันไปจนถึงชัมเมอร์ปี 2025 แต่ ตุ๊ตโต้แมร์คาโต้ ก็แย้งว่าข้อตกลงใหม่ของเขาจะสั้นกว่านั้น 1 ปีบอลสด

สัญญาปัจจุบันของเขาจะหมดลงในเดือนมิถุนายน ปี 2023 และดาวยิงทีมชาติอาร์เจนตินาจะขยายข้อตกลงเพิ่มไปอีก 1 ปี เพื่อรับค่าเหนื่อยที่มากกว่าเดิม ตุ๊ตโต้แมร์คาโต้ เปิดเผยว่าเอเยนต์ของเขามาถึง อินเตอร์ แล้ว และจะยังมีค่าฉีกสัญญา 111 ล้านยูโรในข้อตกลงใหม่ด้วย

วาปบอล ยูเว่ยิ้มชานโดรปลอดเชื้อโควิดแล้ว

อเล็กซ์ ชานโดร แบ็กซ้าย ยูเวนตุส ได้รับการยืนยันแล้วว่าหายจากการติดเชื้อโควิด-19 เป็นที่เรียบร้อย และจะกลับมาเป็นตัวเลือกได้ในเกมโคปปา อิตาเลีย รอบก่อนรองชนะเลิศฟูลแบ็กทีมชาติบราชิลเคลียร์ตัวเองได้เรียบร้อยแล้วในวันอังคาร หลังจากที่ผลตรวจของเขาเป็นลบทั้ง 2 ครั้งติดต่อกันตอนนี้เขาพ้นขั้นตอนการกักตัวตาม.มาตรการแล้ว และสามารถที่จะกลับมาลงซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้ในวันพุธ

ต่อกรณีดังกล่าวหมายความว่าเขาจะพร้อมสำหรับเกมโคปปา อิตาเลีย ในคืนวันพุธที่จะพบกับ สปาล สำหรับ ชานโดร จะมีอายุครบ 30 ปีในวันจันทร์นี้ ซึ่งการหายจากการติดเชื้อโควิด-19 ก็จะถือเป็นของขวัญวันเกิดสำหรับตัวเองได้เลย

โรม่ากลุ้มแข้งส่วนเกินปฏิเสธยายทีม

โรม่า กำลังประสบปัญหาในการปล่อยนักเตะส่วนเกินออกจากทีม เนื่องจาก ดาวิเด้ ซานตอน

ปฏิเสธที่จะย้ายไป เฟนร์บาห์เช่ ขณะที่ เฟเดริโก้ ฟาชิโอ อีกหนึ่งกองหลังก็ไม่ต้องการที่จะไปอยู่กับ ปาร์ม่าตามรายงานจาก คอร์ริเอเล่ เดลโล่ สปอร์ตเปิดเผยว่าพลพรรค จัลโลรอสชี พยายามที่จะขายนักเตะส่วนเกินตำแหน่งกองหลังของทีมออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อโอกาสในการคว้า ไบรอัน เรย์โนลด มาจาก เอฟชี ดัลลัส ด้วยค่าตัว 7 ล้านยูโรข่าวแมนยู

มีรายงานว่า ฟูลแบ็กอย่าง ชานตอน ได้รับข้อเสนอจากสโมสรตุรกีอย่าง เฟเนร์บาห์เช่ ที่ต้องการยืมตัว พร้อมเงื่อนไขซื้อขาดในช่วงจบชีชั่น แต่เขายังคงต้องการที่จะอยู่ในถิ่นสตาดิโอ โอลิมปิโก ต่อไปเช่นเดียวกับกับเชนเตอร์แบ็กอย่าง ฟาชิโอที่บอกปัดการย้ายไปยัง ปาร์ม่า และ ติอาโก้ ปินโต้ ผู้อำนวยการกีฬาก็กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อโน้มน้ำาวใจเขา

เทรนท์เผยถึงฟอร์มทีมก่อนฉะไก่

เทรนท์ อเล็กชานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาคำสัญของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ให้รายละเอียดเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของทีมลิเวอร์พูลที่จะแก้ไขฟอร์มการเล่นของทีมให้กลับมาอยู่ในทิศทางที่ถูกต้องอีกครั้งเทรนท์ ได้ให้สัมภาษณ์กับทางเว็บสโมสรและได้ถูกถามว่า "ชัดเจนว่าเราเจอช่วงเวลาที่ยากลำบากต่อเนื่อง แต่การทำงานเบื้องหลังฉากที่จะพลิกสถานการณ์นั้นมีมากแค่ไหน?"

เทรนท์ ก็ได้กล่าวว่า "หลายอย่าง เราตั้งมาตรฐานของกันและกัน และตัวเราเองไว้สูงตลอด

สองสามปีล่าสุด ซึ่งผมคิดว่ามันกลายเป็นความคาดหวังนิดหน่อยสำหรับทุกคนรอบตัวเรา และแม้แต่ตัวเราเองจริงๆ ที่จะคงระดับมันไว้""เมื่อหลาย ๆ อย่างไม่เป็นไปตามที่เราต้องการจริงๆ มันน่จะถูกขยายให้ใหญ่ขึ้น และอาจจะดูมากกว่าที่ทีมอื่นเป็น แต่มันแค่อยู่ที่ตัวเราอง และเรารู้ว่าเราไม่ได้แต้มอย่างที่เราต้องการ .ปนไปตามความต้องการ"วาปบอล

"ซึ่งเรกำลังมองในเรื่องนี้ และผมคิดว่ามันแค่เกี่ยวกับการเรียกจังหวะของเรากลับมาในท้ายที่สุดยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี แต่เรากำลังมองในเรื่องนี้ และเราพยายามจะปรับปรุงโดยไม่คิดมาก และกลับไปทำสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดตลอดสองสามปีที่ผ่านมา"ตัวหรือไม่" คำถามจากสื่อเว็บไชต์สโมสร"คุณ และทีมมีการทำอะไเสริมโดยส่วน

"คนเดียวที่เราต้องตำหนิ และจะใส่อะไรลงไปจริงๆ คือตัวเราเอง ในท้ายที่สุดเราต้องลงไปที่นั่น และเก็บ 3 แต้ม และเก็บชัยชนะให้ได้ เราไม่สามารถทำแบบนั้นได้ในช่วงสองสามเกมที่ผ่านมา ซึ่งไม่จำเป็นต้องโทษใครนอกจากตัวเราเอง แต่เราไม่ต้องตำหนิมากจนเกินไป"

"ผมคิดว่าในสองสามเกมลสุดเรามีโอกาสที่จะทำประตู เราน่าจะได้มากกว่านี้สองสามแต้มตามความคิดของผม แต่นี่แหละฟุตบอล คุณไม่ได้ผลการแข่งขันที่คุณต้องการทุก ๆ เกม เราพยายามจะไม่มองมันมากจนเกินไป และทำให้ตัวเองตกต่ำ แต่เรารู้ว่ามีหลาย ๆ อย่างที่เราต้องแก้ไข"บอลสด

"คุณเพิ่งเอาชนะสเปอร์สท้ายเกมที่แอนฟิลด์เพียงเตือนเศษ นั่นแปลว่าคุณไม่ต้องมองตัวอย่างไปไกลถึงรางวัลของการต่อสู้ และเชื่อมั่นตลอดไป" คำถามจากสื่อเว็บไซต์สโมสร "แน่นอน เป็นไปได้ว่านี่คือหนึ่งในเกมที่ดีที่สุดที่เราเล่นทั้งฤดูกาล คู่แข่งที่หิน ผมคิดว่าตอนที่เราเจอกันเองมันมักจะเป็นเกมที่ดี เราตื่นเต้นที่จะได้ดวลกันอีกครั้งในอีกสองสามวัน และรอดูว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราจะต้องวางแผน มุ่งมั่นที่จะเก็บตามแต้ม และถ้าเราสามารถทำได้ตามแนวทางที่เราต้องการแล้ว ผมเชื่อว่าเราจะทำได้"

"คุณและทีมมีวิธีการที่จะลงเล่นในเกมเยือนสเปอร์สอย่างไร" คำถามจากสื่อเว็บไซต์สโมสร "เราไปที่นั่นเมื่อเกมที่แล้ว ทำได้หนึ่งประตูที่เราสมารถเก็บคลีนชีต และชัยชนะ 1-0 และกลับมาด้วยชัยชนะ นั่นคือสิ่งที่เราตั้งเป้าจะทำอีกครั้ง เราไม่สนใจจริง ๆ ว่สกอร์จะออกมาอย่างไร เราแค่อยากได้สามแต้ม"

"ไม่ว่ามันจะเป็น 4-3 หรือ 1-0 มันไม่ได้สร้างความแตกต่างให้กับเรา เราต้องทำให้แน่ใจว่าเราจะเก็บสามแต้ม นั่นคือส่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเรา ผมคิดว่าหากความมุ่งมั่นของเรา และฟอร์มออกมาลงตัวในวันนั้นแล้วเราก็มีโอกาสที่ดีที่จะทำได้"วาปบอล

Continue Reading